ข้ามไปยังเนื้อหา
ธรรมคลัง
หน้าแรกหนังสือบทสวดพระไตรปิฎกชาดกหมวดธรรม
ENเข้าสู่ระบบสมัครสมาชิก
ธรรมคลัง

แหล่งรวมหนังสือ พระสูตร บทสวด และพระไตรปิฎก เพื่อการเรียนรู้ ฝึกฝน และการใช้ชีวิตอย่างมีสติในทุกวัน

เมนูหลัก

  • หน้าแรก
  • หนังสือ
  • บทสวด
  • พระไตรปิฎก
  • ชาดก
  • หมวดธรรม
  • ค้นหา

เกี่ยวกับเรา

  • เกี่ยวกับโครงการ
  • แหล่งที่มาของเนื้อหา
  • ร่วมสนับสนุน

บริการช่วยเหลือ

  • ที่เก็บไว้
  • สำรวจคลังธรรมะ
  • ฟังธรรม
  • API สำหรับนักพัฒนา
“
“สพฺพทานํ ธมฺมทานํ ชินาติ”การให้ธรรมเป็นทานย่อมชำนะการให้ทั้งปวง
ธรรมบท ๓๕๔

© ๒๕๖๙ ธรรมคลัง สงวนลิขสิทธิ์

  1. หน้าแรก
  2. /
  3. พระไตรปิฎก
  4. /
  5. เล่มที่ ๓๓
  6. /
  7. …
  8. /
  9. เถรีอปทาน
  10. /
  11. ๔. ขัตติยกัญญาวรรค
  12. /
  13. ๙. อัมพปาลีเถริยาปทาน

๙. อัมพปาลีเถริยาปทาน

เล่มที่ ๓๓ · ข้อ ๑๗๙ · บรรทัด ๖๕๘๒

คัดจากพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย ตัวบทจาก 84000.org

ฉบับหลวงฉบับมหาจุฬาฯบาลีอักษรไทยPALI ROMANอรรถกถา
พรีวิว / พิมพ์ PDFโหมดอ่านต่อเนื่อง

ภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย

๙. อัมพปาลีเถริยาปทาน

ประวัติในอดีตชาติของพระอัมพปาลีเถรี

(พระอัมพปาลีเถรี เมื่อจะประกาศประวัติในอดีตชาติของตน จึงกล่าวว่า)

[๒๐๔]

หม่อมฉันเกิดในตระกูลกษัตริย์

เป็นพระภคินีของพระมหามุนีพระนามว่าผุสสะ

ผู้มีพระรัศมีงาม รุ่งเรืองดุจเทริด

[๒๐๕]

หม่อมฉันได้ฟังธรรมของพระองค์แล้ว

มีจิตผ่องใส ได้ถวายมหาทานแล้ว ปรารถนารูปสมบัติ

[๒๐๖]

ในกัปที่ ๓๑ นับจากกัปนี้ไป

พระชินเจ้าพระนามว่าสิขี ทรงเป็นผู้นำชั้นเลิศของโลก

ทรงส่องโลกให้สว่างไสว ทรงเป็นที่พึ่ง ที่ระลึกในไตรโลก

เสด็จอุบัติขึ้นแล้ว

[๒๐๗]

ครั้งนั้น หม่อมฉันเกิดในตระกูลพราหมณ์

ในกรุงอรุณที่น่ารื่นรมย์ โกรธแล้ว

สาปแช่งภิกษุณีรูปหนึ่งผู้มีจิตหลุดพ้นแล้วว่า

[๒๐๘]

‘ท่านเป็นหญิงแพศยา ประพฤติอนาจาร

ประทุษร้ายพระศาสนาของพระชินเจ้า’

ครั้นด่าอย่างนี้แล้ว เพราะกรรมชั่วที่ทำไว้นั้น

[๒๐๙]

หม่อมฉันต้องตกนรกที่ร้ายกาจ

เพียบด้วยมหันตทุกข์ เคลื่อนจากนรกนั้นแล้ว

มาเกิดในหมู่มนุษย์ ก็มีความเดือดร้อนเป็นประจำ

[๒๑๐]

ครองตำแหน่งหญิงแพศยาอยู่ถึง ๑๐,๐๐๐ ชาติ

ก็ยังไม่พ้นจากบาปกรรมนั้น

เปรียบเหมือนคนที่กลืนกินยาพิษอย่างร้ายแรง

[๒๑๑]

หม่อมฉันได้ออกบวชเป็นภิกษุณี

มีเพศประเสริฐในศาสนาของพระชินเจ้าพระนามว่ากัสสปะ

ได้ไปเกิดในสวรรค์ชั้นดาวดึงส์ เพราะผลแห่งกรรมนั้น

[๒๑๒]

เมื่อถึงภพสุดท้าย หม่อมฉันเกิดเป็นโอปปาติกะ ๑-

ที่ระหว่างกิ่งต้นมะม่วง

จึงมีชื่อว่าอัมพปาลี ตามนิมิตหมายนั้น

[๒๑๓]

หม่อมฉันมีประชาชนหลายโกฏิ

แห่ห้อมล้อมมาบวชในศาสนาของพระชินเจ้า

เป็นลูกหญิงแห่งพระพุทธเจ้า

บรรลุถึงฐานะที่ไม่หวั่นไหว

@เชิงอรรถ :

@๑ โอปปาติกะ หมายถึงสัตว์ที่เกิดและเติบโตเต็มที่ทันที และเมื่อจุติ (ตาย) ก็หายวับไปไม่ทิ้งซากศพไว้ เช่น

@เทวดา และสัตว์นรกเป็นต้น (ที.สี.อ. ๑/๑๗๑/๑๔๙)

[๒๑๔]

ข้าแต่พระมหามุนี หม่อมฉันเป็นผู้มีความชำนาญในฤทธิ์

ในทิพพโสตธาตุ และมีความชำนาญในเจโตปริยญาณ

[๒๑๕]

รู้ปุพเพนิวาสานุสสติญาณ

ทิพยจักษุ หม่อมฉันก็ชำระให้หมดจดแล้ว

อาสวะทั้งปวงก็สิ้นไปแล้ว

บัดนี้ ภพใหม่ไม่มีอีก

[๒๑๖]

อัตถปฏิสัมภิทาญาณ ธัมมปฏิสัมภิทาญาณ

นิรุตติปฏิสัมภิทาญาณ และปฏิภาณปฏิสัมภิทาญาณ

ของหม่อมฉัน บริสุทธิ์ ไม่มีมลทิน

เพราะอำนาจของพระพุทธเจ้าผู้ประเสริฐที่สุด

[๒๑๗]

กิเลสทั้งหลายหม่อมฉันก็เผาได้แล้ว

ภพทั้งปวงหม่อมฉันก็ถอนได้แล้ว

หม่อมฉันตัดกิเลสเครื่องผูกพันได้แล้วอยู่อย่างผู้ไม่มีอาสวะ

ดุจพญาช้างตัดเครื่องพันธนาการได้แล้วอยู่อย่างอิสระ

[๒๑๘]

การที่หม่อมฉันมาในสำนักของพระพุทธเจ้าผู้ประเสริฐที่สุด

เป็นการมาที่ดีแล้วโดยแท้

วิชชา ๓ หม่อมฉันได้บรรลุแล้วโดยลำดับ

คำสั่งสอนของพระพุทธเจ้า หม่อมฉันก็ได้ทำสำเร็จแล้ว

[๒๑๙]

คุณวิเศษเหล่านี้ คือ ปฏิสัมภิทา ๔ วิโมกข์ ๘

และอภิญญา ๖ หม่อมฉันก็ได้ทำให้แจ้งแล้ว

คำสั่งสอนของพระพุทธเจ้า หม่อมฉันก็ได้ทำสำเร็จแล้ว ดังนี้แล

ได้ทราบว่า พระอัมพปาลีภิกษุณีได้ภาษิตคาถาเหล่านี้ ด้วยประการฉะนี้

อัมพปาลีเถริยาปทานที่ ๙ จบ

ที่มา: พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่มที่ ๓๓ จาก 84000.org

รายงานข้อผิดพลาด

ภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เป็นงานของมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย คัดมาตามต้นฉบับโดยไม่แก้ถ้อยคำ แสดงภายใต้ เงื่อนไขนี้ หากเจ้าของประสงค์ให้นำออก แจ้งที่ saddhammadana@gmail.com จะนำออกทันที

หัวข้อก่อนหน้า๘. ปุณณิกาเถริยาปทานกลับไปยังสารบัญเล่มที่ ๓๓๔. ขัตติยกัญญาวรรคหัวข้อถัดไป๑๐. เสลาเถริยาปทาน