ข้ามไปยังเนื้อหา
ธรรมคลัง
หน้าแรกหนังสือบทสวดพระไตรปิฎกชาดกหมวดธรรม
ENเข้าสู่ระบบสมัครสมาชิก
ธรรมคลัง

แหล่งรวมหนังสือ พระสูตร บทสวด และพระไตรปิฎก เพื่อการเรียนรู้ ฝึกฝน และการใช้ชีวิตอย่างมีสติในทุกวัน

เมนูหลัก

  • หน้าแรก
  • หนังสือ
  • บทสวด
  • พระไตรปิฎก
  • ชาดก
  • หมวดธรรม
  • ค้นหา

เกี่ยวกับเรา

  • เกี่ยวกับโครงการ
  • แหล่งที่มาของเนื้อหา
  • ร่วมสนับสนุน

บริการช่วยเหลือ

  • ที่เก็บไว้
  • สำรวจคลังธรรมะ
  • ฟังธรรม
  • API สำหรับนักพัฒนา
“
“สพฺพทานํ ธมฺมทานํ ชินาติ”การให้ธรรมเป็นทานย่อมชำนะการให้ทั้งปวง
ธรรมบท ๓๕๔

© ๒๕๖๙ ธรรมคลัง สงวนลิขสิทธิ์

  1. หน้าแรก
  2. /
  3. พระไตรปิฎก
  4. /
  5. เล่มที่ ๓๓
  6. /
  7. …
  8. /
  9. อปทาน
  10. /
  11. ๔๗. สาลปุปผิวรรค
  12. /
  13. ๙. สยัมปฏิภาณิยเถราปทาน

๙. สยัมปฏิภาณิยเถราปทาน

เล่มที่ ๓๓ · ข้อ ๕๙ · บรรทัด ๑๒๓๓

คัดจากพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย ตัวบทจาก 84000.org

ฉบับหลวงฉบับมหาจุฬาฯบาลีอักษรไทยPALI ROMANอรรถกถา
พรีวิว / พิมพ์ PDFโหมดอ่านต่อเนื่อง

ภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย

๙. สยัมปฏิภาณิยเถราปทาน

ประวัติในอดีตชาติของพระสยัมปฏิภาณิยเถระ

(พระสยัมปฏิภาณิยเถระ เมื่อจะประกาศประวัติในอดีตชาติของตน จึงกล่าวว่า)

[๔๕]

พระพุทธเจ้าผู้องอาจกว่านรชน

ผู้เป็นเทพยิ่งกว่าเทพ งามเหมือนดอกซ่าง(กุ่ม)

ผู้เสด็จดำเนินอยู่ที่ถนน ใครเล่าเห็นแล้วจะไม่เลื่อมใส

[๔๖]

พระพุทธเจ้าผู้กำจัดความมืดมนให้พินาศ

ทรงช่วยให้ชนจำนวนมากข้ามพ้น

โชติช่วงอยู่ด้วยแสงสว่างคือญาณ

ใครเล่าเห็นแล้วจะไม่เลื่อมใส

[๔๗]

พระพุทธเจ้าผู้ทรงเป็นผู้นำสัตว์โลก

กำลังเสด็จออกไปพร้อมกับพระขีณาสพผู้ได้วสี

จำนวน ๑๐,๐๐๐ รูป

ผู้ทรงช่วยสัตว์จำนวนมากให้ข้ามพ้นจากเปือกตมคือกาม

ใครเล่าเห็นแล้วจะไม่เลื่อมใส

[๔๘]

พระพุทธเจ้าผู้ย่ำกลองคือพระธรรม ย่ำยีหมู่เดียรถีย์

ทรงบันลือสีหนาท ใครเล่าเห็นแล้วจะไม่เลื่อมใส

[๔๙]

เทพทั้งหลายพร้อมทั้งพรหมทุกหมู่เหล่าพากันมาจากพรหมโลก

แล้วทูลถามปัญหาที่ลึกซึ้งกับพระพุทธเจ้า

ใครเล่าเห็นแล้วจะไม่เลื่อมใส

[๕๐]

มนุษย์พร้อมทั้งเทวดาพากันมาประนมมือ

แด่พระพุทธเจ้าพระองค์ใด

ย่อมได้เสวยบุญด้วยการทำอัญชลีกรรมนั้น

พระพุทธเจ้าพระองค์นั้น ใครเล่าเห็นแล้วจะไม่เลื่อมใส

[๕๑]

ชนทั้งปวงมาประชุมห้อมล้อมพระพุทธเจ้า

ผู้มีพระจักษุ พระองค์ได้รับนิมนต์(เพื่อตอบปัญหา)

แต่ไม่ทรงหวั่นไหว ใครเล่าเห็นแล้วจะไม่เลื่อมใส

[๕๒]

เมื่อพระพุทธเจ้าผู้องอาจกว่านรชนพระองค์ใด

เสด็จเข้าพระนคร กลองจำนวนมากประโคมกึกก้อง

คชสารที่ตกมันก็พากันบันลือ

พระพุทธเจ้าผู้องอาจกว่านรชนพระองค์นั้น

ใครเล่าเห็นแล้วจะไม่เลื่อมใส

[๕๓]

เมื่อพระพุทธเจ้าผู้องอาจกว่านรชนพระองค์ใด

เสด็จดำเนินไปตามถนน พระรัศมีย่อมส่องสว่างทุกเมื่อ

ทั้งที่ลุ่มที่ดอนก็กลายเป็นที่สม่ำเสมอ

พระพุทธเจ้าพระองค์นั้น ใครเล่าเห็นแล้วจะไม่เลื่อมใส

[๕๔]

เมื่อพระพุทธเจ้าตรัสอยู่ หมู่สัตว์ในจักรวาลได้ยินกันทั่ว

พระองค์ทรงสามารถยังสัตว์โลกให้รู้ชัดได้ทั่วกัน

ใครเล่าเห็นแล้วจะไม่เลื่อมใส

[๕๕]

ในกัปที่ ๑๐๐,๐๐๐ นับจากกัปนี้ไป

ข้าพเจ้าได้สดุดีพระพุทธเจ้าไว้

จึงไม่รู้จักทุคติเลย

นี้เป็นผลแห่งการสดุดี

[๕๖]

กิเลสทั้งหลายข้าพเจ้าก็เผาได้แล้ว

ภพทั้งปวงข้าพเจ้าก็ถอนได้แล้ว

ข้าพเจ้าตัดกิเลสเครื่องผูกพันได้แล้วอยู่อย่างผู้ไม่มีอาสวะ

ดุจพญาช้างตัดเครื่องพันธนาการได้แล้วอยู่อย่างอิสระ

[๕๗]

การที่ข้าพเจ้ามาในสำนักของพระพุทธเจ้า

เป็นการมาดีแล้วโดยแท้

วิชชา ๓ ข้าพเจ้าได้บรรลุแล้วโดยลำดับ

คำสั่งสอนของพระพุทธเจ้า ข้าพเจ้าก็ได้ทำสำเร็จแล้ว

[๕๘]

คุณวิเศษเหล่านี้ คือ ปฏิสัมภิทา ๔ วิโมกข์ ๘

และอภิญญา ๖ ข้าพเจ้าก็ได้ทำให้แจ้งแล้ว

คำสั่งสอนของพระพุทธเจ้า ข้าพเจ้าก็ได้ทำสำเร็จแล้ว ดังนี้แล

ได้ทราบว่า ท่านพระสยัมปฏิภาณิยเถระได้ภาษิตคาถาเหล่านี้ ด้วยประการฉะนี้

สยัมปฏิภาณิยเถราปทานที่ ๙ จบ

ที่มา: พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่มที่ ๓๓ จาก 84000.org

รายงานข้อผิดพลาด

ภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เป็นงานของมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย คัดมาตามต้นฉบับโดยไม่แก้ถ้อยคำ แสดงภายใต้ เงื่อนไขนี้ หากเจ้าของประสงค์ให้นำออก แจ้งที่ saddhammadana@gmail.com จะนำออกทันที

หัวข้อก่อนหน้า๘. มิลักขุผลทายกเถราปทานกลับไปยังสารบัญเล่มที่ ๓๓๔๗. สาลปุปผิวรรคหัวข้อถัดไป๑๐. นิมิตตพยากรณิยเถราปทาน