ข้ามไปยังเนื้อหา
ธรรมคลัง
หน้าแรกหนังสือบทสวดพระไตรปิฎกชาดกหมวดธรรม
ENเข้าสู่ระบบสมัครสมาชิก
ธรรมคลัง

แหล่งรวมหนังสือ พระสูตร บทสวด และพระไตรปิฎก เพื่อการเรียนรู้ ฝึกฝน และการใช้ชีวิตอย่างมีสติในทุกวัน

เมนูหลัก

  • หน้าแรก
  • หนังสือ
  • บทสวด
  • พระไตรปิฎก
  • ชาดก
  • หมวดธรรม
  • ค้นหา

เกี่ยวกับเรา

  • เกี่ยวกับโครงการ
  • แหล่งที่มาของเนื้อหา
  • ร่วมสนับสนุน

บริการช่วยเหลือ

  • ที่เก็บไว้
  • สำรวจคลังธรรมะ
  • ฟังธรรม
  • API สำหรับนักพัฒนา
“
“สพฺพทานํ ธมฺมทานํ ชินาติ”การให้ธรรมเป็นทานย่อมชำนะการให้ทั้งปวง
ธรรมบท ๓๕๔

© ๒๕๖๙ ธรรมคลัง สงวนลิขสิทธิ์

  1. หน้าแรก
  2. /
  3. พระไตรปิฎก
  4. /
  5. เล่มที่ ๓๕
  6. /
  7. ๑๘. ธัมมหทยวิภังค์
  8. /
  9. สัพพสังคาหิกวาร

สัพพสังคาหิกวาร

เล่มที่ ๓๕ · ข้อ ๑๐๗๓ · บรรทัด ๑๓๙๐๔

คัดจากพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย ตัวบทจาก 84000.org

ฉบับหลวงฉบับมหาจุฬาฯบาลีอักษรไทยPALI ROMANอรรถกถาอรรถกถาบาลีอักษรไทยAtthakatha PaliRoman
พรีวิว / พิมพ์ PDFโหมดอ่านต่อเนื่อง

ภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย

๑๘. ธัมมหทยวิภังค์

๑. สัพพสังคาหิกวาร

(วาระว่าด้วยการรวบรวมสภาวธรรมทั้งหมด)

[๙๗๘]

ขันธ์มีเท่าไร อายตนะมีเท่าไร ธาตุมีเท่าไร สัจจะมีเท่าไร อินทรีย์ มีเท่าไร เหตุมีเท่าไร อาหารมีเท่าไร ผัสสะมีเท่าไร เวทนามีเท่าไร สัญญามีเท่าไร เจตนามีเท่าไร จิตมีเท่าไร

ขันธ์มี ๕ อายตนะมี ๑๒ ธาตุมี ๑๘ สัจจะมี ๔ อินทรีย์มี ๒๒ เหตุมี ๙ อาหารมี ๔ ผัสสะมี ๗ เวทนามี ๗ สัญญามี ๗ เจตนามี ๗ จิตมี ๗

[๙๗๙]

บรรดาสภาวธรรมเหล่านั้น ขันธ์ ๕ เป็นไฉน

ขันธ์มี ๕ คือ

๑. รูปขันธ์ ๒. เวทนาขันธ์

๓. สัญญาขันธ์ ๔. สังขารขันธ์

๕. วิญญาณขันธ์ เหล่านี้เรียกว่า ขันธ์ ๕ (๑)

[๙๘๐]

อายตนะ ๑๒ เป็นไฉน

อายตนะ ๑๒ คือ

๑. จักขายตนะ ๒. รูปายตนะ

๓. โสตายตนะ ๔. สัททายตนะ

๕. ฆานายตนะ ๖. คันธายตนะ

๗. ชิวหายตนะ ๘. รสายตนะ

๙. กายายตนะ ๑๐. โผฏฐัพพายตนะ

๑๑. มนายตนะ ๑๒. ธัมมายตนะ

เหล่านี้เรียกว่า อายตนะ ๑๒ (๒)

[๙๘๑]

ธาตุ ๑๘ เป็นไฉน

ธาตุ ๑๘ คือ

๑. จักขุธาตุ ๒. รูปธาตุ ๓. จักขุวิญญาณธาตุ

๔. โสตธาตุ ๕. สัททธาตุ ๖. โสตวิญญาณธาตุ

๗. ฆานธาตุ ๘. คันธธาตุ ๙. ฆานวิญญาณธาตุ

๑๐. ชิวหาธาตุ ๑๑. รสธาตุ ๑๒. ชิวหาวิญญาณธาตุ

๑๓. กายธาตุ ๑๔. โผฏฐัพพธาตุ ๑๕. กายวิญญาณธาตุ

๑๖. มโนธาตุ ๑๗. ธัมมธาตุ ๑๘. มโนวิญญาณธาตุ

เหล่านี้เรียกว่า ธาตุ ๑๘ (๓)

[๙๘๒]

สัจจะ ๔ เป็นไฉน

สัจจะ ๔ คือ

๑. ทุกขสัจ ๒. สมุทยสัจ

๓. มัคคสัจ ๔. นิโรธสัจ

เหล่านี้เรียกว่า สัจจะ ๔ (๔)

[๙๘๓]

อินทรีย์ ๒๒ เป็นไฉน

อินทรีย์ ๒๒ คือ

๑. จักขุนทรีย์ ๒. โสตินทรีย์

๓. ฆานินทรีย์ ๔. ชิวหินทรีย์

๕. กายินทรีย์ ๖. มนินทรีย์

๗. อิตถินทรีย์ ๘. ปุริสินทรีย์

๙. ชีวิตินทรีย์ ๑๐. สุขินทรีย์

๑๑. ทุกขินทรีย์ ๑๒. โสมนัสสินทรีย์

๑๓. โทมนัสสินทรีย์ ๑๔. อุเปกขินทรีย์

๑๕. สัทธินทรีย์ ๑๖. วิริยินทรีย์

๑๗. สตินทรีย์ ๑๘. สมาธินทรีย์

๑๙. ปัญญินทรีย์ ๒๐. อนัญญาตัญญัสสามีตินทรีย์

๒๑. อัญญินทรีย์ ๒๒. อัญญาตาวินทรีย์

เหล่านี้เรียกว่า อินทรีย์ ๒๒ (๕)

[๙๘๔]

เหตุ ๙ เป็นไฉน

เหตุ ๙ คือ

กุศลเหตุ ๓ อกุศลเหตุ ๓ และอัพยากตเหตุ ๓

บรรดาเหตุ ๙ เหล่านั้น กุศลเหตุ ๓ เป็นไฉน

กุศลเหตุ ๓ คือ กุศลเหตุคืออโลภะ กุศลเหตุคืออโทสะ และกุศลเหตุคือ อโมหะ เหล่านี้ชื่อว่ากุศลเหตุ ๓

อกุศลเหตุ ๓ เป็นไฉน

อกุศลเหตุ ๓ คือ อกุศลเหตุคือโลภะ อกุศลเหตุคือโทสะ และอกุศลเหตุ คือโมหะ เหล่านี้ชื่อว่าอกุศลเหตุ ๓

อัพยากตเหตุ ๓ เป็นไฉน

อัพยากตเหตุ ๓ คือ อโลภะ อโทสะ และอโมหะ ฝ่ายวิบากแห่งสภาวธรรม ที่เป็นกุศล หรือในสภาวธรรมที่เป็นอัพยากตกิริยา เหล่านี้ชื่อว่าอัพยากตเหตุ ๓ เหล่านี้เรียกว่า เหตุ ๙ (๖)

[๙๘๕]

อาหาร ๔ เป็นไฉน

อาหาร ๔ คือ

๑. กวฬิงการาหาร (อาหารคือคำข้าว)

๒. ผัสสาหาร (อาหารคือผัสสะ)

๓. มโนสัญเจตนาหาร (อาหารคือมโนสัญเจตนา)

๔. วิญญาณาหาร (อาหารคือวิญญาณ)

เหล่านี้เรียกว่า อาหาร ๔ (๗)

[๙๘๖]

ผัสสะ ๗ เป็นไฉน

ผัสสะ ๗ คือ

๑. จักขุสัมผัส ๒. โสตสัมผัส

๓. ฆานสัมผัส ๔. ชิวหาสัมผัส

๕. กายสัมผัส ๖. มโนธาตุสัมผัส

๗. มโนวิญญาณธาตุสัมผัส

เหล่านี้เรียกว่า ผัสสะ ๗ (๘)

[๙๘๗]

เวทนา ๗ เป็นไฉน

เวทนา ๗ คือ

๑. เวทนาที่เกิดแต่จักขุสัมผัส ๒. เวทนาที่เกิดแต่โสตสัมผัส

๓. เวทนาที่เกิดแต่ฆานสัมผัส ๔. เวทนาที่เกิดแต่ชิวหาสัมผัส

๕. เวทนาที่เกิดแต่กายสัมผัส ๖. เวทนาที่เกิดแต่มโนธาตุสัมผัส

๗. เวทนาที่เกิดแต่มโนวิญญาณธาตุสัมผัส

เหล่านี้เรียกว่า เวทนา ๗ (๙)

[๙๘๘]

สัญญา ๗ เป็นไฉน

สัญญา ๗ คือ

๑. สัญญาที่เกิดแต่จักขุสัมผัส ๒. สัญญาที่เกิดแต่โสตสัมผัส

๓. สัญญาที่เกิดแต่ฆานสัมผัส ๔. สัญญาที่เกิดแต่ชิวหาสัมผัส

๕. สัญญาที่เกิดแต่กายสัมผัส ๖. สัญญาที่เกิดแต่มโนธาตุสัมผัส

๗. สัญญาที่เกิดแต่มโนวิญญาณธาตุสัมผัส

เหล่านี้เรียกว่า สัญญา ๗ (๑๐)

[๙๘๙]

เจตนา ๗ เป็นไฉน

เจตนา ๗ คือ

๑. เจตนาที่เกิดแต่จักขุสัมผัส ๒. เจตนาที่เกิดแต่โสตสัมผัส

๓. เจตนาที่เกิดแต่ฆานสัมผัส ๔. เจตนาที่เกิดแต่ชิวหาสัมผัส

๕. เจตนาที่เกิดแต่กายสัมผัส ๖. เจตนาที่เกิดแต่มโนธาตุสัมผัส

๗. เจตนาที่เกิดแต่มโนวิญญาณธาตุสัมผัส

เหล่านี้เรียกว่า เจตนา ๗ (๑๑)

[๙๙๐]

จิต ๗ เป็นไฉน

จิต ๗ คือ

๑. จักขุวิญญาณ ๒. โสตวิญญาณ

๓. ฆานวิญญาณ ๔. ชิวหาวิญญาณ

๕. กายวิญญาณ ๖. มโนธาตุ

๗. มโนวิญญาณธาตุ

เหล่านี้เรียกว่า จิต ๗ (๑๒)

ที่มา: พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่มที่ ๓๕ จาก 84000.org

รายงานข้อผิดพลาด

ภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เป็นงานของมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย คัดมาตามต้นฉบับโดยไม่แก้ถ้อยคำ แสดงภายใต้ เงื่อนไขนี้ หากเจ้าของประสงค์ให้นำออก แจ้งที่ saddhammadana@gmail.com จะนำออกทันที

หัวข้อก่อนหน้าทิฏฐิ ๖๒กลับไปยังสารบัญเล่มที่ ๓๕๑๘. ธัมมหทยวิภังค์หัวข้อถัดไปอุปปัตตานุปปัตติวาร