ข้ามไปยังเนื้อหา
ธรรมคลัง
หน้าแรกหนังสือบทสวดพระไตรปิฎกชาดกหมวดธรรม
ENเข้าสู่ระบบสมัครสมาชิก
ธรรมคลัง

แหล่งรวมหนังสือ พระสูตร บทสวด และพระไตรปิฎก เพื่อการเรียนรู้ ฝึกฝน และการใช้ชีวิตอย่างมีสติในทุกวัน

เมนูหลัก

  • หน้าแรก
  • หนังสือ
  • บทสวด
  • พระไตรปิฎก
  • ชาดก
  • หมวดธรรม
  • ค้นหา

เกี่ยวกับเรา

  • เกี่ยวกับโครงการ
  • แหล่งที่มาของเนื้อหา
  • ร่วมสนับสนุน

บริการช่วยเหลือ

  • ที่เก็บไว้
  • สำรวจคลังธรรมะ
  • ฟังธรรม
  • API สำหรับนักพัฒนา
“
“สพฺพทานํ ธมฺมทานํ ชินาติ”การให้ธรรมเป็นทานย่อมชำนะการให้ทั้งปวง
ธรรมบท ๓๕๔

© ๒๕๖๙ ธรรมคลัง สงวนลิขสิทธิ์

  1. หน้าแรก
  2. /
  3. พระไตรปิฎก
  4. /
  5. เล่มที่ ๓๓
  6. /
  7. …
  8. /
  9. เถรีอปทาน
  10. /
  11. ๓. กุณฑลเกสวรรค
  12. /
  13. ๓. ธรรมทินนาเถริยาปทาน

๓. ธรรมทินนาเถริยาปทาน

เล่มที่ ๓๓ · ข้อ ๑๖๓ · บรรทัด ๕๔๗๗

คัดจากพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย ตัวบทจาก 84000.org

ฉบับหลวงฉบับมหาจุฬาฯบาลีอักษรไทยPALI ROMANอรรถกถา
พรีวิว / พิมพ์ PDFโหมดอ่านต่อเนื่อง

ภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย

๓. ธัมมทินนาเถริยาปทาน

ประวัติในอดีตชาติของพระธรรมทินนาเถรี

(พระธรรมทินนาเถรี เมื่อจะประกาศประวัติในอดีตชาติของตน จึงกล่าวว่า)

[๙๕]

พระชินเจ้าพระนามว่าปทุมุตตระ

ผู้ถึงความสำเร็จแห่งธรรมทั้งปวง ทรงเป็นผู้นำ

เสด็จอุบัติขึ้นแล้วในกัปที่ ๑๐๐,๐๐๐ นับจากกัปนี้ไป

[๙๖]

ครั้งนั้น หม่อมฉันเกิดในตระกูลหนึ่งในกรุงหงสวดี

เป็นผู้มีปัญญา สำรวมอยู่ในศีล รับจ้างทำงานของคนอื่น

[๙๗]

พระเถระนามว่าสุชาตะ

อัครสาวกของพระพุทธเจ้าพระนามว่าปทุมุตตระ

ออกจากวิหารไปบิณฑบาต

[๙๘]

ครั้งนั้น หม่อมฉันเป็นคนหาบน้ำ ถือหม้อน้ำเดินไปอยู่

เห็นท่านแล้วเลื่อมใส ได้ถวายขนมด้วยมือของตน

[๙๙]

ท่านรับแล้วนั่งฉัน ณ ที่นั้นเอง

แต่นั้นหม่อมฉันนิมนต์ท่านไปยังเรือน

ได้ถวายโภชนาหารแก่ท่าน

[๑๐๐]

จากนั้น เจ้านายของหม่อมฉันมีความยินดีแล้ว

ได้แต่งหม่อมฉันเป็นลูกสะใภ้ของตน

หม่อมฉันได้ไปถวายอภิวาทพระสัมมาสัมพุทธเจ้าพร้อมกับแม่ผัว

[๑๐๑]

ครั้งนั้น พระสัมมาสัมพุทธเจ้าพระองค์นั้น

ทรงประกาศแต่งตั้งภิกษุณีรูปหนึ่ง

ผู้เป็นธรรมกถึกไว้ในเอตทัคคะ

หม่อมฉันได้ฟังพุทธดำรัสนั้นแล้วมีความเบิกบาน

[๑๐๒]

ได้ทูลนิมนต์พระสุคตทรงเป็นผู้นำสัตว์โลก พร้อมทั้งพระสงฆ์

ถวายมหาทานแล้ว ปรารถนาตำแหน่งนั้น

[๑๐๓]

ลำดับนั้น พระสุคตผู้มีพระสุระเสียงไพเราะดุจเมฆคำรน

ได้ตรัสกับหม่อมฉันว่า ‘เธอจงยินดีบำรุง อังคาสเราพร้อมทั้งพระสงฆ์

[๑๐๔]

ขวนขวายในการสดับพระสัทธรรม

มีใจเจริญด้วยคุณธรรม เธอผู้เจริญ

เธอจงเป็นผู้เบิกบานเถิด เธอจักได้ตำแหน่งนั้น

ซึ่งเป็นผลแห่งความปรารถนา

[๑๐๕]

ในกัปที่ ๑๐๐,๐๐๐ นับจากกัปนี้ไป

พระศาสดาพระนามว่าโคดม ตามพระโคตร

ทรงสมภพในราชสกุลโอกกากราช จักอุบัติขึ้นในโลก

[๑๐๖]

สตรีผู้นี้จักมีนามปรากฏว่าธรรมทินนา

เป็นธรรมทายาท เป็นโอรสที่ธรรมเนรมิต

จักเป็นสาวิกาของพระศาสดาพระองค์นั้น’

[๑๐๗]

หม่อมฉันได้ฟังพุทธพยากรณ์นั้นแล้วเป็นผู้มีความยินดี

มีจิตประกอบด้วยเมตตา บำรุงพระมหามุนี

ผู้ทรงเป็นผู้นำวิเศษด้วยปัจจัยทั้งหลายจนตลอดชีวิต

[๑๐๘]

ด้วยกรรมที่หม่อมฉันได้ทำไว้ดีแล้วนั้น

และด้วยเจตนาที่ตั้งไว้มั่น

หม่อมฉันละกายมนุษย์แล้ว

จึงได้ไปเกิดในสวรรค์ชั้นดาวดึงส์

[๑๐๙]

ในภัทรกัปนี้ พระพุทธเจ้า ผู้เป็นเผ่าพันธุ์ของพราหมณ์

มีพระยศยิ่งใหญ่ พระนามว่ากัสสปะ ตามพระโคตร

ประเสริฐกว่าเจ้าลัทธิทั้งหลายเสด็จอุบัติขึ้นแล้ว

[๑๑๐]

ครั้งนั้น พระเจ้ากาสีพระนามว่ากิกี

ทรงเป็นใหญ่กว่านรชนในกรุงพาราณสีที่ประเสริฐสุด

ทรงเป็นอุปัฏฐากของพระพุทธเจ้าผู้แสวงหาคุณอันยิ่งใหญ่

[๑๑๑]

หม่อมฉันเป็นธิดาคนที่ ๖ ของพระองค์

มีนามปรากฏว่าสุธรรมา ได้ฟังธรรมของพระชินเจ้าผู้เลิศแล้ว

พอใจการบรรพชา

[๑๑๒]

แต่พระชนกนาถมิได้ทรงอนุญาตให้หม่อมฉันทั้งหลายบวช

ครั้งนั้น หม่อมฉันทั้งหลายไม่เกียจคร้าน ครองเรือนอยู่ ๒๐,๐๐๐ ปี

ภาณวารที่ ๓ จบ

[๑๑๓]

พระราชกัญญาทั้ง ๗ องค์

มีความสุข ประพฤติพรหมจรรย์ตั้งแต่ยังเป็นกุมารี

เพลิดเพลินยินดีอุปัฏฐากพระพุทธเจ้า

[๑๑๔]

คือ (๑) พระนางสมณี (๒) พระนางสมณคุตตา

(๓) พระนางภิกษุณี (๔) พระนางภิกขุทาสิกา

(๕) พระนางธรรมา (๖) พระนางสุธรรมา

(๗) พระนางสังฆทาสิกา

[๑๑๕]

(พระราชธิดาทั้ง ๗ นั้นได้กลับชาติมาเกิด)

คือ พระเขมาเถรี ๑ พระอุบลวรรณาเถรี ๑

พระปฏาจาราเถรี ๑ พระกุณฑลเกสีเถรี ๑

หม่อมฉัน ๑ พระกีสาโคตมีเถรี ๑

และคนที่ ๗ เป็นวิสาขามหาอุบาสิกา

[๑๑๖]

ด้วยกรรมทั้งหลายที่หม่อมฉันได้ทำไว้ดีแล้วนั้น

และด้วยเจตนาที่ตั้งไว้มั่น

หม่อมฉันละกายมนุษย์แล้ว

จึงได้ไปเกิดในสวรรค์ชั้นดาวดึงส์

[๑๑๗]

บัดนี้ เป็นภพสุดท้าย หม่อมฉันเกิดในตระกูลเศรษฐี

ที่มีความเจริญมั่งคั่งให้สำเร็จความประสงค์ทั้งปวง

ในกรุงราชคฤห์ที่ประเสริฐสุด

[๑๑๘]

ในคราวที่หม่อมฉันดำรงอยู่ในปฐมวัยรุ่นสาว

ประกอบด้วยรูปสมบัติ ได้ไปสู่ตระกูลอื่น (แต่งงาน)

เป็นผู้เพียบพร้อมด้วยความสุขอยู่

[๑๑๙]

สามีของหม่อมฉันเป็นผู้มีความรู้ดี

เข้าไปเฝ้าพระพุทธเจ้าผู้เป็นที่พึ่งของสัตว์โลก

สดับพระธรรมเทศนาแล้วได้บรรลุอนาคามิผล

[๑๒๐]

ครั้งนั้น หม่อมฉันได้ขออนุญาตสามีนั้นแล้ว

ออกบวชเป็นบรรพชิต โดยกาลไม่นานนักก็ได้บรรลุอรหัตตผล

[๑๒๑]

ครั้งนั้น สามีผู้เป็นอุบาสกนั้นได้เข้าไปหาหม่อมฉันแล้ว

ได้ถามปัญหาที่ละเอียดลึกซึ้งมาก

หม่อมฉันแก้ปัญหาทั้งหมดนั้นได้

[๑๒๒]

พระชินเจ้าทรงพอพระทัยในคุณสมบัตินั้น

จึงทรงตั้งหม่อมฉันไว้ในเอตทัคคะด้วยพระดำรัสว่า

‘เรามิได้เห็นภิกษุณีรูปอื่น ผู้เป็นพระธรรมกถึก

เหมือนภิกษุณีธัมมทินนานี้เลย

[๑๒๓]

ภิกษุทั้งหลาย เธอทั้งหลายจงทรงจำ

ภิกษุณีธรรมทินนาว่าเป็นนักปราชญ์’

หม่อมฉันอันพระผู้มีพระภาคผู้ทรงเป็นผู้นำทรงอนุเคราะห์แล้ว

ชื่อว่าเป็นบัณฑิตอย่างนี้

[๑๒๔]

พระศาสดาหม่อมฉันก็ปรนนิบัติแล้ว

คำสั่งสอนของพระพุทธเจ้า หม่อมฉันได้ทำแล้ว

ภาระอันหนักหม่อมฉันก็ปลงลงได้แล้ว

ตัณหาที่นำไปสู่ภพหม่อมฉันก็ถอนได้แล้ว

[๑๒๕]

กุลบุตรกุลธิดาออกจากเรือนบวชเป็นบรรพชิตเพื่อประโยชน์ใด

ประโยชน์นั้นคือความสิ้นสังโยชน์ทั้งปวง

หม่อมฉันได้บรรลุแล้วโดยลำดับ

[๑๒๖]

หม่อมฉันเป็นผู้มีความชำนาญในฤทธิ์

ในทิพพโสตธาตุและในเจโตปริยญาณ

เป็นผู้ปฏิบัติตามคำสั่งสอนของพระพุทธเจ้า

[๑๒๗]

รู้ปุพเพนิวาสานุสสติญาณ

ทิพยจักษุหม่อมฉันก็ชำระให้หมดจดแล้ว

หม่อมฉันทำอาสวะทั้งปวงให้สิ้นแล้ว

เป็นผู้บริสุทธิ์สะอาดปราศจากมลทิน

[๑๒๘]

กิเลสทั้งหลายหม่อมฉันก็ได้เผาแล้ว

ภพทั้งปวงหม่อมฉันก็ถอนได้แล้ว

หม่อมฉันตัดกิเลสเครื่องผูกพันได้แล้วอยู่อย่างผู้ไม่มีอาสวะ

ดุจพญาช้างตัดเครื่องพันธนาการได้แล้วอยู่อย่างอิสระ

[๑๒๙]

การที่หม่อมฉันมาในสำนักของพระพุทธเจ้าผู้ประเสริฐที่สุด

เป็นการมาดีแล้วโดยแท้

วิชชา ๓ หม่อมฉันได้บรรลุแล้วโดยลำดับ

คำสั่งสอนของพระพุทธเจ้า หม่อมฉันก็ได้ทำสำเร็จแล้ว

[๑๓๐]

คุณวิเศษเหล่านี้ คือ ปฏิสัมภิทา ๔ วิโมกข์ ๘

และอภิญญา ๖ หม่อมฉันก็ได้ทำให้แจ้งแล้ว

คำสั่งสอนของพระพุทธเจ้า หม่อมฉันก็ได้ทำสำเร็จแล้ว ดังนี้แล

ได้ทราบว่า พระธรรมทินนาภิกษุณีได้ภาษิตคาถาเหล่านี้ ด้วยประการฉะนี้

ธัมมทินนาเถริยาปทานที่ ๓ จบ

ที่มา: พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่มที่ ๓๓ จาก 84000.org

รายงานข้อผิดพลาด

ภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เป็นงานของมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย คัดมาตามต้นฉบับโดยไม่แก้ถ้อยคำ แสดงภายใต้ เงื่อนไขนี้ หากเจ้าของประสงค์ให้นำออก แจ้งที่ saddhammadana@gmail.com จะนำออกทันที

หัวข้อก่อนหน้า๒. กิสาโคตมีเถริยาปทานกลับไปยังสารบัญเล่มที่ ๓๓๓. กุณฑลเกสวรรคหัวข้อถัดไป๔. สกุลาเถริยาปทาน