[๒๗๒] ส. บุคคลผู้อนาคามี ทำให้แจ้งซึ่งผลในหมู่เทวดานั้นด้วยมรรคอันท่านให้ เกิดแล้วในโลกนี้ หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. บุคคลผู้โสดาบันทำให้แจ้งซึ่งผลในโลกนี้ ด้วยมรรคอันท่านให้เกิดแล้ว ในหมู่เทวดานั้น หรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ ส. บุคคลผู้อนาคามี ทำให้แจ้งซึ่งผลในหมู่เทวดานั้นด้วยมรรคอันท่านให้เกิด แล้วในโลก หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. บุคคลผู้มีสกทาคามี เป็นบุคคลผู้จะปรินิพพานในโลกนี้ กระทำให้แจ้ง ซึ่งผลในโลกนี้ ด้วยมรรคอันท่านให้เกิดแล้วในหมู่เทวดานั้น หรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ ส. บุคคลผู้โสดาบัน ทำให้แจ้งซึ่งผลในโลกนี้ด้วยมรรคอันท่านให้เกิดแล้ว ในโลกนี้ หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. บุคคลผู้อนาคามี ทำให้แจ้งซึ่งผลในหมู่เทวดานั้น ด้วยมรรคอันท่านให้ เกิดแล้วในหมู่เทวดานั้น หรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ ส. บุคคลผู้สกทาคามี เป็นบุคคลผู้จะปรินิพพานในโลกนี้ ทำให้แจ้งซึ่งผล ในโลกนี้ ด้วยมรรคอันท่านให้เกิดแล้วในโลกนี้ หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. บุคคลผู้อนาคามี ทำให้แจ้งซึ่งผลในหมู่เทวดานั้น ด้วยมรรคอันท่านให้ เกิดแล้วในหมู่เทวดานั้น หรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
[๒๗๓] ส. บุคคลผู้อิธวิหายนิฏฐะ จะไม่ยังมรรคให้เกิด และละกิเลสทั้งหลายอีก หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. บุคคลผู้ปฏิบัติเพื่อกระทำให้แจ้งซึ่งโสดาปัตติผล จะไม่ยังมรรคให้เกิด และละกิเลสทั้งหลายอีก หรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ ส. บุคคลผู้อิธวิหายนิฏฐะ จะไม่ยังมรรคให้เกิดและละกิเลสทั้งหลายอีก หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. บุคคลผู้ปฏิบัติเพื่อกระทำให้แจ้งซึ่งสกทาคามิผล ฯลฯ บุคคลผู้ปฏิบัติเพื่อ กระทำให้แจ้งซึ่งอรหัตผล จะไม่ยังมรรคให้เกิดและละกิเลสทั้งหลายอีก หรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ