ข้ามไปยังเนื้อหา
ธรรมคลัง
หน้าแรกหนังสือบทสวดพระไตรปิฎกชาดกหมวดธรรม
ENเข้าสู่ระบบสมัครสมาชิก
ธรรมคลัง

แหล่งรวมหนังสือ พระสูตร บทสวด และพระไตรปิฎก เพื่อการเรียนรู้ ฝึกฝน และการใช้ชีวิตอย่างมีสติในทุกวัน

เมนูหลัก

  • หน้าแรก
  • หนังสือ
  • บทสวด
  • พระไตรปิฎก
  • ชาดก
  • หมวดธรรม
  • ค้นหา

เกี่ยวกับเรา

  • เกี่ยวกับโครงการ
  • แหล่งที่มาของเนื้อหา
  • ร่วมสนับสนุน

บริการช่วยเหลือ

  • ที่เก็บไว้
  • สำรวจคลังธรรมะ
  • ฟังธรรม
  • API สำหรับนักพัฒนา
“
“สพฺพทานํ ธมฺมทานํ ชินาติ”การให้ธรรมเป็นทานย่อมชำนะการให้ทั้งปวง
ธรรมบท ๓๕๔

© ๒๕๖๙ ธรรมคลัง สงวนลิขสิทธิ์

  1. หน้าแรก
  2. /
  3. พระไตรปิฎก
  4. /
  5. เล่มที่ ๓๓
  6. /
  7. …
  8. /
  9. เถรีอปทาน
  10. /
  11. ๔. ขัตติยกัญญาวรรค
  12. /
  13. ๒. จตุราสีติสหัสสพราหมณกัญญาเถริยาปทาน

๒. จตุราสีติสหัสสพราหมณกัญญาเถริยาปทาน

เล่มที่ ๓๓ · ข้อ ๑๗๒ · บรรทัด ๖๒๓๒

คัดจากพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย ตัวบทจาก 84000.org

ฉบับหลวงฉบับมหาจุฬาฯบาลีอักษรไทยPALI ROMANอรรถกถา
พรีวิว / พิมพ์ PDFโหมดอ่านต่อเนื่อง

ภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย

๒. จตุราสีติสหัสสพราหมณกัญญาเถรีนมปทาน

ประวัติในอดีตชาติของพระเถรีพราหมณกัญญา ๘๔,๐๐๐ รูป

(พระเถรีพราหมณกัญญา ๘๔,๐๐๐ รูป เมื่อจะประกาศประวัติในอดีตชาติของตน จึงกล่าวว่า)

[๑๓]

ข้าแต่พระมหามุนี หม่อมฉัน ๘๔,๐๐๐ นาง

ได้เกิดในตระกูลพราหมณ์

มีมือและเท้าละเอียดอ่อน เกิดในนคร(ศาสนา)ของพระองค์

[๑๔]

เกิดในตระกูลแพศย์และตระกูลศูทร

ข้าแต่พระมหามุนี เหล่าเทพ นาค กินนร

และกัญญาจำนวนมากอยู่ในทวีปทั้ง ๔

เกิดในนคร(ศาสนา)ของพระองค์

[๑๕]

หญิงบางพวกบวชแล้ว ได้เห็นธรรมทั้งปวงก็มีมาก

เหล่าเทพ กินนร นาค ก็จักตรัสรู้ในอนาคตกาล

[๑๖]

ชนทั้งหลายได้เสวยเกียรติยศทั้งปวง ได้สมบัติทั้งปวง

ได้ความเลื่อมใสในพระองค์ ก็จักตรัสรู้ในอนาคต

[๑๗]

ข้าแต่พระมหาวีระ ผู้มีพระจักษุ

ส่วนหม่อมฉันทั้งหลายเกิดในตระกูลพราหมณ์

เป็นธิดาของพราหมณ์ เป็นผู้มีลักษณะดี

ขอกราบพระยุคลบาท

[๑๘]

ภพทั้งปวงหม่อมฉันทั้งหลายก็ขจัดได้แล้ว

ตัณหาที่เป็นรากเหง้า(แห่งอกุศล) หม่อมฉันทั้งหลายก็ถอนได้แล้ว

อนุสัย ๑- หม่อมฉันทั้งหลายก็ตัดได้แล้ว

ปุญญาภิสังขาร หม่อมฉันทั้งหลายก็ทำลายได้แล้ว

[๑๙]

หม่อมฉันทั้งปวงมีสมาธิเป็นอารมณ์

ชำนาญในสมาบัติเช่นกัน จักอยู่ด้วยฌาน

และความยินดีในธรรมทุกเมื่อ

[๒๐]

ข้าแต่พระองค์ผู้ทรงเป็นผู้นำ

หม่อมฉันทั้งหลายได้ทำตัณหาที่นำไปสู่ภพ

อวิชชา และแม้สังขารให้สิ้นไปแล้ว

ตามไปรู้แจ้งซึ่งบทที่รู้ได้แสนยาก

[๒๑]

(พระผู้มีพระภาคตรัสว่า) ‘เธอทั้งหลายมีอุปการะแก่เรา

ผู้เดินทางไกลมาตลอดกาลนาน

จงตัดความสงสัยของบริษัท ๔ แล้วทั้งหมดจงนิพพานเถิด’

[๒๒]

พระเถรีเหล่านั้น กราบพระยุคลบาทของพระมุนีแล้ว

แสดงฤทธิ์ต่างๆ บางพวกแสดงแสงสว่าง

บางพวกแสดงความมืด บางพวกแสดงอย่างอื่น

[๒๓]

บางพวกแสดงดวงจันทร์ ดวงอาทิตย์

และทะเลพร้อมด้วยปลา บางพวกแสดงภูเขาสิเนรุ

ภูเขาสัตตบริภัณฑ์และต้นปาริฉัตตกะ

[๒๔]

บางพวกแสดงภพดาวดึงส์

ยามาเทวโลกด้วยฤทธิ์

บางพวกเนรมิตตนเป็นเทวดาชั้นดุสิต

เป็นเทวดาชั้นนิมมานรดี

เป็นเทวดาชั้นปรนิมมิตวสวัตดีผู้เป็นใหญ่ยิ่ง

@เชิงอรรถ :

@๑ อนุสัย ในที่นี้หมายถึงปุญญาภิสังขาร ได้แก่ สภาพที่ปรุงแต่งคือบุญ

@(ดูเทียบ ที.ปา. (แปล) ๑๑/๓๐๕/๒๖๘)

[๒๕]

บางพวกแสดงตนเป็นพรหม

บางพวกเนรมิตที่จงกรมมีค่ามาก

และเพศพระพรหม แสดงสุญญตธรรม ๑- อยู่

[๒๖]

พระเถรีทั้งปวง ครั้นแสดงอิทธิฤทธิ์มีประการต่างๆ

แล้วก็แสดงพลังถวายพระศาสดา

ได้กราบพระยุคลบาทของพระศาสดา พลางกราบทูลว่า

[๒๗]

‘ข้าแต่พระมหามุนี หม่อมฉันทั้งหลาย

เป็นผู้มีความชำนาญในฤทธิ์

ในทิพพโสตธาตุ และมีความชำนาญในเจโตปริยญาณ

[๒๘]

รู้ปุพเพนิวาสานุสสติญาณ

ทิพยจักษุหม่อมฉันทั้งหลายก็ชำระให้หมดจดแล้ว

อาสวะทั้งปวงก็สิ้นไปแล้ว

บัดนี้ ภพใหม่ไม่มีอีก

[๒๙]

ข้าแต่พระมหาวีระ อัตถปฏิสัมภิทาญาณ

ธัมมปฏิสัมภิทาญาณ นิรุตติปฏิสัมภิทาญาณ

และปฏิภาณปฏิสัมภิทาญาณของหม่อมฉันทั้งหลาย

เกิดขึ้นแล้วในสำนักของพระองค์

[๓๐]

ความพร้อมเพรียงแห่งพระพุทธเจ้าทั้งหลาย

ผู้ทรงเป็นที่พึ่งของสัตว์โลก

พระองค์ทรงแสดงแล้ว

ข้าแต่พระมหามุนี อธิการเป็นอันมากของหม่อมฉันทั้งหลาย

เพื่อประโยชน์แก่พระองค์

[๓๑]

ข้าแต่พระมหาวีระผู้เป็นพระมุนี

ขอพระองค์ทรงหวนระลึกถึงกุศลกรรมเก่าของหม่อมฉันทั้งหลายเถิด

หม่อมฉันทั้งหลายสั่งสมบุญไว้ก็เพื่อประโยชน์แก่พระองค์

@เชิงอรรถ :

@๑ สุญญตธรรม ในที่นี้หมายถึงฌาน (อภิ.วิ. (แปล) ๓๕/๓๒๓/๒๘๙, ๓๘๕/๓๒๓)

[๓๒]

ในกัปที่ ๑๐๐,๐๐๐ นับจากกัปนี้ไป

มีกรุงชื่อว่าหงสวดี เป็นที่อยู่อาศัยแห่งตระกูล

ของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ผู้เป็นพระมหามุนีพระนามว่าปทุมุตตระ

[๓๓]

มีแม่น้ำคงคาไหลผ่านที่หน้าประตูกรุงหงสวดีอยู่ตลอดเวลา

ภิกษุทั้งหลายเดือดร้อนไปไม่ได้เพราะแม่น้ำ

[๓๔]

น้ำเต็มตลิ่งอยู่ ๑ วันบ้าง ๒ วันบ้าง ๓ วันบ้าง

๑ สัปดาห์บ้าง ๑ เดือนบ้าง ๔ เดือนบ้าง

ภิกษุเหล่านั้นจึงไปไม่ได้

[๓๕]

ครั้งนั้น ชาวแว่นแคว้นผู้หนึ่งมีนามว่าชัชชิยะ

มีทรัพย์เป็นสาระเพื่อประโยชน์แก่ตน เห็นภิกษุทั้งหลาย

จึงได้สั่งให้นายช่างจัดสร้างสะพานข้ามแม่น้ำขึ้นที่ฝั่งด้านหน้าเมือง

[๓๖]

ครั้งนั้น เขาได้สร้างสะพานข้ามแม่น้ำคงคา

ด้วยทรัพย์หลายแสน

และได้ให้สร้างวิหารถวายสงฆ์ที่ฝั่งด้านตรงกันข้าม

[๓๗]

ทั้งสตรี บุรุษ ตระกูลสูง และตระกูลต่ำเหล่านั้น

ได้ร่วมกันสร้างสะพานและวิหารเท่าๆ กันกับนายชัชชิยะนั้น

[๓๘]

หม่อมฉันทั้งหลายและหมู่มนุษย์เหล่าอื่น

ในนครและในชนบทล้วนมีจิตเลื่อมใส

เป็นธรรมทายาทของพระพุทธเจ้าพระองค์นั้น

[๓๙]

ทั้งสตรี บุรุษ เด็กชาย และเด็กหญิงจำนวนมากด้วยกัน

ต่างก็ช่วยกันเกลี่ยทรายลงที่สะพานและที่วิหาร

[๔๐]

กวาดถนน แล้วตั้งต้นกล้วย

หม้อน้ำซึ่งมีน้ำเต็มเปี่ยมและปักธงขึ้น

จัดธูป จุรณและดอกไม้สักการะพระศาสดา

[๔๑]

หม่อมฉันทั้งหลายครั้นสร้างสะพานและวิหารเสร็จแล้ว

ได้ทูลนิมนต์พระผู้ทรงเป็นผู้นำวิเศษ

ถวายมหาทาน แล้วปรารถนาสัมโพธิญาณ

[๔๒]

ข้าแต่พระมหามุนี พระมหาวีระพระนามว่าปทุมุตตระ

ผู้ทรงเป็นที่เคารพของสรรพสัตว์

ทรงทำอนุโมทนาแล้ว ตรัสพยากรณ์ว่า

[๔๓]

‘เมื่อ ๑๐๐,๐๐๐ กัปล่วงไปแล้ว จักมีภัทรกัป

บุรุษนี้ได้ความสุขในภพน้อยภพใหญ่แล้ว จักบรรลุพระโพธิญาณ

[๔๔]

บุรุษและสตรีที่ช่วยกันทำหัตถกรรมทั้งหมด

จักมีพร้อมหน้ากันในอนาคตกาล’

[๔๕]

ด้วยวิบากแห่งกรรมนั้น และด้วยเจตนาที่ตั้งไว้มั่น

ชนเหล่านั้นเกิดในเทวโลกแล้ว จักเป็นคนรับใช้พระองค์

[๔๖]

เวียนว่ายตายเกิดอยู่ในภพน้อยภพใหญ่ เสวยสุขเป็นทิพย์

และเป็นของมนุษย์นับไม่ถ้วน ตลอดกาลนาน

[๔๗]

ในกัปที่ ๑๐๐,๐๐๐ (นับจากกัปนี้ไป)

กรรมสมบัติหม่อมฉันทั้งหลายก็ทำไว้ดีแล้ว

ในหมู่มนุษย์สุขุมาลชาติ และในเทวโลกที่ประเสริฐ

[๔๘]

หม่อมฉันทั้งหลายย่อมได้รูปสมบัติ

โภคสมบัติ ยศ ความสรรเสริญ

และความสุขอันเป็นที่รัก ทั้งหมดเป็นกรรมสมบัติ

ที่หม่อมฉันทั้งหลายกระทำไว้ดีแล้ว อย่างต่อเนื่อง

[๔๙]

เมื่อถึงภพสุดท้าย

หม่อมฉันทั้งหลายเกิดในตระกูลพราหมณ์

ในนิเวศน์ของเจ้าศากยบุตร เป็นผู้มีมือและเท้าละเอียดอ่อน

[๕๐]

ข้าแต่พระมหามุนี หม่อมฉันทั้งหลาย

ไม่เห็นแผ่นดินที่เขายังไม่ตกแต่ง

และไม่เห็นภาคพื้นที่เป็นทางเดินลื่นๆ

แม้ตลอดกาลทั้งปวง

[๕๑]

เมื่อหม่อมฉันยังครองเรือนอยู่

ชนทั้งหลายก็นำสักการะทุกอย่างที่เกิดขึ้นทุกฤดูกาลมาให้ทุกเมื่อ

เพราะผลแห่งบุพกรรมของหม่อมฉันทั้งหลาย

[๕๒]

หม่อมฉันทั้งหลายละการครองเรือนแล้ว

บวชเป็นบรรพชิต ข้ามทางสังสารวัฏได้แล้ว

บัดนี้ ภพใหม่ไม่มีอีก

[๕๓]

ทายกทายิกาหลายพันจากที่นั้นๆ นำจีวร

บิณฑบาต เสนาสนะ และคิลานปัจจัยเภสัชบริขาร

มาถวายหม่อมฉันทั้งหลายตลอดเวลา

[๕๔]

กิเลสทั้งหลายหม่อมฉันทั้งหลายก็เผาได้แล้ว

ภพทั้งปวงหม่อมฉันทั้งหลายก็ถอนได้แล้ว

หม่อมฉันทั้งหลายตัดกิเลสเครื่องผูกพันได้แล้วอยู่อย่างผู้ไม่มีอาสวะ

ดุจพญาช้างตัดเครื่องพันธนาการได้แล้วอยู่อย่างอิสระ

[๕๕]

การที่หม่อมฉันทั้งหลายมาในสำนัก

ของพระพุทธเจ้าผู้ประเสริฐที่สุด เป็นการมาดีแล้วโดยแท้

วิชชา ๓ หม่อมฉันทั้งหลายได้บรรลุแล้วโดยลำดับ

คำสั่งสอนของพระพุทธเจ้า หม่อมฉันทั้งหลายก็ได้ทำสำเร็จแล้ว

[๕๖]

คุณวิเศษเหล่านี้ คือ ปฏิสัมภิทา ๔ วิโมกข์ ๘

และอภิญญา ๖ หม่อมฉันทั้งหลายก็ได้ทำให้แจ้งแล้ว

คำสั่งสอนของพระพุทธเจ้า หม่อมฉันทั้งหลายก็ได้ทำสำเร็จแล้ว

ดังนี้แล

ได้ทราบว่า ภิกษุณีบุตรีพราหมณ์ ๘๔,๐๐๐ รูปได้ภาษิตคาถาเหล่านี้ เฉพาะ พระพักตร์พระผู้มีพระภาค ด้วยประการฉะนี้

จตุราสีติสหัสสพราหมณกัญญาเถรีนมปทานที่ ๒ จบ

ที่มา: พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่มที่ ๓๓ จาก 84000.org

รายงานข้อผิดพลาด

ภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เป็นงานของมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย คัดมาตามต้นฉบับโดยไม่แก้ถ้อยคำ แสดงภายใต้ เงื่อนไขนี้ หากเจ้าของประสงค์ให้นำออก แจ้งที่ saddhammadana@gmail.com จะนำออกทันที

หัวข้อก่อนหน้า๑. อัฏฐารสหัสสขัตติยกัญญาเถริยาปทานกลับไปยังสารบัญเล่มที่ ๓๓๔. ขัตติยกัญญาวรรคหัวข้อถัดไป๓. อุปลทายิกาเถริยาปทาน