ข้ามไปยังเนื้อหา
ธรรมคลัง
หน้าแรกหนังสือบทสวดพระไตรปิฎกชาดกหมวดธรรม
ENเข้าสู่ระบบสมัครสมาชิก
ธรรมคลัง

แหล่งรวมหนังสือ พระสูตร บทสวด และพระไตรปิฎก เพื่อการเรียนรู้ ฝึกฝน และการใช้ชีวิตอย่างมีสติในทุกวัน

เมนูหลัก

  • หน้าแรก
  • หนังสือ
  • บทสวด
  • พระไตรปิฎก
  • ชาดก
  • หมวดธรรม
  • ค้นหา

เกี่ยวกับเรา

  • เกี่ยวกับโครงการ
  • แหล่งที่มาของเนื้อหา
  • ร่วมสนับสนุน

บริการช่วยเหลือ

  • ที่เก็บไว้
  • สำรวจคลังธรรมะ
  • ฟังธรรม
  • API สำหรับนักพัฒนา
“
“สพฺพทานํ ธมฺมทานํ ชินาติ”การให้ธรรมเป็นทานย่อมชำนะการให้ทั้งปวง
ธรรมบท ๓๕๔

© ๒๕๖๙ ธรรมคลัง สงวนลิขสิทธิ์

  1. หน้าแรก
  2. /
  3. พระไตรปิฎก
  4. /
  5. เล่มที่ ๓๓
  6. /
  7. …
  8. /
  9. เถรีอปทาน
  10. /
  11. ๑. สุเมธาวรรค
  12. /
  13. ๘. สัตตอุปลมาลิกาเถริยาปทาน

๘. สัตตอุปลมาลิกาเถริยาปทาน

เล่มที่ ๓๓ · ข้อ ๑๔๘ · บรรทัด ๔๑๙๕

คัดจากพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย ตัวบทจาก 84000.org

ฉบับหลวงฉบับมหาจุฬาฯบาลีอักษรไทยPALI ROMANอรรถกถา
พรีวิว / พิมพ์ PDFโหมดอ่านต่อเนื่อง

ภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย

๘. สัตตอุปปลมาลิกาเถริยาปทาน

ประวัติในอดีตชาติของพระสัตตอุปปลมาลิกาเถรี

(พระสัตตอุปปลมาลิกาเถรี เมื่อจะประกาศประวัติในอดีตชาติของตน จึงกล่าวว่า)

[๗๑]

ในกรุงอรุณวดี มีกษัตริย์พระองค์หนึ่งพระนามว่าอรุณ

หม่อมฉันเป็นพระมเหสีของท้าวเธอ หม่อมฉันไม่ได้ร้อยพวงมาลัย

[๗๒]

ได้หยิบดอกอุบลมีกลิ่นหอมเหมือนดอกไม้ทิพย์มา ๗ ดอก

แล้วนั่งในปราสาทที่ประเสริฐ คิดอย่างนี้ในขณะนั้นว่า

[๗๓]

‘ประโยชน์อะไรสำหรับเราด้วยพวงมาลัยเหล่านี้

ซึ่งเรานำมาประดับศีรษะของตนเอง

เราควรนำไปบูชาพระญาณของพระพุทธเจ้า

ผู้ประเสริฐที่สุด จะประเสริฐกว่า’

[๗๔]

เราเมื่อจะบูชาพระสัมมาสัมพุทธเจ้า นั่งแล้วที่ใกล้ประตู

จักบูชาพระมหามุนีสัมมาสัมพุทธเจ้า ในเวลาที่พระองค์เสด็จมา

[๗๕]

พระชินเจ้าผู้งดงามดังต้นรกฟ้าขาว

เหมือนพญาไกรสรราชสีห์

พร้อมด้วยภิกษุสงฆ์ เสด็จมาตามถนน

[๗๖]

หม่อมฉันเห็นพระพุทธรังสีแล้ว ก็ร่าเริงตื่นเต้น

ยังไม่ทันถึงประตู ก็ได้บูชาพระพุทธเจ้าผู้ประเสริฐที่สุด

[๗๗]

ทำดอกอุบล ๗ ดอกเหล่านั้น

ให้แผ่ขยายเป็นหลังคากั้นอยู่ในท้องฟ้า

เหนือพระเศียรของพระพุทธเจ้า

[๗๘]

หม่อมฉันมีจิตเบิกบาน ๑- มีใจยินดี

เกิดโสมนัส ๒- ประนมมือ ทำจิตให้เลื่อมใสในบูชานั้น

จึงได้ไปเกิดในสวรรค์ชั้นดาวดึงส์

[๗๙]

เหนือศีรษะของหม่อมฉัน เขากั้นเครื่องมุงบังดอกไม้

สีเขียวขนาดใหญ่กลิ่นทิพย์หอมฟุ้งไป

นี้เป็นผลแห่งดอกอุบล ๗ ดอก

[๘๐]

บางครั้ง เมื่อหม่อมฉันถูกหมู่ญาตินำออกไป

ครั้งนั้น เขากั้นเครื่องมุงบังดอกไม้สีเขียว

ให้บริวารของหม่อมฉันเท่าที่มีอยู่

[๘๑]

หม่อมฉันได้เป็นพระมเหสีของท้าวเทวราช ๗๐ พระองค์

เป็นใหญ่ในทุกภพ เวียนว่ายตายเกิดอยู่ในภพน้อยภพใหญ่

[๘๒]

ได้เป็นพระมเหสีของพระเจ้าจักรพรรดิ ๖๓ พระองค์

ชนทั้งหลายอนุวัตตามหม่อมฉันทั้งหมด หม่อมฉันมีวาจาน่าเชื่อถือ

@เชิงอรรถ :

@๑ มีจิตเบิกบาน หมายถึงมีจิตปราศจากกิเลสมีความโกรธและความถือตัวเป็นต้น มีจิตโสมนัส มีใจสงบ

@(ขุ.อป.อ. ๑/๑๓๔/๒๔๕)

@๒ เทียบได้กับคำว่า เวทชาโต แก้เป็น อุปฺปนฺนโสมนสฺโส (ขุ.อป.อ. ๒/๑๓๒/๓๖)

[๘๓]

ผิวพรรณของหม่อมฉันเหมือนสีดอกอุบล

และกลิ่นกายของหม่อมฉันก็หอมฟุ้งไปคล้ายกลิ่นหอมของดอกอุบล

หม่อมฉันไม่รู้จักทุคติเลย

นี้เป็นผลแห่งการบูชาพระพุทธเจ้า

[๘๔]

หม่อมฉันเป็นผู้ฉลาดในอิทธิบาท

ยินดีในการเจริญโพชฌงค์ ถึงความสำเร็จอภิญญา

นี้เป็นผลแห่งการบูชาพระพุทธเจ้า

[๘๕]

หม่อมฉันเป็นผู้ฉลาดในสติปัฏฐาน

มีสมาธิฌานเป็นโคจร ขวนขวายในสัมมัปปธาน

นี้เป็นผลแห่งการบูชาพระพุทธเจ้า

[๘๖]

หม่อมฉันมีความเพียรนำพาธุระไป

อันเป็นเหตุนำธรรมเป็นแดนเกษมจากโยคะมาให้

อาสวะทั้งปวงก็สิ้นไปแล้ว

บัดนี้ ภพใหม่ไม่มีอีก

[๘๗]

ในกัปที่ ๓๑ นับจากกัปนี้ไป

หม่อมฉันได้ใช้ดอกไม้บูชาไว้ในครั้งนั้น

จึงไม่รู้จักทุคติเลย

นี้เป็นผลแห่งการบูชาพระพุทธเจ้า

[๘๘]

กิเลสทั้งหลายหม่อมฉันก็เผาได้แล้ว

ภพทั้งปวงหม่อมฉันก็ถอนได้แล้ว

หม่อมฉันตัดกิเลสเครื่องผูกพันได้แล้วอยู่อย่างผู้ไม่มีอาสวะ

ดุจพญาช้างตัดเครื่องพันธนาการได้แล้วอยู่อย่างอิสระ

[๘๙]

การที่หม่อมฉันมาในสำนักของพระพุทธเจ้า

เป็นการมาดีแล้วโดยแท้

วิชชา ๓ หม่อมฉันได้บรรลุแล้วโดยลำดับ

คำสั่งสอนของพระพุทธเจ้า หม่อมฉันก็ได้ทำสำเร็จแล้ว

[๙๐]

คุณวิเศษเหล่านี้ คือ ปฏิสัมภิทา ๔ วิโมกข์ ๘

และอภิญญา ๖ หม่อมฉันก็ได้ทำให้แจ้งแล้ว

คำสั่งสอนของพระพุทธเจ้า หม่อมฉันก็ได้ทำสำเร็จแล้ว ดังนี้แล

ได้ทราบว่า พระสัตตอุปปลมาลิกาภิกษุณีได้ภาษิตคาถาเหล่านี้ ด้วยประการฉะนี้

สัตตอุปปลมาลิกาเถริยาปทานที่ ๘ จบ

ที่มา: พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่มที่ ๓๓ จาก 84000.org

รายงานข้อผิดพลาด

ภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เป็นงานของมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย คัดมาตามต้นฉบับโดยไม่แก้ถ้อยคำ แสดงภายใต้ เงื่อนไขนี้ หากเจ้าของประสงค์ให้นำออก แจ้งที่ saddhammadana@gmail.com จะนำออกทันที

หัวข้อก่อนหน้า๗. กฏัจฉุภิกขาทายิกาเถริยาปทานกลับไปยังสารบัญเล่มที่ ๓๓๑. สุเมธาวรรคหัวข้อถัดไป๙. ปัญจทีปิกาเถริยาปทาน