ข้ามไปยังเนื้อหา
ธรรมคลัง
หน้าแรกหนังสือบทสวดพระไตรปิฎกชาดกหมวดธรรม
ENเข้าสู่ระบบสมัครสมาชิก
ธรรมคลัง

แหล่งรวมหนังสือ พระสูตร บทสวด และพระไตรปิฎก เพื่อการเรียนรู้ ฝึกฝน และการใช้ชีวิตอย่างมีสติในทุกวัน

เมนูหลัก

  • หน้าแรก
  • หนังสือ
  • บทสวด
  • พระไตรปิฎก
  • ชาดก
  • หมวดธรรม
  • ค้นหา

เกี่ยวกับเรา

  • เกี่ยวกับโครงการ
  • แหล่งที่มาของเนื้อหา
  • ร่วมสนับสนุน

บริการช่วยเหลือ

  • ที่เก็บไว้
  • สำรวจคลังธรรมะ
  • ฟังธรรม
  • API สำหรับนักพัฒนา
“
“สพฺพทานํ ธมฺมทานํ ชินาติ”การให้ธรรมเป็นทานย่อมชำนะการให้ทั้งปวง
ธรรมบท ๓๕๔

© ๒๕๖๙ ธรรมคลัง สงวนลิขสิทธิ์

  1. หน้าแรก
  2. /
  3. พระไตรปิฎก
  4. /
  5. เล่มที่ ๓๓
  6. /
  7. …
  8. /
  9. เถรีอปทาน
  10. /
  11. ๓. กุณฑลเกสวรรค
  12. /
  13. ๗. ภัททกาปิลานีเถริยาปทาน

๗. ภัททกาปิลานีเถริยาปทาน

เล่มที่ ๓๓ · ข้อ ๑๖๗ · บรรทัด ๕๗๕๑

คัดจากพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย ตัวบทจาก 84000.org

ฉบับหลวงฉบับมหาจุฬาฯบาลีอักษรไทยPALI ROMANอรรถกถา
พรีวิว / พิมพ์ PDFโหมดอ่านต่อเนื่อง

ภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย

๗. ภัททกาปิลานีเถริยาปทาน

ประวัติในอดีตชาติของพระภัททกาปิลานีเถรี

(พระภัททกาปิลานีเถรี เมื่อจะประกาศประวัติในอดีตชาติของตน จึงกล่าวว่า)

[๒๔๔]

พระชินเจ้าพระนามว่าปทุมุตตระ

ผู้ถึงความสำเร็จแห่งธรรมทั้งปวง ทรงเป็นผู้นำ

เสด็จอุบัติขึ้นแล้วในกัปที่ ๑๐๐,๐๐๐ นับจากกัปนี้ไป

[๒๔๕]

ครั้งนั้น หม่อมฉันเป็นภริยาของเศรษฐีชื่อว่าวิเทหะ

มีรัตนะมาก ในกรุงหงสวดี

[๒๔๖]

บางคราวเศรษฐีนั้นพร้อมด้วยชนที่เป็นบริวาร

เข้าเฝ้าพระพุทธเจ้าผู้เป็นดังสุริยเทพบุตร

ได้ฟังพระธรรมอันนำความสิ้นทุกข์ทั้งปวงมาให้

ของพระพุทธเจ้า

[๒๔๗]

พระองค์ทรงเป็นผู้นำประกาศสรรเสริญภิกษุ

ผู้เป็นสาวกรูปหนึ่งว่า เป็นผู้เลิศกว่าบรรดาภิกษุทั้งหลายผู้ถือธุดงค์

หม่อมฉันได้ฟังแล้ว ได้ถวายทานแด่พระพุทธเจ้าผู้คงที่ตลอด ๗ วัน

[๒๔๘]

แล้วซบศีรษะลงแทบพระยุคลบาทปรารถนาตำแหน่งนั้น

ก็ครั้งนั้น พระพุทธเจ้าผู้ประเสริฐแห่งนระ

เมื่อจะทรงให้บริษัทร่าเริง

[๒๔๙]

ได้ตรัสคาถาเหล่านี้ เพื่อทรงอนุเคราะห์เศรษฐีว่า

‘ดูก่อนบุตร เธอจักได้ตำแหน่งที่เธอปรารถนา

จงเป็นผู้เย็นใจเถิด

[๒๕๐]

ในกัปที่ ๑๐๐,๐๐๐ นับจากกัปนี้ไป

พระศาสดาพระนามว่าโคดม ตามพระโคตร

ทรงสมภพในราชสกุลโอกกากราช จักอุบัติขึ้นในโลก

[๒๕๑]

เธอจักมีนามปรากฏว่ากัสสปะ ตามโคตร

เป็นธรรมทายาท เป็นโอรสที่ธรรมเนรมิต

จักเป็นสาวกของพระศาสดาพระองค์นั้น

[๒๕๒]

เศรษฐีได้ฟังพุทธพยากรณ์นั้นแล้ว

เป็นผู้มีความยินดี มีจิตประกอบด้วยเมตตา

บำรุงพระชินเจ้า ผู้ทรงเป็นผู้นำวิเศษ

ด้วยปัจจัยทั้งหลายจนตลอดชีวิต

[๒๕๓]

พระองค์ทรงประกาศศาสนาให้รุ่งเรืองแล้ว

ย่ำยีเดียรถีย์ผู้หลอกลวงได้แล้ว

ทรงแนะนำเวไนยสัตว์ (คือผู้ที่ควรแนะนำได้)

พระองค์พร้อมทั้งพระสาวกปรินิพพานแล้ว

[๒๕๔]

เมื่อพระพุทธเจ้าทรงเป็นผู้เลิศในโลกนั้นปรินิพพานแล้ว

เพื่อจะบูชาพระศาสดา เศรษฐีนั้น

จึงเชิญญาติและมิตรมาประชุมแล้ว

พร้อมกับญาติและมิตรเหล่านั้นได้สร้าง

[๒๕๕]

พระสถูปรัตนะสูงได้ ๗ โยชน์

ซึ่งมีความรุ่งเรืองเหมือนดวงอาทิตย์

และเหมือนต้นพญาไม้สาละที่กำลังมีดอกบานสะพรั่ง

[๒๕๖]

หม่อมฉันได้ให้ช่าง ๗ คนใช้รัตนะ ๗ ประการ

ทำตุม ๗๐๐,๐๐๐ ใบ ซึ่งโชติช่วงเหมือนไฟไหม้ไม้อ้อ

[๒๕๗]

หม่อมฉันบรรจุน้ำมันหอมจนเต็ม

ตามประทีปไว้ ณ พระสถูปนั้น

เพื่อบูชาพระศาสดา ผู้แสวงหาคุณอันยิ่งใหญ่

ผู้ทรงอนุเคราะห์สรรพสัตว์

[๒๕๘]

หม่อมฉันให้ช่างทำหม้อ ๗๐๐,๐๐๐ ใบ

ใส่รัตนะต่างๆ จนเต็มครบทุกใบ

เพื่อบูชาพระศาสดา ผู้แสวงหาคุณอันยิ่งใหญ่

[๒๕๙]

ในระหว่างกลางหม้อทุก ๘ ใบ ยกพวงทองตั้งประดับไว้

ซึ่งมีรัศมีรุ่งโรจน์เหมือนดวงอาทิตย์ในสารทกาล

[๒๖๐]

ที่ประตูทั้ง ๔ มีเสาระเนียดซึ่งทำด้วยรัตนะ

ทั้งมีแผ่นกระดานที่ทำด้วยรัตนะน่ารื่นรมย์

ยกขึ้นไว้ย่อมงดงาม

[๒๖๑]

คูและปล่องที่สร้างไว้อย่างดี ก็รุ่งโรจน์

ธงรัตนะที่ยกขึ้นไว้ล้วนงามไพโรจน์

[๒๖๒]

พระเจดีย์ที่สร้างด้วยรัตนะนั้น

สร้างไว้อย่างสวยงาม มีสีสุก

มีรัศมีรุ่งโรจน์ดุจดวงจันทร์และดวงอาทิตย์

[๒๖๓]

พระสถูปของหม่อมฉันมี ๓ ด้าน ด้านหนึ่งบรรจุหรดาล

ด้านหนึ่งบรรจุมโนศิลา ด้านหนึ่งบรรจุแร่พลวงไว้จนเต็ม

[๒๖๔]

หม่อมฉันให้ช่างทำเครื่องบูชาที่น่ายินดีเช่นนี้แล้ว

ได้ถวายทานแก่พระสงฆ์ผู้กล่าวธรรมที่ประเสริฐ

ตามกำลัง จนตลอดชีวิต

[๒๖๕]

หม่อมฉันกับเศรษฐีนั้น ทำบุญเหล่านั้น

โดยประการทั้งปวงจนตลอดชีวิต

แล้วได้ไปเกิดในสุคติภพร่วมกัน

[๒๖๖]

เสวยสมบัติทั้งหลายทั้งในเทวดาและในมนุษย์

เวียนว่ายตายเกิดร่วมกับเศรษฐีนั้น

ปานประหนึ่งว่าเงาติดตามตัว

[๒๖๗]

ในกัปที่ ๙๑ นับจากกัปนี้ไป

พระพุทธเจ้าพระนามว่าวิปัสสี ทรงเป็นผู้นำ

ทรงมีพระเนตรงาม ทรงเห็นแจ้งธรรมทั้งปวง เสด็จอุบัติขึ้นแล้ว

[๒๖๘]

ครั้งนั้น ท่านเศรษฐีได้เกิดเป็นพราหมณ์ ในกรุงพันธุมดี

เป็นที่รู้จักกันดีว่า เป็นผู้มั่งคั่งด้วยคุณธรรม

แต่เป็นคนจนแสนจนด้วยทรัพย์

[๒๖๙]

แม้ครั้งนั้น หม่อมฉันก็เป็นพราหมณีของพราหมณ์นั้น

มีความคิดอย่างเดียวกัน

บางครั้งพราหมณ์นั้นเข้าเฝ้าพระมหามุนี

[๒๗๐]

ซึ่งประทับนั่งทรงแสดงอมตบทอยู่ในหมู่ชน

ได้ฟังธรรมแล้วเบิกบานใจ ได้ถวายผ้าสาฎกผืนหนึ่ง

[๒๗๑]

มีผ้านุ่งผืนเดียวกลับไปเรือน แล้วได้บอกหม่อมฉันว่า

‘น้องหญิง เชิญอนุโมทนามหาบุญเถิด

ผ้าสาฎกพี่ได้ถวายพระพุทธเจ้าไปแล้ว’

[๒๗๒]

ขณะนั้น หม่อมฉันมีความเอิบอิ่มประนมมือ

อนุโมทนาว่า ‘ข้าแต่สามี ผ้าสาฎกท่านถวายดีแล้ว

แด่พระพุทธเจ้าผู้ประเสริฐ ผู้คงที่’

[๒๗๓]

พราหมณ์มีความสุข ประดับตกแต่งแล้ว

เวียนว่ายตายเกิดอยู่ในภพน้อยภพใหญ่

ได้เป็นพระเจ้าแผ่นดินในกรุงพาราณสีที่น่ารื่นรมย์

[๒๗๔]

ครั้งนั้น หม่อมฉันเป็นพระมเหสีผู้ประเสริฐกว่าพวกนางสนม

เป็นที่โปรดปรานอย่างยิ่งของท้าวเธอ เพราะความรักที่มีในกาลก่อน

[๒๗๕]

พระเจ้าแผ่นดินพระองค์นั้น

ทอดพระเนตรเห็นพระปัจเจกพุทธเจ้า ๘ พระองค์

ผู้เที่ยวบิณฑบาต ทรงเบิกบานพระทัย

ได้ถวายอาหารบิณฑบาตที่มีราคามาก

[๒๗๖]

นิมนต์พระปัจเจกพุทธเจ้าทั้งหลายไว้

ทรงสร้างรัตนมณฑปซึ่งประดับด้วยทองมีรัศมีเปล่งปลั่ง

ที่พวกช่างทองได้ทำไว้ซึ่งสูงประมาณ ๑๐๐ ศอก

[๒๗๗]

ท้าวเธอทรงเลื่อมใส รับสั่งให้นิมนต์

พระปัจเจกพุทธเจ้าทั้งหมด

แล้วได้ทรงถวายทานแก่พระปัจเจกพุทธเจ้าเหล่านั้น

ซึ่งเข้ามาในพระราชนิเวศน์ด้วยพระหัตถ์ของพระองค์เอง

[๒๗๘]

แม้ครั้งนั้น หม่อมฉันก็ได้ร่วมถวายทานนั้นกับพระเจ้ากาสี

ได้เกิดในกาสิกคามในกรุงพาราณสีอีก

[๒๗๙]

พระเจ้ากาสีกับพระภาดามีความสุขอยู่ในตระกูลกุฎุมพีที่เจริญ

หม่อมฉันเป็นภรรยาของพี่ชายคนโต ปรนนิบัติสามีอย่างดี

[๒๘๐]

น้องชายของสามีหม่อมฉัน เห็นพระปัจเจกพุทธเจ้าแล้ว

นำอาหารของพี่ชายไปถวายแก่พระปัจเจกพุทธเจ้านั้น

เมื่อพี่ชายผู้ซึ่งเป็นสามีของหม่อมฉันมาถึงแล้ว จึงได้บอก(สามี)ให้ทราบ

[๒๘๑]

เขาไม่ยินดีทาน จากนั้น หม่อมฉันก็ได้ให้อาหาร

ที่ตนนำมาเพื่อพระปัจเจกพุทธเจ้าทั้งหลายแก่สามีนั้น

สามีนั้นได้ถวายอาหารนั้น

แก่พระปัจเจกพุทธเจ้านั้นอีก

[๒๘๒]

ขณะนั้น หม่อมฉันโกรธจึงเทอาหาร

ที่ถวายแก่พระปัจเจกพุทธเจ้านั้นทิ้งเสีย

ได้ถวายบาตรที่เต็มด้วยเปือกตม

แก่พระปัจเจกพุทธเจ้าผู้คงที่นั้น

[๒๘๓]

ครั้งนั้น หม่อมฉันเห็นใบหน้า มีจิตสงบของท่าน

ทั้งในการให้ การรับ การเคารพ

และการประทุษร้าย จึงสลดใจมาก

[๒๘๔]

หม่อมฉันมีจิตเลื่อมใสรับบาตรมาแล้ว

ใช้น้ำหอมอย่างดีล้างจนสะอาด

บรรจุน้ำตาลกรวดกับเปรียงจนเต็มบาตรแล้วถวายคืน

[๒๘๕]

หม่อมฉันเกิดในภพใดๆ ก็มีรูปงาม

เพราะถวายทาน แต่มีกลิ่นตัวเหม็น

เพราะการย่ำยีที่กระทำไม่สมควรแก่พระปัจเจกพุทธเจ้า

[๒๘๖]

เมื่อพระเจดีย์ของพระธีรเจ้าพระนามว่ากัสสปะ

ซึ่งสามีหม่อมฉันได้ให้สร้างสำเร็จแล้ว

หม่อมฉันมีความยินดี ได้ถวายแผ่นอิฐทองคำอย่างดีอีก

[๒๘๗]

ชุบอิฐนั้นให้ชุ่มด้วยของหอม ๔ ชนิด

จึงพ้นจากโทษที่มีกลิ่นตัวเหม็น

กลายเป็นผู้มีรูปทรงสมส่วนไปทั่วสรรพางค์กาย

[๒๘๘]

ให้ช่างใช้รัตนะ ๗ ประการทำถาด ๗,๐๐๐ ถาด

เต็มไปด้วยเปรียง และไส้เป็นพันๆ

[๒๘๙]

ใส่ไปแล้วตามประทีปตั้งไว้ ๗ แถว

เพื่อบูชาพระพุทธเจ้า ผู้เป็นที่พึ่งของสัตว์โลก ด้วยจิตที่เลื่อมใส

[๒๙๐]

แม้ครั้งนั้น หม่อมฉันมีส่วนในบุญนั้นโดยพิเศษ

สามีของหม่อมฉันไปเกิดในแคว้นกาสี

มีนามปรากฏว่าสุมิตตะ

[๒๙๑]

หม่อมฉันเป็นภรรยาของเขา

มีความสุขอันเขาประดับตกแต่งแล้ว เป็นที่รัก

ครั้งนั้น สามีของหม่อมฉันได้ถวายผ้าโพกศีรษะเนื้อดี

แก่พระปัจเจกมุนี

[๒๙๒]

แม้หม่อมฉันก็มีส่วนแห่งทานนั้น อนุโมทนาทานที่ประเสริฐ

สามีได้ไปเกิดในกำเนิดแห่งชาวโกลิยะในแคว้นกาสีอีก

[๒๙๓]

ครั้งนั้น สามีของหม่อมฉันพร้อมด้วยบุตร

ของชาวโกลิยะ ๕๐๐ คน

ได้บำรุงพระปัจเจกพุทธเจ้า ๕๐๐ องค์

[๒๙๔]

นิมนต์พระปัจเจกพุทธเจ้าเหล่านั้น

ให้อยู่จำพรรษาตลอดไตรมาสแล้วได้ถวายไตรจีวร

ครั้งนั้น หม่อมฉันเป็นภรรยาของเขา

เป็นผู้ปฏิบัติกุศลกรรมบถ

[๒๙๕]

สามีจุติจากอัตภาพนั้นแล้ว

ได้เป็นพระราชาพระนามว่านันทะ มียศมาก

แม้หม่อมฉันก็ได้เป็นพระมเหสีของท้าวเธอ

เป็นผู้มีสมบัติให้สำเร็จสิ่งที่ต้องประสงค์ทุกประการ

[๒๙๖]

พระเจ้านันทะนั้นจุติจากอัตภาพนั้นแล้ว

ได้เป็นพระเจ้าแผ่นดินนามว่าพรหมทัต

ครั้งนั้น พระปัจเจกมุนี ๕๐๐ องค์ถ้วน

ผู้เป็นพระโอรสของนางปทุมวดี

[๒๙๗]

หม่อมฉันได้บำรุงจนตลอดชีวิต

นิมนต์ให้พักอยู่ในพระราชอุทยานแล้ว

และบูชาพระปัจเจกพุทธเจ้าเหล่านั้น ผู้นิพพานแล้ว

[๒๙๘]

หม่อมฉันทั้ง ๒ ได้สร้างเจดีย์หลายองค์

แล้วก็พากันออกบวช เจริญอัปปมัญญา

แล้วได้ไปเกิดในพรหมโลก

[๒๙๙]

จุติจากพรหมโลกแล้ว สามีของหม่อมฉัน

เกิดเป็นพราหมณ์ชื่อปิปผลายนะ

ที่ประเทศมหาติตถะ มารดาชื่อสุมนเทวี

บิดาเป็นพราหมณ์โกสิยโคตร

[๓๐๐]

หม่อมฉันเป็นธิดาของกบิลพราหมณ์

มารดาชื่อสุจิมตี ในมัททชนบท นครสากละที่ประเสริฐสุด

[๓๐๑]

บิดาหล่อรูปของหม่อมฉันด้วยทองคำแท่งแล้ว

ถวายรูปหล่อแก่พระกัสสปธีรเจ้า ผู้เว้นจากกามทั้งหลาย

[๓๐๒]

พราหมณ์ปิปผลายนะนั้นเป็นหนุ่ม

ไปตรวจดูงานในกาลบางคราว

เห็นสัตว์ทั้งหลายที่ถูกกาเป็นต้นจิกกินแล้ว เกิดความสลดใจ

[๓๐๓]

ครั้งนั้น หม่อมฉันเห็นเมล็ดงาที่มีอยู่ในเรือน

ซึ่งนำออกผึ่งแดด เห็นกาจิกกินหนอนอยู่ ได้ความสลดใจ

[๓๐๔]

ครั้งนั้น พราหมณ์ปิปผลายนะผู้เป็นปราชญ์ออกบวช

หม่อมฉันก็ออกบวชตาม อยู่บำเพ็ญศีลพรตของปริพาชก ๕ ปี

[๓๐๕]

เมื่อพระนางโคตมีผู้บำรุงเลี้ยงพระชินเจ้าทรงผนวชแล้ว

หม่อมฉันได้เข้าไปหาพระนาง และเป็นผู้อันพระพุทธเจ้าสั่งสอนแล้ว

[๓๐๖]

โดยกาลไม่นานนัก หม่อมฉันก็ได้บรรลุอรหัตตผล

โอ! เรามีพระมหากัสสปเถระผู้มีสิริ เป็นกัลยาณมิตร

[๓๐๗]

พระกัสสปเถระเป็นพุทธบุตร

เป็นทายาทของพระพุทธเจ้า

มีจิตตั้งมั่นดี รู้ปุพเพนิวาสานุสสติญาณ

เห็นสวรรค์และอบาย

[๓๐๘]

อนึ่ง ท่านถึงความสิ้นชาติ เป็นมุนีอยู่จบอภิญญา

ด้วยวิชชา ๓ เหล่านี้ จึงได้ชื่อว่าเป็นพราหมณ์ผู้มีวิชชา ๓

[๓๐๙]

ภัททกาปิลานีก็เหมือนกัน

ได้วิชชา ๓ ละมัจจุราชเสียได้ ทรงร่างกายนี้เป็นที่สุด

ชนะมารพร้อมทั้งเสนามารแล้ว

[๓๑๐]

หม่อมฉันทั้ง ๒ เห็นโทษในโลกแล้วพากันบวช

เป็นผู้สิ้นอาสวะ ฝึกตนแล้ว มีความเย็น ดับสนิทแล้ว

[๓๑๑]

กิเลสทั้งหลายหม่อมฉันก็เผาได้แล้ว

ภพทั้งปวงหม่อมฉันก็ถอนได้แล้ว

หม่อมฉันตัดกิเลสเครื่องผูกพันได้แล้วอยู่อย่างผู้ไม่มีอาสวะ

ดุจพญาช้างตัดเครื่องพันธนาการได้แล้วอยู่อย่างอิสระ

[๓๑๒]

การที่หม่อมฉันมาในสำนักของพระพุทธเจ้าผู้ประเสริฐที่สุด

เป็นการมาดีแล้วโดยแท้

วิชชา ๓ หม่อมฉันได้บรรลุแล้วโดยลำดับ

คำสั่งสอนของพระพุทธเจ้า หม่อมฉันก็ได้ทำสำเร็จแล้ว ดังนี้แล

[๓๑๓]

คุณวิเศษเหล่านี้ คือ ปฏิสัมภิทา ๔ วิโมกข์ ๘

และอภิญญา ๖ หม่อมฉันก็ได้ทำให้แจ้งแล้ว

คำสั่งสอนของพระพุทธเจ้า หม่อมฉันก็ได้ทำสำเร็จแล้ว ดังนี้แล

ได้ทราบว่า พระภัททกาปิลานีภิกษุณีได้ภาษิตคาถาเหล่านี้ ด้วยประการฉะนี้

ภัททกาปิลานีเถริยาปทานที่ ๗ จบ

ที่มา: พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่มที่ ๓๓ จาก 84000.org

รายงานข้อผิดพลาด

ภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เป็นงานของมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย คัดมาตามต้นฉบับโดยไม่แก้ถ้อยคำ แสดงภายใต้ เงื่อนไขนี้ หากเจ้าของประสงค์ให้นำออก แจ้งที่ saddhammadana@gmail.com จะนำออกทันที

หัวข้อก่อนหน้า๖. โสณาเถริยาปทานกลับไปยังสารบัญเล่มที่ ๓๓๓. กุณฑลเกสวรรคหัวข้อถัดไป๘. ยโสธราเถริยาปทาน