ญาณกถา
เล่มที่ ๓๗ · ข้อ ๑๔๔๙ · บรรทัด ๑๔๖๖๐
อ่านเนื้อความ
ตัวบทข้างล่างคัดมาจาก 84000.org ตามตำแหน่งที่ระบุไว้ข้างบน สลับฉบับได้จากปุ่ม ส่วนอรรถกถาและฉบับมหาจุฬาฯ อยู่ที่ต้นทาง
[๑๔๔๙] สกวาที ถึงความไม่รู้จะปราศไปแล้ว เมื่อจิตที่เป็นญาณวิปปยุตเป็นไปอยู่ ไม่ พึงกล่าวว่า ผู้มีความรู้ หรือ? ปรวาที ถูกแล้ว ส. เมื่อราคะปราศไปแล้ว ไม่พึงกล่าวว่า ผู้ปราศจากราคะ หรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ ส. ถึงความไม่รู้จะปราศไปแล้ว เมื่อจิตที่เป็นญาณวิปปยุตเป็นไปอยู่ ไม่พึง กล่าวว่า ผู้มีความรู้ หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. เมื่อโทสะปราศไปแล้ว ฯลฯ เมื่อโมหะปราศไปแล้ว ฯลฯ เมื่อกิเลส ปราศไปแล้ว ไม่พึงกล่าวว่า ผู้หมดกิเลส หรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
[๑๔๕๐] ส. เมื่อราคะปราศไปแล้ว พึงกล่าวว่า ผู้ปราศจากราคะ หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. เมื่อความไม่รู้ปราศไปแล้ว ถึงจิตที่เป็นญาณวิปปยุต จะเป็นไปอยู่ ก็พึง กล่าวว่า ผู้มีความรู้ หรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ ส. เมื่อโทสะปราศไปแล้ว ฯลฯ เมื่อโมหะปราศไปแล้ว ฯลฯ เมื่อกิเลส ปราศไปแล้ว พึงกล่าวว่า ผู้หมดกิเลส หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. เมื่อความไม่รู้ปราศไปแล้ว ถึงจิตที่เป็นญาณวิปปยุตจะเป็นไปอยู่ ก็พึง กล่าวว่า ผู้มีความรู้ หรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ ส. เมื่อความไม่รู้ปราศไปแล้ว ถึงจิตที่เป็นญาณวิปปยุตจะเป็นไปอยู่ ก็พึง กล่าวว่า ผู้มีความรู้ หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. ชื่อว่า ผู้มีความรู้ ด้วยความรู้ที่เป็นอดีต ชื่อว่าผู้มีความรู้ ด้วยความรู้ ที่ดับแล้ว ที่ปราศไปแล้ว ที่สงบระงับแล้ว หรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ ญาณกถา จบ ---------- ญาณังจิตตวิปปยุตตันติกถา
ฉบับหลวง เล่มที่ ๓๗ ข้อ ๑๔๔๙ หน้าที่ ๖๑๑ · ที่มา 84000.org
อรรถกถาของเล่มนี้ค้นได้ด้วย ⌘K แต่ไม่ได้พิมพ์ไว้ตรงนี้ เพราะสิ่งที่เก็บไว้เป็นอรรถกถาของทั้งเล่ม ไม่ใช่ของหัวข้อนี้โดยเฉพาะ — กดปุ่มอรรถกถาข้างล่างเพื่อไปยังจุดที่ตรงกับหัวข้อนี้ที่ 84000.org