ข้ามไปยังเนื้อหา
ธรรมคลัง
หน้าแรกหนังสือบทสวดพระไตรปิฎกชาดกหมวดธรรม
ENเข้าสู่ระบบสมัครสมาชิก
ธรรมคลัง

แหล่งรวมหนังสือ พระสูตร บทสวด และพระไตรปิฎก เพื่อการเรียนรู้ ฝึกฝน และการใช้ชีวิตอย่างมีสติในทุกวัน

เมนูหลัก

  • หน้าแรก
  • หนังสือ
  • บทสวด
  • พระไตรปิฎก
  • ชาดก
  • หมวดธรรม
  • ค้นหา

เกี่ยวกับเรา

  • เกี่ยวกับโครงการ
  • แหล่งที่มาของเนื้อหา
  • ร่วมสนับสนุน

บริการช่วยเหลือ

  • ที่เก็บไว้
  • สำรวจคลังธรรมะ
  • ฟังธรรม
  • API สำหรับนักพัฒนา
“
“สพฺพทานํ ธมฺมทานํ ชินาติ”การให้ธรรมเป็นทานย่อมชำนะการให้ทั้งปวง
ธรรมบท ๓๕๔

© ๒๕๖๙ ธรรมคลัง สงวนลิขสิทธิ์

  1. หน้าแรก
  2. /
  3. พระไตรปิฎก
  4. /
  5. เล่มที่ ๓๓
  6. /
  7. …
  8. /
  9. อปทาน
  10. /
  11. ๔๙. ปังสุกุลสวรรค
  12. /
  13. ๒. พุทธสัญญกเถราปทาน

๒. พุทธสัญญกเถราปทาน

เล่มที่ ๓๓ · ข้อ ๗๒ · บรรทัด ๑๕๐๐

คัดจากพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย ตัวบทจาก 84000.org

ฉบับหลวงฉบับมหาจุฬาฯบาลีอักษรไทยPALI ROMANอรรถกถาอรรถกถาบาลีอักษรไทยAtthakatha PaliRoman
พรีวิว / พิมพ์ PDFโหมดอ่านต่อเนื่อง

ภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย

๒. พุทธสัญญกเถราปทาน

ประวัติในอดีตชาติของพระพุทธสัญญกเถระ ๑-

(พระพุทธสัญญกเถระ เมื่อจะประกาศประวัติในอดีตชาติของตน จึงกล่าวว่า)

[๙]

ข้าพเจ้าเป็นผู้สาธยายพระเวท ๒- ทรงมนตร์ ๓- จบไตรเพท ๔-

ชำนาญในคัมภีร์พยากรณ์ลักษณะ ๕- คัมภีร์อิติหาสะ ๖-

พร้อมด้วยคัมภีร์นิฆัณฑุศาสตร์ ๗- และคัมภีร์เกฏุภศาสตร์ ๘-

@เชิงอรรถ :

@๑ พระพุทธสัญญกเถระ หมายถึง พระวีตโสกเถระ พระอนุชาของพระเจ้าอโศกมหาราช ภายหลังพุทธ

@ปรินิพพาน ๒๑๘ ปี (ขุ.เถร.อ. ๑/๒๘๒/๔๕๔)

@๒ ผู้สาธยายพระเวท หมายถึงเป็นผู้บอกไตรเพทแก่ชนเหล่าอื่น (ขุ.อป.อ. ๑/๔๔๒/๓๓๒)

@๓ ทรงมนตร์ หมายถึงมีปัญญา รอบรู้ในสาขาของพระเวท (ขุ.อป.อ. ๑/๔๔๒/๓๓๒)

@๔ ไตรเพท หมายถึงคัมภีร์ ๓ คือ ฤคเวท(อิรุเวท) ยชุรเวท และสามเวท (ขุ.อป.อ. ๑/๔๔๒/๓๓๒)

@๕ ลักษณะ หมายถึงศาสตร์ว่าด้วยลักษณะของบุคคลสำคัญมีพระพุทธเจ้าเป็นต้น (ที.สี.อ. ๒๕๖/๒๒๓,

@ขุ.อป.อ. ๑/๔๔๒/๓๓๒)

@๖ คัมภีร์อิติหาสะ หมายถึงประวัติศาสตร์ คือพงศาวดารเล่าเรื่องเก่าๆ มักจะมีคำว่า สิ่งนี้ได้เป็นมาอย่างนี้

@(ที.สี.อ. ๒๕๖/๒๒๒, ขุ.อป.อ. ๑/๔๔๒/๓๓๒) และดู Dawson, John. A CLASSICAL DICTIONARY

@OF HINDU MYTHOLOGY (LONDON; ROUTLEDGE AND KEGAN PAUL 1957) P. 222

[๑๐]

ครั้งนั้น ศิษย์ทั้งหลายพากันมาหาข้าพเจ้าไม่ขาดสาย

เหมือนกระแสน้ำ ข้าพเจ้าไม่เกียจคร้าน

สอนมนตร์แก่ศิษย์เหล่านั้นทั้งกลางวันและกลางคืน

[๑๑]

ในคราวนั้น พระสัมมาสัมพุทธเจ้าพระนามว่าสิทธัตถะ

เสด็จอุบัติขึ้นในโลก พระองค์ทรงกำจัดความมืดมนให้พินาศแล้ว

ให้แสงสว่างคือพระญาณเป็นไป

[๑๒]

ครั้งนั้น ศิษย์ของข้าพเจ้าคนหนึ่ง

ได้บอกแก่ศิษย์ทั้งหลายของข้าพเจ้า

พวกเขาได้ฟังความนั้น จึงบอกแก่ข้าพเจ้า

[๑๓]

ข้าพเจ้าคิดว่า พระสัพพัญญูพุทธเจ้า

ผู้ทรงเป็นผู้นำสัตว์โลก เสด็จอุบัติขึ้นในโลกแล้ว

ชนย่อมประพฤติตามพระพุทธเจ้าพระองค์นั้น แต่เราไม่มีลาภเลย

[๑๔]

พระพุทธเจ้าทั้งหลาย เป็นผู้มีการอุบัติเลิศลอย

มีพระจักษุ มีพระยศยิ่งใหญ่ ไฉนหนอ

เราควรเข้าเฝ้าพระพุทธเจ้าผู้ประเสริฐที่สุด ผู้ทรงเป็นผู้นำสัตว์โลก

[๑๕]

ข้าพเจ้าถือหนังสัตว์ ผ้าเปลือกไม้

และคนโทน้ำของข้าพเจ้าแล้ว จึงออกจากอาศรม

เรียกศิษย์ทั้งหลายมา (กล่าวว่า)

@เชิงอรรถ :

@๗ นิฆัณฑุศาสตร์ คัมภีร์ประเภทศัพท์มูลวิทยา (Etymology) คลังศัพท์ (Lexicon) หรืออภิธานศัพท์

@(Glossary) ซึ่งรวบรวมคำศัพท์ในพระเวทซึ่งเป็นคำยากหรือคำที่เลิกใช้แล้ว นำมาอธิบายความหมาย เป็น

@ส่วนหนึ่งของปรกติ ซึ่งเป็น ๑ ในเวทางคศาสตร์ ๖ ของศาสนาพราหมณ์ ภาษาสันสกฤตเรียกว่า นิฆัณฏุ

@(ที.สี.อ. ๑/๒๕๖/๒๒๓)

@๘ เกฏุภศาสตร์ คัมภีร์ที่ว่าด้วยกฎเกณฑ์การใช้ถ้อยคำให้เหมาะสมแก่การประกอบพิธีกรรมต่างๆ เป็น

@ส่วนหนึ่งของกัลปะซึ่งเป็น ๑ ในเวทางคศาสตร์ ๖ ของศาสนาพราหมณ์ ภาษาสันสกฤตเรียกว่า ไกฏภ

@(ที.สี.อ. ๑/๒๕๖/๒๒๒)

[๑๖]

ความเป็นพระพุทธเจ้าผู้ทรงเป็นผู้นำสัตว์โลกนี้หาได้ยาก

เหมือนหาดอกมะเดื่อที่ดี เหมือนหากระต่ายในดวงจันทร์

หรือเหมือนหาน้ำมันกา ๑-

[๑๗]

พระพุทธเจ้าเสด็จอุบัติขึ้นในโลกแล้ว

แม้ความเป็นมนุษย์ก็หาได้ยาก เมื่อทั้ง ๒ อย่างมีอยู่

แต่การได้สดับพระสัทธรรมก็หาได้ยากยิ่ง

[๑๘]

พระพุทธเจ้าเสด็จอุบัติขึ้นในโลกแล้ว

ความเจริญจักมีแก่พวกเราผู้ได้ดวงตา มาเถิดท่านทั้งหลาย

เราทุกคนจักไปยังสำนักของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า

[๑๙]

ศิษย์ทุกคนสะพายคนโทน้ำ นุ่งผ้าหนังสัตว์ที่มีเล็บ

ในครั้งนั้น พวกเขาเกล้าชฎาและหาบบริขารพากันออกจากป่าใหญ่

[๒๐]

พวกเขาทอดสายตาดูประมาณชั่วแอก

แสวงหาประโยชน์สูงสุด เดินมาเหมือนลูกช้าง

เป็นผู้ไม่สะดุ้ง ดุจพญาไกรสรราชสีห์

[๒๑]

พวกเขาไม่มีความสะดุ้ง หมดความละโมบ

มีปัญญารักษาตน มีความประพฤติสงบ

เที่ยวไปพร้อมด้วยเสบียงกรังเข้าไปใกล้พระพุทธเจ้าผู้ประเสริฐที่สุด

[๒๒]

ในระยะทาง ๑ โยชน์ครึ่ง ข้าพเจ้าได้เกิดเจ็บป่วยขึ้น

จึงระลึกถึงพระพุทธเจ้าผู้ประเสริฐที่สุดแล้วสิ้นชีวิตในที่นั้น

[๒๓]

ในกัปที่ ๙๔ (นับจากกัปนี้ไป)

ข้าพเจ้าได้สัญญาในครั้งนั้น

จึงไม่รู้จักทุคติเลย

นี้เป็นผลแห่งการได้สัญญาในพระพุทธเจ้า

@เชิงอรรถ :

@๑ น้ำมันกาหายาก เพราะกาทั้งหลายถูกความหิวความสะดุ้งเบียดเบียนทั้งกลางคืนและกลางวันจึงหามัน

@เหลวได้ยาก (ขุ.อป.อ. ๒/๑๖/๒๖๐)

[๒๔]

กิเลสทั้งหลายข้าพเจ้าก็เผาได้แล้ว

ภพทั้งปวงข้าพเจ้าก็ถอนได้แล้ว

ข้าพเจ้าตัดกิเลสเครื่องผูกพันได้แล้วอยู่อย่างผู้ไม่มีอาสวะ

ดุจพญาช้างตัดเครื่องพันธนาการได้แล้วอยู่อย่างอิสระ

[๒๕]

การที่ข้าพเจ้ามาในสำนักของพระพุทธเจ้า

เป็นการมาดีแล้วโดยแท้

วิชชา ๓ ข้าพเจ้าได้บรรลุแล้วโดยลำดับ

คำสั่งสอนของพระพุทธเจ้า ข้าพเจ้าก็ได้ทำสำเร็จแล้ว

[๒๖]

คุณวิเศษเหล่านี้ คือ ปฏิสัมภิทา ๔ วิโมกข์ ๘

และอภิญญา ๖ ข้าพเจ้าก็ได้ทำให้แจ้งแล้ว

คำสั่งสอนของพระพุทธเจ้า ข้าพเจ้าก็ได้ทำสำเร็จแล้ว ดังนี้แล

ได้ทราบว่า ท่านพระพุทธสัญญกเถระได้ภาษิตคาถาเหล่านี้ ด้วยประการฉะนี้

พุทธสัญญกเถราปทานที่ ๒ จบ

ที่มา: พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่มที่ ๓๓ จาก 84000.org

รายงานข้อผิดพลาด

ภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เป็นงานของมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย คัดมาตามต้นฉบับโดยไม่แก้ถ้อยคำ แสดงภายใต้ เงื่อนไขนี้ หากเจ้าของประสงค์ให้นำออก แจ้งที่ saddhammadana@gmail.com จะนำออกทันที

หัวข้อก่อนหน้า๑. ปังสุกุลสัญญกเถราปทานกลับไปยังสารบัญเล่มที่ ๓๓๔๙. ปังสุกุลสวรรคหัวข้อถัดไป๓. ภิสทายกเถราปทาน