ข้อว่า พึงให้ไหว้เท้าภิกษุทั้งหลายเป็นต้น มีความว่า

ภิกษุเหล่าใดประชุมกันในที่นั้น พึงให้ไหว้เท้าภิกษุเหล่านั้นแล้ว ลำดับนั้นพึงให้นั่งกระโหย่งประคองอัญชลีแล้วบอกว่า เอวํ วเทหิ คือพึงสั่งว่า ยมหํ วทามิ ตํ วเทหิ เพื่อรับสรณะ. ลำดับนั้น อุปัชฌาย์หรืออาจารย์พึงให้สรณะแก่เขา โดยนัยเป็นต้นว่า พุทฺธํ สรณํ คจฺฉามิ ดังนี้. พึงให้ตามลำดับที่กล่าวแล้วอย่างไรเทียว ไม่พึงให้สับลำดับ. ถ้าสับลำดับเสีย บทหนึ่งก็ดี อักษรหนึ่งก็ดี หรือให้ พุทฺธํ สรณํ เท่านั้น ถ้วน ๓ ครั้งแล้ว ภายหลังจึงให้สรณะนอกนี้อย่างละ ๓ ครั้ง สรณะไม่จัดว่าได้ให้.

ก็แลอุปสัมปทาที่พระผู้มีพระภาคเจ้าทรงห้ามสรณคมนูปสัมปทานี้เสียแล้ว ทรงอนุญาตไว้ บริสุทธิ์ฝ่ายเดียวก็ควร. ส่วนสามเณรบรรพชาบริสุทธิ์ทั้ง ๒ ฝ่ายจึงควร บริสุทธิ์ฝ่ายเดียวไม่ควร เพราะเหตุนั้น ในอุปสัมปทา ถ้าอาจารย์ทำกรรมเว้นญัตติโทษ และกรรมวาจาโทษแล้ว กรรมเป็นอันทำถูกต้อง.

ส่วนในบรรพชา ทั้งอาจารย์ทั้งอันเตวาสิก ต้องว่าสรณะ ๓ เหล่านี้ ไม่ให้เสียความพร้อมมูลแห่งฐานกรณ์ของพยัญชนะทั้งหลาย มี พุ อักษรและ ธ อักษรเป็นต้น. ถ้าอาจารย์อาจว่าได้ แต่อันเตวาสิกไม่อาจ หรืออันเตวาสิกอาจ แต่อาจารย์ไม่อาจ. หรือทั้ง ๒ ฝ่ายไม่อาจ ไม่ควร. แต่ถ้าทั้งสองฝ่ายอาจ ข้อนั้นจึงควร.

เล่มที่ ๔ มหาวรรค ภาค ๑๘๐

อรรถกถา ฉบับแปลไทย เป็นงานของผู้แปลและผู้จัดพิมพ์ฉบับแปล คัดมาตามต้นฉบับโดยไม่แก้ถ้อยคำ แสดงภายใต้ เงื่อนไขนี้ หากเจ้าของประสงค์ให้นำออก แจ้งที่ saddhammadana@gmail.com จะนำออกทันที

ที่มาและฉบับอื่นของ “ทรงอนุญาตบรรพชาและอุปสมบทด้วยไตรสรณคมน์”