คิหิสส อรหาติกถา
[๘๖๗] สกวาที คฤหัสถ์พึงเป็นพระอรหันต์ได้ หรือ? ปรวาที ถูกแล้ว ส. คิหิสัญโญชน์ของพระอรหันต์ยังมีอยู่ หรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ ส. คิหิสัญโญชน์ของพระอรหันต์ไม่มี หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. หากว่า คิหิสัญโญชน์ของพระอรหันต์ไม่มี ก็ต้องไม่กล่าวว่า คฤหัสถ์ พึงเป็นพระอรหันต์ได้
[๘๖๘] ส. คฤหัสถ์พึงเป็นพระอรหันต์ได้ หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. คิหิสัญโญชน์อันพระอรหันต์ละขาดแล้ว ถอนรากขึ้นแล้ว ทำให้เป็น ดุจตาลยอดด้วน ทำให้ไม่เกิดได้ในภายหลัง ทำให้มีอันไม่เกิดขึ้นต่อไป เป็นธรรมดาแล้ว มิใช่หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. หากว่า คิหิสัญโญชน์อันพระอรหันต์ละขาดแล้ว ถอนรากขึ้นแล้ว ทำ ให้เป็นดุจตาลยอดด้วน ทำให้ไม่เกิดได้ในภายหลัง ทำให้มีอันไม่เกิด ขึ้นต่อไปเป็นธรรมดาแล้ว ก็ต้องไม่กล่าวว่า คฤหัสถ์พึงเป็นพระอรหันต์ ได้
[๘๖๙] ส. คฤหัสถ์พึงเป็นพระอรหันต์ได้ หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. คฤหัสถ์ไรๆ ที่ยังมิได้ละคิหิสัญโญชน์แล้วเป็นผู้กระทำที่สุดแห่งทุกข์ได้ ในปัจจุบันเทียวมีอยู่ หรือ? ป. ไม่มี ส. หากว่า คฤหัสถ์ไรๆ ที่ยังมิได้ละคิหิสัญโญชน์แล้วเป็นผู้กระทำที่สุด แห่งทุกข์ในปัจจุบันเทียวไม่มี ก็ต้องไม่กล่าวว่า คฤหัสถ์พึงเป็นพระอรหันต์ ได้ดังนี้
[๘๗๐] ส. คฤหัสถ์พึงเป็นพระอรหันต์ได้ หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. ปริพาชก ผู้วัจฉโคตร ได้กราบทูลพระผู้มีพระภาคดังนี้ว่า ข้าแต่พระ โคดมผู้เจริญ คฤหัสถ์ไรๆ ที่ยังมิได้ละคิหิสัญโญชน์ แล้วเป็นผู้ กระทำที่สุดแห่งทุกข์ได้ เพราะกายแตกมีอยู่หรือหนอ พระผู้มีพระ ภาคตรัสตอบว่า ดูกรวัจฉะ ไม่มีคฤหัสถ์ไรๆ ที่ยังมิได้ละคิหิสัญ โญชน์แล้วเป็นผู้กระทำที่สุดแห่งทุกข์ได้เพราะกายแตก ดังนี้ เป็น สูตรมีอยู่จริง มิใช่หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. ถ้าอย่างนั้น ก็ไม่พึงกล่าวว่า คฤหัสถ์พึงเป็นพระอรหันต์ได้ ดังนี้