ฉักกนิเทศ

[๘๓๕] ในญาณวัตถุ หมวดละ ๖ นั้น ปัญญาในอภิญญา ๖ เป็นไฉน ปัญญาในอภิญญา ๖ คือ ๑. อิทธิวิธญาณ ๒. โสตธาตุวิสุทธิญาณ ๓. ปรจิตตญาณ ๔. ปุพเพนิวาสานุสสติญาณ ๕. จุตูปปาตญาณ ๖. อาสวักขยญาณ เหล่านี้ชื่อว่า ปัญญาในอภิญญา ๖ ญาณวัตถุหมวดละ ๖ ย่อมมีด้วยประการฉะนี้ สัตตกนิเทศ

[๘๓๖] ในญาณวัตถุ หมวดละ ๗ นั้น ญาณวัตถุในธรรมแต่ละ ๗ละ ๗ เป็นไฉน ความรู้ว่า ชรามรณะเกิดเพราะชาติเป็นปัจจัย ความรู้ว่า เมื่อชาติไม่มีชรามรณะก็ไม่มี ความรู้ว่า แม้ในอดีตกาล ชรามรณะก็เกิดเพราะชาติปัจจัยความรู้ว่า แม้ในอดีตกาล เมื่อชาติ ไม่มี ชรามรณะก็ไม่มี ความรู้ว่า แม้ใน อนาคตกาล ชรามรณะก็เกิดเพราะชาติเป็นปัจจัย ความ รู้ว่า แม้ในอนาคตกาลเมื่อชาติไม่มี ชรามรณก็ไม่มี ความรู้ว่า ธัมมฐิติญาณของบุคคลนั้น มีความสิ้นไปเป็นธรรมดา มีความไปเป็นธรรมดา มีความเสื่อมไปเป็นธรรมดา มีความดับ ไปเป็นธรรมดา มีความดับไปเป็นธรรมดา ความรู้ว่า ชาติเกิดเพราะภพเป็นปัจจัย ฯลฯ ความรู้ว่า ภพเกิดเพราะอุปาทานเป็น ปัจจัย ฯลฯ ความรู้ว่า อุปาทานเกิดเพราะตัณหาเป็นปัจจัย ฯลฯความรู้ว่า ตัณหาเกิดเพราะ เวทนาเป็นปัจจัย ฯลฯ ความรู้ว่า เวทนาเกิดเพราะผัสสะเป็นปัจจัย ฯลฯ ความรู้ว่า ผัสสะเกิด เพราะสฬายตนะเป็นปัจจัย ฯลฯความรู้ว่า สฬายตนะเกิดเพราะนามรูปเป็นปัจจัย ฯลฯ ความรู้ว่า นามรูปเกิดเพราะวิญญาณเป็นปัจจัย ฯลฯ ความรู้ว่า วิญญาณเกิดเพราะสังขารเป็น ปัจจัยฯลฯ ความรู้ว่า สังขารเกิดเพราะอวิชชาเป็นปัจจัย ความรู้ว่า เมื่ออวิชชาไม่มีสังขาร ก็ไม่มี ความรู้ว่า แม้ในอดีตกาลสังขารก็เกิดเพราะอวิชชาเป็นปัจจัย ความรู้ว่า แม้ในอดีตกาล เมื่ออวิชชาไม่มี สังขารก็ไม่มี ความรู้ว่า แม้ในอนาคตกาลสังขารก็เกิดเพราะอวิชชาเป็นปัจจัย ความรู้ว่า แม้ในอนาคตกาล เมื่ออวิชชาไม่มีสังขารก็ไม่มี ความรู้ว่า ธัมมฐิติญาณของบุคคลนั้น มีความสิ้นไปเป็นธรรมดามีความเสื่อมไปเป็นธรรมดา มีความคลายไปเป็นธรรมดา มีความดับ ไปเป็นธรรมดา เหล่านี้ชื่อว่า ญาณวัตถุในธรรมแต่ละ ๗ ละ ๗ ญาณวัตถุหมวดละ ๗ย่อมมี ด้วยประการฉะนี้ อัฏฐกนิเทศ

เล่มที่ ๓๕ วิภังค์๓๐๒

ที่มาและฉบับอื่นของ “ฉักกนิเทศ