ข้ามไปยังเนื้อหา
ธรรมคลัง
หน้าแรกหนังสือบทสวดพระไตรปิฎกชาดกหมวดธรรม
ENเข้าสู่ระบบสมัครสมาชิก
ธรรมคลัง

แหล่งรวมหนังสือ พระสูตร บทสวด และพระไตรปิฎก เพื่อการเรียนรู้ ฝึกฝน และการใช้ชีวิตอย่างมีสติในทุกวัน

เมนูหลัก

  • หน้าแรก
  • หนังสือ
  • บทสวด
  • พระไตรปิฎก
  • ชาดก
  • หมวดธรรม
  • ค้นหา

เกี่ยวกับเรา

  • เกี่ยวกับโครงการ
  • แหล่งที่มาของเนื้อหา
  • ร่วมสนับสนุน

บริการช่วยเหลือ

  • ที่เก็บไว้
  • สำรวจคลังธรรมะ
  • ฟังธรรม
  • API สำหรับนักพัฒนา
“
“สพฺพทานํ ธมฺมทานํ ชินาติ”การให้ธรรมเป็นทานย่อมชำนะการให้ทั้งปวง
ธรรมบท ๓๕๔

© ๒๕๖๙ ธรรมคลัง สงวนลิขสิทธิ์

  1. หน้าแรก
  2. /
  3. พระไตรปิฎก
  4. /
  5. เล่มที่ ๓๓
  6. /
  7. …
  8. /
  9. อปทาน
  10. /
  11. ๔๒. ภัททาลิวรรค
  12. /
  13. ๓. ติณสูลกฉาทนิยเถราปทาน

๓. ติณสูลกฉาทนิยเถราปทาน

เล่มที่ ๓๓ · ข้อ ๓ · บรรทัด ๑๖๑

คัดจากพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย ตัวบทจาก 84000.org

ฉบับหลวงฉบับมหาจุฬาฯบาลีอักษรไทยPALI ROMANอรรถกถา
พรีวิว / พิมพ์ PDFโหมดอ่านต่อเนื่อง

ภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย

๓. ติณสูลกฉาทนิยเถราปทาน

ประวัติในอดีตชาติของพระติณสูลกฉาทนิยเถระ

(พระติณสูลกฉาทนิยเถระ เมื่อจะประกาศประวัติในอดีตชาติของตน จึงกล่าวว่า)

[๗๙]

ครั้งนั้น ข้าพเจ้าได้พิจารณาความเกิด ความแก่

และความตายแล้วปลีกตัวออกบวชเป็นบรรพชิตแต่ผู้เดียว

[๘๐]

เมื่อข้าพเจ้าเที่ยวไปโดยลำดับ ได้ไปถึงฝั่งแม่น้ำคงคา

เห็นพื้นดินที่ฝั่งแม่น้ำคงคานั้นราบเรียบ

[๘๑]

จึงได้สร้างอาศรมที่ฝั่งแม่น้ำคงคานั้น

อยู่ในอาศรมของข้าพเจ้านั้น

ที่จงกรมซึ่งประกอบด้วยหมู่นกนานาชนิด

ซึ่งข้าพเจ้าสร้างไว้ดีแล้ว

[๘๒]

สัตว์ทั้งหลายอยู่ใกล้ข้าพเจ้า ก็ส่งเสียงน่ารื่นรมย์ใจ

ข้าพเจ้ารื่นรมย์กับสัตว์เหล่านั้นอยู่ในอาศรม

[๘๓]

ที่ใกล้อาศรมของข้าพเจ้ามีราชสีห์สามารถก้าวไปได้โดยทิศทั้ง ๔

ออกจากที่อยู่แล้ว คำรามเหมือนเสียงอสนีบาต

[๘๔]

ก็เมื่อราชสีห์คำรน ข้าพเจ้าเกิดความร่าเริง

ค้นหาราชสีห์อยู่ จึงได้เห็นพระพุทธเจ้าผู้ทรงเป็นผู้นำสัตว์โลก

[๘๕]

ครั้นได้เห็นพระพุทธเจ้าผู้ทรงเป็นผู้นำชั้นเลิศของโลก

พระนามว่าติสสะ ผู้เป็นเทพยิ่งกว่าเทพ

ข้าพเจ้ามีจิตร่าเริง บันเทิงใจ จึงบูชาพระองค์

ด้วยเกสรดอกกากะทิง

[๘๖]

ได้ชื่นชมพระองค์ผู้ทรงเป็นผู้นำสัตว์โลก

ผู้เหมือนดวงอาทิตย์กำลังอุทัย

เหมือนต้นพญาไม้สาละซึ่งมีดอกเบ่งบาน

เหมือนดาวประกายพรึกกำลังทอแสงสว่างไสวว่า

[๘๗]

พระสัพพัญญู พระองค์ทรงยังโลกนี้พร้อมทั้งเทวโลก

ให้สว่างด้วยพระญาณของพระองค์

เขาเหล่านั้นทำให้พระองค์ทรงพอพระทัยจึงพ้นจากชาติได้

[๘๘]

เพราะไม่ได้เฝ้าพระสัพพัญญูพุทธเจ้าผู้เห็นธรรมทั้งปวง

สัตว์ทั้งหลายจึงถูกราคะและโทสะครอบงำ

แล้วพากันตกไปในนรกอเวจี

[๘๙]

เพราะอาศัยการได้เข้าเฝ้าพระองค์

ผู้สัพพัญญู ผู้ทรงเป็นผู้นำสัตว์โลก

สัตว์ทั้งปวงจึงหลุดพ้นจากภพแล้วบรรลุอมตบท

[๙๐]

เมื่อใด พระพุทธเจ้าทั้งหลายผู้มีพระจักษุ

มีพระรัศมี เสด็จอุบัติขึ้น

เมื่อนั้น พระพุทธเจ้าทั้งหลายเหล่านั้นจะทรงแผ่พระรัศมีมีแสงสว่าง

แผดเผากิเลส(ของเหล่าสัตว์) ให้สิ้นไป

[๙๑]

ข้าพเจ้าได้สดุดีพระสัมมาสัมพุทธเจ้าพระนามว่าติสสะ

ผู้ทรงเป็นผู้นำชั้นเลิศของสัตว์โลกแล้ว มีจิตร่าเริง

บันเทิงใจ ได้บูชาพระองค์ด้วยดอกมะลิซ้อน

[๙๒]

พระพุทธเจ้าพระนามว่าติสสะ ผู้ทรงเป็นผู้นำชั้นเลิศของโลก

ทรงทราบความดำริของข้าพเจ้า

ประทับนั่งบนอาสนะของพระองค์แล้ว ได้ตรัสพระคาถาเหล่านี้ว่า

[๙๓]

เราจักพยากรณ์ผู้ที่เลื่อมใส ถือดอกไม้กั้น(แดด)ให้เรา

ท่านทั้งหลายจงฟังเรากล่าวเถิด

[๙๔]

ผู้นั้นจักครองเทวสมบัติในเทวโลกตลอด ๒๕ ชาติ

จักเป็นพระเจ้าจักรพรรดิ ๗๕ ชาติ

[๙๕]

จักเป็นพระเจ้าประเทศราชอันไพบูลย์นับชาติไม่ถ้วน

นี้เป็นผลแห่งการกระทำการบูชาด้วยดอกไม้

[๙๖]

ก็คนที่ใช้ดอกไม้กั้น(แดด)ให้เราตั้งแต่เช้าจดเย็น

จักเป็นผู้ประกอบด้วยกรรมดีปรากฏต่อไปในภายภาคหน้า

[๙๗]

เขาปรารถนาสิ่งใดๆ

สิ่งนั้นๆ จักปรากฏตามความประสงค์

เขาทำความดำริชอบให้บริบูรณ์

จักเป็นผู้ไม่มีอาสวะแล้วนิพพาน

ภาณวารที่ ๑๘ จบ

[๙๘]

ข้าพเจ้านั่งบนอาสนะเดียว มีสติสัมปชัญญะ

เผากิเลสทั้งหลายแล้ว ได้บรรลุพระอรหัต

[๙๙]

ไม่ว่าข้าพเจ้าจะเดิน ยืน นั่ง นอนอยู่ก็ตาม

ย่อมระลึกถึงพระพุทธเจ้าผู้ประเสริฐที่สุดอยู่ทุกขณะ

[๑๐๐]

ความพร่องในปัจจัยนั้นๆ

คือจีวร บิณฑบาต คิลานปัจจยเภสัชบริขาร ที่นอน ที่นั่ง

มิได้มีแก่ข้าพเจ้า

นี้เป็นผลแห่งการบูชาพระพุทธเจ้า

[๑๐๑]

บัดนี้ ข้าพเจ้าบรรลุอมตบทที่สงบระงับอย่างยอดเยี่ยม

กำหนดรู้อาสวะทั้งปวงแล้วอยู่อย่างผู้ไม่มีอาสวะ

[๑๐๒]

ในกัปที่ ๙๒ นับจากกัปนี้ไป

ข้าพเจ้าได้บูชาพระพุทธเจ้าไว้

จึงไม่รู้จักทุคติเลย

นี้เป็นผลแห่งการบูชาพระพุทธเจ้า

[๑๐๓]

กิเลสทั้งหลายข้าพเจ้าก็เผาได้แล้ว

ภพทั้งปวง ๑- ข้าพเจ้าก็ถอนได้แล้ว

ข้าพเจ้าตัดกิเลสเครื่องผูกพันได้แล้วอยู่อย่างผู้ไม่มีอาสวะ

ดุจพญาช้างตัดเครื่องพันธนาการได้แล้วอยู่อย่างอิสระ

[๑๐๔]

การที่ข้าพเจ้ามาในสำนักของพระพุทธเจ้า

เป็นการมาดีแล้วโดยแท้

วิชชา ๓ ข้าพเจ้าได้บรรลุแล้วโดยลำดับ

คำสั่งสอนของพระพุทธเจ้า ข้าพเจ้าก็ได้ทำสำเร็จแล้ว

[๑๐๕]

คุณวิเศษเหล่านี้ คือ ปฏิสัมภิทา ๔ วิโมกข์ ๘

และอภิญญา ๖ ข้าพเจ้าก็ได้ทำให้แจ้งแล้ว

คำสั่งสอนของพระพุทธเจ้า ข้าพเจ้าก็ได้ทำสำเร็จแล้ว ดังนี้แล

ได้ทราบว่า ท่านพระติณสูลกฉาทนิยเถระได้ภาษิตคาถาเหล่านี้ ด้วยประการฉะนี้

ติณสูลกฉาทนิยเถราปทานที่ ๓ จบ

๔. มธุมังสทายกเถราปทาน

ประวัติในอดีตชาติของพระมธุมังสทายกเถระ

(พระมธุมังสทายกเถระ เมื่อจะประกาศประวัติในอดีตชาติของตน จึงกล่าวว่า)

[๑๐๖]

ข้าพเจ้าเป็นคนฆ่าสุกรอยู่ในกรุงพันธุมดี

ได้ต้มเครื่องในแล้วใส่ผสมลงในเนื้อชั้นดี

[๑๐๗]

ข้าพเจ้าได้ไปยังที่ประชุมสงฆ์ รับบาตรมาใบหนึ่ง

บรรจุบาตรนั้นจนเต็มแล้ว ได้ถวายภิกษุสงฆ์

@เชิงอรรถ :

@๑ ภพทั้งปวง ได้แก่ กรรมภพ อุปัตติภพ, กามภพ รูปภพ อรูปภพ, สัญญีภพ อสัญญีภพ เนวสัญญีนา-

@สัญญีภพ, เอกโวการภพ จตุโวการภพ ปัญจโวการภพ (ขุ.เถร.อ. ๑/๑๒๑/๓๗๖)

ที่มา: พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่มที่ ๓๓ จาก 84000.org

รายงานข้อผิดพลาด

ภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เป็นงานของมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย คัดมาตามต้นฉบับโดยไม่แก้ถ้อยคำ แสดงภายใต้ เงื่อนไขนี้ หากเจ้าของประสงค์ให้นำออก แจ้งที่ saddhammadana@gmail.com จะนำออกทันที

หัวข้อก่อนหน้า๒. เอกฉัตติยเถราปทานกลับไปยังสารบัญเล่มที่ ๓๓๔๒. ภัททาลิวรรคหัวข้อถัดไป๔. มธุมังสทายกเถราปทาน