ข้ามไปยังเนื้อหา
ธรรมคลัง
หน้าแรกหนังสือบทสวดพระไตรปิฎกชาดกหมวดธรรม
ENเข้าสู่ระบบสมัครสมาชิก
ธรรมคลัง

แหล่งรวมหนังสือ พระสูตร บทสวด และพระไตรปิฎก เพื่อการเรียนรู้ ฝึกฝน และการใช้ชีวิตอย่างมีสติในทุกวัน

เมนูหลัก

  • หน้าแรก
  • หนังสือ
  • บทสวด
  • พระไตรปิฎก
  • ชาดก
  • หมวดธรรม
  • ค้นหา

เกี่ยวกับเรา

  • เกี่ยวกับโครงการ
  • แหล่งที่มาของเนื้อหา
  • ร่วมสนับสนุน

บริการช่วยเหลือ

  • ที่เก็บไว้
  • สำรวจคลังธรรมะ
  • ฟังธรรม
  • API สำหรับนักพัฒนา
“
“สพฺพทานํ ธมฺมทานํ ชินาติ”การให้ธรรมเป็นทานย่อมชำนะการให้ทั้งปวง
ธรรมบท ๓๕๔

© ๒๕๖๙ ธรรมคลัง สงวนลิขสิทธิ์

  1. หน้าแรก
  2. /
  3. พระไตรปิฎก
  4. /
  5. เล่มที่ ๓๓
  6. /
  7. …
  8. /
  9. จริยาปิฎก
  10. /
  11. การบำเพ็ญทานบารมี
  12. /
  13. ๑๐. สสปัณฑิตจริยา

๑๐. สสปัณฑิตจริยา

เล่มที่ ๓๓ · ข้อ ๒๑๘ · บรรทัด ๘๙๐๖

คัดจากพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย ตัวบทจาก 84000.org

ฉบับหลวงฉบับมหาจุฬาฯบาลีอักษรไทยPALI ROMANอรรถกถาอรรถกถาบาลีอักษรไทยAtthakatha PaliRoman
พรีวิว / พิมพ์ PDFโหมดอ่านต่อเนื่อง

ภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย

๑๐. สสปัณฑิตจริยา

ว่าด้วยจริยาของสสบัณฑิต

[๑๒๕]

อีกเรื่องหนึ่ง ในกาลที่เราเป็นกระต่าย เที่ยวอยู่ในป่า

มีหญ้า ใบไม้ ผัก และผลไม้เป็นภักษา เว้นการเบียดเบียนผู้อื่น

[๑๒๖]

ครั้งนั้น ลิง สุนัขจิ้งจอก ลูกนาค และเรา

อยู่ร่วมสามัคคีกัน มาพบกันทั้งเวลาเช้าและเวลาเย็น

[๑๒๗]

เราสั่งสอนสหายเหล่านั้น ในการทำความดีและความชั่วว่า

“ท่านทั้งหลาย จงเว้นความชั่ว จงตั้งอยู่ในความดี”

[๑๒๘]

เราเห็นดวงจันทร์เต็มดวงในวันอุโบสถ

จึงบอกแก่สหายเหล่านั้นว่า วันนี้เป็นวันอุโบสถ

[๑๒๙]

ท่านทั้งหลายจงตระเตรียมทานเพื่อให้แก่ทักขิไณยบุคคล

ให้ทานแก่ทักขิไณยบุคคลแล้ว จงอยู่จำอุโบสถ

[๑๓๐]

สหายเหล่านั้นรับคำของเราว่า “สาธุ”

แล้วได้ตระเตรียมทานต่างๆ ตามความสามารถ

ตามกำลัง แล้วแสวงหาทักขิไณยบุคคล

[๑๓๑]

เรานอนคิดถึงทานอันสมควรแก่ทักขิไณยบุคคลว่า

‘ถ้าเราพึงได้ทักขิไณยบุคคล เราจักให้อะไรเป็นทาน

[๑๓๒]

งา ถั่วเขียว ของเราก็ไม่มี ถั่วราชมาส

ข้าวสาร เปรียงของเราก็ไม่มี

เราเลี้ยงชีวิตด้วยหญ้า เราไม่อาจที่จะให้หญ้า

[๑๓๓]

ถ้าทักขิไณยบุคคลสักท่านหนึ่งมาเพื่อขอในสำนักของเรา

เราพึงให้ร่างกายของตน ทักขิไณยบุคคลจักไม่ไปเปล่า’

[๑๓๔]

ท้าวสักกะทรงทราบความดำริของเราแล้ว

จึงแปลงร่างเป็นพราหมณ์ เข้ามายังที่อยู่ของเรา

เพื่อทรงทดลองทานของเรา

[๑๓๕]

เราเห็นพราหมณ์นั้นแล้วก็ยินดี ได้กล่าวคำนี้ว่า

‘ท่านมาถึงที่อยู่ของเราแล้ว เพราะเหตุแห่งอาหารเป็นการดีแล

[๑๓๖]

วันนี้เราจักให้ทานอันประเสริฐที่ใครๆ

ไม่เคยให้แก่ท่าน ท่านผู้ประกอบด้วยศีลคุณ

การเบียดเบียนผู้อื่นไม่ควรแก่ท่าน

[๑๓๗]

ท่านจงไปนำไม้ต่างๆ มาก่อไฟให้ลุกโพลงขึ้น

เราจักปิ้งตัวของเรา ท่านจักได้กินเนื้อที่สุก’

[๑๓๘]

พราหมณ์รับคำว่า “สาธุ” แล้วมีใจร่าเริง

ได้นำไม้ต่างๆ มาทำเป็นเชิงตะกอนใหญ่

ทำเป็นห้องซึ่งเต็มด้วยถ่านเพลิง

[๑๓๙]

ก่อไฟลุกโพลงขึ้น ณ ที่นั้นทันที

เหมือนไฟนั้นเป็นกองใหญ่

เพราะฉะนั้น เราสลัดตัวอันมีธุลีแล้ว เข้าไปนั่งอยู่ข้างหนึ่ง

[๑๔๐]

ในเมื่อกองไม้ที่ไฟติดทั่วแล้วเป็นควันตลบอยู่

ขณะนั้น เราโดดลงไปในท่ามกลางระหว่างเปลวไฟ

[๑๔๑]

น้ำเย็นอันผู้ใดผู้หนึ่งดำลงแล้ว

ย่อมระงับความกระวนกระวายและความร้อน

ย่อมให้ความยินดี และปีติได้ ฉันใด

[๑๔๒]

ในขณะที่เราเข้าไปยังไฟที่ลุกโพลง ก็ฉันนั้นเหมือนกัน

เหมือนดำลงไปในน้ำเย็น

ความกระวนกระวายทั้งปวงระงับไป

[๑๔๓]

เราได้ให้ร่างกายทั้งสิ้นโดยไม่เหลือ

คือผิว หนัง เนื้อ เอ็น กระดูก

และชิ้นเนื้อหัวใจแก่พราหมณ์ ฉะนี้แล

สสปัณฑิตจริยาที่ ๑๐ จบ

อกิตติวรรคที่ ๑ จบ

รวมจริยาที่มีในวรรคนี้คือ

อกิตติดาบส สังขพราหมณ์ พระเจ้าธนัญชัยกุรุราช

พระเจ้ามหาสุทัศนจักรพรรดิราช

มหาโควินทพราหมณ์

พระเจ้าเนมิราช จันทกุมาร พระเจ้าสิวิราช

พระเวสสันดร และสสบัณฑิต

ผู้ให้ทานอันประเสริฐในกาลนั้น เป็นเรานี้เอง

การบริจาคเหล่านี้เป็นบริขารแห่งทาน เป็นทานบารมี

เราได้ให้ชีวิตเป็นทานแก่ยาจก จึงบำเพ็ญบารมีนี้ได้

เราเห็นยาจกเข้ามาเพื่อขอแล้ว ได้สละร่างกายของตนให้

ความเสมอด้วยทานของเราไม่มี

นี้เป็นทานบารมีของเรา ฉะนี้แล

การบำเพ็ญทานบารมี จบ

ที่มา: พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่มที่ ๓๓ จาก 84000.org

รายงานข้อผิดพลาด

ภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เป็นงานของมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย คัดมาตามต้นฉบับโดยไม่แก้ถ้อยคำ แสดงภายใต้ เงื่อนไขนี้ หากเจ้าของประสงค์ให้นำออก แจ้งที่ saddhammadana@gmail.com จะนำออกทันที

หัวข้อก่อนหน้า๙. เวสสันตรจริยากลับไปยังสารบัญเล่มที่ ๓๓การบำเพ็ญทานบารมีหัวข้อถัดไป๑. สีลวนาคจริยา