สัมมติญาณกถา
[๑๐๖๒] ปรวาที ไม่พึงกล่าวว่า ญาณให้สมมติ มีสัจจะเป็นอารมณ์เท่านั้น ไม่มี ธรรมอื่นเป็นอารมณ์ หรือ? สกวาที ถูกแล้ว ป. บุคคลผู้เข้าสมาบัติมีปฐวีกสิณเป็นอารมณ์ มีญาณ และปฐวีกสิณเป็น สมมติสัจจะ มิใช่หรือ? ส. ถูกแล้ว ป. หากว่า บุคคลผู้เข้าสมาบัติมีปฐวีกสิณเป็นอารมณ์ มีญาณและปฐวีกสิณ เป็นสมมติสัจจะ ด้วยเหตุนั้นนะท่านจึงต้องกล่าวว่า ญาณในสมมติมี สัจจะเป็นอารมณ์เท่านั้น ไม่มีธรรมอื่นเป็นอารมณ์
[๑๐๖๓] ป. ไม่พึงกล่าวว่า ญาณในสมมติ มีสัจจะเป็นอารมณ์เท่านั้น ไม่มีธรรมอื่น เป็นอารมณ์ หรือ? ส. ถูกแล้ว ป. บุคคลผู้เข้าสมาบัติมีอาโปกสิณเป็นอารมณ์ ฯลฯ มีเตโชกสิณเป็นอารมณ์ ฯลฯ บุคคลผู้ให้อยู่ซึ่งคิลานปัจจยเภสัชชบริขาร มีญาณและคิลานปัจจย เภสัชชบริขารเป็นสมมติสัจจะ มิใช่หรือ? ส. ถูกแล้ว ป. หากว่า บุคคลผู้ให้อยู่ซึ่งคิลานปัจจัยเภสัชชบริขาร มีญาณและคิลาน ปัจจัยเภสัชชบริขารเป็นสมมติสัจจะ ด้วยเหตุนั้นนะท่านจึงต้องกล่าวว่า ญาณในสมมติมีสัจจะเป็นอารมณ์เท่านั้น ไม่มีธรรมอื่นเป็นอารมณ์
[๑๐๖๔] ส. ญาณในสมมติ มีสัจจะเป็นอารมณ์เท่านั้น ไม่มีธรรมอื่นเป็นอารมณ์ หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. กำหนดรู้ทุกข์ได้ ละสมุทัยได้ กระทำนิโรธให้แจ้งได้ ยังมรรคให้เกิดได้ ด้วยญาณนั้น หรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ สัมมติญาณกถา จบ -------------- จิตตารัมมณกถา