ข้ามไปยังเนื้อหา
ธรรมคลัง
หน้าแรกหนังสือบทสวดพระไตรปิฎกชาดกหมวดธรรม
ENเข้าสู่ระบบสมัครสมาชิก
ธรรมคลัง

แหล่งรวมหนังสือ พระสูตร บทสวด และพระไตรปิฎก เพื่อการเรียนรู้ ฝึกฝน และการใช้ชีวิตอย่างมีสติในทุกวัน

เมนูหลัก

  • หน้าแรก
  • หนังสือ
  • บทสวด
  • พระไตรปิฎก
  • ชาดก
  • หมวดธรรม
  • ค้นหา

เกี่ยวกับเรา

  • เกี่ยวกับโครงการ
  • แหล่งที่มาของเนื้อหา
  • ร่วมสนับสนุน

บริการช่วยเหลือ

  • ที่เก็บไว้
  • สำรวจคลังธรรมะ
  • ฟังธรรม
  • API สำหรับนักพัฒนา
“
“สพฺพทานํ ธมฺมทานํ ชินาติ”การให้ธรรมเป็นทานย่อมชำนะการให้ทั้งปวง
ธรรมบท ๓๕๔

© ๒๕๖๙ ธรรมคลัง สงวนลิขสิทธิ์

  1. หน้าแรก
  2. /
  3. พระไตรปิฎก
  4. /
  5. เล่มที่ ๓๓
  6. /
  7. …
  8. /
  9. เถรีอปทาน
  10. /
  11. ๒. เอกุโปสถวรรค
  12. /
  13. ๔. เอกาสนทายิกาเถริยาปทาน

๔. เอกาสนทายิกาเถริยาปทาน

เล่มที่ ๓๓ · ข้อ ๑๕๔ · บรรทัด ๔๓๖๖

คัดจากพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย ตัวบทจาก 84000.org

ฉบับหลวงฉบับมหาจุฬาฯบาลีอักษรไทยPALI ROMANอรรถกถา
พรีวิว / พิมพ์ PDFโหมดอ่านต่อเนื่อง

ภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย

๔. เอกาสนทายิกาเถริยาปทาน

ประวัติในอดีตชาติของพระเอกาสนทายิกาเถรี

(พระเอกาสนทายิกาเถรี เมื่อจะประกาศประวัติในอดีตชาติของตน จึงกล่าวว่า)

[๓๗]

ครั้งนั้น หม่อมฉันได้เป็นหญิงร้อยพวงมาลัยอยู่ในกรุงหงสวดี

มารดาบิดาของหม่อมฉันไปทำงาน

[๓๘]

หม่อมฉันได้เห็นพระสมณะกำลังเดินไปตามถนน

ในเวลาเที่ยงวัน จึงได้ปูลาดอาสนะถวาย

[๓๙]

ครั้นปูลาดอาสนะด้วยผ้าโกเชาว์อันวิจิตรเป็นต้นแล้ว

เป็นผู้มีจิตเลื่อมใส มีใจยินดีกล่าวดังนี้ว่า

[๔๐]

‘ภูมิภาคร้อนระอุ เวลาเที่ยงวัน

ลมก็ไม่รำเพยพัด และเวลาก็จะล่วงเลยแล้ว

[๔๑]

ข้าแต่พระมหามุนี อาสนะนี้หม่อมฉันปูลาดไว้เพื่อพระองค์

ขอพระองค์ได้โปรดอนุเคราะห์ นั่งบนอาสนะของหม่อมฉันเถิด’

[๔๒]

พระสมณะผู้ฝึกตนดีแล้ว มีใจบริสุทธิ์ ได้นั่งบนอาสนะนั้น

หม่อมฉันรับบาตรของท่านแล้ว ได้ถวายบิณฑบาตตามที่ตนหุงต้มไว้

[๔๓]

ด้วยกรรมที่หม่อมฉันได้ทำไว้ดีแล้วนั้น

และด้วยเจตนาที่ตั้งไว้มั่น

หม่อมฉันละกายมนุษย์แล้ว

จึงได้ไปเกิดในสวรรค์ชั้นดาวดึงส์

[๔๔]

ในสวรรค์ชั้นดาวดึงส์

วิมานสูง ๖๐ โยชน์ กว้าง ๓๐ โยชน์

ซึ่งบุญกรรมเนรมิตสร้างขึ้นอย่างสวยงาม

เพื่อหม่อมฉันเพราะ(การปูลาด)อาสนะ

[๔๕]

บัลลังก์ของหม่อมฉันมีหลายชนิด

คือบัลลังก์ทองคำ บัลลังก์แก้วมณี

บัลลังก์แก้วผลึก และบัลลังก์แก้วทับทิม

[๔๖]

บัลลังก์ของหม่อมฉันปูลาดด้วยเครื่องลาดที่ยัดด้วยนุ่น

ด้วยเครื่องลาดอันวิจิตรด้วยรูปราชสีห์และเสือโคร่งเป็นต้น ๑- ก็มี

ด้วยเครื่องลาดแกมไหมประดับด้วยเพชรพลอยก็มี

ด้วยเครื่องลาดมีขนตั้งขึ้นด้านเดียวก็มี

[๔๗]

หม่อมฉันเพียบพร้อมด้วยความร่าเริงสนุกสนาน

ไปได้ตามที่หม่อมฉันปรารถนา

พร้อมกับบัลลังก์อันประเสริฐในคราวที่หม่อมฉันต้องการจะไป

[๔๘]

หม่อมฉันได้เป็นพระมเหสีของท้าวเทวราช ๘๐ พระองค์

และได้เป็นพระมเหสีของพระเจ้าจักรพรรดิ ๗๐ พระองค์

[๔๙]

เมื่อหม่อมฉันยังเวียนว่ายตายเกิดอยู่ในภพน้อยภพใหญ่

ได้โภคสมบัติมากมาย

หม่อมฉันไม่มีความบกพร่องด้วยโภคสมบัติเลย

นี้เป็นผลแห่งการปูลาดอาสนะที่เดียวถวาย

[๕๐]

หม่อมฉันเวียนว่ายตายเกิดอยู่ใน ๒ ภพ

คือ (๑) ภพเทวดา (๒) ภพมนุษย์

ภพอื่นหม่อมฉันไม่รู้จักเลย

นี้เป็นผลแห่งการปูลาดอาสนะที่เดียวถวาย

[๕๑]

หม่อมฉันเกิดเฉพาะใน ๒ ตระกูล

คือ (๑) ตระกูลกษัตริย์ (๒) ตระกูลพราหมณ์

หม่อมฉันเกิดในตระกูลสูงทุกๆ ภพ

นี้เป็นผลแห่งการปูลาดอาสนะที่เดียวถวาย

@เชิงอรรถ :

@๑ ด้วยเครื่องลาดอันวิจิตรด้วยรูปราชสีห์และเสือโคร่งเป็นต้น แปลมาจากศัพท์ว่า วิกติกา

@(ตามนัยอภิธานัปปทีปิกา ๓๑๔/๘๔)

[๕๒]

ความโทมนัสที่ทำจิตของหม่อมฉันให้เร่าร้อนหม่อมฉันก็ไม่รู้จัก

ความเป็นผู้มีผิวพรรณทรามหม่อมฉันก็ไม่รู้จัก

นี้เป็นผลแห่งการปูลาดอาสนะที่เดียวถวาย

[๕๓]

พี่เลี้ยงนางนม หญิงค่อม และหญิงรับใช้จำนวนมาก

ต่างก็ปรนนิบัติหม่อมฉัน หม่อมฉันถูกพี่เลี้ยงต่างผลัดกันอุ้ม

นี้เป็นผลแห่งการปูลาดอาสนะที่เดียวถวาย

[๕๔]

พี่เลี้ยงพวกหนึ่งอาบน้ำให้หม่อมฉัน

พวกหนึ่งคอยป้อนข้าวหม่อมฉัน

พวกหนึ่งประดับตกแต่งหม่อมฉัน

พวกหนึ่งชวนหม่อมฉันให้รื่นรมย์ทุกเวลา

พวกหนึ่งลูบไล้ของหอมให้

นี้เป็นผลแห่งการปูอาสนะที่เดียวถวาย

[๕๕]

บัลลังก์ดังจะรู้ความดำริของหม่อมฉันผู้อยู่ที่มณฑป

โคนไม้ หรือที่เรือนว่าง ย่อมปรากฏขึ้น

[๕๖]

ภพนี้เป็นภพสุดท้ายของหม่อมฉัน

ภพสุดท้ายกำลังเป็นไปอยู่

แม้ในวันนี้หม่อมฉันก็สละราชสมบัติออกบวชเป็นบรรพชิต

[๕๗]

ในกัปที่ ๑๐๐,๐๐๐ นับจากกัปนี้ไป

หม่อมฉันได้ถวายทานไว้ในครั้งนั้น

จึงไม่รู้จักทุคติเลย

นี้เป็นผลแห่งการปูอาสนะที่เดียวถวาย

[๕๘]

กิเลสทั้งหลายหม่อมฉันก็เผาได้แล้ว

ภพทั้งปวงหม่อมฉันก็ถอนได้แล้ว

หม่อมฉันตัดกิเลสเครื่องผูกพันได้แล้วอยู่อย่างผู้ไม่มีอาสวะ

ดุจพญาช้างตัดเครื่องพันธนาการได้แล้วอยู่อย่างอิสระ

[๕๙]

การที่หม่อมฉันมาในสำนักของพระพุทธเจ้าผู้ประเสริฐที่สุด

เป็นการมาดีแล้วโดยแท้

วิชชา ๓ หม่อมฉันได้บรรลุแล้วโดยลำดับ

คำสั่งสอนของพระพุทธเจ้า หม่อมฉันก็ได้ทำสำเร็จแล้ว

[๖๐]

คุณวิเศษเหล่านี้ คือ ปฏิสัมภิทา ๔ วิโมกข์ ๘

และอภิญญา ๖ หม่อมฉันก็ได้ทำให้แจ้งแล้ว

คำสั่งสอนของพระพุทธเจ้า หม่อมฉันก็ได้ทำสำเร็จแล้ว ดังนี้แล

ได้ทราบว่า พระเอกาสนทายิกาภิกษุณีได้ภาษิตคาถาเหล่านี้ ด้วยประการฉะนี้

เอกาสนทายิกาเถริยาปทานที่ ๔ จบ

ที่มา: พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่มที่ ๓๓ จาก 84000.org

รายงานข้อผิดพลาด

ภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เป็นงานของมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย คัดมาตามต้นฉบับโดยไม่แก้ถ้อยคำ แสดงภายใต้ เงื่อนไขนี้ หากเจ้าของประสงค์ให้นำออก แจ้งที่ saddhammadana@gmail.com จะนำออกทันที

หัวข้อก่อนหน้า๓. โมทกทายิกาเถริยาปทานกลับไปยังสารบัญเล่มที่ ๓๓๒. เอกุโปสถวรรคหัวข้อถัดไป๕. ปัญจทีปทายิกาเถริยาปทาน