ยถากัมมูปคตญาณกถา
[๘๒๐] สกวาที ยถากัมมูปคตญาณ (ญาณเป็นเครื่องรู้ความที่สัตว์ทั้งหลายเป็นไป ตามกรรม) เป็นทิพยจักษุ หรือ? ปรวาที ถูกแล้ว ส. ทำไว้ในใจซึ่งความที่สัตว์เป็นไปตามกรรมด้วย เห็นรูปได้ด้วยทิพยจักษุ ด้วย หรือ? ส. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
[๘๒๑] ส. ทำไว้ในใจซึ่งความที่สัตว์ทั้งหลายเป็นไปตามกรรมด้วย เห็นรูปด้วยทิพย จักษุด้วย หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. เป็นการประชุมแห่งผัสสะ ๒ อย่าง แห่งจิต ๒ ดวง หรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
[๘๒๒] ส. ยถากัมมูปคตญาณ เป็นทิพยจักษุ หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. ทำไว้ในใจซึ่งบทว่า "สัตว์เหล่านี้หนอ ท่านทั้งหลาย" ดังนี้ด้วย ทำไว้ ในใจซึ่งบทว่า "เป็นผู้ประกอบด้วยกายทุจริต" ดังนี้ด้วย ทำไว้ในใจซึ่ง บทว่า "เป็นผู้ประกอบด้วยวจีทุจริต" ดังนี้ด้วย ทำไว้ในใจซึ่งบทว่า "เป็นผู้ประกอบด้วยมโนทุจริต" ดังนี้ด้วย ทำไว้ในใจซึ่งบทว่า "เป็นผู้ ติเตียนพระอริยะทั้งหลาย" ดังนี้ด้วย ทำไว้ในใจซึ่งบทว่า "เป็นมิจฉา ทิฏฐิ" ดังนี้ด้วย ทำไว้ในใจซึ่งบทว่า "สมาทานกรรมคือมิจฉาทิฏฐิ" ดังนี้ ด้วย ทำไว้ในใจซึ่งบทว่า "สัตว์เหล่านั้นเข้าถึงแล้วซึ่งอบาย ทุคติ วินิ บาต นรก เบื้องหน้าแต่มรณะ เพราะกายแตก" ดังนี้ด้วย ทำไว้ในใจ ซึ่งบทว่า "ก็หรือสัตว์เหล่านี้นะท่านทั้งหลาย" ดังนี้ด้วย ทำไว้ในใจซึ่งบท ว่า "เป็นผู้ประกอบด้วยกายสุจริต" ดังนี้ด้วย ทำไว้ในใจซึ่งบทว่า "เป็นผู้ประกอบด้วยวจีสุจริต" ดังนี้ด้วย ทำไว้ในใจซึ่งบทว่า "เป็นผู้ ประกอบด้วยมโนสุจริต" ดังนี้ด้วย ทำไว้ในใจซึ่งบทว่า "เป็นผู้ไม่ติเตียน พระอริยะทั้งหลาย" ดังนี้ด้วย ทำไว้ในใจซึ่งบทว่า "เป็นสัมมาทิฏฐิ" ดังนี้ด้วย ทำไว้ในใจซึ่งบทว่า "สมาทานกรรมคือสัมมาทิฏฐิ" ดังนี้ด้วย ทำไว้ในใจซึ่งบทว่า "สัตว์เหล่านั้นเข้าถึงแล้วซึ่งสุคติ โลกสวรรค์ เบื้อง หน้าแต่มรณะ เพราะกายแตก" ดังนี้ด้วย เห็นรูปด้วยทิพยจักษุด้วย หรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ