ข้ามไปยังเนื้อหา
ธรรมคลัง
หน้าแรกหนังสือบทสวดพระไตรปิฎกชาดกหมวดธรรม
ENเข้าสู่ระบบสมัครสมาชิก
ธรรมคลัง

แหล่งรวมหนังสือ พระสูตร บทสวด และพระไตรปิฎก เพื่อการเรียนรู้ ฝึกฝน และการใช้ชีวิตอย่างมีสติในทุกวัน

เมนูหลัก

  • หน้าแรก
  • หนังสือ
  • บทสวด
  • พระไตรปิฎก
  • ชาดก
  • หมวดธรรม
  • ค้นหา

เกี่ยวกับเรา

  • เกี่ยวกับโครงการ
  • แหล่งที่มาของเนื้อหา
  • ร่วมสนับสนุน

บริการช่วยเหลือ

  • ที่เก็บไว้
  • สำรวจคลังธรรมะ
  • ฟังธรรม
  • API สำหรับนักพัฒนา
“
“สพฺพทานํ ธมฺมทานํ ชินาติ”การให้ธรรมเป็นทานย่อมชำนะการให้ทั้งปวง
ธรรมบท ๓๕๔

© ๒๕๖๙ ธรรมคลัง สงวนลิขสิทธิ์

  1. หน้าแรก
  2. /
  3. พระไตรปิฎก
  4. /
  5. เล่มที่ ๓๓
  6. /
  7. …
  8. /
  9. เถรีอปทาน
  10. /
  11. ๔. ขัตติยกัญญาวรรค
  12. /
  13. ๓. อุปลทายิกาเถริยาปทาน

๓. อุปลทายิกาเถริยาปทาน

เล่มที่ ๓๓ · ข้อ ๑๗๓ · บรรทัด ๖๓๑๙

คัดจากพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย ตัวบทจาก 84000.org

ฉบับหลวงฉบับมหาจุฬาฯบาลีอักษรไทยPALI ROMANอรรถกถา
พรีวิว / พิมพ์ PDFโหมดอ่านต่อเนื่อง

ภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย

๓. อุปปลทายิกาเถริยาปทาน

ประวัติในอดีตชาติของพระอุปปลทายิกาเถรี

(พระอุปปลทายิกาเถรี เมื่อจะประกาศประวัติในอดีตชาติของตน จึงกล่าวว่า)

[๕๗]

ในกรุงอรุณวดี มีกษัตริย์พระองค์หนึ่งพระนามว่าอรุณ

หม่อมฉันเป็นพระมเหสีของท้าวเธอ

ย่อมสนทนากันเป็นบางครั้งบางคราวเท่านั้น

[๕๘]

ครั้งนั้น หม่อมฉันนั่งอยู่ในที่สงัด คิดอย่างนี้ว่า

‘กุศลที่จะนำติดตัวไปซึ่งเราทำไว้ไม่มีเลย

[๕๙]

เราต้องตกนรกที่มีความเร่าร้อนมาก

ทั้งเผ็ดร้อนร้ายกาจแสนจะทารุณอย่างแน่นอน

เราไม่มีความสงสัยในข้อนี้เลย’

[๖๐]

ครั้นหม่อมฉันคิดอย่างนี้แล้ว

ทำจิตให้ร่าเริงเข้าเฝ้าพระราชาแล้ว กราบทูลดังนี้ว่า

[๖๑]

‘ข้าแต่พระองค์ผู้เป็นกษัตริย์

หม่อมฉันทั้งหลายชื่อว่าเป็นสตรี หม่อมฉันทั้งหลายไม่ใช่บุรุษ

ขอพระองค์ทรงพระราชทานพระสมณะ

แก่หม่อมฉันทั้งหลายสักองค์หนึ่งเถิด

หม่อมฉันทั้งหลายจักนิมนต์ท่านให้ฉัน”

[๖๒]

ครั้งนั้น พระราชาได้พระราชทานพระสมณะ

ผู้มีอินทรีย์อันอบรมแล้วให้หม่อมฉัน

หม่อมฉันรับบาตรของท่านมาแล้ว

ใส่ภัตตาหารอย่างประณีตจนเต็ม

[๖๓]

แล้วบรรจุอาหารอันประณีตของหอมและเครื่องลูบไล้

ไปพร้อมกัน มีใจยินดีได้ถวายให้ครองผ้าผืนใหญ่

[๖๔]

ด้วยกรรมที่หม่อมฉันได้ทำไว้ดีแล้วนั้น

และด้วยเจตนาที่ตั้งไว้มั่น

หม่อมฉันละกายมนุษย์แล้วจึงได้ไปเกิดในสวรรค์ชั้นดาวดึงส์

[๖๕]

ได้เป็นพระมเหสีของท้าวเทวราช ๑,๐๐๐ ชาติ

ได้เป็นพระมเหสีของพระเจ้าจักรพรรดิ ๑,๐๐๐ ชาติ

[๖๖]

และได้เป็นพระมเหสีของพระเจ้าประเทศราช

อันไพบูลย์นับชาติไม่ถ้วน

แต่นั้น ผลอื่นอีกมากมายหลายชนิด

เป็นผลกรรมแห่งทานนั้น

[๖๗]

หม่อมฉันมีผิวพรรณเหมือนดอกอุบล

เป็นสตรีมีรูปงาม น่าดูน่าชม

มีองค์สมบัติทั้งปวงสมบูรณ์ ๑-

เป็นอภิชาตบุตร ทรงไว้ซึ่งความเปล่งปลั่ง

[๖๘]

เมื่อถึงภพสุดท้าย หม่อมฉันเกิดในศากยตระกูล

เป็นหัวหน้าของนารี ๑,๐๐๐ นาง

ของพระโอรสของพระเจ้าสุทโธทนะ

[๖๙]

หม่อมฉันเบื่อหน่ายการครองเรือน

จึงออกบวชเป็นบรรพชิต เพียง ๗ ราตรี ก็ได้บรรลุสัจจะ ๔

[๗๐]

หม่อมฉันไม่สามารถจะประมาณจีวร บิณฑบาต

เสนาสนะ และคิลานปัจจัยเภสัชบริขารได้

นี้เป็นผลแห่งการถวายบิณฑบาต

[๗๑]

ข้าแต่พระมหาวีระ ผู้เป็นพระมุนี

ขอพระองค์พึงหวนระลึกถึงกุศลกรรมเก่าของหม่อมฉันเถิด

หม่อมฉันได้สละวัตถุเป็นอันมาก ก็เพื่อประโยชน์แก่พระองค์

@เชิงอรรถ :

@๑ องค์สมบัติทั้งปวง ในที่นี้หมายถึงมีอวัยวะทุกส่วนสมบูรณ์ได้สัดส่วน (ขุ.อป.อ. ๑/๑๗๓/๒๖๒)

[๗๒]

ในกัปที่ ๓๑ นับจากกัปนี้ไป

หม่อมฉันได้ถวายทานไว้ในครั้งนั้น

จึงไม่รู้จักทุคติเลย

นี้เป็นผลแห่งการถวายบิณฑบาต

[๗๓]

หม่อมฉันรู้จักเพียง ๒ คติ

คือ (๑) คติเทวดา (๒) คติมนุษย์ คติอื่นหม่อมฉันไม่รู้จักเลย

นี้เป็นผลแห่งการถวายบิณฑบาต

[๗๔]

หม่อมฉันรู้จักแต่ตระกูลสูงซึ่งเป็นตระกูลมหาศาลมีทรัพย์มาก

ตระกูลอื่นๆ หม่อมฉันไม่รู้จักเลย

นี้เป็นผลแห่งการถวายบิณฑบาต

[๗๕]

หม่อมฉันเวียนว่ายตายเกิดในภพน้อยภพใหญ่

ถูกกุศลมูลตักเตือนแล้ว ไม่เห็นสิ่งที่ไม่พอใจเลย

นี้เป็นผลแห่งโสมนัส

[๗๖]

ข้าแต่พระมหามุนี หม่อมฉันเป็นผู้มีความชำนาญในฤทธิ์

ในทิพพโสตธาตุ และในเจโตปริยญาณ

[๗๗]

รู้ปุพเพนิวาสานุสสติญาณ

ทิพยจักษุหม่อมฉันก็ชำระให้หมดจดแล้ว

อาสวะทั้งปวงก็สิ้นไปแล้ว

บัดนี้ ภพใหม่ไม่มีอีก

[๗๘]

ข้าแต่พระมหาวีระ อัตถปฏิสัมภิทาญาณ

ธัมมปฏิสัมภิทาญาณ นิรุตติปฏิสัมภิทาญาณ

และปฏิภาณปฏิสัมภิทาญาณของหม่อมฉันที่มีอยู่

ล้วนเกิดขึ้นแล้วในสำนักของพระองค์

[๗๙]

กิเลสทั้งหลายหม่อมฉันก็เผาได้แล้ว

ภพทั้งปวงหม่อมฉันก็ถอนได้แล้ว

หม่อมฉันตัดกิเลสเครื่องผูกพันได้แล้วอยู่อย่างผู้ไม่มีอาสวะ

ดุจพญาช้างตัดเครื่องพันธนาการได้แล้วอยู่อย่างอิสระ

[๘๐]

การที่หม่อมฉันมาในสำนักของพระพุทธเจ้าผู้ประเสริฐที่สุด

เป็นการมาดีแล้วโดยแท้

วิชชา ๓ หม่อมฉันได้บรรลุแล้วโดยลำดับ

คำสั่งสอนของพระพุทธเจ้า หม่อมฉันก็ได้ทำสำเร็จแล้ว

[๘๑]

คุณวิเศษเหล่านี้ คือ ปฏิสัมภิทา ๔ วิโมกข์ ๘

และอภิญญา ๖ หม่อมฉันก็ได้ทำให้แจ้งแล้ว

คำสั่งสอนของพระพุทธเจ้า หม่อมฉันก็ได้ทำสำเร็จแล้ว ดังนี้แล

ได้ทราบว่า พระอุปปลทายิกาภิกษุณีได้ภาษิตคาถาเหล่านี้ ด้วยประการฉะนี้

อุปปลทายิกาเถริยาปทานที่ ๓ จบ

ที่มา: พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่มที่ ๓๓ จาก 84000.org

รายงานข้อผิดพลาด

ภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เป็นงานของมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย คัดมาตามต้นฉบับโดยไม่แก้ถ้อยคำ แสดงภายใต้ เงื่อนไขนี้ หากเจ้าของประสงค์ให้นำออก แจ้งที่ saddhammadana@gmail.com จะนำออกทันที

หัวข้อก่อนหน้า๒. จตุราสีติสหัสสพราหมณกัญญาเถริยาปทานกลับไปยังสารบัญเล่มที่ ๓๓๔. ขัตติยกัญญาวรรคหัวข้อถัดไป๔. สิงคาลมาตาเถริยาปทาน