อิโตทินนกถา
[๑๑๕๓] สกวาที บุคคลผู้ไปสู่ปรโลก ยังอัตภาพให้เป็นไปได้ในปรโลกนั้น ด้วยทาน ที่บุคคลให้แล้วแต่โลกนี้หรือ? ปรวาที ถูกแล้ว ส. เมื่อให้จีวรแต่โลกนี้ ก็บริโภคจีวรนั้นในปรโลกหรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ ส. เมื่อให้บิณฑบาตแต่โลกนี้ ... เมื่อให้เสนาสนะแต่โลกนี้ ... เมื่อให้ คิลานปัจจัยเภสัชชบริขารแต่โลกนี้ ... เมื่อให้ของขบเคี้ยวแต่โลกนี้ ... เมื่อให้ของกินแต่โลกนี้ ... เมื่อให้น้ำดื่มแต่โลกนี้ ก็บริโภคน้ำดื่มนั้นใน ปรโลกหรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
[๑๑๕๔] ส. บุคคลผู้ไปสู่ปรโลก ยังอัตภาพให้เป็นไปได้ในปรโลกด้วยทานที่บุคคล ให้แล้วแต่โลกนี้ หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. ผู้อื่นเป็นผู้กระทำแก่ผู้อื่น สุขและทุกข์ผู้อื่นกระทำให้ ผู้อื่นกระทำผู้อื่น เสวยผลหรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
[๑๑๕๕] ป. ไม่พึงกล่าวว่า บุคคลผู้ไปสู่ปรโลก ยังอัตภาพให้เป็นไปได้ในปรโลกนั้น ด้วยทานอันบุคคลให้แล้วแต่โลกนี้หรือ? ส. ถูกแล้ว ป. พวกเปรต เห็นเขาให้ทานเพื่อประโยชน์แก่ตน ย่อมอนุโมทนา ย่อมยัง จิตให้เลื่อมใส ย่อมยังปีติให้เกิดขึ้น ย่อมได้โสมนัส มิใช่หรือ? ส. ถูกแล้ว ป. หากว่า เปรตเห็นเขาให้ทานเพื่อประโยชน์แก่ตน ย่อมยังจิตให้เลื่อมใส ย่อมยังปีติให้เกิดขึ้น ด้วยเหตุนั้นนะท่านจึงต้องกล่าวว่า บุคคลผู้ไปสู่ ปรโลกยังอัตภาพให้เป็นไปได้ในปรโลกนั้น ด้วยทานอันบุคคลให้แล้ว แต่โลกนี้
[๑๑๕๖] ป. ไม่พึงกล่าวว่า บุคคลผู้ไปสู่ปรโลก ยังอัตภาพให้เป็นไปได้ในปรโลกนั้น ด้วยทานอันบุคคลให้แล้วแต่โลกนี้หรือ? ส. ถูกแล้ว ป. พระผู้มีพระภาคได้ตรัสว่า น้ำฝนตกในที่ดอน ย่อมไหลไปสู่ที่ลุ่ม ฉันใด ทานที่บุคคลให้แล้วแต่โลกนี้ ย่อมเข้าไปสำเร็จแก่บุคคลผู้ ละไปแล้ว ฉันนั้นแล ห้วงน้ำที่เต็ม ย่อมไหลหลากยังสมุทรสาครให้เต็มรอบได้ ฉันใด ทานที่บุคคลให้แล้วแต่โลกนี้ ย่อมเข้าไปสำเร็จแก่บุคคลผู้ ละไปแล้ว ฉันนั้นแล กสิกรรมไม่มีในเปตโลกนั้นเลย โครักขกรรมก็ไม่มี ณ ที่ นั้นพาณิชกรรมก็เช่นกัน การซื้อขายด้วยเงินก็ไม่มี บุคคลผู้ละไป แล้ว คือ ผู้ที่ตายไปแล้ว ย่อมยังอัตภาพให้เป็นไปในเปตโลกนั้น ด้วยทานอันบุคคลให้แล้วแต่โลกนี้ ดังนี้ เป็นสูตรมีอยู่จริง มิใช่ หรือ? ส. ถูกแล้ว ป. ถ้าอย่างนั้น บุคคลผู้ไปสู่ปรโลก ก็ยังอัตภาพให้เป็นไปได้ในปรโลกนั้น ด้วยทานอันบุคคลให้แล้วแต่โลกนี้ น่ะสิ