ข้ามไปยังเนื้อหา
ธรรมคลัง
หน้าแรกหนังสือบทสวดพระไตรปิฎกชาดกหมวดธรรม
ENเข้าสู่ระบบสมัครสมาชิก
ธรรมคลัง

แหล่งรวมหนังสือ พระสูตร บทสวด และพระไตรปิฎก เพื่อการเรียนรู้ ฝึกฝน และการใช้ชีวิตอย่างมีสติในทุกวัน

เมนูหลัก

  • หน้าแรก
  • หนังสือ
  • บทสวด
  • พระไตรปิฎก
  • ชาดก
  • หมวดธรรม
  • ค้นหา

เกี่ยวกับเรา

  • เกี่ยวกับโครงการ
  • แหล่งที่มาของเนื้อหา
  • ร่วมสนับสนุน

บริการช่วยเหลือ

  • ที่เก็บไว้
  • สำรวจคลังธรรมะ
  • ฟังธรรม
  • API สำหรับนักพัฒนา
“
“สพฺพทานํ ธมฺมทานํ ชินาติ”การให้ธรรมเป็นทานย่อมชำนะการให้ทั้งปวง
ธรรมบท ๓๕๔

© ๒๕๖๙ ธรรมคลัง สงวนลิขสิทธิ์

  1. หน้าแรก
  2. /
  3. พระไตรปิฎก
  4. /
  5. เล่มที่ ๓๗
  6. /
  7. …
  8. /
  9. ทุติยปัณณาสก์
  10. /
  11. วรรคที่ ๘
  12. /
  13. รูปธาตุยา อายตนะกถา

รูปธาตุยา อายตนะกถา

เล่มที่ ๓๗ · ข้อ ๑๒๒๑ · บรรทัด ๑๒๒๐๐

คัดจากพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย ตัวบทจาก 84000.org

ฉบับหลวงฉบับมหาจุฬาฯบาลีอักษรไทยPALI ROMANอรรถกถาอรรถกถาบาลีอักษรไทยAtthakatha PaliRoman
พรีวิว / พิมพ์ PDFโหมดอ่านต่อเนื่อง

ภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย

๗. รูปธาตุยาอายตนกถา (๗๙)

ว่าด้วยอายตนะในรูปธาตุ

[๕๑๙]

สก. อัตภาพประกอบด้วยอายตนะ ๖ มีอยู่ในรูปธาตุใช่ไหม

ปร. ๑- ใช่ ๒-

สก. ในรูปธาตุนั้น มีฆานายตนะใช่ไหม

ปร. ใช่

สก. ในรูปธาตุนั้น มีคันธายตนะใช่ไหม

ปร. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

สก. ในรูปธาตุนั้น มีชิวหายตนะใช่ไหม

ปร. ใช่

สก. ในรูปธาตุนั้น มีรสายตนะใช่ไหม

ปร. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

สก. ในรูปธาตุนั้น มีกายายตนะใช่ไหม

ปร. ใช่

สก. ในรูปธาตุนั้น มีโผฏฐัพพายตนะใช่ไหม

ปร. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

สก. ในรูปธาตุนั้น ไม่มีคันธายตนะใช่ไหม

ปร. ใช่

สก. ในรูปธาตุนั้น ไม่มีฆานายตนะใช่ไหม

ปร. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

@เชิงอรรถ :

@๑ ปร. หมายถึงภิกษุในนิกายอันธกะและนิกายสมิติยะ (อภิ.ปญฺจ.อ. ๕๑๙/๒๓๗)

@๒ เพราะมีความเห็นว่า รูปพรหมมีอายตนะครบทั้ง ๖ มีอินทรีย์ไม่บกพร่อง ซึ่งต่างกับความเห็นของสกวาที

@ที่เห็นว่า รูปพรหมมีอายตนะเพียง ๓ เท่านั้น คือ (๑) จักขายตนะ (๒) โสตายตนะ (๓) มนายตนะ

@(อภิ.ปญฺจ.อ. ๕๑๙/๒๓๗)

สก. ในรูปธาตุนั้น ไม่มีรสายตนะใช่ไหม

ปร. ใช่

สก. ในรูปธาตุนั้น ไม่มีชิวหายตนะใช่ไหม

ปร. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

สก. ในรูปธาตุนั้น ไม่มีโผฏฐัพพายตนะใช่ไหม

ปร. ใช่

สก. ในรูปธาตุนั้น ไม่มีกายายตนะใช่ไหม

ปร. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

[๕๒๐]

สก. ในรูปธาตุนั้น มีจักขายตนะและรูปายตนะใช่ไหม

ปร. ใช่

สก. ในรูปธาตุนั้น มีฆานายตนะและคันธายตนะใช่ไหม

ปร. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

สก. ในรูปธาตุนั้น มีจักขายตนะและรูปายตนะใช่ไหม

ปร. ใช่

สก. ในรูปธาตุนั้น มีชิวหายตนะและรสายตนะ ฯลฯ มีกายายตนะและ โผฏฐัพพายตนะใช่ไหม

ปร. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

สก. ในรูปธาตุนั้น มีโสตายตนะและสัททายตนะ ฯลฯ มีมนายตนะและ ธัมมายตนะใช่ไหม

ปร. ใช่

สก. ในรูปธาตุนั้น มีฆานายตนะและคันธายตนะใช่ไหม

ปร. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

สก. ในรูปธาตุนั้น มีมนายตนะและธัมมายตนะใช่ไหม

ปร. ใช่

สก. ในรูปธาตุนั้น มีชิวหายตนะและรสายตนะ ฯลฯ มีกายายตนะและ โผฏฐัพพายตนะใช่ไหม

ปร. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

สก. ในรูปธาตุนั้น มีฆานายตนะ แต่ไม่มีคันธายตนะใช่ไหม

ปร. ใช่

สก. ในรูปธาตุนั้น มีจักขายตนะ แต่ไม่มีรูปายตนะใช่ไหม

ปร. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

สก. ในรูปธาตุนั้น มีฆานายตนะ แต่ไม่มีคันธายตนะใช่ไหม

ปร. ใช่

สก. ในรูปธาตุนั้น มีโสตายตนะ แต่ไม่มีสัททายตนะ ฯลฯ มีมนายตนะ แต่ไม่มีธัมมายตนะใช่ไหม

ปร. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

สก. ในรูปธาตุนั้น มีชิวหายตนะ แต่ไม่มีรสายตนะ ฯลฯ มีกายายตนะ แต่ไม่มีโผฏฐัพพายตนะใช่ไหม

ปร. ใช่

สก. ในรูปธาตุนั้น มีจักขายตนะ แต่ไม่มีรูปายตนะใช่ไหม

ปร. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

สก. ในรูปธาตุนั้น มีกายายตนะ แต่ไม่มีโผฏฐัพพายตนะใช่ไหม

ปร. ใช่

สก. ในรูปธาตุนั้น มีโสตายตนะ แต่ไม่มีสัททายตนะ ฯลฯ มีมนายตนะ แต่ไม่มีธัมมายตนะใช่ไหม

ปร. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

[๕๒๑]

สก. ในรูปธาตุนั้น มีจักขายตนะและรูปายตนะ บุคคลเห็นรูปนั้น ทางตาใช่ไหม

ปร. ใช่

สก. ในรูปธาตุนั้น มีฆานายตนะและคันธายตนะ บุคคลดมกลิ่นนั้นทางจมูก นั้นใช่ไหม

ปร. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

สก. ในรูปธาตุนั้น มีจักขายตนะและรูปายตนะ บุคคลเห็นรูปนั้นทางตาใช่ไหม

ปร. ใช่

สก. ในรูปธาตุนั้น มีชิวหายตนะและรสายตนะ บุคคลลิ้มรสนั้นทางลิ้น ฯลฯ มีกายายตนะและโผฏฐัพพายตนะ บุคคลถูกต้องโผฏฐัพพะนั้นทางกายใช่ไหม

ปร. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

สก. ในรูปธาตุนั้น มีโสตายตนะและสัททายตนะ ฯลฯ มีมนายตนะและ ธัมมายตนะ บุคคลรู้ธรรมารมณ์นั้นทางใจใช่ไหม

ปร. ใช่

สก. ในรูปธาตุนั้น มีฆานายตนะและคันธายตนะ บุคคลดมกลิ่นนั้นทางจมูก ใช่ไหม

ปร. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

สก. ในรูปธาตุนั้น มีมนายตนะและธัมมายตนะ บุคคลรู้ธรรมารมณ์นั้นทางใจ ใช่ไหม

ปร. ใช่

สก. ในรูปธาตุนั้น มีชิวหายตนะและรสายตนะ ฯลฯ มีกายายตนะและ โผฏฐัพพายตนะ บุคคลถูกต้องโผฏฐัพพะนั้นทางกายใช่ไหม

ปร. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

สก. ในรูปธาตุนั้น มีฆานายตนะและคันธายตนะ แต่บุคคลไม่ได้ดมกลิ่นนั้น ทางจมูกใช่ไหม

ปร. ใช่

สก. ในรูปธาตุนั้น มีจักขายตนะและรูปายตนะ แต่บุคคลไม่เห็นรูปนั้นทางตา ใช่ไหม

ปร. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

สก. ในรูปธาตุนั้น มีฆานายตนะและคันธายตนะ แต่บุคคลไม่ได้ดมกลิ่นนั้น ทางจมูกใช่ไหม

ปร. ใช่

สก. ในรูปธาตุนั้น มีโสตายตนะและสัททายตนะ ฯลฯ มีมนายตนะและ ธัมมายตนะ แต่บุคคลไม่รู้ธรรมารมณ์นั้นทางใจใช่ไหม

ปร. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

สก. ในรูปธาตุนั้น มีชิวหายตนะและรสายตนะ ฯลฯ มีกายายตนะและ โผฏฐัพพายตนะ แต่บุคคลไม่ถูกต้องโผฏฐัพพะนั้นทางกายใช่ไหม

ปร. ใช่

สก. ในรูปธาตุนั้น มีจักขายตนะและรูปายตนะ แต่บุคคลไม่เห็นรูปนั้นทางตา ใช่ไหม

ปร. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

สก. ในรูปธาตุนั้น มีกายายตนะและโผฏฐัพพายตนะ แต่บุคคลไม่ถูกต้อง โผฏฐัพพะนั้นทางกายใช่ไหม

ปร. ใช่

สก. ในรูปธาตุนั้น มีโสตายตนะและสัททายตนะ ฯลฯ มีมนายตนะและ ธัมมายตนะ แต่บุคคลไม่รู้ธรรมารมณ์นั้นทางใจใช่ไหม

ปร. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

[๕๒๒]

สก. ในรูปธาตุนั้น มีฆานายตนะและคันธายตนะ บุคคลดมกลิ่นนั้น ทางจมูกใช่ไหม

ปร. ใช่

สก. ในรูปธาตุนั้น มีกลิ่นที่เกิดจากราก เกิดจากแก่น เกิดจากเปลือก เกิดจากใบ เกิดจากดอก เกิดจากผล มีกลิ่นคาว กลิ่นฉุน กลิ่นหอม กลิ่นเหม็น ใช่ไหม

ปร. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

สก. ในรูปธาตุนั้น มีชิวหายตนะและรสายตนะ บุคคลลิ้มรสนั้นทางลิ้นใช่ไหม

ปร. ใช่

สก. ในรูปธาตุนั้น มีรสที่เกิดจากราก เกิดจากลำต้น เกิดจากเปลือก เกิด จากใบ เกิดจากดอก เกิดจากผล มีรสเปรี้ยว รสหวาน รสขม รสเผ็ด รสเค็ม รสพร่า รสหวานอมเปรี้ยว รสฝาด รสกลมกล่อม รสไม่กลมกล่อมใช่ไหม

ปร. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

สก. ในรูปธาตุนั้น มีกายายตนะและโผฏฐัพพายตนะ บุคคลถูกต้องโผฏฐัพพะ นั้นได้ด้วยกายนั้นใช่ไหม

ปร. ใช่

สก. ในรูปธาตุนั้น มีสัมผัสที่แข็ง อ่อน ละเอียด หยาบ สบาย ไม่สบาย หนัก เบาใช่ไหม

ปร. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

[๕๒๓]

ปร. ท่านไม่ยอมรับว่า “อัตภาพที่ประกอบด้วยอายตนะ ๖ มีอยู่ใน รูปธาตุนั้น” ใช่ไหม

สก. ใช่

ปร. ในรูปธาตุนั้น มีฆานนิมิต ชิวหานิมิต และกายนิมิตมิใช่หรือ

สก. ใช่

ปร. หากในรูปธาตุนั้น มีฆานนิมิต ชิวหานิมิต และกายนิมิต ดังนั้น ท่าน จึงควรยอมรับว่า “อัตภาพที่ประกอบด้วยอายตนะ ๖ มีอยู่ในรูปธาตุ”

รูปธาตุยาอายตนกถา จบ

ที่มา: พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่มที่ ๓๗ จาก 84000.org

รายงานข้อผิดพลาด

ภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เป็นงานของมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย คัดมาตามต้นฉบับโดยไม่แก้ถ้อยคำ แสดงภายใต้ เงื่อนไขนี้ หากเจ้าของประสงค์ให้นำออก แจ้งที่ saddhammadana@gmail.com จะนำออกทันที

หัวข้อก่อนหน้าอรูปธาตุกถากลับไปยังสารบัญเล่มที่ ๓๗วรรคที่ ๘หัวข้อถัดไปอรูเป รูปกถา