ข้ามไปยังเนื้อหา
ธรรมคลัง
หน้าแรกหนังสือบทสวดพระไตรปิฎกชาดกหมวดธรรม
ENเข้าสู่ระบบสมัครสมาชิก
ธรรมคลัง

แหล่งรวมหนังสือ พระสูตร บทสวด และพระไตรปิฎก เพื่อการเรียนรู้ ฝึกฝน และการใช้ชีวิตอย่างมีสติในทุกวัน

เมนูหลัก

  • หน้าแรก
  • หนังสือ
  • บทสวด
  • พระไตรปิฎก
  • ชาดก
  • หมวดธรรม
  • ค้นหา

เกี่ยวกับเรา

  • เกี่ยวกับโครงการ
  • แหล่งที่มาของเนื้อหา
  • ร่วมสนับสนุน

บริการช่วยเหลือ

  • ที่เก็บไว้
  • สำรวจคลังธรรมะ
  • ฟังธรรม
  • API สำหรับนักพัฒนา
“
“สพฺพทานํ ธมฺมทานํ ชินาติ”การให้ธรรมเป็นทานย่อมชำนะการให้ทั้งปวง
ธรรมบท ๓๕๔

© ๒๕๖๙ ธรรมคลัง สงวนลิขสิทธิ์

  1. หน้าแรก
  2. /
  3. พระไตรปิฎก
  4. /
  5. เล่มที่ ๓๓
  6. /
  7. …
  8. /
  9. เถรีอปทาน
  10. /
  11. ๔. ขัตติยกัญญาวรรค
  12. /
  13. ๖. อภิรูปนันทาเถริยาปทาน

๖. อภิรูปนันทาเถริยาปทาน

เล่มที่ ๓๓ · ข้อ ๑๗๖ · บรรทัด ๖๔๘๓

คัดจากพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย ตัวบทจาก 84000.org

ฉบับหลวงฉบับมหาจุฬาฯบาลีอักษรไทยPALI ROMANอรรถกถา
พรีวิว / พิมพ์ PDFโหมดอ่านต่อเนื่อง

ภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย

๖. อภิรูปนันทาเถริยาปทาน

ประวัติในอดีตชาติของพระอภิรูปนันทาเถรี

(พระอภิรูปนันทาเถรี เมื่อจะประกาศประวัติในอดีตชาติของตน จึงกล่าวว่า)

[๑๔๓]

ในกัปที่ ๙๑ นับจากกัปนี้ไป

พระพุทธเจ้าทรงเป็นผู้นำพระนามว่าวิปัสสี

ทรงมีพระวรกายงดงาม

มีพระจักษุในธรรมทั้งปวง เสด็จอุบัติขึ้นแล้ว

[๑๔๔]

ครั้งนั้น หม่อมฉันเกิดในตระกูลใหญ่ที่มั่งคั่ง

มีความเจริญในกรุงพันธุมดี เป็นสตรี มีรูปงาม

น่าเอ็นดู และน่าบูชาของหมู่ชน

[๑๔๕]

ได้เข้าเฝ้าพระพุทธเจ้าพระนามว่าวิปัสสี

ทรงเป็นผู้นำสัตว์โลก ทรงมีความเพียรมาก

ได้สดับพระธรรมแล้ว

ถึงพระองค์ทรงเป็นผู้นำของนรชน เป็นที่พึ่งที่ระลึก

[๑๔๖]

หม่อมฉันสำรวมอยู่ในศีล เมื่อพระผู้มีพระภาค

เป็นผู้สูงสุดแห่งนระ เสด็จดับขันธปรินิพพานแล้ว

ได้ใช้ฉัตรทองบูชาไว้ ณ เบื้องบน

แห่งพระสถูปที่บรรจุพระบรมสารีริกธาตุ

[๑๔๗]

หม่อมฉันเป็นผู้สละได้ขาดแล้ว

มีศีลจนตลอดชีวิต จุติจากอัตภาพนั้นแล้ว

ละกายมนุษย์จึงได้ไปเกิดในสวรรค์ชั้นดาวดึงส์

[๑๔๘]

ครั้งนั้น หม่อมฉันครอบงำ(เทพธิดา)ได้ทั้งหมด

ด้วยฐานะ ๑๐ ประการ คือ (๑) รูป

(๒) เสียง (๓) กลิ่น (๔) รส (๕) โผฏฐัพพะ

[๑๔๙]

(๖) อายุ (๗) วรรณะ (๘) สุข (๙) ยศ

(๑๐) ความเป็นอธิบดี รุ่งโรจน์อยู่

[๑๕๐]

บัดนี้ เป็นภพสุดท้าย หม่อมฉันเกิดในกรุงกบิลพัสดุ์

เป็นธิดาแห่งเจ้าศากยะพระนามว่าเขมกะ

มีนามปรากฏว่านันทา

[๑๕๑]

หมู่ชนกล่าวว่า หม่อมฉันเป็นผู้หนึ่ง

ซึ่งมีความถึงพร้อมด้วยรูปงาม น่าชม

ในคราวที่หม่อมฉันเติบโตเป็นสาว(รู้จัก)

มีรูปและผิวพรรณงดงาม

[๑๕๒]

พวกเจ้าศากยะเกิดการวิวาทกันใหญ่โต

เพราะเรื่องแย่งตัวหม่อมฉันนี้

ครั้งนั้น พระบิดาของหม่อมฉันดำริว่า

‘พวกเจ้าศากยะ จงอย่าพินาศเลย’ จึงให้หม่อมฉันบวช

[๑๕๓]

ครั้นหม่อมฉันบวชแล้ว ได้ฟังว่า

พระตถาคตเป็นผู้สูงสุดแห่งนรชน ทรงติเตียนรูป

จึงไม่ยอมเข้าเฝ้า เพราะหม่อมฉันมีความหลงใหลรูป

[๑๕๔]

หม่อมฉันขลาดต่อการเข้าเฝ้าพระพุทธเจ้า จึงไม่ยอมไปรับโอวาท

ครั้งนั้น พระชินเจ้าทรงให้หม่อมฉัน

เข้าไปสู่สำนักของพระองค์ด้วยอุบาย

[๑๕๕]

พระองค์ผู้ทรงฉลาดในมรรค

ทรงเนรมิตหญิง ๓ คน ด้วยฤทธิ์

คือ (๑) หญิงสาวที่สวยเหมือนเทพอัปสร

(๒) หญิงชรา (๓) หญิงที่ตายแล้ว

[๑๕๖]

หม่อมฉันเห็นหญิงทั้ง ๓ แล้วเกิดความสลดใจ

ไม่ยินดีในซากศพของหญิงที่ตายแล้ว

มีความเบื่อหน่ายในภพ ยืนเฉยอยู่

ขณะนั้น พระผู้มีพระภาคทรงเป็นผู้นำ ตรัสกับหม่อมฉันว่า

[๑๕๗]

‘นันทา เธอจงดูรูปกายที่กระสับกระส่าย

ไม่สะอาด เปื่อยเน่า ไหลเข้าไหลออกอยู่

ที่พวกคนเขลาพากันปรารถนายิ่งนัก

[๑๕๘]

เธอจงอบรมจิตให้เป็นสมาธิมีอารมณ์เดียวด้วยอสุภารมณ์เถิด

รูปนี้เป็นฉันใด รูปของเธอนั้นก็เป็นฉันนั้น

รูปของเธอนั้นเป็นฉันใด รูปนี้ก็เป็นฉันนั้น

[๑๕๙]

เมื่อเธอพิจารณาเห็นรูปอยู่อย่างนี้

มิได้เกียจคร้านทั้งกลางวันและกลางคืน

แต่นั้น ก็จะเบื่อหน่ายอยู่ด้วยปัญญาของตน’

[๑๖๐]

เมื่อหม่อมฉันไม่ประมาทแล้ว

พิจารณาในกายนี้อยู่โดยแยบคายว่า

กายนี้ทั้งภายในและภายนอก

เราได้เห็นแล้วตามความเป็นจริง

[๑๖๑]

เมื่อเป็นเช่นนั้น จึงเบื่อหน่ายในกาย

และคลายกำหนัดในภายใน ไม่ประมาท

ไม่เกาะเกี่ยว เป็นผู้สงบเย็นแล้ว

[๑๖๒]

ข้าแต่พระมหามุนี หม่อมฉันเป็นผู้มีความชำนาญในฤทธิ์

ในทิพพโสตธาตุ และในเจโตปริยญาณ

[๑๖๓]

รู้ปุพเพนิวาสานุสสติญาณ

ทิพยจักษุหม่อมฉันก็ชำระให้หมดจดแล้ว

อาสวะทั้งปวงก็สิ้นไปแล้ว

บัดนี้ ภพใหม่ไม่มีอีก

[๑๖๔]

ข้าแต่พระมหาวีระ อัตถปฏิสัมภิทาญาณ

ธัมมปฏิสัมภิทาญาณ นิรุตติปฏิสัมภิทาญาณ

และปฏิภาณปฏิสัมภิทาญาณ ของหม่อมฉันที่มีอยู่

ล้วนเกิดขึ้นแล้วในสำนักของพระองค์

[๑๖๕]

กิเลสทั้งหลายหม่อมฉันก็เผาได้แล้ว

ภพทั้งปวงหม่อมฉันก็ถอนได้แล้ว

หม่อมฉันตัดกิเลสเครื่องผูกพันได้แล้วอยู่อย่างผู้ไม่มีอาสวะ

ดุจพญาช้างตัดเครื่องพันธนาการได้แล้วอยู่อย่างอิสระ

[๑๖๖]

การที่หม่อมฉันมาในสำนักของพระพุทธเจ้าผู้ประเสริฐที่สุด

เป็นการมาดีแล้วโดยแท้

วิชชา ๓ หม่อมฉันได้บรรลุแล้วโดยลำดับ

คำสั่งสอนของพระพุทธเจ้า หม่อมฉันก็ได้ทำสำเร็จแล้ว

[๑๖๗]

คุณวิเศษเหล่านี้ คือ ปฏิสัมภิทา ๔ วิโมกข์ ๘

และอภิญญา ๖ หม่อมฉันก็ได้ทำให้แจ้งแล้ว

คำสั่งสอนของพระพุทธเจ้า หม่อมฉันก็ได้ทำสำเร็จแล้ว ดังนี้แล

ได้ทราบว่า พระอภิรูปนันทาภิกษุณีได้ภาษิตคาถาเหล่านี้ ด้วยประการฉะนี้

อภิรูปนันทาเถริยาปทานที่ ๖ จบ

ที่มา: พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่มที่ ๓๓ จาก 84000.org

รายงานข้อผิดพลาด

ภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เป็นงานของมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย คัดมาตามต้นฉบับโดยไม่แก้ถ้อยคำ แสดงภายใต้ เงื่อนไขนี้ หากเจ้าของประสงค์ให้นำออก แจ้งที่ saddhammadana@gmail.com จะนำออกทันที

หัวข้อก่อนหน้า๕. สุกกาเถริยาปทานกลับไปยังสารบัญเล่มที่ ๓๓๔. ขัตติยกัญญาวรรคหัวข้อถัดไป๗. อัฑฒกาสีเถริยาปทาน