ข้ามไปยังเนื้อหา
ธรรมคลัง
หน้าแรกหนังสือบทสวดพระไตรปิฎกชาดกหมวดธรรม
ENเข้าสู่ระบบสมัครสมาชิก
ธรรมคลัง

แหล่งรวมหนังสือ พระสูตร บทสวด และพระไตรปิฎก เพื่อการเรียนรู้ ฝึกฝน และการใช้ชีวิตอย่างมีสติในทุกวัน

เมนูหลัก

  • หน้าแรก
  • หนังสือ
  • บทสวด
  • พระไตรปิฎก
  • ชาดก
  • หมวดธรรม
  • ค้นหา

เกี่ยวกับเรา

  • เกี่ยวกับโครงการ
  • แหล่งที่มาของเนื้อหา
  • ร่วมสนับสนุน

บริการช่วยเหลือ

  • ที่เก็บไว้
  • สำรวจคลังธรรมะ
  • ฟังธรรม
  • API สำหรับนักพัฒนา
“
“สพฺพทานํ ธมฺมทานํ ชินาติ”การให้ธรรมเป็นทานย่อมชำนะการให้ทั้งปวง
ธรรมบท ๓๕๔

© ๒๕๖๙ ธรรมคลัง สงวนลิขสิทธิ์

  1. หน้าแรก
  2. /
  3. พระไตรปิฎก
  4. /
  5. เล่มที่ ๓๓
  6. /
  7. …
  8. /
  9. อปทาน
  10. /
  11. ๔๙. ปังสุกุลสวรรค
  12. /
  13. ๗. ปุฬินุปปาทกเถราปทาน

๗. ปุฬินุปปาทกเถราปทาน

เล่มที่ ๓๓ · ข้อ ๗๗ · บรรทัด ๑๖๘๗

คัดจากพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย ตัวบทจาก 84000.org

ฉบับหลวงฉบับมหาจุฬาฯบาลีอักษรไทยPALI ROMANอรรถกถาอรรถกถาบาลีอักษรไทยAtthakatha PaliRoman
พรีวิว / พิมพ์ PDFโหมดอ่านต่อเนื่อง

ภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย

๗. ปุฬินุปปาทกเถราปทาน

ประวัติในอดีตชาติของพระปุฬินุปปาทกเถระ

(พระปุฬินุปปาทกเถระ เมื่อจะประกาศประวัติในอดีตชาติของตน จึงกล่าวว่า)

[๑๑๑]

ข้าพเจ้าเป็นดาบสชื่อเทวละ อาศัยอยู่ที่ภูเขาหิมพานต์

ที่ภูเขานั้น ที่จงกรมของข้าพเจ้าเป็นที่ที่พวกอมนุษย์เนรมิตให้

[๑๑๒]

ครั้งนั้น ข้าพเจ้ามุ่นมวยผม สะพายคนโทน้ำ

เมื่อจะแสวงหาประโยชน์อย่างสูงสุด ได้ออกจากป่าใหญ่ไปในกาลนั้น

[๑๑๓]

ครั้งนั้น ศิษย์ประมาณ ๘๔,๐๐๐ คน อุปัฏฐากข้าพเจ้า

พวกเขาขวนขวายในการงานของตนอยู่ในป่าใหญ่

[๑๑๔]

ข้าพเจ้าออกจากอาศรมได้ก่อพระเจดีย์ทรายแล้ว

รวบรวมดอกไม้นานาชนิดมาบูชาพระเจดีย์นั้น

[๑๑๕]

ข้าพเจ้าทำจิตให้เลื่อมใสในพระเจดีย์แล้ว เข้าไปสู่อาศรม

ศิษย์ทุกคนได้มาประชุมพร้อมกันแล้ว ถามความข้อนี้ว่า

[๑๑๖]

ข้าแต่ท่านเทวละ ท่านนมัสการสถูปที่ก่อด้วยทรายทำไม

แม้ข้าพเจ้าทั้งหลายก็อยากจะรู้

ข้าพเจ้าทั้งหลายถามท่านแล้วโปรดบอกด้วยเถิด

[๑๑๗]

ข้าพเจ้าตอบว่า พระพุทธเจ้าทั้งหลาย

ผู้มีพระจักษุ มีพระยศยิ่งใหญ่

ท่านทั้งหลายได้พบแล้วในบทมนตร์ของเรามิใช่หรือ

เรานมัสการพระพุทธเจ้าผู้ประเสริฐที่สุดเหล่านั้น

ผู้มีพระยศยิ่งใหญ่เช่นไร

[๑๑๘]

พระพุทธเจ้าเหล่านั้นผู้มีความเพียรมาก

เป็นสัพพัญญู ผู้ทรงเป็นผู้นำสัตว์โลก

พระพุทธเจ้าเหล่านั้นมีคุณอย่างไร

มีศีลอย่างไร มีพระยศยิ่งใหญ่เช่นไร

[๑๑๙]

พระพุทธเจ้าทั้งหลายมีพระลักษณะอันประเสริฐ ๓๒ ประการ ๑-

มีพระทนต์ครบ ๔๐ ซี่ มีดวงเนตรดังดวงตาแห่งโค

และสดใสเหมือนผลมะกล่ำ

[๑๒๐]

อนึ่ง พระพุทธเจ้าเหล่านั้น ผู้บริสุทธิ์เมื่อเสด็จดำเนินไป

ก็ทอดพระเนตรเพียงชั่วแอก

พระชานุของพระองค์ไม่ลั่น ใครๆ ไม่ได้ยินเสียงที่ต่อ

[๑๒๑]

อนึ่ง พระสุคตทั้งหลาย

เมื่อจะเสด็จดำเนินไม่ทรงรีบร้อนเสด็จดำเนินไป

ทรงก้าวพระบาทเบื้องขวาก่อน

นี้เป็นธรรมดาของพระพุทธเจ้าทั้งหลาย

[๑๒๒]

และพระพุทธเจ้าเหล่านั้นเป็นผู้ไม่สะดุ้ง

ดุจพญาไกรสรราชสีห์

พระพุทธเจ้าเหล่านั้นไม่ทรงยกพระองค์ไม่ข่มสัตว์ทั้งหลาย

[๑๒๓]

ทรงหลุดพ้นจากการถือตัวและดูหมิ่น

ท่านมีพระองค์เสมอในสัตว์ทั้งปวง

พระพุทธเจ้าทั้งหลายเป็นผู้ไม่ทรงยกพระองค์

นี้เป็นธรรมดาของพระพุทธเจ้าทั้งหลาย

[๑๒๔]

อนึ่ง พระสัมมาสัมพุทธเจ้าทั้งหลายเมื่อเสด็จอุบัติขึ้น

พระองค์ทรงแสดงแสงสว่าง

ทรงประกาศวิการ ๖ ๒- ทั่วพื้นแผ่นดินนี้ทั้งสิ้น

[๑๒๕]

ทั้งพระองค์ทรงเห็นนรกด้วย

ครั้งนั้น ไฟนรกดับ มหาเมฆบันดาลฝนให้ตก

นี้เป็นธรรมดาของพระพุทธเจ้าทั้งหลาย

@เชิงอรรถ :

@๑ ดูเชิงอรรถหน้า ๑๐ ในเล่มนี้

@๒ วิการ ๖ หมายถึงแผ่นดินไหว ๖ ประการ คือ (๑) ข้างหน้ายืดขึ้นข้างหลังยุบลง (๒) ข้างหลังยืดขึ้น

@ข้างหน้ายุบลง (๓) ข้างซ้ายยืดขึ้นข้างขวายุบลง (๔) ข้างขวายืดขึ้นข้างซ้ายยุบลง (๕) ตรงกลางยืดขึ้น

@โดยรอบยุบลง (๖) โดยรอบยืดขึ้นตรงกลางยุบลง (ขุ.พุทฺธ.อ. ๗๑/๙๓)

[๑๒๖]

พระตถาคตทั้งหลายเหล่านั้น ทรงพระคุณประเสริฐมาก

ไม่มีใครเทียบได้ มีพระยศยิ่งใหญ่ มีพระคุณหาประมาณมิได้

ใครๆ ไม่เกินพระองค์ไปโดยเกียรติคุณ

พระพุทธเจ้าเหล่านั้น เป็นเช่นนี้

[๑๒๗]

ศิษย์ทุกคนเป็นผู้มีความเคารพ ชื่นชมถ้อยคำของข้าพเจ้า

ต่างได้ปฏิบัติเช่นนั้น ตามความสามารถ ตามกำลัง(ของตน)

[๑๒๘]

พวกเขามีความเพลิดเพลินในกรรมของตน

เชื่อฟังถ้อยคำของข้าพเจ้า

มีฉันทะอัธยาศัยน้อมไปในความเป็นพระพุทธเจ้า

พากันบูชาพระเจดีย์ทราย

[๑๒๙]

ครั้งนั้น เทพบุตรผู้มียศใหญ่ จุติจากสวรรค์ชั้นดุสิต

อุบัติในพระครรภ์ของพระมารดา หมื่นจักรวาลไหวแล้ว

[๑๓๐]

ข้าพเจ้ายืนอยู่ ณ ที่จงกรมไม่ไกลจากอาศรม

ศิษย์ทุกคนได้มาประชุมพร้อมกันในสำนักของข้าพเจ้า ถามว่า

[๑๓๑]

แผ่นดินบันลือลั่นดุจโคอุสภะคึกคะนอง

ดุจราชสีห์คำรน ดุจจระเข้ฟาดหาง จักมีผลเป็นอย่างไร

[๑๓๒]

ข้าพเจ้าตอบว่า พระสัมมาสัมพุทธเจ้าพระองค์ใด

ที่ข้าพเจ้าประกาศ ที่ใกล้พระสถูปกองทราย

บัดนี้ พระสัมมาสัมพุทธเจ้าพระองค์นั้น

ผู้มีโชค ผู้ทรงเป็นพระศาสดา

เสด็จลงสู่พระครรภ์ของพระมารดาแล้ว

[๑๓๓]

ข้าพเจ้าแสดงธรรมกถาแก่ศิษย์เหล่านั้นแล้ว

กล่าวสดุดีพระมหามุนี

ส่งศิษย์ของตนไปแล้ว นั่งขัดสมาธิ

[๑๓๔]

ก็ข้าพเจ้ามีกำลังสิ้นไปแล้วหนอ ป่วยหนัก

ระลึกถึงพระพุทธเจ้าผู้ประเสริฐที่สุดแล้ว

ได้สิ้นชีวิตในที่นั้นเอง

[๑๓๕]

ครั้งนั้น ศิษย์ทุกคนมาประชุมกันได้สร้างจิตกาธานขึ้น

แล้วได้ยกร่างของข้าพเจ้าขึ้นวางยังจิตกาธาน

[๑๓๖]

พวกเขาพากันยืนประนมมือเหนือศีรษะล้อมรอบจิตกาธาน

พากันเศร้าโศก คร่ำครวญ

[๑๓๗]

เมื่อศิษย์เหล่านั้นพิไรรำพันอยู่

ข้าพเจ้าได้ไปใกล้จิตกาธานแล้วสั่งสอนพวกเขาว่า

เราคืออาจารย์ของเธอทั้งหลาย

ท่านผู้มีปัญญาดีทั้งหลาย อย่าได้เศร้าโศกเลย

[๑๓๘]

ท่านทั้งหลายพึงเป็นผู้ไม่เกียจคร้าน

พึงพยายามในประโยชน์ของตนทั้งกลางวันกลางคืน

อย่าได้ประมาท จงใช้เวลาที่มีให้เป็นประโยชน์

[๑๓๙]

ข้าพเจ้าพร่ำสอนศิษย์ของตนแล้วกลับไปยังเทวโลก

ได้อยู่ในเทวโลกถึง ๑๘ กัป

[๑๔๐]

ได้เป็นพระเจ้าจักรพรรดิ ๕๐๐ ชาติ

และได้ครองเทวสมบัติหลายร้อยชาติ

[๑๔๑]

ในกัปที่เหลือ ข้าพเจ้าแม้จะเวียนว่ายตายเกิดไปมา

แต่ก็ไม่รู้จักทุคติเลย

นี้เป็นผลแห่งการก่อพระเจดีย์ทราย

[๑๔๒]

ในเดือนที่ดอกโกมุทบาน

ต้นไม้จำนวนมากก็มีดอกบาน ฉันใด

ข้าพเจ้าก็เป็นผู้ที่พระศาสดาผู้แสวงหาคุณอันยิ่งใหญ่

ให้เบิกบานแล้วในสมัยนั้น ฉันนั้นเหมือนกัน

[๑๔๓]

ข้าพเจ้ามีความเพียรนำพาธุระไป

อันเป็นเหตุนำธรรมเป็นแดนเกษมจากโยคะมาให้

ข้าพเจ้าตัดกิเลสเครื่องผูกพันได้แล้วอยู่อย่างผู้ไม่มีอาสวะ

ดุจพญาช้างตัดเครื่องพันธนาการได้แล้วอยู่อย่างอิสระ

[๑๔๔]

ในกัปที่ ๑๐๐,๐๐๐ นับจากกัปนี้ไป

ข้าพเจ้าได้สรรเสริญพระพุทธเจ้าไว้

จึงไม่รู้จักทุคติเลย

นี้เป็นผลแห่งการสรรเสริญพระพุทธเจ้า

[๑๔๕]

กิเลสทั้งหลายข้าพเจ้าก็เผาได้แล้ว

ภพทั้งปวงข้าพเจ้าก็ถอนได้แล้ว

ข้าพเจ้าตัดกิเลสเครื่องผูกพันได้แล้วอยู่อย่างผู้ไม่มีอาสวะ

ดุจพญาช้างตัดเครื่องพันธนาการได้แล้วอยู่อย่างอิสระ

[๑๔๖]

การที่ข้าพเจ้ามาในสำนักของพระพุทธเจ้า

เป็นการมาดีแล้วโดยแท้

วิชชา ๓ ข้าพเจ้าได้บรรลุแล้วโดยลำดับ

คำสั่งสอนของพระพุทธเจ้า ข้าพเจ้าก็ได้ทำสำเร็จแล้ว

[๑๔๗]

คุณวิเศษเหล่านี้ คือ ปฏิสัมภิทา ๔ วิโมกข์ ๘

และอภิญญา ๖ ข้าพเจ้าก็ได้ทำให้แจ้งแล้ว

คำสั่งสอนของพระพุทธเจ้า ข้าพเจ้าก็ได้ทำสำเร็จแล้ว ดังนี้แล

ได้ทราบว่า ท่านพระปุฬินุปปาทกเถระได้ภาษิตคาถาเหล่านี้ ด้วยประการฉะนี้

ปุฬินุปปาทกเถราปทานที่ ๗ จบ

ที่มา: พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่มที่ ๓๓ จาก 84000.org

รายงานข้อผิดพลาด

ภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เป็นงานของมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย คัดมาตามต้นฉบับโดยไม่แก้ถ้อยคำ แสดงภายใต้ เงื่อนไขนี้ หากเจ้าของประสงค์ให้นำออก แจ้งที่ saddhammadana@gmail.com จะนำออกทันที

หัวข้อก่อนหน้า๖. ธาตุปูชกเถราปทานกลับไปยังสารบัญเล่มที่ ๓๓๔๙. ปังสุกุลสวรรคหัวข้อถัดไป๘. ตรณิยเถราปทาน