[๒๗๔] ส. บุคคลผู้ปฏิบัติเพื่อกระทำให้แจ้งซึ่งโสดาปัตติผล ยังมรรคให้เกิดและละ กิเลสทั้งหลายไม่ก่อนไม่หลัง หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. บุคคลผู้อิธวิหายนิฏฐะ ยังมรรคให้เกิดและละกิเลสทั้งหลายไม่ก่อนไม่ หลัง หรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ ส. บุคคลผู้ปฏิบัติเพื่อกระทำให้แจ้งซึ่งสกทาคามิผล ฯลฯ บุคคลผู้ปฏิบัติเพื่อ กระทำให้แจ้งซึ่งอรหัตผล ยังมรรคให้เกิดและละกิเลสทั้งหลายไม่ก่อน ไม่หลัง หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. บุคคลผู้อิธวิหายนิฏฐะ ยังมรรคให้เกิดและละกิเลสทั้งหลายไม่ก่อน ไม่หลัง หรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

[๒๗๕] ส. บุคคลผู้อนาคามี มีกรณียะอันกระทำแล้ว มีภาวนาอันอบรมแล้ว จึง ผลุดเกิดในหมู่เทวดานั้น หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. ผลุดเกิดเป็นพระอรหันต์เลย หรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ ส. ผลุดเกิดเป็นพระอรหันต์เลย หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. พระอรหันต์มีภพใหม่ หรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ ส. พระอรหันต์มีภพใหม่ หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. พระอรหันต์ไปสู่ภพจากภพ ไปสู่คติจากคติ ไปสู่สงสารจากสงสาร ไป สู่อุปบัติจากอุปบัติ หรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

[๒๗๖] ส. บุคคลผู้อนาคามี เป็นผู้มีกรณียะอันกระทำแล้ว มีภาวนาอันอบรมแล้ว แต่เป็นผู้มีภาระอันยังไม่ปลงลงแล้ว ผลุดเกิดในหมู่เทวดานั้น หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. บุคคลผู้อนาคามี จะต้องยังมรรคให้เกิดอีกเพื่อปลงภาระ หรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

[๒๗๗] ส. บุคคลผู้อนาคามี เป็นผู้มีกรณียะอันกระทำแล้ว มีภาวนาอันอบรมแล้ว แต่เป็นผู้มีทุกข์อันยังไม่กำหนดรู้ ... มีกิเลสอันยังไม่ได้ละ ... มีนิโรธ อันยังไม่ได้กระทำให้แจ้ง ... มีอกุปปธรรมอันยังไม่ได้แทงตลอด ผลุดเกิด ในหมู่เทวดานั้น หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. บุคคลผู้อนาคามี จะต้องยังมรรคให้เกิดอีกเพื่อแทงตลอดอกุปปธรรม หรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

เล่มที่ ๓๗ กถาวัตถุ๑๐๑

ที่มาและฉบับอื่นของ “พรหมจริยกถา