ข้ามไปยังเนื้อหา
ธรรมคลัง
หน้าแรกหนังสือบทสวดพระไตรปิฎกชาดกหมวดธรรม
ENเข้าสู่ระบบสมัครสมาชิก
ธรรมคลัง

แหล่งรวมหนังสือ พระสูตร บทสวด และพระไตรปิฎก เพื่อการเรียนรู้ ฝึกฝน และการใช้ชีวิตอย่างมีสติในทุกวัน

เมนูหลัก

  • หน้าแรก
  • หนังสือ
  • บทสวด
  • พระไตรปิฎก
  • ชาดก
  • หมวดธรรม
  • ค้นหา

เกี่ยวกับเรา

  • เกี่ยวกับโครงการ
  • แหล่งที่มาของเนื้อหา
  • ร่วมสนับสนุน

บริการช่วยเหลือ

  • ที่เก็บไว้
  • สำรวจคลังธรรมะ
  • ฟังธรรม
  • API สำหรับนักพัฒนา
“
“สพฺพทานํ ธมฺมทานํ ชินาติ”การให้ธรรมเป็นทานย่อมชำนะการให้ทั้งปวง
ธรรมบท ๓๕๔

© ๒๕๖๙ ธรรมคลัง สงวนลิขสิทธิ์

  1. หน้าแรก
  2. /
  3. พระไตรปิฎก
  4. /
  5. เล่มที่ ๓๓
  6. /
  7. …
  8. /
  9. อปทาน
  10. /
  11. ๔๙. ปังสุกุลสวรรค
  12. /
  13. ๑๐. สาลมัณฑปียเถราปทาน

๑๐. สาลมัณฑปียเถราปทาน

เล่มที่ ๓๓ · ข้อ ๘๐ · บรรทัด ๑๘๔๕

คัดจากพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย ตัวบทจาก 84000.org

ฉบับหลวงฉบับมหาจุฬาฯบาลีอักษรไทยPALI ROMANอรรถกถาอรรถกถาบาลีอักษรไทยAtthakatha PaliRoman
พรีวิว / พิมพ์ PDFโหมดอ่านต่อเนื่อง

ภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย

๑๐. สาลมัณฑปิยเถราปทาน

ประวัติในอดีตชาติของพระสาลมัณฑปิยเถระ

(พระสาลมัณฑปิยเถระ เมื่อจะประกาศประวัติในอดีตชาติของตน จึงกล่าวว่า)

[๑๙๐]

ข้าพเจ้าเข้าไปยังป่าไม้สาละ สร้างอาศรมอย่างสวยงาม

มุงบังด้วยดอกสาละ อยู่ในป่าใหญ่

[๑๙๑]

ส่วนพระผู้มีพระภาคพระนามว่าปิยทัสสี ผู้เป็นพระสยัมภู

เป็นบุคคลผู้เลิศ ตรัสรู้ด้วยพระองค์เอง

ผู้ทรงประสงค์วิเวก ได้เสด็จเข้าไปยังป่าไม้สาละ

[๑๙๒]

ข้าพเจ้าได้ออกจากอาศรมไปยังป่าใหญ่

เที่ยวแสวงหาเผือกมันและผลไม้ในป่า ในเวลานั้น

[๑๙๓]

ได้เห็นพระสัมมาสัมพุทธเจ้าพระนามว่าปิยทัสสี

ผู้มีพระยศยิ่งใหญ่ ประทับนั่งเข้าสมาบัติรุ่งโรจน์อยู่ ในป่าใหญ่นั้น

[๑๙๔]

ข้าพเจ้าปักไม้เป็น ๔ เส้า ทำปะรำอย่างดี

มุงด้วยดอกสาละเบื้องบนพระพุทธเจ้า

[๑๙๕]

ข้าพเจ้าคงตั้งปะรำซึ่งมุงด้วยดอกสาละไว้ ๗ วัน

ทำจิตให้เลื่อมใสในกรรมนั้น

ได้ไหว้พระพุทธเจ้าผู้ประเสริฐที่สุด

[๑๙๖]

สมัยนั้น พระผู้มีพระภาค ผู้เป็นบุรุษผู้สูงสุด

เสด็จออกจากสมาธิ ประทับนั่งทอดพระเนตรดูเพียงชั่วแอก

[๑๙๗]

สาวกของพระศาสดาพระนามว่าปิยทัสสี

ชื่อว่าวรุณะ พร้อมด้วยสาวกผู้ได้วสี ๑๐๐,๐๐๐ รูป

ได้เข้าเฝ้าพระศาสดาผู้นำสัตว์โลก

[๑๙๘]

ส่วนพระผู้มีพระภาคพระนามว่าปิยทัสสี

ผู้เจริญที่สุดในโลก ทรงองอาจกว่านรชน

ประทับนั่งในท่ามกลางภิกษุสงฆ์แล้ว

ทรงทำการแย้มให้ปรากฏ

[๑๙๙]

พระอนุรุทธเถระผู้เป็นพุทธอุปัฏฐากของพระศาสดา

พระนามว่าปิยทัสสี

ห่มจีวรเฉวียงบ่าแล้ว ได้ทูลถามพระมหามุนีว่า

[๒๐๐]

ข้าแต่พระผู้มีพระภาค

อะไรหนอ เป็นเหตุให้พระศาสดาทรงแย้ม

เพราะเมื่อมีเหตุ พระศาสดาจึงทรงทำการแย้มให้ปรากฏ

[๒๐๑]

พระศาสดาตรัสว่า มาณพใดตั้งเครื่องมุงบังดอกสาละ

เพื่อเราไว้ตลอด ๗ วัน

เราระลึกถึงกรรมของมาณพนั้น

จึงได้ทำการแย้มให้ปรากฏ

[๒๐๒]

เรายังไม่เห็นโอกาสที่บุญจะไม่ให้ผล

โอกาสในเทวโลกหรือมนุษยโลกยังไม่สงบ

[๒๐๓]

เมื่อเขาผู้เพียบพร้อมด้วยบุญกรรมอยู่ในเทวโลก

บริวารของเขาเท่าที่มี จักมีดอกสาละมุงบัง

[๒๐๔]

เขาเป็นผู้ประกอบด้วยบุญกรรม

จักรื่นรมย์ในเทวโลกนั้นด้วยการฟ้อน

การขับร้อง และการประโคมที่เป็นทิพย์ในกาลทุกเมื่อ

[๒๐๕]

บริวารของเขาเท่าที่มีจักมีกายมีกลิ่นหอมฟุ้ง

และฝนดอกสาละจักตกลงทั่วไปในขณะนั้น

[๒๐๖]

มาณพนี้จุติจากเทวโลกแล้ว

จักมาเกิดเป็นมนุษย์ แม้ในมนุษยโลกนี้

เครื่องมุงบังดอกสาละ จักทรงอยู่ตลอดกาลทั้งปวง

[๒๐๗]

ในมนุษยโลกนี้ การฟ้อนรำและการขับร้อง

ที่ประกอบด้วยเสียงกังสดาลอย่างไพเราะ

จักแวดล้อมมาณพนี้เป็นนิตย์

นี้เป็นผลแห่งการบูชาพระพุทธเจ้า

[๒๐๘]

และเมื่อดวงอาทิตย์อุทัย ฝนดอกสาละจะตกลง

ฝนดอกสาละที่ประกอบด้วยบุญกรรม

จักตกลงมาตลอดกาลทั้งปวง

[๒๐๙]

ในกัปที่ ๑,๘๐๐ (นับจากกัปนี้ไป)

พระศาสดาพระนามว่าโคดม ตามพระโคตร

ทรงสมภพในราชสกุลโอกกากราชจักอุบัติขึ้นในโลก

[๒๑๐]

มาณพนี้จักเป็นธรรมทายาทของพระศาสดาพระองค์นั้น

เป็นโอรสที่ธรรมเนรมิต

กำหนดรู้อาสวะทั้งปวงเป็นผู้ไม่มีอาสวะแล้วนิพพาน

[๒๑๑]

เมื่อเขาตรัสรู้ธรรม จักมีเครื่องมุงบังดอกสาละ

เมื่อถูกเผาอยู่บนเชิงตะกอน

ที่เชิงตะกอนนั้นก็จักมีเครื่องมุงบังดอกสาละ

[๒๑๒]

พระมหามุนีพระนามว่าปิยทัสสี

ทรงพยากรณ์วิบากแล้ว แสดงธรรมแก่บริษัท

ให้ชุ่มชื่นด้วยฝนคือธรรม

[๒๑๓]

ข้าพเจ้าได้ครองเทวสมบัติในเทวโลกตลอด ๓๐ กัป

ได้เกิดเป็นพระเจ้าจักรพรรดิ ๖๗ ชาติ

[๒๑๔]

ข้าพเจ้าจุติจากเทวโลกมาในมนุษยโลกนี้

ได้รับความสุขอันไพบูลย์

แม้ในมนุษยโลกนี้ก็มีเครื่องมุงบังดอกสาละ

นี้เป็นผลแห่งการสร้างปะรำ

[๒๑๕]

ภพนี้เป็นภพสุดท้ายของข้าพเจ้า

ภพสุดท้ายกำลังเป็นไปอยู่

แม้ในภพนี้เครื่องมุงบังดอกสาละก็จักมีตลอดกาลทั้งปวง

[๒๑๖]

ข้าพเจ้าให้พระมหามุนีพระนามว่าโคตมศากยะ

ผู้ประเสริฐทรงยินดี ละความชนะ ๑-

และละความพ่ายแพ้ ๒- ได้แล้ว บรรลุฐานะที่ไม่หวั่นไหว

[๒๑๗]

ในกัปที่ ๑,๘๐๐ (นับจากกัปนี้ไป)

ข้าพเจ้าได้บูชาพระพุทธเจ้าไว้

จึงไม่รู้จักทุคติเลย

นี้เป็นผลแห่งการบูชาพระพุทธเจ้า

[๒๑๘]

กิเลสทั้งหลายข้าพเจ้าก็เผาได้แล้ว

ภพทั้งปวงข้าพเจ้าก็ถอนได้แล้ว

ข้าพเจ้าตัดกิเลสเครื่องผูกพันได้แล้วอยู่อย่างผู้ไม่มีอาสวะ

ดุจพญาช้างตัดเครื่องพันธนาการได้แล้วอยู่อย่างอิสระ

[๒๑๙]

การที่ข้าพเจ้ามาในสำนักของพระพุทธเจ้า

เป็นการมาดีแล้วโดยแท้

วิชชา ๓ ข้าพเจ้าได้บรรลุแล้วโดยลำดับ

คำสั่งสอนของพระพุทธเจ้า ข้าพเจ้าก็ได้ทำสำเร็จแล้ว

@เชิงอรรถ :

@๑ ละความชนะ หมายถึงละทิพยสมบัติและมนุษยสมบัติ (ขุ.อป.อ. ๒/๙/๑๐๗)

@๒ ละความพ่ายแพ้ หมายถึงละทุกข์ในอบาย ๔ (ขุ.อป.อ. ๒/๙/๑๐๗)

[๒๒๐]

คุณวิเศษเหล่านี้ คือ ปฏิสัมภิทา ๔ วิโมกข์ ๘

และอภิญญา ๖ ข้าพเจ้าก็ได้ทำให้แจ้งแล้ว

คำสั่งสอนของพระพุทธเจ้า ข้าพเจ้าก็ได้ทำสำเร็จแล้ว ดังนี้แล

ได้ทราบว่า ท่านพระสาลมัณฑปิยเถระได้ภาษิตคาถาเหล่านี้ ด้วยประการฉะนี้

สาลมัณฑปิยเถราปทานที่ ๑๐ จบ

ปังสุกูลวรรคที่ ๔๙ จบบริบูรณ์

รวมอปทานที่มีในวรรคนี้คือ

๑. ปังสุกูลสัญญกเถราปทาน ๒. พุทธสัญญกเถราปทาน

๓. ภิสทายกเถราปทาน ๔. ญาณัตถวิกเถราปทาน

๕. จันทนมาลิยเถราปทาน ๖. ธาตุปูชกเถราปทาน

๗. ปุฬินุปปาทกเถราปทาน ๘. ตรณิยเถราปทาน

๙. ธัมมรุจิเถราปทาน ๑๐. สาลมัณฑปิยเถราปทาน

ในวรรคนี้ บัณฑิตนับคาถาได้ ๒๑๙ คาถา

ที่มา: พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่มที่ ๓๓ จาก 84000.org

รายงานข้อผิดพลาด

ภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เป็นงานของมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย คัดมาตามต้นฉบับโดยไม่แก้ถ้อยคำ แสดงภายใต้ เงื่อนไขนี้ หากเจ้าของประสงค์ให้นำออก แจ้งที่ saddhammadana@gmail.com จะนำออกทันที

หัวข้อก่อนหน้า๙. ธัมมรุจิเถราปทานกลับไปยังสารบัญเล่มที่ ๓๓๔๙. ปังสุกุลสวรรคหัวข้อถัดไป๑. ตีณิกิงกณิปุปผิยเถราปทาน