ข้ามไปยังเนื้อหา
ธรรมคลัง
หน้าแรกหนังสือบทสวดพระไตรปิฎกชาดกหมวดธรรม
ENเข้าสู่ระบบสมัครสมาชิก
ธรรมคลัง

แหล่งรวมหนังสือ พระสูตร บทสวด และพระไตรปิฎก เพื่อการเรียนรู้ ฝึกฝน และการใช้ชีวิตอย่างมีสติในทุกวัน

เมนูหลัก

  • หน้าแรก
  • หนังสือ
  • บทสวด
  • พระไตรปิฎก
  • ชาดก
  • หมวดธรรม
  • ค้นหา

เกี่ยวกับเรา

  • เกี่ยวกับโครงการ
  • แหล่งที่มาของเนื้อหา
  • ร่วมสนับสนุน

บริการช่วยเหลือ

  • ที่เก็บไว้
  • สำรวจคลังธรรมะ
  • ฟังธรรม
  • API สำหรับนักพัฒนา
“
“สพฺพทานํ ธมฺมทานํ ชินาติ”การให้ธรรมเป็นทานย่อมชำนะการให้ทั้งปวง
ธรรมบท ๓๕๔

© ๒๕๖๙ ธรรมคลัง สงวนลิขสิทธิ์

  1. หน้าแรก
  2. /
  3. พระไตรปิฎก
  4. /
  5. เล่มที่ ๓๓
  6. /
  7. …
  8. /
  9. เถรีอปทาน
  10. /
  11. ๔. ขัตติยกัญญาวรรค
  12. /
  13. ๑๐. เสลาเถริยาปทาน

๑๐. เสลาเถริยาปทาน

เล่มที่ ๓๓ · ข้อ ๑๘๐ · บรรทัด ๖๖๑๖

คัดจากพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย ตัวบทจาก 84000.org

ฉบับหลวงฉบับมหาจุฬาฯบาลีอักษรไทยPALI ROMANอรรถกถา
พรีวิว / พิมพ์ PDFโหมดอ่านต่อเนื่อง

ภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย

๑๐. เสลาเถริยาปทาน

ประวัติในอดีตชาติของพระเสลาเถรี

(พระเสลาเถรี เมื่อจะประกาศประวัติในอดีตชาติของตน จึงกล่าวว่า)

[๒๒๐]

ในภัทรกัปนี้ พระพุทธเจ้าผู้เป็นเผ่าพันธุ์ของพราหมณ์

มีพระยศยิ่งใหญ่ พระนามว่ากัสสปะ ตามพระโคตร

ประเสริฐกว่าเจ้าลัทธิทั้งหลาย เสด็จอุบัติขึ้นแล้ว

[๒๒๑]

ครั้งนั้น หม่อมฉันเกิดในตระกูลอุบาสก

ในกรุงสาวัตถีซึ่งเป็นเมืองประเสริฐ

เห็นพระชินเจ้าผู้ประเสริฐพระองค์นั้น

และฟังพระธรรมเทศนาแล้ว

[๒๒๒]

ถึงพระวีระพระองค์นั้นเป็นที่พึ่งที่ระลึกและสมาทานศีล

ครั้งหนึ่งในสมาคมแห่งมหาชน

พระมหาวีระพระองค์นั้น

[๒๒๓]

ผู้องอาจกว่านรชน ทรงประกาศอภิสัมโพธิญาณของพระองค์

ในธรรมที่ไม่เคยฟังมาในกาลก่อน

และในอริยสัจมีทุกข์เป็นต้นว่า

[๒๒๔]

‘เรามีจักษุ ญาณ ปัญญา วิชชา

และแสงสว่าง’ แก่หม่อมฉัน

หม่อมฉันสดับ เล่าเรียนธรรมนั้นแล้ว

จึงสอบถามภิกษุทั้งหลาย

[๒๒๕]

ด้วยกรรมที่หม่อมฉันได้ทำไว้ดีแล้วนั้น

และด้วยเจตนาที่ตั้งไว้มั่น

หม่อมฉันละกายมนุษย์แล้ว

จึงได้ไปเกิดในสวรรค์ชั้นดาวดึงส์

[๒๒๖]

บัดนี้ ภพนี้เป็นภพสุดท้าย

หม่อมฉันเกิดในตระกูลมหาเศรษฐี

ได้เข้าเฝ้าพระพุทธเจ้า ได้ฟังพระสัทธรรมอันประกอบด้วยมัจจุ

[๒๒๗]

บวชแล้ว ค้นคว้าอรรถธรรมทั้งปวง

ทำอาสวะทั้งปวงให้สิ้นไปแล้ว

ได้บรรลุอรหัตตผลโดยกาลไม่นานเลย

[๒๒๘]

ข้าแต่พระมหามุนี หม่อมฉันเป็นผู้มีความชำนาญในฤทธิ์

ในทิพพโสตธาตุ และมีความชำนาญในเจโตปริยญาณ

[๒๒๙]

รู้ปุพเพนิวาสานุสสติญาณ

ทิพยจักษุหม่อมฉันก็ชำระให้หมดจดแล้ว

อาสวะทั้งปวงก็สิ้นไปแล้ว

บัดนี้ ภพใหม่ไม่มีอีก

[๒๓๐]

อัตถปฏิสัมภิทาญาณ ธัมมปฏิสัมภิทาญาณ

นิรุตติปฏิสัมภิทาญาณ และปฏิภาณปฏิสัมภิทาญาณ

ของหม่อมฉัน บริสุทธิ์ไม่มีมลทิน

เพราะอำนาจของพระพุทธเจ้าผู้ประเสริฐที่สุด

[๒๓๑]

กิเลสทั้งหลายหม่อมฉันก็เผาได้แล้ว

ภพทั้งปวงหม่อมฉันก็ถอนได้แล้ว

หม่อมฉันตัดกิเลสเครื่องผูกพันได้แล้วอยู่อย่างผู้ไม่มีอาสวะ

ดุจพญาช้างตัดเครื่องพันธนาการได้แล้วอยู่อย่างอิสระ

[๒๓๒]

การที่หม่อมฉันมาในสำนักของพระพุทธเจ้าผู้ประเสริฐที่สุด

เป็นการมาดีแล้วโดยแท้

วิชชา ๓ หม่อมฉันได้บรรลุแล้วโดยลำดับ

คำสั่งสอนของพระพุทธเจ้า หม่อมฉันก็ได้ทำสำเร็จแล้ว

[๒๓๓]

คุณวิเศษเหล่านี้ คือ ปฏิสัมภิทา ๔ วิโมกข์ ๘

และอภิญญา ๖ หม่อมฉันก็ได้ทำให้แจ้งแล้ว

คำสั่งสอนของพระพุทธเจ้า หม่อมฉันก็ได้ทำสำเร็จแล้ว ดังนี้แล

ได้ทราบว่า ท่านพระเสลาภิกษุณีได้ภาษิตคาถาเหล่านี้ ด้วยประการฉะนี้

เสลาเถริยาปทานที่ ๑๐ จบ

ขัตติยกัญญาวรรคที่ ๔ จบ

รวมอปทานที่มีในวรรคนี้ คือ

๑. อัฏฐารสสหัสสขัตติยกัญญาเถริยาปทาน

๒. จตุราสีติสหัสสพราหมณกัญญาเถริยาปทาน

๓. อุปปลทายิกาเถริยาปทาน ๔. สิงคาลมาตุเถริยาปทาน

๕. สุกกาเถริยาปทาน ๖. อภิรูปนันทาเถริยาปทาน

๗. อัฑฒกาสีเถริยาปทาน ๘. ปุณณิกาเถริยาปทาน

๙. อัมพปาลีเถริยาปทาน ๑๐. เสลาเถริยาปทาน

รวมวรรคได้ ๔ วรรค คือ

๑. สุเมธาวรรค ๒. เอกูโปสถิกวรรค

๓. กุณฑลเกสีวรรค ๔. ขัตติยกัญญาวรรค

ในวรรคนี้ บัณฑิตประมวลคาถาไว้ได้ ๑,๓๔๗ คาถา พร้อมทั้งอุทานคาถา

นับได้ ๑,๓๕๗ คาถา

เถรีอปทาน จบบริบูรณ์

ที่มา: พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่มที่ ๓๓ จาก 84000.org

รายงานข้อผิดพลาด

ภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เป็นงานของมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย คัดมาตามต้นฉบับโดยไม่แก้ถ้อยคำ แสดงภายใต้ เงื่อนไขนี้ หากเจ้าของประสงค์ให้นำออก แจ้งที่ saddhammadana@gmail.com จะนำออกทันที

หัวข้อก่อนหน้า๙. อัมพปาลีเถริยาปทานกลับไปยังสารบัญเล่มที่ ๓๓๔. ขัตติยกัญญาวรรคหัวข้อถัดไปรัตนะจงกรมกัณฑ์