ข้ามไปยังเนื้อหา
ธรรมคลัง
หน้าแรกหนังสือบทสวดพระไตรปิฎกชาดกหมวดธรรม
ENเข้าสู่ระบบสมัครสมาชิก
ธรรมคลัง

แหล่งรวมหนังสือ พระสูตร บทสวด และพระไตรปิฎก เพื่อการเรียนรู้ ฝึกฝน และการใช้ชีวิตอย่างมีสติในทุกวัน

เมนูหลัก

  • หน้าแรก
  • หนังสือ
  • บทสวด
  • พระไตรปิฎก
  • ชาดก
  • หมวดธรรม
  • ค้นหา

เกี่ยวกับเรา

  • เกี่ยวกับโครงการ
  • แหล่งที่มาของเนื้อหา
  • ร่วมสนับสนุน

บริการช่วยเหลือ

  • ที่เก็บไว้
  • สำรวจคลังธรรมะ
  • ฟังธรรม
  • API สำหรับนักพัฒนา
“
“สพฺพทานํ ธมฺมทานํ ชินาติ”การให้ธรรมเป็นทานย่อมชำนะการให้ทั้งปวง
ธรรมบท ๓๕๔

© ๒๕๖๙ ธรรมคลัง สงวนลิขสิทธิ์

  1. หน้าแรก
  2. /
  3. พระไตรปิฎก
  4. /
  5. เล่มที่ ๓๗
  6. /
  7. …
  8. /
  9. ตติยปัณณาสก์
  10. /
  11. วรรคที่ ๑๑
  12. /
  13. ติสโสปิ อนุสยกถา

ติสโสปิ อนุสยกถา

เล่มที่ ๓๗ · ข้อ ๑๔๓๒ · บรรทัด ๑๔๔๔๐

คัดจากพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย ตัวบทจาก 84000.org

ฉบับหลวงฉบับมหาจุฬาฯบาลีอักษรไทยPALI ROMANอรรถกถาอรรถกถาบาลีอักษรไทยAtthakatha PaliRoman
พรีวิว / พิมพ์ PDFโหมดอ่านต่อเนื่อง

ภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย

๑๑. เอกาทสมวรรค

๑-๓. ติสโสปิอนุสยกถา (๑๐๖-๑๐๘)

ว่าด้วยอนุสัย ๓ เรื่อง ๑-

[๖๐๕]

สก. อนุสัยเป็นอัพยากฤตใช่ไหม

ปร. ๒- ใช่ ๓-

สก. อนุสัยเป็นอัพยากฤตฝ่ายวิบาก อัพยากฤตฝ่ายกิริยา เป็นรูป เป็น นิพพาน เป็นจักขายตนะ ฯลฯ เป็นโผฏฐัพพายตนะใช่ไหม

ปร. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

สก. กามราคานุสัยเป็นอัพยากฤตใช่ไหม

ปร. ใช่

สก. กามราคะ กามราคปริยุฏฐาน กามราคสังโยชน์ กาโมฆะ กามโยคะ กามฉันทะนิวรณ์ เป็นอัพยากฤตใช่ไหม

ปร. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

สก. กามราคะ กามราคปริยุฏฐาน ฯลฯ กามฉันทะนิวรณ์ เป็นอกุศลใช่ไหม

ปร. ใช่

สก. กามราคานุสัยเป็นอกุศลใช่ไหม

ปร. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

สก. ปฏิฆานุสัยเป็นอัพยากฤตใช่ไหม

ปร. ใช่

@เชิงอรรถ :

@๑ ๓ เรื่อง คือ (๑) เรื่องอนุสัยเป็นอัพยากฤต (๒) เรื่องอนุสัยเป็นอเหตุกะ (๓) เรื่องอนุสัยเป็นจิตตวิปปยุต

@(อภิ.ปญฺจ.อ. ๖๐๕-๖๑๓/๒๕๕)

@๒ ปร. หมายถึงภิกษุในนิกายมหาสังฆิกะและนิกายสมิติยะ (อภิ.ปญฺจ.อ. ๖๐๕/๒๕๕-๒๕๖)

@๓ เพราะมีความเห็นว่า อนุสัยไม่เป็นอกุศล แต่เป็นอัพยากฤต เป็นอเหตุกะ เป็นสภาวธรรมที่วิปปยุตจากจิต

@ซึ่งต่างกับความเห็นของสกวาทีที่เห็นว่า อนุสัยเป็นอกุศล เป็นสเหตุกะ และเป็นสภาวธรรมที่สัมปยุตด้วยจิต

@(อภิ.ปญฺจ.อ. ๖๐๕/๒๕๕-๒๕๖)

สก. ปฏิฆะ ปฏิฆปริยุฏฐาน ปฏิฆสังโยชน์ เป็นอัพยากฤตใช่ไหม

ปร. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

สก. ปฏิฆะ ปฏิฆปริยุฏฐาน ปฏิฆสังโยชน์ เป็นอกุศลใช่ไหม

ปร. ใช่

สก. ปฏิฆานุสัยเป็นอกุศลใช่ไหม

ปร. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

สก. มานานุสัยเป็นอัพยากฤตใช่ไหม

ปร. ใช่

สก. มานะ มานปริยุฏฐาน มานสังโยชน์ เป็นอัพยากฤตใช่ไหม

ปร. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

สก. มานะ มานปริยุฏฐาน มานสังโยชน์ เป็นอกุศลใช่ไหม

ปร. ใช่

สก. มานานุสัยเป็นอกุศลใช่ไหม

ปร. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

สก. ทิฏฐานุสัยเป็นอัพยากฤตใช่ไหม

ปร. ใช่

สก. ทิฏฐิ ทิฏโฐฆะ ทิฏฐิโยคะ ทิฏฐิปริยุฏฐาน ทิฏฐิสังโยชน์ เป็นอัพยากฤต ใช่ไหม

ปร. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

สก. ทิฏฐิ ทิฏโฐฆะ ทิฏฐิโยคะ ทิฏฐิปริยุฏฐาน ทิฏฐิสังโยชน์ เป็นอกุศลใช่ไหม

ปร. ใช่

สก. ทิฏฐานุสัยเป็นอกุศลใช่ไหม

ปร. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

สก. วิจิกิจฉานุสัยเป็นอัพยากฤตใช่ไหม

ปร. ใช่

สก. วิจิกิจฉา วิจิกิจฉาปริยุฏฐาน วิจิกิจฉาสังโยชน์ วิจิกิจฉานิวรณ์ เป็น อัพยากฤตใช่ไหม

ปร. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

สก. วิจิกิจฉา วิจิกิจฉาปริยุฏฐาน วิจิกิจฉาสังโยชน์ วิจิกิจฉานิวรณ์ เป็น อกุศลใช่ไหม

ปร. ใช่

สก. วิจิกิจฉานุสัยเป็นอกุศลใช่ไหม

ปร. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

สก. ภวราคานุสัยเป็นอัพยากฤตใช่ไหม

ปร. ใช่

สก. ภวราคะ ภวราคปริยุฏฐาน ภวราคสังโยชน์ เป็นอัพยากฤตใช่ไหม

ปร. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

สก. ภวราคะ ภวราคปริยุฏฐาน ภวราคสังโยชน์ เป็นอกุศลใช่ไหม

ปร. ใช่

สก. ภวราคานุสัยเป็นอกุศลใช่ไหม

ปร. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

สก. อวิชชานุสัยเป็นอัพยากฤตใช่ไหม

ปร. ใช่

สก. อวิชชา อวิชโชฆะ อวิชชาโยคะ อวิชชาปริยุฏฐาน อวิชชาสังโยชน์ อวิชชานิวรณ์ เป็นอัพยากฤตใช่ไหม

ปร. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

สก. อวิชชา อวิชโชฆะ อวิชชาโยคะ อวิชชาปริยุฏฐาน อวิชชาสังโยชน์ อวิชชานิวรณ์ เป็นอกุศลใช่ไหม

ปร. ใช่

สก. อวิชชานุสัยเป็นอกุศลใช่ไหม

ปร. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

[๖๐๖]

ปร. ท่านไม่ยอมรับว่า “อนุสัยเป็นอัพยากฤต” ใช่ไหม

สก. ใช่

ปร. ปุถุชน เมื่อจิตที่เป็นกุศลและที่เป็นอัพยากฤตเป็นไปอยู่ ท่านยอมรับว่า “มีอนุสัย” ใช่ไหม

สก. ใช่

ปร. สภาวธรรมที่เป็นกุศลและอกุศลมาประชุมกันได้ใช่ไหม

สก. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

ปร. ดังนั้น อนุสัยจึงเป็นอัพยากฤต

ปร. ปุถุชน เมื่อจิตที่เป็นกุศลและที่เป็นอัพยากฤตเป็นไปอยู่ ท่านยอมรับว่า “มีราคะ” ใช่ไหม

สก. ใช่

ปร. สภาวธรรมที่เป็นกุศลและอกุศลมาประชุมกันได้ใช่ไหม

สก. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

ปร. ดังนั้น ราคะจึงเป็นอัพยากฤต

[๖๐๗]

สก. อนุสัยเป็นอเหตุกะใช่ไหม

ปร. ใช่

สก. อนุสัยเป็นรูป เป็นนิพพาน เป็นจักขายตนะ ฯลฯ เป็นโผฏฐัพพายตนะ ใช่ไหม

ปร. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

สก. กามราคานุสัยเป็นอเหตุกะใช่ไหม

ปร. ใช่

สก. กามราคะ กามราคปริยุฏฐาน กามราคสังโยชน์ กามฉันทนิวรณ์ เป็นอเหตุกะใช่ไหม

ปร. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

สก. กามราคะ กามราคปริยุฏฐาน ฯลฯ กามฉันทนิวรณ์ เป็นสเหตุกะ ใช่ไหม

ปร. ใช่

สก. กามราคานุสัยเป็นสเหตุกะใช่ไหม

ปร. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

สก. ปฏิฆานุสัย ฯลฯ มานานุสัย ทิฏฐานุสัย วิจิกิจฉานุสัย ภวราคานุสัย ฯลฯ อวิชชานุสัย เป็นอเหตุกะใช่ไหม

ปร. ใช่

สก. อวิชชา อวิชโชฆะ อวิชชาโยคะ อวิชชาปริยุฏฐาน อวิชชาสังโยชน์ อวิชชานิวรณ์ เป็นอเหตุกะใช่ไหม

ปร. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

สก. อวิชชา อวิชโชฆะ ฯลฯ อวิชชานิวรณ์ เป็นสเหตุกะใช่ไหม

ปร. ใช่

สก. อวิชชานุสัยเป็นสเหตุกะใช่ไหม

ปร. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

[๖๐๘]

ปร. ท่านไม่ยอมรับว่า “อนุสัยเป็นอเหตุกะ” ใช่ไหม

สก. ใช่

ปร. ปุถุชน เมื่อจิตที่เป็นกุศลและที่เป็นอัพยากฤตเป็นไปอยู่ ท่านยอมรับว่า “มีอนุสัย” ใช่ไหม

สก. ใช่

ปร. อนุสัยเป็นสเหตุกะโดยเหตุนั้นใช่ไหม

สก. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

ปร. ดังนั้น อนุสัยจึงเป็นอเหตุกะ

ปร. ปุถุชน เมื่อจิตที่เป็นกุศลและที่เป็นอัพยากฤตเป็นไปอยู่ ท่านยอมรับว่า “มีราคะ” ใช่ไหม

สก. ใช่

ปร. ราคะเป็นสเหตุกะโดยเหตุนั้นใช่ไหม

สก. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

ปร. ดังนั้น ราคะจึงเป็นอเหตุกะ

[๖๐๙]

สก. อนุสัย วิปปยุตจากจิตใช่ไหม

ปร. ใช่

สก. อนุสัยเป็นรูป เป็นนิพพาน เป็นจักขายตนะ ฯลฯ เป็นโผฏฐัพพายตนะ ใช่ไหม

ปร. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

สก. กามราคานุสัย วิปปยุตจากจิตใช่ไหม

ปร. ใช่

สก. กามราคะ กามราคปริยุฏฐาน กามราคสังโยชน์ กาโมฆะ กามโยคะ กามฉันทนิวรณ์ วิปปยุตจากจิตใช่ไหม

ปร. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

สก. กามราคะ กามราคปริยุฏฐาน ฯลฯ กามฉันทนิวรณ์ สัมปยุตด้วยจิต ใช่ไหม

ปร. ใช่

สก. กามราคานุสัย สัมปยุตด้วยจิตใช่ไหม

ปร. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

[๖๑๐]

สก. กามราคานุสัย วิปปยุตจากจิตใช่ไหม

ปร. ใช่

สก. กามราคานุสัยนับเนื่องในขันธ์ไหน

ปร. นับเนื่องในสังขารขันธ์

สก. สังขารขันธ์ วิปปยุตจากจิตใช่ไหม

ปร. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

สก. สังขารขันธ์ วิปปยุตจากจิตใช่ไหม

ปร. ใช่

สก. เวทนาขันธ์ สัญญาขันธ์ วิปปยุตจากจิตใช่ไหม

ปร. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

สก. กามราคานุสัยนับเนื่องในสังขารขันธ์ แต่วิปปยุตจากจิตใช่ไหม

ปร. ใช่

สก. กามราคะนับเนื่องในสังขารขันธ์ แต่วิปปยุตจากจิตใช่ไหม

ปร. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

สก. กามราคะนับเนื่องในสังขารขันธ์ สัมปยุตด้วยจิตใช่ไหม

ปร. ใช่

สก. กามราคานุสัยนับเนื่องในสังขารขันธ์ สัมปยุตด้วยจิตใช่ไหม

ปร. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

สก. กามราคานุสัยนับเนื่องในสังขารขันธ์ แต่วิปปยุตจากจิต ส่วนกามราคะ นับเนื่องในสังขารขันธ์และสัมปยุตด้วยจิตใช่ไหม

ปร. ใช่

สก. สังขารขันธ์ส่วนหนึ่งสัมปยุตด้วยจิต อีกส่วนหนึ่งวิปปยุตจากจิตใช่ไหม

ปร. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

สก. สังขารขันธ์ส่วนหนึ่งสัมปยุตด้วยจิต อีกส่วนหนึ่งวิปปยุตจากจิตใช่ไหม

ปร. ใช่

สก. เวทนาขันธ์ สัญญาขันธ์ ส่วนหนึ่งสัมปยุตด้วยจิต อีกส่วนหนึ่งวิปปยุต จากจิตใช่ไหม

ปร. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

[๖๑๑]

สก. ปฏิฆานุสัย มานานุสัย ทิฏฐานุสัย วิจิกิจฉานุสัย ภวราคานุสัย อวิชชานุสัย วิปปยุตจากจิตใช่ไหม

ปร. ใช่

สก. อวิชชา อวิชโชฆะ อวิชชาโยคะ อวิชชานิวรณ์ วิปปยุตจากจิตใช่ไหม

ปร. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

สก. อวิชชา อวิชโชฆะ อวิชชาโยคะ อวิชชานิวรณ์ สัมปยุตด้วยจิตใช่ไหม

ปร. ใช่

สก. อวิชชานุสัยสัมปยุตด้วยจิตใช่ไหม

ปร. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

[๖๑๒]

สก. อวิชชานุสัย วิปปยุตจากจิตใช่ไหม

ปร. ใช่

สก. อวิชชานุสัย นับเนื่องในขันธ์ไหน

ปร. นับเนื่องในสังขารขันธ์

สก. สังขารขันธ์ วิปปยุตจากจิตใช่ไหม

ปร. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

สก. สังขารขันธ์ วิปปยุตจากจิตใช่ไหม

ปร. ใช่

สก. เวทนาขันธ์ สัญญาขันธ์ วิปปยุตจากจิตใช่ไหม

ปร. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

สก. อวิชชานุสัยนับเนื่องในสังขารขันธ์ แต่วิปปยุตจากจิตใช่ไหม

ปร. ใช่

สก. อวิชชานับเนื่องในสังขารขันธ์ แต่วิปปยุตจากจิตใช่ไหม

ปร. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

สก. อวิชชานับเนื่องในสังขารขันธ์ สัมปยุตด้วยจิตใช่ไหม

ปร. ใช่

สก. อวิชชานุสัยนับเนื่องในสังขารขันธ์ สัมปยุตด้วยจิตใช่ไหม

ปร. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

สก. อวิชชานุสัยนับเนื่องในสังขารขันธ์ แต่วิปปยุตจากจิต ส่วนอวิชชานับ เนื่องในสังขารขันธ์และสัมปยุตด้วยจิตใช่ไหม

ปร. ใช่

สก. สังขารขันธ์ส่วนหนึ่งสัมปยุตด้วยจิต อีกส่วนหนึ่งวิปปยุตจากจิตใช่ไหม

ปร. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

สก. สังขารขันธ์ส่วนหนึ่งสัมปยุตด้วยจิต อีกส่วนหนึ่งวิปปยุตจากจิตใช่ไหม

ปร. ใช่

สก. เวทนาขันธ์ สัญญาขันธ์ ส่วนหนึ่งสัมปยุตด้วยจิต อีกส่วนหนึ่งวิปปยุต จากจิตใช่ไหม

ปร. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

[๖๑๓]

ปร. ท่านไม่ยอมรับว่า “อนุสัย วิปปยุตจากจิต” ใช่ไหม

สก. ใช่

ปร. ปุถุชน เมื่อจิตที่เป็นกุศลและที่เป็นอัพยากฤตเป็นไปอยู่ ท่านยอมรับว่า “มีอนุสัย” ใช่ไหม

สก. ใช่

ปร. อนุสัย สัมปยุตด้วยจิตนั้นใช่ไหม

สก. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

ปร. ดังนั้น อนุสัยจึงวิปปยุตจากจิต

ปร. ปุถุชน เมื่อจิตที่เป็นกุศลและที่เป็นอัพยากฤตเป็นไปอยู่ ท่านยอมรับว่า “มีราคะ” ใช่ไหม

สก. ใช่

ปร. ราคะ สัมปยุตด้วยจิตนั้นใช่ไหม

สก. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น

ปร. ดังนั้น ราคะจึงวิปปยุตจากจิต

ติสโสปิอนุสยกถา จบ

ที่มา: พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่มที่ ๓๗ จาก 84000.org

รายงานข้อผิดพลาด

ภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เป็นงานของมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย คัดมาตามต้นฉบับโดยไม่แก้ถ้อยคำ แสดงภายใต้ เงื่อนไขนี้ หากเจ้าของประสงค์ให้นำออก แจ้งที่ saddhammadana@gmail.com จะนำออกทันที

หัวข้อก่อนหน้าอวิญญัตติ ทุสสีลยันติกถากลับไปยังสารบัญเล่มที่ ๓๗วรรคที่ ๑๑หัวข้อถัดไปญาณกถา