ข้ามไปยังเนื้อหา
ธรรมคลัง
หน้าแรกหนังสือบทสวดพระไตรปิฎกชาดกหมวดธรรม
ENเข้าสู่ระบบสมัครสมาชิก
ธรรมคลัง

แหล่งรวมหนังสือ พระสูตร บทสวด และพระไตรปิฎก เพื่อการเรียนรู้ ฝึกฝน และการใช้ชีวิตอย่างมีสติในทุกวัน

เมนูหลัก

  • หน้าแรก
  • หนังสือ
  • บทสวด
  • พระไตรปิฎก
  • ชาดก
  • หมวดธรรม
  • ค้นหา

เกี่ยวกับเรา

  • เกี่ยวกับโครงการ
  • แหล่งที่มาของเนื้อหา
  • ร่วมสนับสนุน

บริการช่วยเหลือ

  • ที่เก็บไว้
  • สำรวจคลังธรรมะ
  • ฟังธรรม
  • API สำหรับนักพัฒนา
“
“สพฺพทานํ ธมฺมทานํ ชินาติ”การให้ธรรมเป็นทานย่อมชำนะการให้ทั้งปวง
ธรรมบท ๓๕๔

© ๒๕๖๙ ธรรมคลัง สงวนลิขสิทธิ์

  1. หน้าแรก
  2. /
  3. พระไตรปิฎก
  4. /
  5. เล่มที่ ๓๓
  6. /
  7. …
  8. /
  9. อปทาน
  10. /
  11. ๔๓. สกิงสัมมัชชกวรรค
  12. /
  13. ๓. เอกาสนทายกเถราปทาน

๓. เอกาสนทายกเถราปทาน

เล่มที่ ๓๓ · ข้อ ๑๓ · บรรทัด ๔๓๙

คัดจากพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย ตัวบทจาก 84000.org

ฉบับหลวงฉบับมหาจุฬาฯบาลีอักษรไทยPALI ROMANอรรถกถา
พรีวิว / พิมพ์ PDFโหมดอ่านต่อเนื่อง

ภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย

๓. เอกาสนทายกเถราปทาน

ประวัติในอดีตชาติของพระเอกาสนทายกเถระ

(พระเอกาสนทายกเถระ เมื่อจะประกาศประวัติในอดีตชาติของตน จึงกล่าวว่า)

[๓๖]

ในที่ไม่ไกลจากภูเขาหิมพานต์ มีภูเขาลูกหนึ่งชื่อกสิกะ

ข้าพเจ้าได้สร้างอาศรมและบรรณศาลาไว้อย่างสวยงาม

[๓๗]

ข้าพเจ้ามีนามว่านารทะ

แต่คนทั้งหลายเรียกว่ากัสสปะ

ครั้งนั้น ข้าพเจ้าแสวงหาทางบริสุทธิ์อาศัยอยู่ที่ภูเขากสิกะ

[๓๘]

พระชินเจ้าพระนามว่าปทุมุตตระ

ผู้ทรงถึงความสำเร็จแห่งธรรมทั้งปวง

ทรงประสงค์วิเวก จึงเสด็จมาทางอากาศ

[๓๙]

ข้าพเจ้าเห็นพระรัศมีของพระองค์ ผู้แสวงหาคุณอันยิ่งใหญ่

ซึ่งกำลังเสด็จมาเหนือยอดไม้

จึงจัดแจงเตียงไม้และปูลาดหนังสัตว์ไว้

[๔๐]

ครั้นปูลาดอาสนะเสร็จแล้วประนมมือเหนือศีรษะ

ประกาศถึงความโสมนัสแล้ว ได้กราบทูลอย่างนี้ว่า

[๔๑]

ข้าแต่พระองค์ผู้เป็นนักปราชญ์ ผู้ทรงเป็นผู้นำ

ขอพระองค์ผู้เป็นดังศัลยแพทย์ผู้ถอนลูกศร

ผู้เยียวยาความเดือดร้อน

ได้โปรดประทานการเยียวยาแก่ข้าพระองค์

ผู้ถูกความกำหนัดครอบงำด้วยเถิด

[๔๒]

ข้าแต่พระมุนี ชนเหล่าใดมีความต้องการบุญ

พบเห็นพระองค์ผู้เป็นพระพุทธเจ้าผู้ประเสริฐที่สุด

ชนเหล่านั้นย่อมถึงความสำเร็จประโยชน์ที่ยั่งยืน

(และ)เขาเหล่านั้นจะพึงเป็นผู้ไม่แก่

[๔๓]

ข้าพระองค์หาได้มีไทยธรรมถวายพระองค์ไม่

เพราะข้าพระองค์บริโภคผลไม้ที่หล่นเอง

ข้าพระองค์มีแต่อาสนะนี้

โปรดประทับนั่งบนเตียงไม้เถิด

[๔๔]

พระผู้มีพระภาค ผู้ไม่มีความสะดุ้ง ผู้เป็นดุจราชสีห์

ได้ประทับนั่งบนเตียงไม้แล้ว สักครู่จึงได้ตรัสคำนี้ว่า

[๔๕]

ท่านจงเบาใจเถิด อย่าได้กลัวเลย

ท่านได้แก้วมณีโชติรสแล้ว

อาสนะที่ท่านปรารถนาทั้งหมด

จักสำเร็จบริบูรณ์แก่ท่าน

[๔๖]

บุญที่บุคคลบำเพ็ญไว้ดีแล้วในเนื้อนาบุญอันยอดเยี่ยม

เป็นบุญไม่น้อยเลย

ผู้ที่ตั้งจิตไว้ดีแล้วสามารถจะถอนตนเองขึ้นได้

[๔๗]

ด้วยการถวายอาสนะนี้ และด้วยเจตนาที่ตั้งไว้มั่น

เขาจะไม่ตกนรกเลยตลอด ๑๐๐,๐๐๐ กัป

[๔๘]

เขาจักเป็นจอมเทพครองเทวสมบัติตลอด ๕๐ ชาติ

จักเป็นพระเจ้าจักรพรรดิ ๘๐ ชาติ

[๔๙]

และจักได้เป็นพระเจ้าประเทศราชอันไพบูลย์นับชาติไม่ถ้วน

จักมีความสุขในที่ทุกสถานเวียนว่ายตายเกิดอยู่ในสังสารวัฏ

[๕๐]

ครั้นพระสัมมาสัมพุทธเจ้าพระนามว่าปทุมุตตระ

ผู้เป็นนักปราชญ์ตรัสดังนี้แล้ว

ได้เสด็จเหาะขึ้นสู่ท้องฟ้า

เหมือนพญาหงส์ในอากาศ

[๕๑]

ยานคือช้าง ยานคือม้า

วอและคานหาม ข้าพเจ้าก็ได้รับมาครบถ้วน

นี้เป็นผลแห่งการถวายอาสนะที่เดียว

[๕๒]

เมื่อข้าพเจ้าเข้าป่าแล้วต้องการอาสนะ

บัลลังก์ดังจะรู้ความดำริของข้าพเจ้าก็ปรากฏขึ้น

[๕๓]

เมื่ออยู่ท่ามกลางน้ำต้องการที่นั่ง

บัลลังก์ดังจะรู้ความดำริของข้าพเจ้าก็ปรากฏขึ้น

[๕๔]

ข้าพเจ้าเกิดในกำเนิดใดๆ

คือจะเกิดเป็นเทวดาหรือมนุษย์ก็ตาม

บัลลังก์ ๑๐๐,๐๐๐ แวดล้อมข้าพเจ้าอยู่ทุกเมื่อ

[๕๕]

ข้าพเจ้าเวียนว่ายตายเกิดอยู่ในภพทั้ง ๒

คือ (๑) ภพเทวดา (๒) ภพมนุษย์

เกิดในตระกูลเพียง ๒ ตระกูล

คือ (๑) ตระกูลกษัตริย์ (๒) ตระกูลพราหมณ์

[๕๖]

ข้าพเจ้าถวายอาสนะเพียงที่เดียวในเนื้อนาบุญอันยอดเยี่ยม

รู้ทั่วถึงบัลลังก์คือธรรมแล้ว จึงอยู่อย่างผู้ไม่มีอาสวะ

[๕๗]

ใน ๑๐๐,๐๐๐ กัป นับจากกัปนี้ไป

ข้าพเจ้าได้ถวายทานไว้ในครั้งนั้น

จึงไม่รู้จักทุคติเลย

นี้เป็นผลแห่งการถวายอาสนะที่เดียว

[๕๘]

กิเลสทั้งหลายข้าพเจ้าก็เผาได้แล้ว

ภพทั้งปวงข้าพเจ้าก็ถอนได้แล้ว

ข้าพเจ้าตัดกิเลสเครื่องผูกพันได้แล้วอยู่อย่างผู้ไม่มีอาสวะ

ดุจพญาช้างตัดเครื่องพันธนาการได้แล้วอยู่อย่างอิสระ

[๕๙]

การที่ข้าพเจ้ามาในสำนักของพระพุทธเจ้า

เป็นการมาดีแล้วโดยแท้

วิชชา ๓ ข้าพเจ้าได้บรรลุแล้วโดยลำดับ

คำสั่งสอนของพระพุทธเจ้า ข้าพเจ้าก็ได้ทำสำเร็จแล้ว

[๖๐]

คุณวิเศษเหล่านี้ คือ ปฏิสัมภิทา ๔ วิโมกข์ ๘

และอภิญญา ๖ ข้าพเจ้าก็ได้ทำให้แจ้งแล้ว

คำสั่งสอนของพระพุทธเจ้า ข้าพเจ้าก็ได้ทำสำเร็จแล้ว ดังนี้แล

ได้ทราบว่า ท่านพระเอกาสนทายกเถระได้ภาษิตคาถาเหล่านี้ ด้วยประการฉะนี้

เอกาสนทายกเถราปทานที่ ๓ จบ

ที่มา: พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่มที่ ๓๓ จาก 84000.org

รายงานข้อผิดพลาด

ภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เป็นงานของมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย คัดมาตามต้นฉบับโดยไม่แก้ถ้อยคำ แสดงภายใต้ เงื่อนไขนี้ หากเจ้าของประสงค์ให้นำออก แจ้งที่ saddhammadana@gmail.com จะนำออกทันที

หัวข้อก่อนหน้า๒. เอกทุสสทายกเถราปทานกลับไปยังสารบัญเล่มที่ ๓๓๔๓. สกิงสัมมัชชกวรรคหัวข้อถัดไป๔. สัตตกทัมพปุปผิยเถราปทาน