ข้ามไปยังเนื้อหา
ธรรมคลัง
หน้าแรกหนังสือบทสวดพระไตรปิฎกชาดกหมวดธรรม
ENเข้าสู่ระบบสมัครสมาชิก
ธรรมคลัง

แหล่งรวมหนังสือ พระสูตร บทสวด และพระไตรปิฎก เพื่อการเรียนรู้ ฝึกฝน และการใช้ชีวิตอย่างมีสติในทุกวัน

เมนูหลัก

  • หน้าแรก
  • หนังสือ
  • บทสวด
  • พระไตรปิฎก
  • ชาดก
  • หมวดธรรม
  • ค้นหา

เกี่ยวกับเรา

  • เกี่ยวกับโครงการ
  • แหล่งที่มาของเนื้อหา
  • ร่วมสนับสนุน

บริการช่วยเหลือ

  • ที่เก็บไว้
  • สำรวจคลังธรรมะ
  • ฟังธรรม
  • API สำหรับนักพัฒนา
“
“สพฺพทานํ ธมฺมทานํ ชินาติ”การให้ธรรมเป็นทานย่อมชำนะการให้ทั้งปวง
ธรรมบท ๓๕๔

© ๒๕๖๙ ธรรมคลัง สงวนลิขสิทธิ์

  1. หน้าแรก
  2. /
  3. พระไตรปิฎก
  4. /
  5. เล่มที่ ๓๓
  6. /
  7. …
  8. /
  9. เถรีอปทาน
  10. /
  11. ๔. ขัตติยกัญญาวรรค
  12. /
  13. ๘. ปุณณิกาเถริยาปทาน

๘. ปุณณิกาเถริยาปทาน

เล่มที่ ๓๓ · ข้อ ๑๗๘ · บรรทัด ๖๕๔๙

คัดจากพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย ตัวบทจาก 84000.org

ฉบับหลวงฉบับมหาจุฬาฯบาลีอักษรไทยPALI ROMANอรรถกถา
พรีวิว / พิมพ์ PDFโหมดอ่านต่อเนื่อง

ภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย

๘. ปุณณิกาเถริยาปทาน

ประวัติในอดีตชาติของพระปุณณิกาเถรี

(พระปุณณิกาเถรี เมื่อจะประกาศประวัติในอดีตชาติของตน จึงกล่าวว่า)

[๑๘๔]

พระผู้มีพระภาคพุทธเจ้า ผู้เป็นพระมุนี ผู้คงที่

ทรงพระนามว่าพระวิปัสสี ๑ พระสิขี ๑ พระเวสสภู ๑

พระกกุสันธะ ๑ พระโกนาคมนะ ๑ พระกัสสปะ ๑

[๑๘๕]

หม่อมฉันบวชเป็นภิกษุณีในศาสนา

ของพระพุทธเจ้าพระนามว่ากัสสปะ

เป็นผู้สมบูรณ์ด้วยศีล มีปัญญารักษาตน สำรวมอินทรีย์

[๑๘๖]

เป็นพหูสูต ทรงธรรม สอบถามเหตุและผล

เล่าเรียน สดับธรรม เป็นผู้นั่งใกล้

[๑๘๗]

หม่อมฉันแสดงคำสอนของพระชินเจ้าในท่ามกลางหมู่ชน

ได้เป็นผู้มีศีลเป็นที่รัก ดูหมิ่นเพราะความเป็นพหูสูตนั้น

[๑๘๘]

บัดนี้ เป็นภพสุดท้าย หม่อมฉันเกิดในเรือนแห่งนางกุมภทาสี

ของอนาถบิณฑิกเศรษฐีในกรุงสาวัตถีที่ประเสริฐสุด

[๑๘๙]

หม่อมฉันไปตักน้ำ ได้เห็นโสตถิยพราหมณ์

นั่งหนาวสั่นอยู่ท่ามกลางน้ำ

ครั้นเห็นแล้วได้กล่าวดังนี้ว่า ‘ฉันเป็นคนตักน้ำ

[๑๙๐]

กลัวภัยต่ออาชญาของเจ้านาย

และถูกภัยคือวาจาที่เกรี้ยวกราดของเจ้านายเบียดเบียน

จึงต้องลงน้ำเป็นประจำในฤดูหนาว

[๑๙๑]

พราหมณ์เอ๋ย ท่านกลัวใคร จึงต้องลงน้ำเป็นประจำ

มีร่างกายสั่นเทา รู้สึกหนาวรุนแรงใช่ไหม’

[๑๙๒]

(พราหมณ์ได้กล่าวว่า) ‘นางปุณณิกาผู้เจริญ

เธอทั้งที่รู้อยู่ยังสอบถามเราผู้ทำกุศลกรรม

เพื่อกำจัดบาปกรรมอยู่

[๑๙๓]

บุคคลใดเป็นผู้ใหญ่ก็ตาม เป็นเด็กก็ตาม ทำบาปกรรมไว้

บุคคลนั้นๆ จะพ้นจากบาปกรรมได้ เพราะการอาบน้ำ’

[๑๙๔]

เมื่อพราหมณ์นั้นขึ้นจากน้ำมา

หม่อมฉันได้บอกบทที่ประกอบด้วยเหตุและผล

พราหมณ์ได้ฟังบทแห่งธรรมนั้นแล้ว

มีความสลดใจ ออกบวชแล้วได้เป็นพระอรหันต์

[๑๙๕]

เพราะหม่อมฉันเกิดในตระกูลทาสี

ครบจำนวนทาสี ๑๐๐ คนพอดี

เจ้านายจึงตั้งชื่อให้หม่อมฉันว่า ปุณณา

และปลดหม่อมฉัน(จากทาส)ให้เป็นไท

[๑๙๖]

แต่นั้นหม่อมฉันอนุโมทนาเศรษฐีแล้ว

บวชเป็นบรรพชิต โดยกาลไม่นานนักก็ได้บรรลุอรหัตตผล

[๑๙๗]

ข้าแต่พระมหามุนี หม่อมฉันเป็นผู้มีความชำนาญในฤทธิ์

ในทิพพโสตธาตุและในเจโตปริยญาณ

[๑๙๘]

รู้ปุพเพนิวาสานุสสติญาณ

ทิพยจักษุหม่อมฉันชำระให้หมดจดแล้ว

อาสวะทั้งปวงสิ้นไปแล้ว

บัดนี้ ภพใหม่ไม่มีอีก

[๑๙๙]

อัตถปฏิสัมภิทาญาณ ธัมมปฏิสัมภิทาญาณ

นิรุตติปฏิสัมภิทาญาณ และปฏิภาณปฏิสัมภิทาญาณ

ของหม่อมฉัน บริสุทธิ์ ไม่มีมลทิน

เพราะอำนาจของพระพุทธเจ้าผู้ประเสริฐสุด

[๒๐๐]

หม่อมฉันมีปัญญามากเพราะการเจริญภาวนา

มีสุตะมากเพราะการเรียนรู้

เกิดในตระกูลต่ำเพราะมีมานะจัด

แต่กุศลกรรมมิได้วิบัติไปเลย

[๒๐๑]

กิเลสทั้งหลายหม่อมฉันก็เผาได้แล้ว

ภพทั้งปวงหม่อมฉันก็ถอนได้แล้ว

หม่อมฉันตัดกิเลสเครื่องผูกพันได้แล้วอยู่อย่างผู้ไม่มีอาสวะ

ดุจพญาช้างตัดเครื่องพันธนาการได้แล้วอยู่อย่างอิสระ

[๒๐๒]

การที่หม่อมฉันมาในสำนักของพระพุทธเจ้าผู้ประเสริฐที่สุด

เป็นการมาดีแล้วโดยแท้

วิชชา ๓ หม่อมฉันได้บรรลุแล้วโดยลำดับ

คำสั่งสอนของพระพุทธเจ้า หม่อมฉันก็ได้ทำสำเร็จแล้ว

[๒๐๓]

คุณวิเศษเหล่านี้ คือ ปฏิสัมภิทา ๔ วิโมกข์ ๘

และอภิญญา ๖ หม่อมฉันก็ได้ทำให้แจ้งแล้ว

คำสั่งสอนของพระพุทธเจ้า หม่อมฉันก็ได้ทำสำเร็จแล้ว ดังนี้แล

ได้ทราบว่า พระปุณณิกาภิกษุณีได้ภาษิตคาถาเหล่านี้ ด้วยประการฉะนี้

ปุณณิกาเถริยาปทานที่ ๘ จบ

ที่มา: พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่มที่ ๓๓ จาก 84000.org

รายงานข้อผิดพลาด

ภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เป็นงานของมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย คัดมาตามต้นฉบับโดยไม่แก้ถ้อยคำ แสดงภายใต้ เงื่อนไขนี้ หากเจ้าของประสงค์ให้นำออก แจ้งที่ saddhammadana@gmail.com จะนำออกทันที

หัวข้อก่อนหน้า๗. อัฑฒกาสีเถริยาปทานกลับไปยังสารบัญเล่มที่ ๓๓๔. ขัตติยกัญญาวรรคหัวข้อถัดไป๙. อัมพปาลีเถริยาปทาน