ข้ามไปยังเนื้อหา
ธรรมคลัง
หน้าแรกหนังสือบทสวดพระไตรปิฎกชาดกหมวดธรรม
ENเข้าสู่ระบบสมัครสมาชิก
ธรรมคลัง

แหล่งรวมหนังสือ พระสูตร บทสวด และพระไตรปิฎก เพื่อการเรียนรู้ ฝึกฝน และการใช้ชีวิตอย่างมีสติในทุกวัน

เมนูหลัก

  • หน้าแรก
  • หนังสือ
  • บทสวด
  • พระไตรปิฎก
  • ชาดก
  • หมวดธรรม
  • ค้นหา

เกี่ยวกับเรา

  • เกี่ยวกับโครงการ
  • แหล่งที่มาของเนื้อหา
  • ร่วมสนับสนุน

บริการช่วยเหลือ

  • ที่เก็บไว้
  • สำรวจคลังธรรมะ
  • ฟังธรรม
  • API สำหรับนักพัฒนา
“
“สพฺพทานํ ธมฺมทานํ ชินาติ”การให้ธรรมเป็นทานย่อมชำนะการให้ทั้งปวง
ธรรมบท ๓๕๔

© ๒๕๖๙ ธรรมคลัง สงวนลิขสิทธิ์

  1. หน้าแรก
  2. /
  3. พระไตรปิฎก
  4. /
  5. เล่มที่ ๓๓
  6. /
  7. พุทธวงศ์
  8. /
  9. ๑๙. วิปัสสีพุทธวงศ์

๑๙. วิปัสสีพุทธวงศ์

เล่มที่ ๓๓ · ข้อ ๒๐๐ · บรรทัด ๘๑๙๐

คัดจากพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย ตัวบทจาก 84000.org

ฉบับหลวงฉบับมหาจุฬาฯบาลีอักษรไทยPALI ROMANอรรถกถาอรรถกถาบาลีอักษรไทยAtthakatha PaliRoman
พรีวิว / พิมพ์ PDFโหมดอ่านต่อเนื่อง

ภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย

๑๙. วิปัสสีพุทธวงศ์

ว่าด้วยพระประวัติของพระวิปัสสีพุทธเจ้า

[๑]

สมัยต่อจากพระพุทธเจ้าพระนามว่าปุสสะ

ได้มีพระสัมมาสัมพุทธเจ้าพระนามว่าวิปัสสี ตามพระโคตร

ผู้สูงสุดแห่งเทวดาและมนุษย์

ผู้มีพระจักษุ เสด็จอุบัติขึ้นแล้วในโลก

[๒]

พระองค์ทรงทำลายกระเปาะฟองไข่คืออวิชชาแล้ว

ทรงบรรลุสัมโพธิญาณอันอุดม เสด็จไปยังกรุงพันธุมดี

เพื่อทรงประกาศพระธรรมจักร

[๓]

พระองค์ทรงเป็นผู้นำ ทรงประกาศพระธรรมจักร

ให้ราชบุตรและบุตรปุโรหิตทั้ง ๒ ได้บรรลุธรรม

การบรรลุธรรมครั้งที่ ๑ บอกจำนวนไม่ได้

[๔]

ต่อมาพระองค์ผู้มีพระยศนับไม่ได้

ทรงประกาศอริยสัจ ๔ ในนครนั้น

เทวดาและมนุษย์ประมาณ ๘๔,๐๐๐ ได้บรรลุธรรมครั้งที่ ๒

[๕]

กุลบุตรประมาณ ๘๔,๐๐๐ บวชตามพระสัมมาสัมพุทธเจ้า

พระองค์ผู้มีพระจักษุทรงแสดงธรรมแก่เขาเหล่านั้นผู้มาถึงอาราม

[๖]

เมื่อพระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงประทานธรรมทานตามอุปนิสัย

จึงประทับยืนตรัสโดยอาการทั้งปวง

แม้บรรพชิตเหล่านั้นก็ได้บรรลุธรรมอันประเสริฐ

จึงชื่อว่าได้บรรลุธรรมครั้งที่ ๓

[๗]

พระสัมมาสัมพุทธเจ้าพระนามว่าวิปัสสี

ผู้แสวงหาคุณอันยิ่งใหญ่

ได้มีการประชุมพระขีณาสพผู้ปราศจากมลทิน

มีจิตสงบระงับ คงที่ ๓ ครั้ง

[๘]

ภิกษุประมาณ ๖,๘๐๐,๐๐๐ รูป มาประชุมกัน เป็นครั้งที่ ๑

ภิกษุประมาณ ๑๐๐,๐๐๐ รูป มาประชุมกัน เป็นครั้งที่ ๒

[๙]

ภิกษุประมาณ ๘๐,๐๐๐ รูป มาประชุมกัน เป็นครั้งที่ ๓

พระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงรุ่งเรืองยิ่งในท่ามกลางหมู่ภิกษุนั้น

[๑๐]

สมัยนั้น เราเป็นพญานาคผู้มีฤทธิ์มาก

มีบุญ มีความรุ่งเรือง มีนามว่าอตุละ ตามโคตร

[๑๑]

ครั้งนั้น เรามีนาคหลายโกฏิแวดล้อม

เข้าเฝ้าพระพุทธเจ้าผู้เจริญที่สุดในโลก

บรรเลงดนตรีทิพย์ถวาย

[๑๒]

เราครั้นเข้าเฝ้าพระวิปัสสีสัมมาสัมพุทธเจ้า

ทรงเป็นผู้นำสัตว์โลกแล้ว

ทูลนิมนต์พระองค์แล้ว ได้ถวายตั่งทอง

อันประดับด้วยแก้วมณีและแก้วมุกดา

ประดับด้วยอาภรณ์ทุกชนิดแก่พระองค์ผู้เป็นพระธรรมราชา

[๑๓]

แม้พระพุทธเจ้าพระองค์นั้น

ประทับนั่งท่ามกลางสงฆ์แล้ว

ทรงพยากรณ์เราว่า

‘ในกัปที่ ๙๑ นับจากกัปนี้ไป พญานาคนี้จักเป็นพระพุทธเจ้า’

[๑๔]

พระตถาคตได้เสด็จออกจากกรุงกบิลพัสดุ์ที่น่ารื่นรมย์แล้ว

ทรงเริ่มตั้งความเพียรบำเพ็ญทุกรกิริยา

[๑๕]

พระตถาคตจักประทับนั่งที่โคนต้นอชปาลนิโครธ

ทรงรับข้าวปายาสในที่นั้น แล้วเสด็จไปยังแม่น้ำเนรัญชรา

[๑๖]

พระชินเจ้าพระองค์นั้นจักเสวยข้าวปายาส

ที่ริมฝั่งแม่น้ำเนรัญชรา แล้วเสด็จไปที่โคนต้นโพธิ์

ตามหนทางอันประเสริฐที่ตกแต่งไว้แล้ว

[๑๗]

จากนั้น พระองค์ผู้มีพระยศยิ่งใหญ่

จักทำประทักษิณโพธิมัณฑ์อันยอดเยี่ยมแล้ว

ตรัสรู้สัมโพธิญาณที่โคนต้นอัสสัตถพฤกษ์

[๑๘]

พระมารดาผู้ให้กำเนิดพระชินเจ้าพระองค์นี้

จักมีพระนามว่ามายา

พระบิดาจักมีพระนามว่าสุทโธทนะ

พระชินเจ้าพระองค์นี้จักมีพระนามว่าโคดม

[๑๙]

พระโกลิตเถระและพระอุปติสสเถระ

ผู้ไม่มีอาสวะ สิ้นราคะ มีจิตสงบ

ตั้งมั่นดี จักเป็นพระอัครสาวก

พระเถระนามว่าอานนท์ จักเป็นพระอุปัฏฐาก

บำรุงพระชินเจ้าพระองค์นี้

[๒๐]

พระเขมาเถรีและพระอุบลวรรณาเถรี

ผู้ไม่มีอาสวะ สิ้นราคะ มีจิตสงบระงับ

ตั้งมั่นดีจักเป็นพระอัครสาวิกา

ต้นไม้เป็นที่ตรัสรู้ของพระผู้มีพระภาคพระองค์นั้น

ชาวโลกเรียกว่า ต้นอัสสัตถพฤกษ์

[๒๑]

จิตตคหบดีอุบาสกและหัตถกคหบดีอุบาสก

ชาวเมืองอาฬวี จักเป็นอัครอุปัฏฐาก

นันทมารดาอุบาสิกาและอุตตราอุบาสิกา

จักเป็นอัครอุปัฏฐายิกา

พระโคดมผู้มียศพระองค์นั้นจักมีพระชนมายุประมาณ ๑๐๐ ปี

[๒๒]

เทวดาและมนุษย์ ได้ฟังพระดำรัสนี้

ของพระพุทธเจ้าผู้ไม่มีใครเสมอเหมือน

ผู้แสวงหาคุณอันยิ่งใหญ่แล้ว

ต่างก็มีความชื่นชมกล่าวว่า

‘ท่านผู้นี้เป็นหน่อพุทธางกูร’

สัตว์ทั้งหลายในหมื่นจักรวาลพร้อมทั้งเทวดา

ต่างก็เปล่งเสียงโห่ร้องปรบมือ ร่าเริง

ประนมมือ นมัสการว่า

‘ถ้าเราทั้งหลายจักพลาดศาสนาของพระโลกนาถพระองค์นี้

เราทั้งหลายก็จักพร้อมหน้าหน่อพุทธางกูรนี้ในอนาคตกาล

มนุษย์ทั้งหลายเมื่อจะข้ามแม่น้ำ พลาดท่าเฉพาะหน้าแล้ว

ก็ยึดเอาท่าถัดไปจึงข้ามแม่น้ำใหญ่ไป ฉันใด

เราทั้งหมดก็ฉันนั้นเหมือนกัน

ถ้าพลาดพระชินเจ้าพระองค์นี้

ก็จักพร้อมหน้าหน่อพุทธางกูรนี้ในอนาคตกาล’

[๒๓]

เราได้ฟังพระดำรัสของพระพุทธเจ้าแม้พระองค์นั้นแล้ว

ก็ทำจิตให้เลื่อมใสอย่างยิ่ง

ได้อธิษฐานวัตรเพื่อบำเพ็ญบารมี ๑๐ ประการให้ยิ่งขึ้นไป

[๒๔]

กรุงชื่อว่าพันธุมดี กษัตริย์พระนามว่าพันธุมะเป็นพระชนก

พระเทวีพระนามว่าพันธุมดีเป็นพระชนนี

ของพระพุทธเจ้าพระนามว่าวิปัสสี ผู้แสวงหาคุณอันยิ่งใหญ่

[๒๕]

พระองค์ทรงครองฆราวาสอยู่ ๘,๐๐๐ ปี

มีปราสาทที่อุดมอยู่ ๓ หลัง

คือนันทปราสาท สุนันทปราสาท และสิริมาปราสาท

[๒๖]

มีนางสนมกำนัล ๔๓,๐๐๐ นาง

ล้วนประดับประดาสวยงาม

พระมเหสีพระนามว่าสุทัสสนา

พระราชโอรสพระนามว่าสมวัตตขันธ์

[๒๗]

พระชินเจ้าทรงเห็นนิมิต ๔ ประการ

จึงทรงราชพาหนะคือรถออกผนวชแล้ว

ทรงบำเพ็ญเพียรอยู่ ๘ เดือนเต็ม(จึงได้บรรลุพระโพธิญาณ)

[๒๘]

พระมหาวีระพระนามว่าวิปัสสี ทรงเป็นผู้นำสัตว์โลก

สูงสุดกว่านรชน ผู้อันพรหมทูลอาราธนาแล้ว

ทรงประกาศพระธรรมจักรที่มฤคทายวัน

[๒๙]

พระขันธเถระและพระติสสนามเถระเป็นพระอัครสาวก

พระเถระนามว่าอโสกะเป็นพระอุปัฏฐาก

ของพระวิปัสสีพุทธเจ้า ผู้แสวงหาคุณอันยิ่งใหญ่

[๓๐]

พระจันทาเถรีและพระจันทมิตตาเถรีเป็นพระอัครสาวิกา

ต้นไม้เป็นที่ตรัสรู้ของพระผู้มีพระภาคพระองค์นั้น

ชาวโลกเรียกว่า ต้นแคฝอย

[๓๑]

ปุนัพพสุมิตตอุบาสกและนาคอุบาสกเป็นอัครอุปัฏฐาก

สิริมาอุบาสิกาและอุตตราอุบาสิกาเป็นอัครอุปัฏฐายิกา

[๓๒]

พระสัมมาสัมพุทธเจ้าพระนามว่าวิปัสสี ทรงเป็นผู้นำสัตว์โลก

ทรงมีพระวรกายสูง ๘๐ ศอก

พระองค์ทรงมีพระรัศมีเปล่งปลั่ง แผ่ไป ๗ โยชน์โดยรอบ

[๓๓]

ขณะนั้น พระพุทธเจ้ามีพระชนมายุประมาณ ๘๐,๐๐๐ ปี

พระองค์ทรงดำรงพระชนมายุประมาณเท่านั้น

ทรงช่วยหมู่ชนให้ข้ามพ้นได้เป็นจำนวนมาก

[๓๔]

ทรงเปลื้องเทวดาและมนุษย์เป็นจำนวนมาก

ให้พ้นจากเครื่องพันธนาการ

ตรัสบอกทางและมิใช่ทางแก่ปุถุชนที่เหลือ

[๓๕]

พระองค์พร้อมทั้งสาวก ทรงแสดงแสงสว่าง แสดงอมตบท

ทรงรุ่งเรืองดังกองเพลิงเสด็จดับขันธปรินิพพานแล้ว

[๓๖]

พระฤทธิ์และบุญอันประเสริฐ

พระลักษณะมีลายจักรที่สวยงาม

ทุกอย่างล้วนอันตรธานไปหมดแล้ว

สังขารทั้งปวงเป็นสภาพว่างเปล่าหนอ

[๓๗]

พระวีรเจ้าพระนามว่าวิปัสสี ทรงเป็นนระผู้ประเสริฐ

เสด็จดับขันธปรินิพพานที่สุมิตตาราม

พระสถูปอันประเสริฐของพระองค์

ที่สุมิตตารามนั้น สูงถึง ๗ โยชน์ ฉะนี้แล

วิปัสสีพุทธวงศ์ที่ ๑๙ จบ

ที่มา: พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่มที่ ๓๓ จาก 84000.org

รายงานข้อผิดพลาด

ภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เป็นงานของมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย คัดมาตามต้นฉบับโดยไม่แก้ถ้อยคำ แสดงภายใต้ เงื่อนไขนี้ หากเจ้าของประสงค์ให้นำออก แจ้งที่ saddhammadana@gmail.com จะนำออกทันที

หัวข้อก่อนหน้า๑๘. ปุสสพุทธวงศ์กลับไปยังสารบัญเล่มที่ ๓๓พุทธวงศ์หัวข้อถัดไป๒๐. สิขีพุทธวงศ์