ข้ามไปยังเนื้อหา
ธรรมคลัง
หน้าแรกหนังสือบทสวดพระไตรปิฎกชาดกหมวดธรรม
ENเข้าสู่ระบบสมัครสมาชิก
ธรรมคลัง

แหล่งรวมหนังสือ พระสูตร บทสวด และพระไตรปิฎก เพื่อการเรียนรู้ ฝึกฝน และการใช้ชีวิตอย่างมีสติในทุกวัน

เมนูหลัก

  • หน้าแรก
  • หนังสือ
  • บทสวด
  • พระไตรปิฎก
  • ชาดก
  • หมวดธรรม
  • ค้นหา

เกี่ยวกับเรา

  • เกี่ยวกับโครงการ
  • แหล่งที่มาของเนื้อหา
  • ร่วมสนับสนุน

บริการช่วยเหลือ

  • ที่เก็บไว้
  • สำรวจคลังธรรมะ
  • ฟังธรรม
  • API สำหรับนักพัฒนา
“
“สพฺพทานํ ธมฺมทานํ ชินาติ”การให้ธรรมเป็นทานย่อมชำนะการให้ทั้งปวง
ธรรมบท ๓๕๔

© ๒๕๖๙ ธรรมคลัง สงวนลิขสิทธิ์

  1. หน้าแรก
  2. /
  3. พระไตรปิฎก
  4. /
  5. เล่มที่ ๓๓
  6. /
  7. …
  8. /
  9. อปทาน
  10. /
  11. ๕๐. กิงกณิปุปผวรรค
  12. /
  13. ๘. ปุฬินถูปิยเถราปทาน

๘. ปุฬินถูปิยเถราปทาน

เล่มที่ ๓๓ · ข้อ ๘๘ · บรรทัด ๒๐๐๗

คัดจากพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย ตัวบทจาก 84000.org

ฉบับหลวงฉบับมหาจุฬาฯบาลีอักษรไทยPALI ROMANอรรถกถา
พรีวิว / พิมพ์ PDFโหมดอ่านต่อเนื่อง

ภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย

๘. ปุฬินถูปิยเถราปทาน

ประวัติในอดีตชาติของพระปุฬินถูปิยเถระ

(พระปุฬินถูปิยเถระ เมื่อจะประกาศประวัติในอดีตชาติของตน จึงกล่าวว่า)

[๕๗]

ในที่ไม่ไกลจากภูเขาหิมพานต์

มีภูเขาลูกหนึ่งชื่อยมกะ ข้าพเจ้าได้สร้างอาศรม

และบรรณศาลาไว้อย่างดี

[๕๘]

ข้าพเจ้าเป็นชฎิลผู้มีตบะแก่กล้า มีชื่อว่านารทะ

ศิษย์ประมาณ ๑๔,๐๐๐ คน บำรุงข้าพเจ้าอยู่

[๕๙]

ครั้งนั้น ข้าพเจ้าเป็นผู้หลีกเร้นอยู่

จึงคิดอย่างนี้ว่า มหาชนบูชาเรา แต่เราไม่ได้บูชาอะไรเลย

[๖๐]

ผู้ที่จะสั่งสอนเราก็ไม่มี

ใครๆ ที่จะตักเตือนเราก็ไม่มี

เราไม่มีอุปัชฌาย์อาจารย์อาศัยอยู่ในป่า

[๖๑]

ศิษย์ผู้ภักดีควรทำจิตให้หนักแน่น บำรุงอาจารย์ใด

อาจารย์นั้นของเราก็ไม่มี

การอยู่ในป่าจึงไม่มีประโยชน์

[๖๒]

สิ่งที่ควรบูชาเราควรแสวงหา

สิ่งที่ควรเคารพยกย่องเราก็ควรแสวงหาเหมือนกัน

เราจักชื่อว่าอยู่อย่างมีที่พึ่ง ใครๆ จักติเตียนไม่ได้

[๖๓]

แม่น้ำซึ่งมีฝั่งลาด มีท่าน้ำราบเรียบน่ารื่นรมย์ใจ

และเกลื่อนกล่นไปด้วยทรายที่บริสุทธิ์สะอาด

อาศรมของข้าพเจ้าก็อยู่ไม่ไกล

[๖๔]

ครั้งนั้น ข้าพเจ้าได้ไปยังแม่น้ำชื่ออมริกา

แล้วโกยทรายมาก่อเป็นพระเจดีย์ทราย

ข้าพเจ้าได้ทำพระเจดีย์ทรายนั้นให้เป็นนิมิตว่า

[๖๕]

พระสถูปของพระสัมมาสัมพุทธเจ้าผู้ทรงเป็นมุนี

ผู้ทำลายที่สุดแห่งภพ ที่ได้มีแล้วก็เป็นเช่นนี้

[๖๖]

ครั้นแล้ว ได้สร้างพระสถูปทองคำไว้ที่หาดทราย

แล้วใช้ดอกกระดิ่งทองจำนวน ๓,๐๐๐ ดอกบูชา

[๖๗]

ข้าพเจ้ามีความอิ่มใจ ประนมมือนมัสการทุกเช้าเย็น

ไหว้พระเจดีย์ทราย เหมือนไหว้พระสัมมาสัมพุทธเจ้า

ในที่เฉพาะพระพักตร์

[๖๘]

ในเวลาที่กิเลสหรือกามวิตกที่อาศัยความรักเกิดขึ้น

ข้าพเจ้าระลึกถึงและเพ่งดูพระสถูปที่ข้าพเจ้าก่อไว้

[๖๙]

ข้าพเจ้าอาศัยพระสัมมาสัมพุทธเจ้า

ผู้นำหมู่สัตว์(ออกจากที่กันดาร)

ผู้ทรงเป็นผู้นำวิเศษ อยู่ด้วยการตักเตือนตนเองว่า

ควรระวังกิเลสไว้นะท่านผู้นิรทุกข์

การให้กิเลสเกิดขึ้นนี้เป็นของไม่สมควรแก่ท่าน

[๗๐]

เมื่อข้าพเจ้าระลึกถึงพระสถูป

ย่อมเกิดความเคารพขึ้นพร้อมกัน ในขณะนั้น

ข้าพเจ้าบรรเทาอกุศลวิตกเสียได้

เหมือนช้างถูกปฏักแทง บรรเทาได้แล้ว

[๗๑]

ข้าพเจ้าประพฤติอยู่อย่างนี้ ได้ถูกมัจจุราชย่ำยี

สิ้นชีวิตที่นั้นแล้ว ได้ไปเกิดยังพรหมโลก

[๗๒]

ข้าพเจ้าอยู่ในพรหมโลกนั้นจนหมดอายุขัย

มาเกิดยังสวรรค์ชั้นดาวดึงส์ เป็นจอมเทพ

ได้ครองเทวสมบัติตลอด ๘๐ ชาติ

[๗๓]

ได้เป็นพระเจ้าจักรพรรดิ ๓๐๐ ชาติ

และได้เป็นพระเจ้าประเทศราชอันไพบูลย์นับชาติไม่ถ้วน

[๗๔]

ข้าพเจ้าได้เสวยผลของดอกกระดิ่งทองเหล่านั้น

ดอกกระดิ่งทองจำนวน ๒๒,๐๐๐ ดอก

แวดล้อมข้าพเจ้าไปทุกภพ

[๗๕]

เพราะข้าพเจ้าเป็นผู้บำรุงพระสถูป

ฝุ่นละอองย่อมไม่ติดกายข้าพเจ้า

ที่กายของข้าพเจ้าเหงื่อไม่ไหล ข้าพเจ้ามีรัศมีซ่านออก

[๗๖]

โอหนอ พระสถูปข้าพเจ้าได้สร้างไว้ดีแล้ว

แม่น้ำอมริกาข้าพเจ้าได้เห็นดีแล้ว

เพราะได้ก่อพระสถูปทราย

ข้าพเจ้าจึงได้บรรลุบทที่ไม่หวั่นไหว

[๗๗]

สัตว์ผู้ปรารถนาจะทำกุศล ชื่อว่ายึดถือสิ่งที่เป็นสาระ

เขตหรืออเขตไม่สำคัญ การปฏิบัติเท่านั้นเป็นสิ่งสำคัญ

[๗๘]

บุรุษผู้มีกำลัง มีความอุตสาหะที่จะข้ามทะเลใหญ่

พึงถือท่อนไม้เล็กๆ แล้ววิ่งลงทะเลใหญ่ด้วยคิดว่า

[๗๙]

เราอาศัยท่อนไม้นี้แล้วจักข้ามทะเลใหญ่ไปได้

นรชนพึงข้ามทะเลใหญ่ไปได้ด้วยอุตสาหวิริยะ แม้ฉันใด

[๘๐]

ข้าพเจ้าก็ฉันนั้นเหมือนกัน อาศัยกรรมเล็กๆ น้อยๆ

ที่ได้กระทำไว้แล้วจึงข้ามพ้นสงสารไปได้

[๘๑]

เมื่อถึงภพสุดท้าย ข้าพเจ้าถูกกุศลมูลตักเตือนแล้ว

เกิดในตระกูลพราหมณมหาศาลที่มั่งคั่งในกรุงสาวัตถี

[๘๒]

มารดาบิดาของข้าพเจ้าเป็นผู้มีศรัทธา

นับถือพระพุทธเจ้า

ท่านทั้ง ๒ นั้นเห็นธรรมแล้วและได้ฟังธรรมแล้ว

ประพฤติตนตามคำสอน

[๘๓]

ท่านทั้ง ๒ ถือสะเก็ดไม้โพธิ์ให้สร้างเป็นพระสถูปทอง

นมัสการในที่เฉพาะพระพักตร์ของพระศากยบุตร ทุกเช้าเย็น

[๘๔]

ในวันอุโบสถ ท่านทั้ง ๒ นำพระสถูปทองออกมาแล้ว

กล่าวสรรเสริญพระพุทธคุณ

ให้เวลาผ่านไปตลอด ๓ ยาม (ด้วยการปฏิบัติธรรม)

[๘๕]

ข้าพเจ้าได้เห็นพระสถูปทองเสมอ

จึงระลึกถึงเจดีย์ทรายขึ้นได้

นั่งบนอาสนะเดียวได้บรรลุอรหัตตผลแล้ว

ภาณวารที่ ๒๒ จบ

[๘๖]

เมื่อข้าพเจ้าแสวงหาพระพุทธเจ้าผู้เป็นนักปราชญ์อยู่นั้น

ได้เห็นพระธรรมเสนาบดี(สารีบุตร)

จึงออกบวชในสำนักของท่าน

[๘๗]

ข้าพเจ้ามีอายุ ๗ ขวบก็ได้บรรลุอรหัตตผล

พระพุทธเจ้าผู้มีพระจักษุ

ทรงทราบคุณวิเศษ จึงให้ข้าพเจ้าอุปสมบท

[๘๘]

กิจที่ควรกระทำ ข้าพเจ้าผู้ยังเป็นเด็กอยู่ ให้สำเร็จแล้ว

วันนี้ กิจที่ควรทำในศาสนาของพระศากยบุตร

ข้าพเจ้าก็ได้ทำเสร็จแล้ว

[๘๙]

ข้าแต่พระองค์ผู้มีความเพียรมาก

สาวกของพระองค์เป็นผู้ล่วงพ้นเวรภัยทุกอย่าง

ล่วงพ้นกิเลสเป็นเครื่องข้อง ๑- ทั้งปวง เป็นฤาษี

นี้เป็นผลของการสร้างพระสถูปทอง

[๙๐]

กิเลสทั้งหลายข้าพเจ้าก็เผาได้แล้ว

ภพทั้งปวงข้าพเจ้าก็ถอนได้แล้ว

ข้าพเจ้าตัดกิเลสเครื่องผูกพันได้แล้วอยู่อย่างผู้ไม่มีอาสวะ

ดุจพญาช้างตัดเครื่องพันธนาการได้แล้วอยู่อย่างอิสระ

[๙๑]

การที่ข้าพเจ้ามาในสำนักของพระพุทธเจ้า

เป็นการมาดีแล้วโดยแท้

วิชชา ๓ ข้าพเจ้าได้บรรลุแล้วโดยลำดับ

คำสั่งสอนของพระพุทธเจ้า ข้าพเจ้าก็ได้ทำสำเร็จแล้ว

@เชิงอรรถ :

@๑ กิเลสเป็นเครื่องข้อง หมายถึงกิเลสเป็นเครื่องข้องมีราคะเป็นต้น (ขุ.เถร.อ. ๒/๑๐๒๕/๔๖๑)

[๙๒]

คุณวิเศษเหล่านี้ คือ ปฏิสัมภิทา ๔ วิโมกข์ ๘

และอภิญญา ๖ ข้าพเจ้าก็ได้ทำให้แจ้งแล้ว

คำสั่งสอนของพระพุทธเจ้า ข้าพเจ้าก็ได้ทำสำเร็จแล้ว ดังนี้แล

ได้ทราบว่า ท่านพระปุฬินถูปิยเถระได้ภาษิตคาถาเหล่านี้ ด้วยประการฉะนี้

ปุฬินถูปิยเถราปทานที่ ๘ จบ

ที่มา: พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่มที่ ๓๓ จาก 84000.org

รายงานข้อผิดพลาด

ภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เป็นงานของมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย คัดมาตามต้นฉบับโดยไม่แก้ถ้อยคำ แสดงภายใต้ เงื่อนไขนี้ หากเจ้าของประสงค์ให้นำออก แจ้งที่ saddhammadana@gmail.com จะนำออกทันที

หัวข้อก่อนหน้า๗. อุทกทายกเถราปทานกลับไปยังสารบัญเล่มที่ ๓๓๕๐. กิงกณิปุปผวรรคหัวข้อถัดไป๙. นฬกุฏิกทายกเถราปทาน