ข้ามไปยังเนื้อหา
ธรรมคลัง
หน้าแรกหนังสือบทสวดพระไตรปิฎกชาดกหมวดธรรม
ENเข้าสู่ระบบสมัครสมาชิก
ธรรมคลัง

แหล่งรวมหนังสือ พระสูตร บทสวด และพระไตรปิฎก เพื่อการเรียนรู้ ฝึกฝน และการใช้ชีวิตอย่างมีสติในทุกวัน

เมนูหลัก

  • หน้าแรก
  • หนังสือ
  • บทสวด
  • พระไตรปิฎก
  • ชาดก
  • หมวดธรรม
  • ค้นหา

เกี่ยวกับเรา

  • เกี่ยวกับโครงการ
  • แหล่งที่มาของเนื้อหา
  • ร่วมสนับสนุน

บริการช่วยเหลือ

  • ที่เก็บไว้
  • สำรวจคลังธรรมะ
  • ฟังธรรม
  • API สำหรับนักพัฒนา
“
“สพฺพทานํ ธมฺมทานํ ชินาติ”การให้ธรรมเป็นทานย่อมชำนะการให้ทั้งปวง
ธรรมบท ๓๕๔

© ๒๕๖๙ ธรรมคลัง สงวนลิขสิทธิ์

  1. หน้าแรก
  2. /
  3. พระไตรปิฎก
  4. /
  5. เล่มที่ ๓๓
  6. /
  7. พุทธวงศ์
  8. /
  9. ๖. โสภิตพุทธวงศ์

๖. โสภิตพุทธวงศ์

เล่มที่ ๓๓ · ข้อ ๑๘๗ · บรรทัด ๗๔๙๖

คัดจากพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย ตัวบทจาก 84000.org

ฉบับหลวงฉบับมหาจุฬาฯบาลีอักษรไทยPALI ROMANอรรถกถาอรรถกถาบาลีอักษรไทยAtthakatha PaliRoman
พรีวิว / พิมพ์ PDFโหมดอ่านต่อเนื่อง

ภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย

๖. โสภิตพุทธวงศ์

ว่าด้วยพระประวัติของพระโสภิตพุทธเจ้า

[๑]

สมัยต่อจากพระพุทธเจ้าพระนามว่าเรวตะ

ได้มีพระพุทธเจ้าพระนามว่าโสภิตะทรงเป็นผู้นำ

มีพระทัยสงบมั่นคงไม่มีใครเสมอเหมือน ไม่มีบุคคลเปรียบ

[๒]

พระชินเจ้าพระองค์นั้นไม่ทรงยินดีในพระราชวังของพระองค์

ทรงบรรลุพระโพธิญาณโดยสิ้นเชิง ประกาศพระธรรมจักรแล้ว

[๓]

จากเบื้องบนจรดอเวจีมหานรก จากเบื้องล่างจรดภวัคคพรหม

ในระหว่างนี้ มีบริษัทเป็นหนึ่งเดียวกัน ในการแสดงธรรม

[๔]

พระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงประกาศพระธรรมจักรแก่บริษัทนั้น

ผู้ได้บรรลุธรรมครั้งที่ ๑ จะคำนวณนับมิได้เลย

[๕]

ถัดจากนั้น เมื่อพระองค์ทรงแสดงธรรม

ในสมาคมของเทวดาและมนุษย์

เทวดาและมนุษย์ประมาณ ๙๐,๐๐๐ โกฏิ

ได้บรรลุธรรม ครั้งที่ ๒

[๖]

ในกาลนั้น พระราชบุตรผู้เป็นกษัตริย์พระนามว่าชัยเสน

ทรงรับสั่งให้สร้างพระอารามอีกแห่งหนึ่งน้อมถวายพระพุทธเจ้า

[๗]

พระพุทธเจ้าผู้ทรงมีพระจักษุ

ทรงแสดงธรรมประกาศการบูชาของกษัตริย์พระองค์นี้

เทวดาและมนุษย์ประมาณ ๑,๐๐๐ โกฏิ

ได้บรรลุธรรม ครั้งที่ ๓

[๘]

พระพุทธเจ้าผู้แสวงหาคุณอันยิ่งใหญ่พระนามว่าโสภิตะ

ได้มีการประชุมแห่งพระขีณาสพ ผู้ปราศจากมลทิน

มีจิตสงบระงับ ผู้คงที่ ๓ ครั้ง

[๙]

พระราชาทรงพระนามว่าอุคคตะพระองค์นั้น

ทรงถวายทานแด่พระพุทธเจ้าเป็นผู้สูงสุดแห่งนรชน

ในทานนั้น พระอรหันต์ประมาณ ๑๐๐ โกฏิ มาประชุมกัน

[๑๐]

ครั้งนั้น มีหมู่คณะมาถวายทานแด่พระพุทธเจ้า

เป็นผู้สูงสุดแห่งนรชน

พระอรหันต์ประมาณ ๙๐ โกฏิ มาประชุมกัน ครั้งที่ ๒

[๑๑]

ในกาลเมื่อพระชินเจ้าทรงเสด็จจำพรรษาในเทวโลกแล้วเสด็จลง

พระอรหันต์ประมาณ ๘๐ โกฏิ มาประชุมกัน ครั้งที่ ๓

[๑๒]

สมัยนั้น เราเป็นพราหมณ์มีนามว่าสุชาตะ

เราได้อังคาสพระพุทธเจ้าพร้อมทั้งสาวกให้อิ่มหนำด้วยข้าวและน้ำ

[๑๓]

แม้พระพุทธเจ้าพระนามว่าโสภิตะพระองค์นั้น

ทรงเป็นผู้นำสัตว์โลก ก็ทรงพยากรณ์เราว่า

ในกัปอันประมาณมิได้จากกัปนี้ไป

สุชาตพราหมณ์นี้จักเป็นพระพุทธเจ้า

พระตถาคตได้เสด็จออกจากกรุงกบิลพัสดุ์ที่น่ารื่นรมย์

[๑๔]

พระตถาคตทรงเริ่มตั้งความเพียร

บำเพ็ญทุกรกิริยา จักประทับนั่งที่โคนต้นอชปาลนิโครธ

ทรงรับข้าวปายาสในที่นั้นแล้ว เสด็จไปยังแม่น้ำเนรัญชรา

พระชินเจ้าพระองค์นั้น จักเสวยข้าวปายาส

ที่ริมฝั่งแม่น้ำเนรัญชรา แล้วเสด็จไปที่โคนต้นโพธิ์

ตามหนทางอันประเสริฐที่ตกแต่งไว้แล้ว

จากนั้น พระองค์ผู้มีพระยศยิ่งใหญ่

จักทำประทักษิณโพธิมัณฑ์อันยอดเยี่ยมแล้ว

ตรัสรู้ที่โคนต้นอัสสัตถพฤกษ์

พระมารดาผู้ให้กำเนิดพระชินเจ้าพระองค์นี้

จักมีพระนามว่ามายา

พระบิดาจักมีพระนามว่าสุทโธทนะ

พระชินเจ้าพระองค์นี้จักมีพระนามว่าโคดม

พระโกลิตเถระและพระอุปติสสเถระ

ผู้ไม่มีอาสวะ สิ้นราคะ มีจิตสงบ

ตั้งมั่นดี จักเป็นพระอัครสาวก

พระเถระนามว่าอานนท์ จักเป็นพระอุปัฏฐาก

บำรุงพระชินเจ้าพระองค์นี้

พระเขมาเถรีและพระอุบลวรรณาเถรี

ผู้ไม่มีอาสวะ สิ้นราคะ มีจิตสงบ

ตั้งมั่นดี จักเป็นพระอัครสาวิกา

ต้นไม้เป็นที่ตรัสรู้ของพระผู้มีพระภาคพระองค์นั้น

ชาวโลกเรียกว่า ต้นอัสสัตถพฤกษ์

จิตตคหบดีอุบาสกและหัตถกคหบดีอุบาสก

ชาวเมืองอาฬวีจักเป็นอัครอุปัฏฐาก

นันทมารดาอุบาสิกาและอุตตราอุบาสิกา

จักเป็นอัครอุปัฏฐายิกา

พระโคดมผู้มียศพระองค์นั้นจักมีพระชนมายุประมาณ ๑๐๐ ปี

เทวดาและมนุษย์ได้ฟังพระดำรัสนี้

ของพระพุทธเจ้าผู้ไม่มีใครเสมอเหมือน

ผู้แสวงหาคุณอันยิ่งใหญ่แล้ว

ต่างก็มีความชื่นชมกล่าวว่า

‘ท่านผู้นี้เป็นหน่อพุทธางกูร’

สัตว์ทั้งหลายในหมื่นจักรวาลพร้อมทั้งเทวดา

ต่างก็เปล่งเสียงโห่ร้องปรบมือ ร่าเริง

ประนมมือนมัสการว่า

‘ถ้าเราทั้งหลายจักพลาดศาสนาของพระโลกนาถพระองค์นี้

เราทั้งหลายก็จักพร้อมหน้าหน่อพุทธางกูรนี้ในอนาคตกาล

มนุษย์ทั้งหลายเมื่อจะข้ามแม่น้ำ พลาดท่าเฉพาะหน้าแล้ว

ก็ยึดเอาท่าถัดไปจึงข้ามแม่น้ำใหญ่ไป ฉันใด

เราทั้งหมดก็ฉันนั้น

ถ้าพลาดพระชินเจ้าพระองค์นี้

ก็จักพร้อมหน้าหน่อพุทธางกูรนี้ในอนาคตกาล’

[๑๕]

เราได้ฟังพระดำรัสของพระพุทธเจ้าแม้พระองค์นั้นแล้ว

ทั้งยินดี ทั้งตื้นตันใจ ได้บำเพ็ญความเพียรให้ยิ่งขึ้นไป

เพื่อบรรลุประโยชน์นั้น

[๑๖]

กรุงชื่อว่าสุธรรม กษัตริย์พระนามว่าสุธรรม เป็นพระชนก

พระเทวีพระนามว่าสุธรรมา เป็นพระชนนี

ของพระพุทธเจ้าทรงพระนามว่าโสภิตะ ผู้แสวงหาคุณอันยิ่งใหญ่

[๑๗]

พระองค์ทรงครองฆราวาสอยู่ ๙,๐๐๐ ปี

มีปราสาทที่อุดมอยู่ ๓ หลัง

คือกุมุทปราสาท นฬินีปราสาท และปทุมปราสาท

[๑๘]

มีนางสนมกำนัล ๔๓,๐๐๐ นาง

ล้วนประดับประดาสวยงาม

พระมเหสีพระนามว่ามกิลา

พระราชโอรสพระนามว่าสีหะ

[๑๙]

พระองค์ผู้เป็นผู้สูงสุดแห่งบุรุษทรงเห็นนิมิต ๔ ประการ

จึงเสด็จออกจากปราสาทไปผนวช

ทรงบำเพ็ญความเพียรอยู่ ๗ วัน(จึงได้บรรลุพระโพธิญาณ)

[๒๐]

พระมหาวีระพระนามว่าโสภิตะ

ทรงเป็นผู้นำสัตว์โลกผู้อันพรหมทูลอาราธนาแล้ว

ทรงประกาศพระธรรมจักร

ณ พระอุทยานสุธรรมาอันประเสริฐ

[๒๑]

พระอสมเถระและพระสุเนตตเถระเป็นพระอัครสาวก

พระอโนมเถระเป็นอุปัฏฐากของพระพุทธเจ้าพระนามว่าโสภิตะ

ผู้แสวงหาคุณอันยิ่งใหญ่

[๒๒]

พระนกุลาเถรีและพระสุชาตาเถรีเป็นพระอัครสาวิกา

และพระพุทธเจ้าพระองค์นั้น เมื่อตรัสรู้

ก็ได้ตรัสรู้ที่โคนต้นกากะทิง

[๒๓]

รัมมอุบาสกและสุเนตตอุบาสกเป็นอัครอุปัฏฐาก

นกุลาอุบาสิกาและจิตตาอุบาสิกาเป็นอัครอุปัฏฐายิกา

[๒๔]

พระมหามุนีทรงมีพระวรกายสูง ๕๘ ศอก

ทรงเปล่งพระรัศมีสว่างไสวไปทั่วทิศ ดังดวงอาทิตย์อุทัย

[๒๕]

คำสั่งสอนของพระองค์อบไปด้วยกลิ่นศีล

เปรียบเหมือนป่าไม้ที่มีดอกบานสะพรั่งอบไปด้วยกลิ่นต่างๆ

[๒๖]

คำสอนของพระองค์ใครๆ ไม่เบื่อจะฟัง

เหมือนสาครที่ใครๆ ไม่เบื่อที่จะเห็น

[๒๗]

ขณะนั้น มนุษย์ทั้งหลายมีอายุประมาณ ๙๐,๐๐๐ ปี

พระองค์ก็ทรงดำรงพระชนมายุประมาณเท่านั้น

ทรงช่วยหมู่ชนให้ข้ามพ้นได้เป็นจำนวนมาก

[๒๘]

พระองค์พร้อมกับสาวกนั้น

ทรงประทานพระโอวาทและการพร่ำสอน

ทรงสั่งสอนหมู่ชนที่เหลือให้เผากิเลสแล้ว

ปรินิพพานดังเปลวไฟไหม้เชื้อแล้วดับไป

[๒๙]

พระพุทธเจ้าผู้หาใครเสมอเหมือนมิได้

และสาวกผู้บรรลุพลธรรม

ทุกอย่างล้วนอันตรธานไปหมดแล้ว

สังขารทั้งปวงเป็นสภาพว่างเปล่าหนอ

[๓๐]

พระโสภิตสัมมาสัมพุทธเจ้าผู้ประเสริฐ

เสด็จดับขันธปรินิพพานที่สีหาราม

พระบรมสารีริกธาตุของพระองค์

แผ่ไปอย่างกว้างขวางในนานาอารยประเทศ ฉะนี้แล

โสภิตพุทธวงศ์ที่ ๖ จบ

ที่มา: พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่มที่ ๓๓ จาก 84000.org

รายงานข้อผิดพลาด

ภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เป็นงานของมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย คัดมาตามต้นฉบับโดยไม่แก้ถ้อยคำ แสดงภายใต้ เงื่อนไขนี้ หากเจ้าของประสงค์ให้นำออก แจ้งที่ saddhammadana@gmail.com จะนำออกทันที

หัวข้อก่อนหน้า๕. เรวตพุทธวงศ์กลับไปยังสารบัญเล่มที่ ๓๓พุทธวงศ์หัวข้อถัดไป๗. อโนมทัสสีพุทธวงศ์