ข้ามไปยังเนื้อหา
ธรรมคลัง
หน้าแรกหนังสือบทสวดพระไตรปิฎกชาดกหมวดธรรม
ENเข้าสู่ระบบสมัครสมาชิก
ธรรมคลัง

แหล่งรวมหนังสือ พระสูตร บทสวด และพระไตรปิฎก เพื่อการเรียนรู้ ฝึกฝน และการใช้ชีวิตอย่างมีสติในทุกวัน

เมนูหลัก

  • หน้าแรก
  • หนังสือ
  • บทสวด
  • พระไตรปิฎก
  • ชาดก
  • หมวดธรรม
  • ค้นหา

เกี่ยวกับเรา

  • เกี่ยวกับโครงการ
  • แหล่งที่มาของเนื้อหา
  • ร่วมสนับสนุน

บริการช่วยเหลือ

  • ที่เก็บไว้
  • สำรวจคลังธรรมะ
  • ฟังธรรม
  • API สำหรับนักพัฒนา
“
“สพฺพทานํ ธมฺมทานํ ชินาติ”การให้ธรรมเป็นทานย่อมชำนะการให้ทั้งปวง
ธรรมบท ๓๕๔

© ๒๕๖๙ ธรรมคลัง สงวนลิขสิทธิ์

  1. หน้าแรก
  2. /
  3. พระไตรปิฎก
  4. /
  5. เล่มที่ ๓๓
  6. /
  7. …
  8. /
  9. อปทาน
  10. /
  11. ๕๕. ภัททิยวรรค
  12. /
  13. ๙. วนวัจฉเถราปทาน

๙. วนวัจฉเถราปทาน

เล่มที่ ๓๓ · ข้อ ๑๓๙ · บรรทัด ๓๙๓๒

คัดจากพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย ตัวบทจาก 84000.org

ฉบับหลวงฉบับมหาจุฬาฯบาลีอักษรไทยPALI ROMANอรรถกถาอรรถกถาบาลีอักษรไทยAtthakatha PaliRoman
พรีวิว / พิมพ์ PDFโหมดอ่านต่อเนื่อง

ภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย

๙. วนวัจฉเถราปทาน

ประวัติในอดีตชาติของพระวนวัจฉเถระ

(พระวนวัจฉเถระ เมื่อจะประกาศประวัติในอดีตชาติของตน จึงกล่าวว่า)

[๒๕๑]

ในภัทรกัปนี้ พระชินเจ้าผู้เป็นเผ่าพันธุ์ของพราหมณ์

มีพระยศยิ่งใหญ่ พระนามว่ากัสสปะ ตามพระโคตร

ประเสริฐกว่าเจ้าลัทธิทั้งหลาย เสด็จอุบัติขึ้นแล้ว

[๒๕๒]

ครั้งนั้น ข้าพเจ้าบวชในศาสนาของพระพุทธเจ้าพระองค์นั้น

ประพฤติพรหมจรรย์จนตลอดชีวิต

จุติจากอัตภาพนั้นแล้ว

[๒๕๓]

ด้วยกรรมที่ข้าพเจ้าได้ทำไว้ดีแล้วนั้น

และด้วยเจตนาที่ตั้งไว้มั่น

ข้าพเจ้าละกายมนุษย์แล้ว

จึงได้ไปเกิดในสวรรค์ชั้นดาวดึงส์

[๒๕๔]

จุติจากสวรรค์ชั้นดาวดึงส์นั้นแล้ว ได้เกิดเป็นนกพิราบอยู่ในป่า

ในป่านั้นมีภิกษุผู้สมบูรณ์ด้วยคุณ

ยินดีในฌานทุกเมื่อ อาศัยอยู่

[๒๕๕]

ท่านเป็นผู้มีจิตเมตตา ประกอบด้วยกรุณา

มีหน้าอิ่มเอิบทุกเมื่อ มีจิตวางเฉย

มีความเพียรมาก ฉลาดในอัปปมัญญา ๑-

@เชิงอรรถ :

@๑ อัปปมัญญา หมายถึงจิตที่ประกอบด้วยเมตตา กรุณา มุทิตา อุเบกขา ซึ่งแผ่ไปโดยไม่มีขอบเขต

@ไม่มีประมาณ (ที.ปา. (แปล) ๑๑/๓๐๘/๒๘๐)

[๒๕๖]

มีความดำริปราศจากนิวรณ์ ๑-

มีอัธยาศัยมุ่งประโยชน์แก่สรรพสัตว์ โดยไม่นาน

ข้าพเจ้าก็มีความคุ้นเคยในสาวกของพระสุคตองค์นั้น

[๒๕๗]

เมื่อข้าพเจ้าไปเกาะอยู่แทบเท้าของท่าน

ผู้นั่งอยู่ในอาศรม ในครั้งนั้น บางครั้งท่านก็ให้อาหาร

บางครั้งท่านก็แสดงธรรม

[๒๕๘]

ครั้งนั้น ข้าพเจ้าเข้าไปหาท่านผู้เป็นโอรสของพระชินเจ้า

ด้วยความรักอันไพบูลย์ จุติจากอัตภาพนั้นแล้ว

ได้ไปเกิดในสวรรค์ประหนึ่งจากที่อยู่

แล้วกลับไปยังที่อยู่ของตนฉะนั้น

[๒๕๙]

ข้าพเจ้าจุติจากสวรรค์แล้ว

บังเกิดในหมู่มนุษย์ด้วยบุญกรรม

ได้สละเรือนออกบวชโดยมาก

[๒๖๐]

ข้าพเจ้าเป็นสมณะ ดาบส พราหมณ์

ปริพาชกอยู่ในป่ามานานหลายร้อยชาติ

[๒๖๑]

บัดนี้ เป็นภพสุดท้าย ข้าพเจ้าหยั่งลงสู่ครรภ์

แห่งภรรยาของพราหมณ์วัจฉโคตร

ในกรุงกบิลพัสดุ์ที่น่ารื่นรมย์

[๒๖๒]

เมื่อข้าพเจ้ายังอยู่ในครรภ์มารดาของข้าพเจ้าแพ้ท้อง

ในเวลาที่ข้าพเจ้าใกล้คลอด ท่านตัดสินใจที่จะอยู่ป่า

[๒๖๓]

จากนั้น มารดาของข้าพเจ้าได้คลอดข้าพเจ้า

ที่ชายป่าที่น่ารื่นรมย์

เมื่อข้าพเจ้าคลอดจากครรภ์มารดา

ชนทั้งหลายใช้ผ้ากาสายะรองรับไว้

@เชิงอรรถ :

@๑ นิวรณ์ หมายถึงธรรมกั้นจิตไม่ให้บรรลุความดีมี ๕ อย่าง คือ (๑) กามฉันทะ ความพอใจในกาม

@(๒) พยาบาท ความคิดร้าย (๓) ถีนมิทธะ ความหดหู่และเซื่องซึม (๔) อุทธัจจกุกกุจจะ ความฟุ้งซ่าน

@และร้อนใจ (๕) วิจิกิจฉา ความลังเลสงสัย (ที.ปา. (แปล) ๑๑/๓๑๕/๓๐๑)

[๒๖๔]

ขณะนั้น พระสิทธัตถราชกุมาร

ผู้เป็นดังธงชัยของศากยวงศ์ก็ทรงประสูติ

ข้าพเจ้าเป็นสหายรักสนิทชิดชอบกันของพระองค์

[๒๖๕]

เมื่อพระองค์ทรงละยศที่ไพบูลย์

เสด็จออกมหาภิเนษกรมณ์

โดยมุ่งสาระประโยชน์แก่หมู่สัตว์

แม้ข้าพเจ้าก็ออกบวชแล้วเข้าไปยังป่าหิมพานต์

[๒๖๖]

ข้าพเจ้าพบพระกัสสปะผู้อยู่ป่า

ผู้ควรสรรเสริญ ผู้บอกกล่าวเรื่องธุดงค์

ก็ได้ฟังข่าวว่า พระชินเจ้าเสด็จอุบัติขึ้นแล้ว

จึงได้เข้าเฝ้าพระพุทธเจ้าผู้ทรงเป็นสารถีฝึกนรชน

[๒๖๗]

พระองค์ได้ทรงแสดงธรรม

ประกาศประโยชน์ทุกประการแก่ข้าพเจ้า

จากนั้น ข้าพเจ้าบวชแล้วเข้าไปยังป่าตามเดิม

[๒๖๘]

เมื่อข้าพเจ้าอยู่ในป่านั้น

เป็นผู้ไม่ประมาทก็ได้สำเร็จอภิญญา ๖

โอ เราผู้ที่พระศาสดาผู้ทรงเป็นกัลยาณมิตรทรงอนุเคราะห์แล้ว

เป็นผู้มีลาภที่ได้ดีแล้วหนอ

[๒๖๙]

กิเลสทั้งหลายข้าพเจ้าก็เผาได้แล้ว

ภพทั้งปวงข้าพเจ้าก็ถอนได้แล้ว

ข้าพเจ้าตัดกิเลสเครื่องผูกพันได้แล้วอยู่อย่างผู้ไม่มีอาสวะ

ดุจพญาช้างตัดเครื่องพันธนาการได้แล้วอยู่อย่างอิสระ

[๒๗๐]

การที่ข้าพเจ้าได้มาในสำนักของพระพุทธเจ้าผู้ประเสริฐที่สุด

เป็นการมาดีแล้วโดยแท้

วิชชา ๓ ข้าพเจ้าได้บรรลุแล้วโดยลำดับ

คำสั่งสอนของพระพุทธเจ้า ข้าพเจ้าก็ได้ทำสำเร็จแล้ว

[๒๗๑]

คุณวิเศษเหล่านี้ คือ ปฏิสัมภิทา ๔ วิโมกข์ ๘

และอภิญญา ๖ ข้าพเจ้าได้ทำให้แจ้งแล้ว

คำสั่งสอนของพระพุทธเจ้า ข้าพเจ้าก็ได้ทำสำเร็จแล้ว ดังนี้แล

ได้ทราบว่า ท่านพระวนวัจฉเถระได้ภาษิตคาถาเหล่านี้ ด้วยประการฉะนี้

วนวัจฉเถราปทานที่ ๙ จบ

ที่มา: พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่มที่ ๓๓ จาก 84000.org

รายงานข้อผิดพลาด

ภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เป็นงานของมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย คัดมาตามต้นฉบับโดยไม่แก้ถ้อยคำ แสดงภายใต้ เงื่อนไขนี้ หากเจ้าของประสงค์ให้นำออก แจ้งที่ saddhammadana@gmail.com จะนำออกทันที

หัวข้อก่อนหน้า๘. โลมสติยเถราปทานกลับไปยังสารบัญเล่มที่ ๓๓๕๕. ภัททิยวรรคหัวข้อถัดไป๑๐. จูฬสุคันธเถราปทาน