ข้ามไปยังเนื้อหา
ธรรมคลัง
หน้าแรกหนังสือบทสวดพระไตรปิฎกชาดกหมวดธรรม
ENเข้าสู่ระบบสมัครสมาชิก
ธรรมคลัง

แหล่งรวมหนังสือ พระสูตร บทสวด และพระไตรปิฎก เพื่อการเรียนรู้ ฝึกฝน และการใช้ชีวิตอย่างมีสติในทุกวัน

เมนูหลัก

  • หน้าแรก
  • หนังสือ
  • บทสวด
  • พระไตรปิฎก
  • ชาดก
  • หมวดธรรม
  • ค้นหา

เกี่ยวกับเรา

  • เกี่ยวกับโครงการ
  • แหล่งที่มาของเนื้อหา
  • ร่วมสนับสนุน

บริการช่วยเหลือ

  • ที่เก็บไว้
  • สำรวจคลังธรรมะ
  • ฟังธรรม
  • API สำหรับนักพัฒนา
“
“สพฺพทานํ ธมฺมทานํ ชินาติ”การให้ธรรมเป็นทานย่อมชำนะการให้ทั้งปวง
ธรรมบท ๓๕๔

© ๒๕๖๙ ธรรมคลัง สงวนลิขสิทธิ์

  1. หน้าแรก
  2. /
  3. พระไตรปิฎก
  4. /
  5. เล่มที่ ๓๓
  6. /
  7. …
  8. /
  9. อปทาน
  10. /
  11. ๔๙. ปังสุกุลสวรรค
  12. /
  13. ๕. จันทนมาลิยเถราปทาน

๕. จันทนมาลิยเถราปทาน

เล่มที่ ๓๓ · ข้อ ๗๕ · บรรทัด ๑๖๒๒

คัดจากพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย ตัวบทจาก 84000.org

ฉบับหลวงฉบับมหาจุฬาฯบาลีอักษรไทยPALI ROMANอรรถกถา
พรีวิว / พิมพ์ PDFโหมดอ่านต่อเนื่อง

ภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย

๕. จันทนมาลิยเถราปทาน

ประวัติในอดีตชาติของพระจันทนมาลิยเถระ ๑-

(พระจันทนมาลิยเถระ เมื่อจะประกาศประวัติในอดีตชาติของตน จึงกล่าวว่า)

[๗๕]

ข้าพเจ้าละเบญจกามคุณที่น่ายินดี น่าพอใจ

และละทรัพย์ประมาณ ๘๐ โกฏิแล้ว จึงออกบวชเป็นบรรพชิต

[๗๖]

ครั้นบวชแล้ว ได้เว้นกายทุจริต

ละวจีทุจริต อาศัยอยู่ริมฝั่งแม่น้ำ

[๗๗]

ข้าพเจ้าอยู่คนเดียว พระพุทธเจ้าผู้ประเสริฐที่สุด

ได้เสด็จมาใกล้ ข้าพเจ้าไม่ทราบว่าเป็นพระพุทธเจ้า

แต่ก็ได้ทำการปฏิสันถาร

[๗๘]

ครั้นทำการปฏิสันถารแล้ว จึงได้ทูลถามถึงชื่อและโคตรว่า

ท่านเป็นเทวดาหรือคนธรรพ์ หรือเป็นท้าวสักกปุรินททะ

[๗๙]

ท่านเป็นใคร หรือเป็นบุตรของใคร

หรือเป็นท้าวมหาพรหม มา ณ ที่นี้

สว่างไสวไปทั่วทุกทิศ เหมือนดวงอาทิตย์อุทัย

[๘๐]

ข้าแต่ท่านผู้นิรทุกข์ จักรมีกำพันหนึ่งปรากฏที่เท้าของท่าน

ท่านเป็นใคร หรือเป็นบุตรของใคร เราจักรู้จักท่านได้อย่างไร

ขอท่านจงบอกชื่อและโคตร ขจัดความสงสัยของเราเถิด

[๘๑]

พระพุทธเจ้าตรัสว่า เราไม่ใช่เทวดา

ไม่ใช่คนธรรพ์ ไม่ใช่ท้าวสักกปุรินททะ

และเราไม่ได้เป็นพรหม

เราเป็นผู้สูงส่งกว่าชนเหล่านั้น

@เชิงอรรถ :

@๑ พระจันทนมาลิยเถระ หมายถึงพระวัลลิยเถระหรือพระกัณหมิตตะ ชาวกรุงเวสาลี (ขุ.เถร.อ. ๑/๑๖๘/๔๕๑)

[๘๒]

ล่วงวิสัยของชนเหล่านั้น

ทำลายเครื่องผูกมัดคือกามได้แล้ว

เผากิเลสหมดแล้ว บรรลุสัมโพธิญาณอันสูงสุด

[๘๓]

ข้าพเจ้าได้ฟังพระดำรัสของพระองค์แล้ว

จึงได้กราบทูลคำนี้ว่า ข้าแต่พระมหามุนี

ถ้าพระองค์เป็นพระสัพพัญญูพุทธเจ้า

ขอเชิญพระองค์ประทับนั่งเถิด

[๘๔]

พระองค์ทำที่สุดทุกข์ได้ ข้าพระองค์จักบูชาพระองค์

ข้าพเจ้าจึงได้ลาดหนังสัตว์ถวายพระศาสดา

[๘๕]

พระผู้มีพระภาคประทับนั่งบนหนังสัตว์นั้น

ดุจพญาราชสีห์นั่งอยู่ในถ้ำ

ข้าพเจ้ารีบขึ้นภูเขาเก็บผลมะม่วง

[๘๖]

ดอกสาละที่สวยงามและแก่นจันทน์ซึ่งมีราคามาก

ข้าพเจ้ารีบหอบของทั้งหมดเข้าเฝ้าพระผู้ทรงเป็นผู้นำสัตว์โลก

[๘๗]

ได้ถวายผลไม้แด่พระพุทธเจ้า แล้วใช้ดอกสาละบูชา

ได้ใช้แก่นจันทน์ลูบไล้แล้วไหว้พระศาสดา

[๘๘]

ข้าพเจ้าเป็นผู้มีจิตเลื่อมใส มีใจยินดี มีปีติไพบูลย์แล้ว

พระศาสดาผู้ทรงเป็นผู้นำสัตว์โลก

พระนามว่าสุเมธะ ประทับนั่งบนหนังสัตว์

[๘๙]

พระองค์เมื่อจะให้ข้าพเจ้ารื่นเริง

ได้ทรงพยากรณ์กรรมของข้าพเจ้าในครั้งนั้นว่า

ด้วยการถวายผลไม้กับของหอมและดอกไม้ทั้ง ๒ อย่างนี้

[๙๐]

ผู้นี้จักรื่นรมย์ในเทวโลกตลอด ๑๒๕ กัป

เขาจักเป็นผู้มีความดำริทางใจไม่บกพร่อง มีอำนาจ

[๙๑]

จักไปเกิดเป็นมนุษย์ ได้เป็นพระเจ้าจักรพรรดิผู้มีฤทธิ์มาก

มีมหาสมุทรทั้ง ๔ เป็นขอบเขตตลอด ๑๒๖ กัป

[๙๒]

วิสสุกรรมเทพบุตรเนรมิตนครมีนามว่าเวภาระ

นครนั้นจักเป็นทองคำล้วน

ประดับด้วยรัตนชาตินานาชนิด

[๙๓]

เขาจักเวียนเกิดเวียนตายในกำเนิดทั้งหลายด้วยอุบายนี้แล

จักเป็นผู้มีความสุขทุกภพ

คือในภพเทวดาหรือภพมนุษย์

[๙๔]

เมื่อถึงภพสุดท้าย เขาจักเกิดเป็นเผ่าพันธุ์ของท่านผู้ประเสริฐ ๑-

จักออกบวชเป็นบรรพชิต

จักเป็นผู้ไม่ออกปากขอปัจจัย ไม่มีอาสวะแล้วนิพพาน

[๙๕]

ครั้นพระสัมมาสัมพุทธเจ้าพระนามว่าสุเมธะ

ผู้ทรงเป็นผู้นำสัตว์โลกตรัสอย่างนี้แล้ว

ขณะที่ข้าพเจ้ากำลังเพ่งดูอยู่ ได้เสด็จเหาะไปในอากาศ

[๙๖]

ด้วยกรรมที่ข้าพเจ้าได้ทำไว้ดีแล้วนั้น

และด้วยเจตนาที่ตั้งไว้มั่น

ข้าพเจ้าละกายมนุษย์แล้ว

จึงได้ไปเกิดในสวรรค์ชั้นดุสิต

[๙๗]

จุติจากสวรรค์ชั้นดุสิตแล้ว อุบัติในครรภ์มารดา

เมื่อข้าพเจ้าอยู่ในครรภ์ ข้าพเจ้าไม่มีความบกพร่องในโภคะเลย

[๙๘]

เมื่อข้าพเจ้ายังอยู่ในครรภ์มารดา โภชนาหารคือข้าวและน้ำ

บังเกิดแก่มารดาตามความพอใจ ตามปรารถนาของข้าพเจ้า

[๙๙]

ข้าพเจ้าบวชเป็นบรรพชิตเมื่ออายุได้ ๕ ขวบ

ขณะปลงผมเสร็จก็ได้บรรลุอรหัตตผล

@เชิงอรรถ :

@๑ เผ่าพันธุ์ของท่านผู้ประเสริฐ หมายถึงผู้เกิดในตระกูลพราหมณ์ (ขุ.อป.อ. ๑/๒๗๔/๒๗๗)

[๑๐๐]

ข้าพเจ้าค้นหาบุพกรรมอยู่ ก็มิได้เห็นบุพกรรมอะไรๆ

แต่ข้าพเจ้ามาระลึกถึงกรรมของตนได้

นอกเหนือไปในกัปที่ ๓๐,๐๐๐

[๑๐๑]

ข้าแต่พระองค์ผู้เป็นบุรุษอาชาไนย

ข้าพระองค์ขอนอบน้อมพระองค์

ข้าแต่พระองค์ผู้เป็นบุรุษสูงสุด

ข้าพระองค์ขอนอบน้อมพระองค์

ข้าพระองค์อาศัยคำสั่งสอนของพระองค์

จึงได้บรรลุบทที่ไม่หวั่นไหว

[๑๐๒]

ในกัปที่ ๓๐,๐๐๐ (นับจากกัปนี้ไป)

ข้าพเจ้าได้บูชาพระสัมมาสัมพุทธเจ้าไว้

จึงไม่รู้จักทุคติเลย

นี้เป็นผลแห่งการบูชาพระพุทธเจ้า

[๑๐๓]

กิเลสทั้งหลายข้าพเจ้าก็เผาได้แล้ว

ภพทั้งปวงข้าพเจ้าก็ถอนได้แล้ว

ข้าพเจ้าตัดกิเลสเครื่องผูกพันได้แล้วอยู่อย่างผู้ไม่มีอาสวะ

ดุจพญาช้างตัดเครื่องพันธนาการได้แล้วอยู่อย่างอิสระ

[๑๐๔]

การที่ข้าพเจ้ามาในสำนักของพระพุทธเจ้า

เป็นการมาดีแล้วโดยแท้

วิชชา ๓ ข้าพเจ้าได้บรรลุแล้วโดยลำดับ

คำสั่งสอนของพระพุทธเจ้า ข้าพเจ้าก็ได้ทำสำเร็จแล้ว

[๑๐๕]

คุณวิเศษเหล่านี้ คือ ปฏิสัมภิทา ๔ วิโมกข์ ๘

และอภิญญา ๖ ข้าพเจ้าก็ได้ทำให้แจ้งแล้ว

คำสั่งสอนของพระพุทธเจ้า ข้าพเจ้าก็ได้ทำสำเร็จแล้ว ดังนี้แล

ได้ทราบว่า ท่านพระจันทนมาลิยเถระได้ภาษิตคาถาเหล่านี้ ด้วยประการฉะนี้

จันทนมาลิยเถราปทานที่ ๕ จบ

ที่มา: พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่มที่ ๓๓ จาก 84000.org

รายงานข้อผิดพลาด

ภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เป็นงานของมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย คัดมาตามต้นฉบับโดยไม่แก้ถ้อยคำ แสดงภายใต้ เงื่อนไขนี้ หากเจ้าของประสงค์ให้นำออก แจ้งที่ saddhammadana@gmail.com จะนำออกทันที

หัวข้อก่อนหน้า๔. ญาณถวิกเถราปทานกลับไปยังสารบัญเล่มที่ ๓๓๔๙. ปังสุกุลสวรรคหัวข้อถัดไป๖. ธาตุปูชกเถราปทาน