ข้ามไปยังเนื้อหา
ธรรมคลัง
หน้าแรกหนังสือบทสวดพระไตรปิฎกชาดกหมวดธรรม
ENเข้าสู่ระบบสมัครสมาชิก
ธรรมคลัง

แหล่งรวมหนังสือ พระสูตร บทสวด และพระไตรปิฎก เพื่อการเรียนรู้ ฝึกฝน และการใช้ชีวิตอย่างมีสติในทุกวัน

เมนูหลัก

  • หน้าแรก
  • หนังสือ
  • บทสวด
  • พระไตรปิฎก
  • ชาดก
  • หมวดธรรม
  • ค้นหา

เกี่ยวกับเรา

  • เกี่ยวกับโครงการ
  • แหล่งที่มาของเนื้อหา
  • ร่วมสนับสนุน

บริการช่วยเหลือ

  • ที่เก็บไว้
  • สำรวจคลังธรรมะ
  • ฟังธรรม
  • API สำหรับนักพัฒนา
“
“สพฺพทานํ ธมฺมทานํ ชินาติ”การให้ธรรมเป็นทานย่อมชำนะการให้ทั้งปวง
ธรรมบท ๓๕๔

© ๒๕๖๙ ธรรมคลัง สงวนลิขสิทธิ์

  1. หน้าแรก
  2. /
  3. พระไตรปิฎก
  4. /
  5. เล่มที่ ๓๓
  6. /
  7. พุทธวงศ์
  8. /
  9. ๒. โกณฑัญญพุทธวงศ์

๒. โกณฑัญญพุทธวงศ์

เล่มที่ ๓๓ · ข้อ ๑๘๓ · บรรทัด ๗๒๖๔

คัดจากพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย ตัวบทจาก 84000.org

ฉบับหลวงฉบับมหาจุฬาฯบาลีอักษรไทยPALI ROMANอรรถกถาอรรถกถาบาลีอักษรไทยAtthakatha PaliRoman
พรีวิว / พิมพ์ PDFโหมดอ่านต่อเนื่อง

ภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย

๒. โกณฑัญญพุทธวงศ์

ว่าด้วยพระประวัติของพระโกณฑัญญพุทธเจ้า

[๑]

สมัยต่อจากพระพุทธเจ้าพระนามว่าทีปังกร

ได้มีพระพุทธเจ้าพระนามว่าโกณฑัญญะ

ผู้ทรงเป็นผู้นำ ทรงมีพระเดชหาที่สุดมิได้

มีพระยศประมาณมิได้ มีพระคุณประมาณมิได้

และยากที่จะกระทบกระทั่งได้

[๒]

พระองค์ทรงเปรียบดังแผ่นดินโดยขันติธรรม

เปรียบดังสาครโดยศีล

เปรียบดังภูเขาสิเนรุโดยสมาธิ

เปรียบดังท้องฟ้าโดยปัญญา

[๓]

ทรงประกาศธรรมที่ควรประกาศคืออินทรีย์ พละ โพชฌงค์ มรรค

อริยสัจ ในกาลทุกเมื่อ เพื่อประโยชน์เกื้อกูลแก่สรรพสัตว์

[๔]

เมื่อพระพุทธเจ้าพระนามว่าโกณฑัญญะ

ทรงเป็นผู้นำสัตว์โลก ทรงประกาศพระธรรมจักร

เทวดาและมนุษย์ประมาณ ๑๐๐,๐๐๐ โกฏิ ได้บรรลุธรรมครั้งที่ ๑

[๕]

จากนั้น เมื่อทรงแสดงพระธรรมในสมาคมของเทวดาและมนุษย์

เทวดาและมนุษย์ประมาณ ๙๐,๐๐๐ โกฏิ

ได้บรรลุธรรมครั้งที่ ๒

[๖]

ในคราวที่พระองค์เมื่อทรงแสดงธรรมย่ำยีพวกเดียรถีย์

เทวดาและมนุษย์ประมาณ ๘๐,๐๐๐ โกฏิได้บรรลุธรรมครั้งที่ ๓

[๗]

พระพุทธเจ้าพระนามว่าโกณฑัญญะ

ผู้แสวงหาคุณอันยิ่งใหญ่

ได้มีการประชุมพระสาวกผู้เป็นขีณาสพ

ผู้ปราศจากมลทิน มีจิตสงบระงับ ผู้คงที่ ๓ ครั้ง

[๘]

พระขีณาสพจำนวน ๑๐๐,๐๐๐ โกฏิ มาประชุมกัน ครั้งที่ ๑

พระขีณาสพจำนวน ๑,๐๐๐ โกฏิ มาประชุมกัน ครั้งที่ ๒

พระขีณาสพจำนวน ๙๐ โกฏิ มาประชุมกัน ครั้งที่ ๓

[๙]

ครั้งนั้น เราเป็นพระมหากษัตริย์มีนามว่าวิชิตาวี

แผ่ความเป็นใหญ่ไปโดยมีมหาสมุทรสาครเป็นขอบเขต

[๑๐]

เราได้อังคาสภิกษุประมาณ ๑๐,๐๐๐ โกฏิ

ผู้แสวงหาคุณอันยิ่งใหญ่ ผู้ปราศจากมลทิน

พร้อมด้วยพระผู้ทรงเป็นที่พึ่งอันเลิศของสัตว์โลก

ให้อิ่มหนำด้วยอาหารอันประณีต

[๑๑]

แม้พระพุทธเจ้าพระนามว่าโกณฑัญญะพระองค์นั้น

ทรงเป็นผู้นำสัตว์โลก ก็ทรงพยากรณ์เราว่า

ในกัปอันนับประมาณมิได้นับจากกัปนี้ไป

เขาจักเป็นพุทธเจ้าในโลก

พระตถาคตได้เสด็จออกจากกรุงกบิลพัสดุ์ที่น่ารื่นรมย์

[๑๒]

พระตถาคตทรงเริ่มตั้งความเพียร

บำเพ็ญทุกรกิริยา จักประทับนั่งที่โคนต้นอชปาลนิโครธ

ทรงรับข้าวปายาสในที่นั้น แล้วเสด็จไปยังแม่น้ำเนรัญชรา

พระชินเจ้าพระองค์นั้นจักเสวยข้าวปายาส

ที่ริมฝั่งแม่น้ำเนรัญชรา แล้วเสด็จไปที่โคนต้นโพธิ์

ตามหนทางอันประเสริฐที่ตกแต่งไว้แล้ว

จากนั้น พระองค์ผู้มีพระยศยิ่งใหญ่

จักทำประทักษิณโพธิมัณฑ์อันยอดเยี่ยมแล้ว

ตรัสรู้ที่โคนต้นอัสสัตถพฤกษ์

[๑๓]

พระมารดาผู้ให้กำเนิดพระชินเจ้าพระองค์นี้

จักมีพระนามว่ามายา พระบิดาจักมีพระนามว่าสุทโธทนะ

พระชินเจ้าพระองค์นี้จักมีพระนามว่าโคดม

[๑๔]

พระโกลิตเถระและพระอุปติสสเถระ

ผู้ไม่มีอาสวะ สิ้นราคะ มีจิตสงบ

ตั้งมั่นดี จักเป็นพระอัครสาวก

พระเถระนามว่าอานนท์ จักเป็นพระอุปัฏฐาก

บำรุงพระชินเจ้าพระองค์นี้

[๑๕]

พระเขมาเถรีและพระอุบลวรรณาเถรี

ผู้ไม่มีอาสวะ สิ้นราคะ มีจิตสงบ

ตั้งมั่นดี จักเป็นพระอัครสาวิกา

ต้นไม้เป็นที่ตรัสรู้ของพระผู้มีพระภาคพระองค์นั้น

ชาวโลกเรียกว่า ต้นอัสสัตถพฤกษ์

[๑๖]

จิตตคหบดีอุบาสกและหัตถกคหบดีอุบาสก

ชาวเมืองอาฬวี จักเป็นอัครอุปัฏฐาก

นันทมารดาอุบาสิกาและอุตตราอุบาสิกา

จักเป็นอัครอุปัฏฐายิกา

พระโคดมผู้มียศพระองค์นั้น จักมีพระชนมายุประมาณ ๑๐๐ ปี

[๑๗]

เทวดาและมนุษย์ได้ฟังพระดำรัสนี้

ของพระพุทธเจ้าผู้ไม่มีใครเสมอเหมือน

ผู้แสวงหาคุณอันยิ่งใหญ่แล้ว

ต่างก็มีความชื่นชมกล่าวว่า

‘ท่านผู้นี้เป็นหน่อพุทธางกูร’

[๑๘]

สัตว์ทั้งหลายในหมื่นจักรวาลพร้อมทั้งเทวดา

ต่างก็เปล่งเสียงโห่ร้องปรบมือ ร่าเริง

ประนมมือนมัสการว่า

[๑๙]

‘ถ้าเราทั้งหลายจักพลาดศาสนาของพระโลกนาถพระองค์นี้

เราทั้งหลายก็จักพร้อมหน้าหน่อพุทธางกูรนี้ในอนาคตกาล

[๒๐]

มนุษย์ทั้งหลายเมื่อจะข้ามแม่น้ำ พลาดท่าเฉพาะหน้าแล้ว

ก็ยึดเอาท่าถัดไปจึงข้ามแม่น้ำใหญ่ไป ฉันใด

[๒๑]

เราทั้งหมดก็ฉันนั้นเหมือนกัน

ถ้าพลาดพระชินเจ้าพระองค์นี้

ก็จักพร้อมหน้าหน่อพุทธางกูรนี้ในอนาคตกาล’

[๒๒]

เราได้ฟังพระดำรัสของพระพุทธเจ้าพระองค์นั้นแล้ว

ก็ทำจิตให้เลื่อมใสอย่างยิ่ง เราเมื่อจะทำประโยชน์นั้นให้สำเร็จ

จึงได้ถวายราชสมบัติอันใหญ่หลวงแก่พระชินเจ้า

ครั้นแล้วก็ออกบวชในสำนักของพระองค์

[๒๓]

เราได้เล่าเรียนพระสูตรและพระวินัย

อันเป็นนวังคสัตถุศาสน์ทั้งปวง

แล้วช่วยประกาศศาสนาของพระชินเจ้าให้รุ่งเรือง

[๒๔]

เราเป็นผู้ไม่ประมาทอยู่ในคำสั่งสอนนั้นทั้งในเวลานั่ง

ยืนและเดิน ถึงความสำเร็จอภิญญาแล้ว ได้ไปเกิดยังพรหมโลก

[๒๕]

กรุงชื่อว่ารัมมวดี กษัตริย์พระนามว่าสุนันทะเป็นพระชนก

พระเทวีพระนามว่าสุชาดา เป็นพระชนนี

ของพระพุทธเจ้าพระนามว่าโกณฑัญญะ

ผู้แสวงหาคุณอันยิ่งใหญ่

[๒๖]

พระองค์ทรงครองฆราวาสอยู่ ๑๐,๐๐๐ ปี

มีปราสาทที่อุดมอยู่ ๓ หลัง

คือสุจิปราสาท สุรุจิปราสาท และสุภปราสาท

[๒๗]

มีนางสนมกำนัล ๓๐๐,๐๐๐ นาง

ล้วนประดับประดาสวยงาม

พระมเหสีพระนามว่ารุจิเทวี

พระราชโอรสพระนามว่าวิชิตเสนะ

[๒๘]

พระชินเจ้าทรงเห็นนิมิต ๔ ประการ

จึงทรงราชพาหนะคือรถออกผนวชแล้ว

ทรงบำเพ็ญเพียรอยู่ ๑๐ เดือนเต็ม(จึงได้บรรลุพระโพธิญาณ)

[๒๙]

พระมหาวีระพระนามว่าโกณฑัญญะ

ผู้สูงสุดแห่งเทวดาและมนุษย์

ผู้อันพรหมทูลอาราธนาแล้ว

ทรงประกาศพระธรรมจักรแก่เทวดา

และมนุษย์ทั้งหลาย ณ ป่ามหาวัน

[๓๐]

พระภัททเถระและพระสุภัททเถระเป็นพระอัครสาวก

พระเถระนามว่าอนุรุทธะเป็นพระอุปัฏฐาก

ของพระพุทธเจ้าพระนามว่าโกณฑัญญะ

ผู้แสวงหาคุณอันยิ่งใหญ่

[๓๑]

พระติสสาเถรีและพระอุปติสสาเถรีเป็นพระอัครสาวิกา

ต้นขานางเป็นต้นไม้เป็นที่ตรัสรู้ของพระพุทธเจ้าพระนามว่าโกณฑัญญะ

ผู้แสวงหาคุณอันยิ่งใหญ่

[๓๒]

โสณอุบาสกและอุปโสณอุบาสกเป็นอัครอุปัฏฐาก

นันทาอุบาสิกาและสิริมาอุบาสิกาเป็นอัครอุปัฏฐายิกา

[๓๓]

พระมหามุนีพระองค์นั้นทรงมีพระวรกายสูง ๘๘ ศอก

ทรงงดงามดังดวงจันทร์ในวันเพ็ญ

และดังดวงอาทิตย์ในเวลาเที่ยงวัน

[๓๔]

ขณะนั้น มนุษย์ทั้งหลายมีอายุประมาณ ๑๐๐,๐๐๐ ปี

พระองค์ก็ทรงดำรงพระชนมายุประมาณเท่านั้น

ทรงช่วยหมู่ชนให้ข้ามพ้นได้เป็นจำนวนมาก

[๓๕]

เมทนีดลงามวิจิตรด้วยพระขีณาสพ ผู้ปราศจากมลทิน

เมทนีนั้นงามเหมือนท้องฟ้าที่วิจิตรไปด้วยหมู่ดาว

[๓๖]

พระอรหันต์ผู้ประเสริฐแม้เหล่านั้น

มีคุณหาประมาณมิได้ ไม่กำเริบ หาผู้กระทบกระทั่งได้ยาก

ท่านผู้มียศเหล่านั้น แสดงประดุจสายฟ้าฟาด ปรินิพพานแล้ว

[๓๗]

ฤทธิ์ของพระชินเจ้าไม่มีที่เปรียบ

สมาธิอันปัญญาอบรมดีแล้ว

ทุกอย่างอันตรธานไปพร้อมกันแล้ว

สังขารทั้งปวงเป็นสภาพว่างเปล่าหนอ

[๓๘]

พระพุทธเจ้าพระนามว่าโกณฑัญญะ ผู้ทรงพระสิริ

เสด็จดับขันธปรินิพพาน ณ นันทาราม

พระเจดีย์ของพระองค์สูง ๗ โยชน์

ณ นันทารามนั้น ฉะนี้แล

โกณฑัญญพุทธวงศ์ที่ ๒ จบ

ที่มา: พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่มที่ ๓๓ จาก 84000.org

รายงานข้อผิดพลาด

ภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เป็นงานของมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย คัดมาตามต้นฉบับโดยไม่แก้ถ้อยคำ แสดงภายใต้ เงื่อนไขนี้ หากเจ้าของประสงค์ให้นำออก แจ้งที่ saddhammadana@gmail.com จะนำออกทันที

หัวข้อก่อนหน้า๑. ทีปังกรพุทธวงศ์กลับไปยังสารบัญเล่มที่ ๓๓พุทธวงศ์หัวข้อถัดไป๓. มังคลพุทธวงศ์