ข้ามไปยังเนื้อหา
ธรรมคลัง
หน้าแรกหนังสือบทสวดพระไตรปิฎกชาดกหมวดธรรม
ENเข้าสู่ระบบสมัครสมาชิก
ธรรมคลัง

แหล่งรวมหนังสือ พระสูตร บทสวด และพระไตรปิฎก เพื่อการเรียนรู้ ฝึกฝน และการใช้ชีวิตอย่างมีสติในทุกวัน

เมนูหลัก

  • หน้าแรก
  • หนังสือ
  • บทสวด
  • พระไตรปิฎก
  • ชาดก
  • หมวดธรรม
  • ค้นหา

เกี่ยวกับเรา

  • เกี่ยวกับโครงการ
  • แหล่งที่มาของเนื้อหา
  • ร่วมสนับสนุน

บริการช่วยเหลือ

  • ที่เก็บไว้
  • สำรวจคลังธรรมะ
  • ฟังธรรม
  • API สำหรับนักพัฒนา
“
“สพฺพทานํ ธมฺมทานํ ชินาติ”การให้ธรรมเป็นทานย่อมชำนะการให้ทั้งปวง
ธรรมบท ๓๕๔

© ๒๕๖๙ ธรรมคลัง สงวนลิขสิทธิ์

  1. หน้าแรก
  2. /
  3. พระไตรปิฎก
  4. /
  5. เล่มที่ ๓๓
  6. /
  7. …
  8. /
  9. เถรีอปทาน
  10. /
  11. ๓. กุณฑลเกสวรรค
  12. /
  13. ๔. สกุลาเถริยาปทาน

๔. สกุลาเถริยาปทาน

เล่มที่ ๓๓ · ข้อ ๑๖๔ · บรรทัด ๕๕๔๔

คัดจากพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย ตัวบทจาก 84000.org

ฉบับหลวงฉบับมหาจุฬาฯบาลีอักษรไทยPALI ROMANอรรถกถา
พรีวิว / พิมพ์ PDFโหมดอ่านต่อเนื่อง

ภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย

๔. สกุลาเถริยาปทาน

ประวัติในอดีตชาติของพระสกุลาเถรี

(พระสกุลาเถรี เมื่อจะประกาศประวัติในอดีตชาติของตน จึงกล่าวว่า)

[๑๓๑]

พระชินเจ้าพระนามว่าปทุมุตตระ

ผู้ถึงความสำเร็จแห่งธรรมทั้งปวง ทรงเป็นผู้นำ

เสด็จอุบัติขึ้นแล้วในกัปที่ ๑๐๐,๐๐๐ นับจากกัปนี้ไป

[๑๓๒]

พระองค์เป็นผู้ประเสริฐกว่าเจ้าลัทธิทั้งหลาย

เป็นบุรุษอาชาไนย

ทรงปฏิบัติเพื่อเกื้อกูล เพื่อความสุข

เพื่อประโยชน์แก่สรรพสัตว์ในโลกพร้อมทั้งเทวโลก

[๑๓๓]

พระชินเจ้า ผู้มีพระยศอันเลิศ มีพระสิริ

มีพระเกียรติคุณฟุ้งขจรไป อันชาวโลกทั้งปวงบูชาแล้ว

มีพระคุณปรากฏไปทั่วทิศ

[๑๓๔]

พระองค์ทรงข้ามพ้นความสงสัยแล้ว

ทรงล่วงความเคลือบแคลงแล้ว

มีความดำริในพระหทัยบริบูรณ์เต็มที่

ทรงบรรลุสัมโพธิญาณที่ประเสริฐสุด

[๑๓๕]

พระองค์ทรงเป็นผู้สูงสุดแห่งนระ

ทรงทำมรรคที่ยังไม่เกิดให้เกิดขึ้น

ตรัสบอกมรรคที่ยังไม่มีใครบอก

ทรงทำธรรมที่ยังไม่เกิดให้เกิดพร้อม

[๑๓๖]

พระองค์ทรงรู้มรรค รู้แจ้งมรรค

ตรัสบอกมรรค เป็นผู้องอาจกว่านรชน

เป็นพระศาสดาผู้ฉลาดในมรรค

ผู้ประเสริฐสูงสุด ในบรรดาสารถีทั้งหลาย

[๑๓๗]

ผู้ประกอบด้วยพระมหากรุณา ผู้เป็นที่พึ่ง ทรงเป็นผู้นำ

ทรงแสดงธรรมถอนเหล่าสัตว์ผู้จมอยู่ในเปือกตมคือกาม

[๑๓๘]

ครั้งนั้น หม่อมฉันเกิดเป็นนางกษัตริย์ในกรุงหงสวดี

มีนามว่านันทนา

มีรูปสวย รวยทรัพย์ น่าเอ็นดู มีสิริ

[๑๓๙]

เป็นธิดาของมหาราชพระนามว่าอานันทะ งดงามอย่างยิ่ง

เป็นภคินีต่างมารดาของพระพุทธเจ้าพระนามว่าปทุมุตตระ

[๑๔๐]

ห้อมล้อมด้วยราชกัญญาทั้งหลาย

ประดับด้วยเครื่องอาภรณ์ทุกชนิด

เข้าไปเฝ้าพระมหาวีระ ได้ฟังพระธรรมเทศนา

[๑๔๑]

ครั้งนั้น พระมหาวีรเจ้าพระองค์นั้นผู้ทรงรู้แจ้งโลก

ทรงตั้งภิกษุณีรูปหนึ่ง ผู้มีทิพยจักษุไว้ในเอตทัคคะ

ในท่ามกลางบริษัท ๔

[๑๔๒]

หม่อมฉันได้ฟังพุทธดำรัสนั้นแล้ว มีความร่าเริง

ถวายทานแด่พระศาสดาและบูชาพระสัมมาสัมพุทธเจ้าแล้ว

ได้ปรารถนาทิพยจักษุ

[๑๔๓]

จากนั้น พระศาสดาได้ตรัสกับหม่อมฉันว่า

‘นันทนา เธอจักได้ตำแหน่งตามที่เธอปรารถนา

ตำแหน่งที่เธอปรารถนานี้เป็นผลแห่งประทีปธรรมและทาน

[๑๔๔]

ในกัปที่ ๑๐๐,๐๐๐ นับจากกัปนี้ไป

พระศาสดาพระนามว่าโคดม ตามพระโคตร

ทรงสมภพในราชสกุลโอกกากราช จักอุบัติขึ้นในโลก

[๑๔๕]

สตรีผู้นี้จักมีนามว่าสกุลา

เป็นธรรมทายาท เป็นโอรสที่ธรรมเนรมิต

จักเป็นสาวิกาของพระศาสดาพระองค์นั้น’

[๑๔๖]

ด้วยกรรมที่หม่อมฉันได้ทำไว้ดีแล้วนั้น

และด้วยเจตนาที่ตั้งไว้มั่น

หม่อมฉันละกายมนุษย์แล้ว

จึงได้ไปเกิดในสวรรค์ชั้นดาวดึงส์

[๑๔๗]

ในภัทรกัปนี้ พระพุทธเจ้าผู้เป็นเผ่าพันธุ์ของพราหมณ์

มีพระยศยิ่งใหญ่พระนามว่ากัสสปะ ตามพระโคตร

ประเสริฐกว่าเจ้าลัทธิทั้งหลาย เสด็จอุบัติขึ้นแล้ว

[๑๔๘]

ครั้งนั้น หม่อมฉันเป็นปริพาชิกา ประพฤติอยู่ผู้เดียว

เที่ยวภิกขาจารได้เพียงน้ำมัน

[๑๔๙]

มีใจผ่องใส ใช้น้ำมันนั้นตามประทีปบูชา

พระเจดีย์ชื่อว่าสัพพสังวร

ของพระพุทธเจ้าผู้เลิศกว่าเทวดาและมนุษย์

[๑๕๐]

ด้วยกรรมที่หม่อมฉันได้ทำไว้ดีแล้วนั้น

และด้วยเจตนาที่ตั้งไว้มั่น

หม่อมฉันละกายมนุษย์แล้ว

จึงได้ไปเกิดในสวรรค์ชั้นดาวดึงส์

[๑๕๑]

เพราะอำนาจแห่งกรรมนั้น หม่อมฉันเกิดในที่ใดๆ

ประทีปเป็นอันมากส่องแสงสว่างเพื่อหม่อมฉันผู้อยู่ในที่นั้นๆ

[๑๕๒]

หม่อมฉันเห็นสิ่งที่อยู่นอกฝาหรือสิ่งที่อยู่นอกกำแพง

และเห็นทะลุภูเขาตามที่ปรารถนา

นี้เป็นผลแห่งการถวายประทีป

[๑๕๓]

หม่อมฉันมีนัยน์ตาแจ่มใส รุ่งเรืองด้วยยศ

มีศรัทธา มีปัญญา

นี้เป็นผลแห่งการถวายประทีป

[๑๕๔]

บัดนี้ เป็นภพสุดท้าย หม่อมฉันเกิดในตระกูลมหาศาล

มีทรัพย์และข้าวเปลือกมากมาย

ที่มหาชนยินดี พระราชาทรงบูชา (ยกย่อง)

[๑๕๕]

หม่อมฉันผู้สมบูรณ์ด้วยอวัยวะทั้งปวง

ประดับด้วยเครื่องอาภรณ์ทุกชนิด ยืนอยู่ที่หน้าต่าง

ได้เห็นพระสุคตเสด็จเข้าไปในเมือง

[๑๕๖]

พระองค์ทรงรุ่งเรืองด้วยพระยศ

อันเทวดาและมนุษย์สักการบูชา

ทรงสมบูรณ์ด้วยอนุพยัญชนะ

ประดับด้วยพระลักษณะทั้งหลาย

[๑๕๗]

หม่อมฉันมีจิตเบิกบาน มีใจยินดี

บวชแล้วไม่นานก็ได้บรรลุอรหัตตผล

[๑๕๘]

หม่อมฉันเป็นผู้มีความชำนาญในฤทธิ์

ในทิพพโสตธาตุและในเจโตปริยญาณ

เป็นผู้ปฏิบัติตามคำสั่งสอนของพระศาสดา

[๑๕๙]

รู้ปุพเพนิวาสานุสสติญาณ

ทิพยจักษุหม่อมฉันก็ชำระให้หมดจดแล้ว

หม่อมฉันทำอาสวะทั้งปวงให้สิ้นแล้ว

เป็นผู้บริสุทธิ์สะอาดปราศจากมลทิน

[๑๖๐]

พระศาสดาหม่อมฉันก็ปรนนิบัติแล้ว

คำสั่งสอนของพระพุทธเจ้า หม่อมฉันได้ทำแล้ว

ภาระอันหนักหม่อมฉันก็ปลงลงได้แล้ว

ตัณหาที่นำไปสู่ภพหม่อมฉันก็ถอนได้แล้ว

[๑๖๑]

กุลบุตรกุลธิดาออกจากเรือนบวชเป็นบรรพชิตเพื่อประโยชน์ใด

ประโยชน์นั้นคือความสิ้นสังโยชน์ทั้งปวง

หม่อมฉันได้บรรลุแล้วโดยลำดับ

[๑๖๒]

จากนั้น พระผู้มีพระภาคผู้ประกอบด้วยพระมหากรุณา

ผู้สูงสุดแห่งนรชน ทรงตั้งหม่อมฉันไว้ในเอตทัคคะว่า

‘สกุลาภิกษุณีเป็นผู้เลิศกว่าบรรดาภิกษุณีทั้งหลายฝ่ายผู้มีทิพยจักษุ’

[๑๖๓]

กิเลสทั้งหลายหม่อมฉันก็เผาได้แล้ว

ภพทั้งปวงหม่อมฉันก็ถอนได้แล้ว

หม่อมฉันตัดกิเลสเครื่องผูกพันได้แล้วอยู่อย่างผู้ไม่มีอาสวะ

ดุจพญาช้างตัดเครื่องพันธนาการได้แล้วอยู่อย่างอิสระ

[๑๖๔]

การที่หม่อมฉันมาในสำนักของพระพุทธเจ้าผู้ประเสริฐที่สุด

เป็นการมาดีแล้วโดยแท้

วิชชา ๓ หม่อมฉันได้บรรลุแล้วโดยลำดับ

คำสั่งสอนของพระพุทธเจ้า หม่อมฉันก็ได้ทำสำเร็จแล้ว

[๑๖๕]

คุณวิเศษเหล่านี้ คือ ปฏิสัมภิทา ๔ วิโมกข์ ๘

และอภิญญา ๖ หม่อมฉันก็ได้ทำให้แจ้งแล้ว

คำสั่งสอนของพระพุทธเจ้า หม่อมฉันก็ได้ทำสำเร็จแล้ว ดังนี้แล

ได้ทราบว่า พระสกุลาภิกษุณีได้ภาษิตคาถาเหล่านี้ ด้วยประการฉะนี้

สกุลาเถริยาปทานที่ ๔ จบ

ที่มา: พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่มที่ ๓๓ จาก 84000.org

รายงานข้อผิดพลาด

ภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เป็นงานของมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย คัดมาตามต้นฉบับโดยไม่แก้ถ้อยคำ แสดงภายใต้ เงื่อนไขนี้ หากเจ้าของประสงค์ให้นำออก แจ้งที่ saddhammadana@gmail.com จะนำออกทันที

หัวข้อก่อนหน้า๓. ธรรมทินนาเถริยาปทานกลับไปยังสารบัญเล่มที่ ๓๓๓. กุณฑลเกสวรรคหัวข้อถัดไป๕. นันทาเถริยาปทาน