ข้ามไปยังเนื้อหา
ธรรมคลัง
หน้าแรกหนังสือบทสวดพระไตรปิฎกชาดกหมวดธรรม
ENเข้าสู่ระบบสมัครสมาชิก
ธรรมคลัง

แหล่งรวมหนังสือ พระสูตร บทสวด และพระไตรปิฎก เพื่อการเรียนรู้ ฝึกฝน และการใช้ชีวิตอย่างมีสติในทุกวัน

เมนูหลัก

  • หน้าแรก
  • หนังสือ
  • บทสวด
  • พระไตรปิฎก
  • ชาดก
  • หมวดธรรม
  • ค้นหา

เกี่ยวกับเรา

  • เกี่ยวกับโครงการ
  • แหล่งที่มาของเนื้อหา
  • ร่วมสนับสนุน

บริการช่วยเหลือ

  • ที่เก็บไว้
  • สำรวจคลังธรรมะ
  • ฟังธรรม
  • API สำหรับนักพัฒนา
“
“สพฺพทานํ ธมฺมทานํ ชินาติ”การให้ธรรมเป็นทานย่อมชำนะการให้ทั้งปวง
ธรรมบท ๓๕๔

© ๒๕๖๙ ธรรมคลัง สงวนลิขสิทธิ์

  1. หน้าแรก
  2. /
  3. พระไตรปิฎก
  4. /
  5. เล่มที่ ๔๐
  6. /
  7. …
  8. /
  9. อนุโลมติกปัฏฐาน
  10. /
  11. กุสลัตติกะ
  12. /
  13. ปฏิจจวาร
  14. /
  15. ปัจจนียานุโลม
  16. /
  17. ปัจจยปัจจนียนัย

ปัจจยปัจจนียนัย

เล่มที่ ๔๐ · ข้อ ๘๗ · บรรทัด ๙๓๐

คัดจากพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย ตัวบทจาก 84000.org

ฉบับหลวงฉบับมหาจุฬาฯบาลีอักษรไทยPALI ROMANอรรถกถาอรรถกถาบาลีอักษรไทยAtthakatha PaliRoman
พรีวิว / พิมพ์ PDFโหมดอ่านต่อเนื่อง

ภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย

๒. ปัจจยปัจจนียะ ๑. วิภังควาร

ปัจจนียะ นเหตุปัจจัย

[๘๖]

สภาวธรรมที่เป็นอกุศลอาศัยสภาวธรรมที่เป็นอกุศลเกิดขึ้นเพราะ นเหตุปัจจัย ได้แก่ โมหะที่สหรคตด้วยวิจิกิจฉาและที่สหรคตด้วยอุทธัจจะอาศัยขันธ์ ที่สหรคตด้วยวิจิกิจฉาและที่สหรคตด้วยอุทธัจจะเกิดขึ้น (๑)

สภาวธรรมที่เป็นอัพยากฤตอาศัยสภาวธรรมที่เป็นอัพยากฤตเกิดขึ้นเพราะ นเหตุปัจจัย ได้แก่ ขันธ์ ๓ และจิตตสมุฏฐานรูปอาศัยขันธ์ ๑ ที่เป็นอเหตุกะซึ่งเป็น อัพยากตวิบากและที่เป็นอัพยากตกิริยาเกิดขึ้น ขันธ์ ๑ และจิตตสมุฏฐานรูปอาศัย ขันธ์ ๓ เกิดขึ้น ขันธ์ ๒ และจิตตสมุฏฐานรูปอาศัยขันธ์ ๒ เกิดขึ้น ในปฏิสนธิขณะ ที่เป็นอเหตุกะ ๑- ขันธ์ ๓ และกฏัตตารูปอาศัยขันธ์ ๑ ที่เป็นอัพยากตวิบากเกิดขึ้น ขันธ์ ๑ และกฏัตตารูปอาศัยขันธ์ ๓ เกิดขึ้น ขันธ์ ๒ และกฏัตตารูปอาศัย ขันธ์ ๒ เกิดขึ้น หทัยวัตถุอาศัยขันธ์เกิดขึ้น ขันธ์อาศัยหทัยวัตถุเกิดขึ้น มหา- ภูตรูป ๓ อาศัยมหาภูตรูป ๑ เกิดขึ้น มหาภูตรูป ๑ อาศัยมหาภูตรูป ๓ เกิดขึ้น มหาภูตรูป ๒ อาศัยมหาภูตรูป ๒ เกิดขึ้น จิตตสมุฏฐานรูปและกฏัตตารูปที่เป็น อุปาทายรูปอาศัยมหาภูตรูปเกิดขึ้น... ที่เป็นภายนอก... ที่มีอาหารเป็นสมุฏฐาน... ที่มีอุตุเป็นสมุฏฐาน... สำหรับเหล่าอสัญญสัตตพรหม มหาภูตรูป ๓ อาศัยมหา- ภูตรูป ๑ เกิดขึ้น มหาภูตรูป ๑ อาศัยมหาภูตรูป ๓ เกิดขึ้น มหาภูตรูป ๒ อาศัย มหาภูตรูป ๒ เกิดขึ้น กฏัตตารูปที่เป็นอุปาทายรูปอาศัยมหาภูตรูปเกิดขึ้น (๑)

นอารัมมณปัจจัย

[๘๗]

สภาวธรรมที่เป็นอัพยากฤตอาศัยสภาวธรรมที่เป็นกุศลเกิดขึ้นเพราะ นอารัมมณปัจจัย ได้แก่ จิตตสมุฏฐานรูปอาศัยขันธ์ที่เป็นกุศลเกิดขึ้น (๑)

สภาวธรรมที่เป็นอัพยากฤตอาศัยสภาวธรรมที่เป็นอกุศลเกิดขึ้นเพราะนอารัมมณ- ปัจจัย ได้แก่ จิตตสมุฏฐานรูปอาศัยขันธ์ที่เป็นอกุศลเกิดขึ้น (๑)

@เชิงอรรถ :

@๑ ได้แก่ อุเปกขาสันตีรณจิต ๒ ขณะทำหน้าที่ปฏิสนธิของทุคคติอเหตุกบุคคลและสุคติอเหตุกบุคคลใน

@กามภูมิ

สภาวธรรมที่เป็นอัพยากฤตอาศัยสภาวธรรมที่เป็นอัพยากฤตเกิดขึ้นเพราะ นอารัมมณปัจจัย ได้แก่ จิตตสมุฏฐานรูปอาศัยขันธ์ที่เป็นอัพยากตวิบากและที่เป็น อัพยากตกิริยาเกิดขึ้น ในปฏิสนธิขณะ กฏัตตารูปอาศัยขันธ์ที่เป็นอัพยากตวิบาก เกิดขึ้น หทัยวัตถุอาศัยขันธ์เกิดขึ้น มหาภูตรูป ๓ อาศัยมหาภูตรูป ๑ เกิดขึ้น มหาภูตรูป ๑ อาศัยมหาภูตรูป ๓ เกิดขึ้น มหาภูตรูป ๒ อาศัยมหาภูตรูป ๒ เกิดขึ้น จิตตสมุฏฐานรูปและกฏัตตารูปที่เป็นอุปาทายรูปอาศัยมหาภูตรูปเกิดขึ้น ... ที่เป็น ภายนอก ... ที่มีอาหารเป็นสมุฏฐาน ... ที่มีอุตุเป็นสมุฏฐาน ... สำหรับเหล่า อสัญญสัตตพรหม มหาภูตรูป ๓ อาศัยมหาภูตรูป ๑ เกิดขึ้น มหาภูตรูป ๑ อาศัยมหาภูตรูป ๓ เกิดขึ้น มหาภูตรูป ๒ อาศัยมหาภูตรูป ๒ เกิดขึ้น กฏัตตารูป ที่เป็นอุปาทายรูปอาศัยมหาภูตรูปเกิดขึ้น (๑)

สภาวธรรมที่เป็นอัพยากฤตอาศัยสภาวธรรมที่เป็นกุศลและที่เป็นอัพยากฤต เกิดขึ้นเพราะนอารัมมณปัจจัย ได้แก่ จิตตสมุฏฐานรูปอาศัยขันธ์ที่เป็นกุศลและ มหาภูตรูปเกิดขึ้น (๑)

สภาวธรรมที่เป็นอัพยากฤตอาศัยสภาวธรรมที่เป็นอกุศลและที่เป็นอัพยากฤต เกิดขึ้นเพราะนอารัมมณปัจจัย ได้แก่ จิตตสมุฏฐานรูปอาศัยขันธ์ที่เป็นอกุศลและ มหาภูตรูปเกิดขึ้น (๑)

นอธิปติปัจจัย

[๘๘]

สภาวธรรมที่เป็นกุศลอาศัยสภาวธรรมที่เป็นกุศลเกิดขึ้นเพราะนอธิปติ- ปัจจัย ได้แก่ ขันธ์ ๓ อาศัยขันธ์ ๑ ที่เป็นกุศลเกิดขึ้น ขันธ์ ๑ อาศัยขันธ์ ๓ เกิดขึ้น ขันธ์ ๒ อาศัยขันธ์ ๒ เกิดขึ้น (๑)

สภาวธรรมที่เป็นอัพยากฤตอาศัยสภาวธรรมที่เป็นกุศลเกิดขึ้นเพราะนอธิปติ- ปัจจัย ได้แก่ จิตตสมุฏฐานรูปอาศัยขันธ์ที่เป็นกุศลเกิดขึ้น (๑)

สภาวธรรมที่เป็นกุศลและที่เป็นอัพยากฤตอาศัยสภาวธรรมที่เป็นกุศลเกิดขึ้น เพราะนอธิปติปัจจัย ได้แก่ ขันธ์ ๓ และจิตตสมุฏฐานรูปอาศัยขันธ์ ๑ ที่เป็นกุศล เกิดขึ้น ขันธ์ ๑ และจิตตสมุฏฐานรูปอาศัยขันธ์ ๓ เกิดขึ้น ขันธ์ ๒ และจิตต- สมุฏฐานรูปอาศัยขันธ์ ๒ เกิดขึ้น (๑)

สภาวธรรมที่เป็นอกุศลอาศัยสภาวธรรมที่เป็นอกุศลเกิดขึ้นเพราะนอธิปติปัจจัย ได้แก่ ขันธ์ ๓ อาศัยขันธ์ ๑ ที่เป็นอกุศลเกิดขึ้น ขันธ์ ๑ อาศัยขันธ์ ๓ เกิดขึ้น ขันธ์ ๒ อาศัยขันธ์ ๒ เกิดขึ้น (๑)

สภาวธรรมที่เป็นอัพยากฤตอาศัยสภาวธรรมที่เป็นอกุศลเกิดขึ้นเพราะนอธิปติ- ปัจจัย ได้แก่ จิตตสมุฏฐานรูปอาศัยขันธ์ที่เป็นอกุศลเกิดขึ้น (๑)

สภาวธรรมที่เป็นอกุศลและที่เป็นอัพยากฤตอาศัยสภาวธรรมที่เป็นอกุศล เกิดขึ้นเพราะนอธิปติปัจจัย ได้แก่ ขันธ์ ๓ และจิตตสมุฏฐานรูปอาศัยขันธ์ ๑ ที่ เป็นอกุศลเกิดขึ้น ขันธ์ ๑ และจิตตสมุฏฐานรูปอาศัยขันธ์ ๓ เกิดขึ้น ขันธ์ ๒ และ จิตตสมุฏฐานรูปอาศัยขันธ์ ๒ เกิดขึ้น (๑)

สภาวธรรมที่เป็นอัพยากฤตอาศัยสภาวธรรมที่เป็นอัพยากฤตเกิดขึ้นเพราะ นอธิปติปัจจัย ได้แก่ ขันธ์ ๓ และจิตตสมุฏฐานรูปอาศัยขันธ์ ๑ ที่เป็นอัพยากต- วิบาก และที่เป็นอัพยากตกิริยาเกิดขึ้น ขันธ์ ๑ และจิตตสมุฏฐานรูปอาศัยขันธ์ ๓ เกิดขึ้น ขันธ์ ๒ และจิตตสมุฏฐานรูปอาศัยขันธ์ ๒ เกิดขึ้น ในปฏิสนธิขณะ ขันธ์ ๓ และกฏัตตารูปอาศัยขันธ์ ๑ ที่เป็นอัพยากตวิบากเกิดขึ้น ขันธ์ ๑ และ กฏัตตารูปอาศัยขันธ์ ๓ เกิดขึ้น ขันธ์ ๒ และกฏัตตารูปอาศัยขันธ์ ๒ เกิดขึ้น หทัยวัตถุอาศัยขันธ์เกิดขึ้น ขันธ์อาศัยหทัยวัตถุเกิดขึ้น มหาภูตรูป ๓ อาศัยมหา- ภูตรูป ๑ เกิดขึ้น มหาภูตรูป ๑ อาศัยมหาภูตรูป ๓ เกิดขึ้น มหาภูตรูป ๒ อาศัย มหาภูตรูป ๒ เกิดขึ้น จิตตสมุฏฐานรูป และกฏัตตารูปที่เป็นอุปาทายรูปอาศัย มหาภูตรูปเกิดขึ้น ... ที่เป็นภายนอก ... ที่มีอาหารเป็นสมุฏฐาน ... ที่มีอุตุเป็น สมุฏฐาน ... สำหรับเหล่าอสัญญสัตตพรหม มหาภูตรูป ๓ อาศัยมหาภูตรูป ๑ เกิดขึ้น มหาภูตรูป ๑ อาศัยมหาภูตรูป ๓ เกิดขึ้น มหาภูตรูป ๒ อาศัยมหาภูตรูป ๒ เกิดขึ้น กฏัตตารูปที่เป็นอุปาทายรูปอาศัยมหาภูตรูปเกิดขึ้น (๑)

สภาวธรรมที่เป็นอัพยากฤตอาศัยสภาวธรรมที่เป็นกุศลและที่เป็นอัพยากฤต เกิดขึ้นเพราะนอธิปติปัจจัย ได้แก่ จิตตสมุฏฐานรูปอาศัยขันธ์ที่เป็นกุศลและอาศัย มหาภูตรูปเกิดขึ้น (๑)

สภาวธรรมที่เป็นอัพยากฤตอาศัยสภาวธรรมที่เป็นอกุศลและที่เป็นอัพยากฤต เกิดขึ้นเพราะนอธิปติปัจจัย ได้แก่ จิตตสมุฏฐานรูปอาศัยขันธ์ที่เป็นอกุศลและ อาศัยมหาภูตรูปเกิดขึ้น (๑)

นอนันตรปัจจัยและนสมนันตรปัจจัย

[๘๙]

สภาวธรรมที่เป็นอัพยากฤตอาศัยสภาวธรรมที่เป็นกุศลเกิดขึ้นเพราะ นอนันตรปัจจัย เพราะนสมนันตรปัจจัย ได้แก่ จิตตสมุฏฐานรูปอาศัยขันธ์ที่เป็นกุศล เกิดขึ้น (นอนันตรปัจจัยและนสมนันตรปัจจัยเหมือนกับนอารัมมณปัจจัย)

นอัญญมัญญปัจจัย

[๙๐]

สภาวธรรมที่เป็นอัพยากฤตอาศัยสภาวธรรมที่เป็นกุศลเกิดขึ้นเพราะ นอัญญมัญญปัจจัย ได้แก่ จิตตสมุฏฐานรูปอาศัยขันธ์ที่เป็นกุศลเกิดขึ้น (๑)

สภาวธรรมที่เป็นอัพยากฤตอาศัยสภาวธรรมที่เป็นอกุศลเกิดขึ้นเพราะ นอัญญมัญญปัจจัย ได้แก่ จิตตสมุฏฐานรูปอาศัยขันธ์ที่เป็นอกุศลเกิดขึ้น (๑)

สภาวธรรมที่เป็นอัพยากฤตอาศัยสภาวธรรมที่เป็นอัพยากฤตเกิดขึ้นเพราะ นอัญญมัญญปัจจัย ได้แก่ จิตตสมุฏฐานรูปอาศัยขันธ์ที่เป็นอัพยากตวิบากและที่ เป็นอัพยากตกิริยาเกิดขึ้น ในปฏิสนธิขณะ กฏัตตารูปอาศัยขันธ์ที่เป็นอัพยากต- วิบากเกิดขึ้น จิตตสมุฏฐานรูปและกฏัตตารูปที่เป็นอุปาทายรูปอาศัยมหาภูตรูปเกิด ขึ้น อุปาทายรูปอาศัยมหาภูตรูปที่เป็นภายนอกเกิดขึ้น อุปาทายรูปอาศัยมหาภูตรูป ที่มีอาหารเป็นสมุฏฐานเกิดขึ้น อุปาทายรูปอาศัยมหาภูตรูปที่มีอุตุเป็นสมุฏฐาน เกิดขึ้น สำหรับเหล่าอสัญญสัตตพรหม กฏัตตารูปที่เป็นอุปาทายรูปอาศัยมหา- ภูตรูปเกิดขึ้น (๑)

สภาวธรรมที่เป็นอัพยากฤตอาศัยสภาวธรรมที่เป็นกุศลและที่เป็นอัพยากฤต เกิดขึ้นเพราะนอัญญมัญญปัจจัย ได้แก่ จิตตสมุฏฐานรูปอาศัยขันธ์ที่เป็นกุศลและ อาศัยมหาภูตรูปเกิดขึ้น (๑)

สภาวธรรมที่เป็นอัพยากฤตอาศัยสภาวธรรมที่เป็นอกุศลและที่เป็นอัพยากฤต เกิดขึ้นเพราะนอัญญมัญญปัจจัย ได้แก่ จิตตสมุฏฐานรูปอาศัยขันธ์ที่เป็นอกุศลและ อาศัยมหาภูตรูปเกิดขึ้น (๑)

นอุปนิสสยปัจจัย

[๙๑]

ภาวธรรมที่เป็นอัพยากฤตอาศัยสภาวธรรมที่เป็นกุศลเกิดขึ้นเพราะ นอุปนิสสยปัจจัย ได้แก่ จิตตสมุฏฐานรูปอาศัยขันธ์ที่เป็นกุศลเกิดขึ้น (นอุปนิสสย- ปัจจัยเหมือนกับนอารัมมณปัจจัย)

นปุเรชาตปัจจัย

[๙๒]

สภาวธรรมที่เป็นกุศลอาศัยสภาวธรรมที่เป็นกุศลเกิดขึ้นเพราะนปุเร- ชาตปัจจัย ได้แก่ ในอรูปาวจรภูมิ ขันธ์ ๓ อาศัยขันธ์ ๑ ที่เป็นกุศลเกิดขึ้น ขันธ์ ๑ อาศัยขันธ์ ๓ เกิดขึ้น ขันธ์ ๒ อาศัยขันธ์ ๒ เกิดขึ้น (๑)

สภาวธรรมที่เป็นอัพยากฤตอาศัยสภาวธรรมที่เป็นกุศลเกิดขึ้นเพราะนปุเรชาต- ปัจจัย ได้แก่ จิตตสมุฏฐานรูปอาศัยขันธ์ที่เป็นกุศลเกิดขึ้น (๒)

สภาวธรรมที่เป็นอกุศลอาศัยสภาวธรรมที่เป็นอกุศลเกิดขึ้นเพราะนปุเรชาตปัจจัย ได้แก่ ในอรูปาวจรภูมิ ขันธ์ ๓ อาศัยขันธ์ ๑ ที่เป็นอกุศลเกิดขึ้น ขันธ์ ๑ อาศัย ขันธ์ ๓ เกิดขึ้น ขันธ์ ๒ อาศัยขันธ์ ๒ เกิดขึ้น (๑)

สภาวธรรมที่เป็นอัพยากฤตอาศัยสภาวธรรมที่เป็นอกุศลเกิดขึ้นเพราะนปุเรชาต- ปัจจัย ได้แก่ จิตตสมุฏฐานรูปอาศัยขันธ์ที่เป็นอกุศลเกิดขึ้น (๒)

สภาวธรรมที่เป็นอัพยากฤตอาศัยสภาวธรรมที่เป็นอัพยากฤตเกิดขึ้นเพราะ นปุเรชาตปัจจัย ได้แก่ ในอรูปาวจรภูมิ ขันธ์ ๓ อาศัยขันธ์ ๑ ที่เป็นอัพยากตวิบาก และที่เป็นอัพยากตกิริยาเกิดขึ้น ขันธ์ ๑ อาศัยขันธ์ ๓ เกิดขึ้น ขันธ์ ๒ อาศัย ขันธ์ ๒ เกิดขึ้น จิตตสมุฏฐานรูปอาศัยขันธ์ที่เป็นอัพยากตวิบากและที่เป็น อัพยากตกิริยาเกิดขึ้น ในปฏิสนธิขณะ ขันธ์ ๓ และกฏัตตารูปอาศัยขันธ์ ๑ ที่เป็นอัพยากตวิบากเกิดขึ้น ขันธ์ ๑ และกฏัตตารูปอาศัยขันธ์ ๓ เกิดขึ้น ขันธ์ ๒ และกฏัตตารูปอาศัยขันธ์ ๒ เกิดขึ้น หทัยวัตถุอาศัยขันธ์เกิดขึ้น ขันธ์อาศัย หทัยวัตถุเกิดขึ้น มหาภูตรูป ๓ อาศัยมหาภูตรูป ๑ เกิดขึ้น มหาภูตรูป ๑ อาศัยมหาภูตรูป ๓ เกิดขึ้น มหาภูตรูป ๒ อาศัยมหาภูตรูป ๒ เกิดขึ้น จิตตสมุฏฐานรูป ๑- และกฏัตตารูป ๒- ที่เป็นอุปาทายรูปอาศัยมหาภูตรูปเกิดขึ้น ... ที่ เป็นภายนอก ... ที่มีอาหารเป็นสมุฏฐาน ... ที่มีอุตุเป็นสมุฏฐาน ... สำหรับเหล่า อสัญญสัตตพรหม มหาภูตรูป ๓ อาศัยมหาภูตรูป ๑ เกิดขึ้น มหาภูตรูป ๑ อาศัยมหาภูตรูป ๓ เกิดขึ้น มหาภูตรูป ๒ อาศัยมหาภูตรูป ๒ เกิดขึ้น กฏัตตารูปที่ เป็นอุปาทายรูปอาศัยมหาภูตรูปเกิดขึ้น (๑)

สภาวธรรมที่เป็นอัพยากฤตอาศัยสภาวธรรมที่เป็นกุศลและที่เป็นอัพยากฤต เกิดขึ้นเพราะนปุเรชาตปัจจัย ได้แก่ จิตตสมุฏฐานรูปอาศัยขันธ์ที่เป็นกุศลและ อาศัยมหาภูตรูปเกิดขึ้น (๑)

สภาวธรรมที่เป็นอัพยากฤตอาศัยสภาวธรรมที่เป็นอกุศลและที่เป็นอัพยากฤต เกิดขึ้นเพราะนปุเรชาตปัจจัย ได้แก่ จิตตสมุฏฐานรูปอาศัยขันธ์ที่เป็นอกุศลและ อาศัยมหาภูตรูปเกิดขึ้น (๑)

นปัจฉาชาตปัจจัยและนอาเสวนปัจจัย

[๙๓]

สภาวธรรมที่เป็นกุศลอาศัยสภาวธรรมที่เป็นกุศลเกิดขึ้นเพราะนปัจฉา- ชาตปัจจัย ได้แก่ ... อาศัยขันธ์ ๑ ที่เป็นกุศล ฯลฯ

สภาวธรรมที่เป็นกุศลอาศัยสภาวธรรมที่เป็นกุศลเกิดขึ้นเพราะนอาเสวนปัจจัย ได้แก่ ... อาศัยขันธ์ ๑ ที่เป็นกุศล ฯลฯ (นปัจฉาชาตปัจจัยและนอาเสวนปัจจัย เหมือนกับนอธิปติปัจจัย)

นกัมมปัจจัย

[๙๔]

สภาวธรรมที่เป็นกุศลอาศัยสภาวธรรมที่เป็นกุศลเกิดขึ้นเพราะนกัมม- ปัจจัย ได้แก่ เจตนาที่เป็นกุศลอาศัยขันธ์ที่เป็นกุศลเกิดขึ้น (๑)

สภาวธรรมที่เป็นอกุศลอาศัยสภาวธรรมที่เป็นอกุศลเกิดขึ้นเพราะนกัมมปัจจัย ได้แก่ เจตนาที่เป็นอกุศลอาศัยขันธ์ที่เป็นอกุศลเกิดขึ้น (๑)

@เชิงอรรถ :

@๑ ในที่นี้ได้แก่ จิตตชรูป ๑๓

@๒ ในที่นี้ได้แก่ กัมมชรูป ๑๖ ที่เกิดพร้อมกับอุปาทขณะของปฏิสนธิวิญญาณ

สภาวธรรมที่เป็นอัพยากฤตอาศัยสภาวธรรมที่เป็นอัพยากฤตเกิดขึ้นเพราะ นกัมมปัจจัย ได้แก่ เจตนาที่เป็นอัพยากตกิริยาอาศัยขันธ์ที่เป็นอัพยากตกิริยาเกิดขึ้น ... ที่เป็นภายนอก ... ที่มีอาหารเป็นสมุฏฐาน ... มหาภูตรูป ๓ อาศัยมหาภูตรูป ๑ ที่มีอุตุเป็นสมุฏฐานเกิดขึ้น มหาภูตรูป ๑ อาศัยมหาภูตรูป ๓ เกิดขึ้น มหา- ภูตรูป ๒ อาศัยมหาภูตรูป ๒ เกิดขึ้น อุปาทายรูปอาศัยมหาภูตรูปเกิดขึ้น (๑)

นวิปากปัจจัย

[๙๕]

สภาวธรรมที่เป็นกุศลอาศัยสภาวธรรมที่เป็นกุศลเกิดขึ้นเพราะนวิปาก- ปัจจัย ได้แก่ ... อาศัยขันธ์ ๑ ที่เป็นกุศล ... มี ๓ วาระ

สภาวธรรมที่เป็นอกุศลอาศัยสภาวธรรมที่เป็นอกุศลเกิดขึ้นเพราะนวิปากปัจจัย ... มี ๓ วาระ

สภาวธรรมที่เป็นอัพยากฤตอาศัยสภาวธรรมที่เป็นอัพยากฤตเกิดขึ้นเพราะ นวิปากปัจจัย ได้แก่ ขันธ์ ๓ และจิตตสมุฏฐานรูปอาศัยขันธ์ ๑ ที่เป็นอัพยากต- กิริยาเกิดขึ้น ขันธ์ ๑ และจิตตสมุฏฐานรูปอาศัยขันธ์ ๓ เกิดขึ้น ขันธ์ ๒ และ จิตตสมุฏฐานรูปอาศัยขันธ์ ๒ เกิดขึ้น มหาภูตรูป ๓ อาศัยมหาภูตรูป ๑ เกิด ขึ้น ฯลฯ จิตตสมุฏฐานรูปที่เป็นอุปาทายรูปอาศัยมหาภูตรูปเกิดขึ้น ... ที่เป็น ภายนอก ... ที่มีอาหารเป็นสมุฏฐาน ... ที่มีอุตุเป็นสมุฏฐาน ... สำหรับเหล่า อสัญญสัตตพรหม มหาภูตรูป ๓ อาศัยมหาภูตรูป ๑ เกิดขึ้น ฯลฯ กฏัตตารูป ที่เป็นอุปาทายรูปอาศัยมหาภูตรูปเกิดขึ้น (๑)

สภาวธรรมที่เป็นอัพยากฤตอาศัยสภาวธรรมที่เป็นกุศลและที่เป็นอัพยากฤต เกิดขึ้นเพราะนวิปากปัจจัย ได้แก่ จิตตสมุฏฐานรูปอาศัยขันธ์ที่เป็นกุศลและ อาศัยมหาภูตรูปเกิดขึ้น (๑)

สภาวธรรมที่เป็นอัพยากฤตอาศัยสภาวธรรมที่เป็นอกุศลและที่เป็นอัพยากฤต เกิดขึ้นเพราะนวิปากปัจจัย ได้แก่ จิตตสมุฏฐานรูปอาศัยขันธ์ที่เป็นอกุศลและ อาศัยมหาภูตรูปเกิดขึ้น (๑)

นอาหารปัจจัย

[๙๖]

สภาวธรรมที่เป็นอัพยากฤตอาศัยสภาวธรรมที่เป็นอัพยากฤตเกิดขึ้น เพราะนอาหารปัจจัย ได้แก่ ... ที่เป็นภายนอก ... ที่มีอุตุเป็นสมุฏฐาน ... สำหรับ เหล่าอสัญญสัตตพรหม มหาภูตรูป ๓ อาศัยมหาภูตรูป ๑ เกิดขึ้น ฯลฯ กฏัตตารูปที่เป็นอุปาทายรูปอาศัยมหาภูตรูปเกิดขึ้น (๑)

นอินทรียปัจจัย

[๙๗]

สภาวธรรมที่เป็นอัพยากฤตอาศัยสภาวธรรมที่เป็นอัพยากฤตเกิด ขึ้นเพราะนอินทรียปัจจัย ได้แก่ ... ที่เป็นภายนอก ... ที่มีอาหารเป็นสมุฏฐาน ... มหาภูตรูป ๓ อาศัยมหาภูตรูป ๑ ที่มีอุตุเป็นสมุฏฐานเกิดขึ้น ฯลฯ อุปาทายรูป อาศัยมหาภูตรูปเกิดขึ้น สำหรับเหล่าอสัญญสัตตพรหม รูปชีวิตินทรีย์อาศัย มหาภูตรูปเกิดขึ้น

นฌานปัจจัย

[๙๘]

สภาวธรรมที่เป็นอัพยากฤตอาศัยสภาวธรรมที่เป็นอัพยากฤตเกิดขึ้น เพราะนฌานปัจจัย ได้แก่ ขันธ์ ๓ อาศัยขันธ์ ๑ ที่สหรคตด้วยปัญจวิญญาณเกิด ขึ้น ขันธ์ ๑ อาศัยขันธ์ ๓ เกิดขึ้น ขันธ์ ๒ อาศัยขันธ์ ๒ เกิดขึ้น ... ที่เป็น ภายนอก ... ที่มีอาหารเป็นสมุฏฐาน ... ที่มีอุตุเป็นสมุฏฐาน ... สำหรับเหล่า อสัญญสัตตพรหม มหาภูตรูป ๓ อาศัยมหาภูตรูป ๑ เกิดขึ้น ฯลฯ กฏัตตารูป ที่เป็นอุปาทายรูปอาศัยมหาภูตรูปเกิดขึ้น (๑)

นมัคคปัจจัย

[๙๙]

สภาวธรรมที่เป็นอัพยากฤตอาศัยสภาวธรรมที่เป็นอัพยากฤตเกิดขึ้น เพราะนมัคคปัจจัย ได้แก่ ขันธ์ ๓ และจิตตสมุฏฐานรูปอาศัยขันธ์ ๑ ที่เป็นอเหตุกะ ซึ่งเป็นอัพยากตวิบากและอัพยากตกิริยาเกิดขึ้น ขันธ์ ๑ และจิตตสมุฏฐานรูป อาศัยขันธ์ ๓ เกิดขึ้น ขันธ์ ๒ และจิตตสมุฏฐานรูปอาศัยขันธ์ ๒ เกิดขึ้น ใน ปฏิสนธิขณะที่เป็นอเหตุกะ ขันธ์ ๓ และกฏัตตารูปอาศัยขันธ์ ๑ ที่เป็นอัพยากต- วิบากเกิดขึ้น ขันธ์ ๑ และกฏัตตารูปอาศัยขันธ์ ๓ เกิดขึ้น ขันธ์ ๒ และกฏัตตารูป อาศัยขันธ์ ๒ เกิดขึ้น หทัยวัตถุอาศัยขันธ์เกิดขึ้น ขันธ์อาศัยหทัยวัตถุเกิดขึ้น มหาภูตรูป ๓ อาศัยมหาภูตรูป ๑ เกิดขึ้น มหาภูตรูป ๑ อาศัยมหาภูตรูป ๓ เกิดขึ้น มหาภูตรูป ๒ อาศัยมหาภูตรูป ๒ เกิดขึ้น จิตตสมุฏฐานรูปและกฏัตตารูปที่เป็น อุปาทายรูปอาศัยมหาภูตรูปเกิดขึ้น ... ที่เป็นภายนอก ... ที่มีอาหารเป็นสมุฏฐาน ... ที่มีอุตุเป็นสมุฏฐาน ... สำหรับเหล่าอสัญญสัตตพรหม มหาภูตรูป ๓ อาศัย มหาภูตรูป ๑ เกิดขึ้น ฯลฯ กฏัตตารูปที่เป็นอุปาทายรูปอาศัยมหาภูตรูปเกิดขึ้น (๑)

นสัมปยุตตปัจจัย

[๑๐๐]

สภาวธรรมที่เป็นอัพยากฤตอาศัยสภาวธรรมที่เป็นกุศลเกิดขึ้นเพราะ นสัมปยุตตปัจจัย ได้แก่ จิตตสมุฏฐานรูปอาศัยขันธ์ที่เป็นกุศลเกิดขึ้น (ปัจจัยนี้ เหมือนกับนอารัมมณปัจจัย)

นวิปปยุตตปัจจัย

[๑๐๑]

สภาวธรรมที่เป็นกุศลอาศัยสภาวธรรมที่เป็นกุศลเกิดขึ้นเพราะนวิปป- ยุตตปัจจัย ได้แก่ ในอรูปาวจรภูมิ ขันธ์ ๓ อาศัยขันธ์ ๑ ที่เป็นกุศลเกิดขึ้น ขันธ์ ๑ อาศัยขันธ์ ๓ เกิดขึ้น ขันธ์ ๒ อาศัยขันธ์ ๒ เกิดขึ้น (๑)

สภาวธรรมที่เป็นอกุศลอาศัยสภาวธรรมที่เป็นอกุศลเกิดขึ้นเพราะนวิปปยุตต- ปัจจัย ได้แก่ ในอรูปาวจรภูมิ ขันธ์ ๓ อาศัยขันธ์ ๑ ที่เป็นอกุศลเกิดขึ้น ขันธ์ ๑ อาศัยขันธ์ ๓ เกิดขึ้น ขันธ์ ๒ อาศัยขันธ์ ๒ เกิดขึ้น (๑)

สภาวธรรมที่เป็นอัพยากฤตอาศัยสภาวธรรมที่เป็นอัพยากฤตเกิดขึ้นเพราะ นวิปปยุตตปัจจัย ได้แก่ ในอรูปาวจรภูมิ ขันธ์ ๓ อาศัยขันธ์ ๑ ที่เป็นอัพยากต- วิบากและที่เป็นอัพยากตกิริยาเกิดขึ้น ขันธ์ ๑ อาศัยขันธ์ ๓ เกิดขึ้น ขันธ์ ๒ อาศัยขันธ์ ๒ เกิดขึ้น ... ที่เป็นภายนอก ... ที่มีอาหารเป็นสมุฏฐาน ... ที่มีอุตุเป็น สมุฏฐาน ... สำหรับเหล่าอสัญญสัตตพรหม มหาภูตรูป ๓ อาศัยมหาภูตรูป ๑ เกิดขึ้น ฯลฯ กฏัตตารูปที่เป็นอุปาทายรูปอาศัยมหาภูตรูปเกิดขึ้น (๑)

โนนัตถิปัจจัยและโนวิคตปัจจัย

[๑๐๒]

สภาวธรรมที่เป็นอัพยากฤตอาศัยสภาวธรรมที่เป็นกุศลเกิดขึ้นเพราะ โนนัตถิปัจจัย เพราะโนวิคตปัจจัย ได้แก่ จิตตสมุฏฐานรูปอาศัยขันธ์ที่เป็นกุศล เกิดขึ้น (สองปัจจัยนี้เหมือนกับนอารัมมณปัจจัย)

๒. ปัจจยปัจจนียะ ๒. สังขยาวาร

คณนมูลกนัย

[๑๐๓]

นเหตุปัจจัย มี ๒ วาระ

นอารัมมณปัจจัย มี ๕ วาระ

นอธิปติปัจจัย มี ๙ วาระ

นอนันตรปัจจัย มี ๕ วาระ

นสมนันตรปัจจัย มี ๕ วาระ

นอัญญมัญญปัจจัย มี ๕ วาระ

นอุปนิสสยปัจจัย มี ๕ วาระ

นปุเรชาตปัจจัย มี ๗ วาระ

นปัจฉาชาตปัจจัย มี ๙ วาระ

นอาเสวนปัจจัย มี ๙ วาระ

นกัมมปัจจัย มี ๓ วาระ

นวิปากปัจจัย มี ๙ วาระ

นอาหารปัจจัย มี ๑ วาระ

นอินทรียปัจจัย มี ๑ วาระ

นฌานปัจจัย มี ๑ วาระ

นมัคคปัจจัย มี ๑ วาระ

นสัมปยุตตปัจจัย มี ๕ วาระ

นวิปปยุตตปัจจัย มี ๓ วาระ

โนนัตถิปัจจัย มี ๕ วาระ

โนวิคตปัจจัย มี ๕ วาระ

นเหตุทุกนัย

[๑๐๔]

นอารัมมณปัจจัย กับนเหตุปัจจัย มี ๑ วาระ

นอธิปติปัจจัย ” มี ๒ วาระ

นอนันตรปัจจัย ” มี ๑ วาระ

นสมนันตรปัจจัย ” มี ๑ วาระ

นอัญญมัญญปัจจัย ” มี ๑ วาระ

นอุปนิสสยปัจจัย ” มี ๑ วาระ

นปุเรชาตปัจจัย ” มี ๒ วาระ

นปัจฉาชาตปัจจัย ” มี ๒ วาระ

นอาเสวนปัจจัย ” มี ๒ วาระ

นกัมมปัจจัย ” มี ๑ วาระ

นวิปากปัจจัย ” มี ๒ วาระ

นอาหารปัจจัย ” มี ๑ วาระ

นอินทรียปัจจัย ” มี ๑ วาระ

นฌานปัจจัย ” มี ๑ วาระ

นมัคคปัจจัย ” มี ๑ วาระ

นสัมปยุตตปัจจัย ” มี ๑ วาระ

นวิปปยุตตปัจจัย ” มี ๒ วาระ

โนนัตถิปัจจัย ” มี ๑ วาระ

โนวิคตปัจจัย ” มี ๑ วาระ

ติกนัย

[๑๐๕]

นอธิปติปัจจัย กับนเหตุปัจจัยและนอารัมมณปัจจัย มี ๑ วาระ

นอนันตรปัจจัย ” ” มี ๑ วาระ

นสมนันตรปัจจัย ” ” มี ๑ วาระ

นอัญญมัญญปัจจัย ” ” มี ๑ วาระ

นอุปนิสสยปัจจัย กับนเหตุปัจจัยและนอารัมมณปัจจัย มี ๑ วาระ

นปุเรชาตปัจจัย ” ” มี ๑ วาระ

นปัจฉาชาตปัจจัย ” ” มี ๑ วาระ

นอาเสวนปัจจัย ” ” มี ๑ วาระ

นกัมมปัจจัย ” ” มี ๑ วาระ

นวิปากปัจจัย ” ” มี ๑ วาระ

นอาหารปัจจัย ” ” มี ๑ วาระ

นอินทรียปัจจัย ” ” มี ๑ วาระ

นฌานปัจจัย ” ” มี ๑ วาระ

นมัคคปัจจัย ” ” มี ๑ วาระ

นสัมปยุตตปัจจัย ” ” มี ๑ วาระ

นวิปปยุตตปัจจัย ” ” มี ๑ วาระ

โนนัตถิปัจจัย ” ” มี ๑ วาระ

โนวิคตปัจจัย ” ” มี ๑ วาระ ฯลฯ

วีสกนัย

[๑๐๖]

โนวิคตปัจจัย กับนเหตุปัจจัย นอารัมมณปัจจัย นอธิปติปัจจัย นอนันตรปัจจัย นสมนันตรปัจจัย นอัญญมัญญปัจจัย นอุปนิสสยปัจจัย นปุเร- ชาตปัจจัย นปัจฉาชาตปัจจัย นอาเสวนปัจจัย นกัมมปัจจัย นวิปากปัจจัย นอาหารปัจจัย นอินทรียปัจจัย นฌานปัจจัย นมัคคปัจจัย นสัมปยุตตปัจจัย นวิปปยุตตปัจจัย และโนนัตถิปัจจัย มี ๑ วาระ

นเหตุมูลกนัย จบ

นอารัมมณทุกนัย

[๑๐๗]

นเหตุปัจจัย กับนอารัมมณปัจจัย มี ๑ วาระ

นอธิปติปัจจัย ” มี ๕ วาระ

นอนันตรปัจจัย ” มี ๕ วาระ

นสมนันตรปัจจัย กับนอารัมมมณปัจจัย มี ๕ วาระ

นอัญญมัญญปัจจัย ” มี ๕ วาระ

นอุปนิสสยปัจจัย ” มี ๕ วาระ

นปุเรชาตปัจจัย ” มี ๕ วาระ

นปัจฉาชาตปัจจัย ” มี ๕ วาระ

นอาเสวนปัจจัย ” มี ๕ วาระ

นกัมมปัจจัย ” มี ๑ วาระ

นวิปากปัจจัย ” มี ๕ วาระ

นอาหารปัจจัย ” มี ๑ วาระ

นอินทรียปัจจัย ” มี ๑ วาระ

นฌานปัจจัย ” มี ๑ วาระ

นมัคคปัจจัย ” มี ๑ วาระ

นสัมปยุตตปัจจัย ” มี ๕ วาระ

นวิปปยุตตปัจจัย ” มี ๑ วาระ

โนนัตถิปัจจัย ” มี ๕ วาระ

โนวิคตปัจจัย ” มี ๕ วาระ ฯลฯ

จตุกกนัย

[๑๐๘]

นอนันตรปัจจัย กับนอารัมมณปัจจัย นเหตุปัจจัย และนอธิปติปัจจัย มี ๑ วาระ ฯลฯ

โนนัตถิปัจจัย กับ ฯลฯ มี ๑ วาระ

โนวิคตปัจจัย กับ ฯลฯ มี ๑ วาระ ฯลฯ

นอธิปติทุกนัย

[๑๐๙]

นเหตุปัจจัย กับนอธิปติปัจจัย มี ๒ วาระ

นอารัมมณปัจจัย ” มี ๕ วาระ

นอนันตรปัจจัย กับนอธิปติปัจจัย มี ๕ วาระ

นสมนันตรปัจจัย ” มี ๕ วาระ

นอัญญมัญญปัจจัย ” มี ๕ วาระ

นอุปนิสสยปัจจัย ” มี ๕ วาระ

นปุเรชาตปัจจัย ” มี ๗ วาระ

นปัจฉาชาตปัจจัย ” มี ๙ วาระ

นอาเสวนปัจจัย ” มี ๙ วาระ

นกัมมปัจจัย ” มี ๓ วาระ

นวิปากปัจจัย ” มี ๙ วาระ

นอาหารปัจจัย ” มี ๑ วาระ

นอินทรียปัจจัย ” มี ๑ วาระ

นฌานปัจจัย ” มี ๑ วาระ

นมัคคปัจจัย ” มี ๑ วาระ

นสัมปยุตตปัจจัย ” มี ๕ วาระ

นวิปปยุตตปัจจัย ” มี ๓ วาระ

โนนัตถิปัจจัย ” มี ๕ วาระ

โนวิคตปัจจัย ” มี ๕ วาระ

ติกนัย

[๑๑๐]

นอารัมมณปัจจัย กับนอธิปติปัจจัยและนเหตุปัจจัย มี ๑ วาระ

นอนันตรปัจจัย ” ” มี ๑ วาระ

นสมนันตรปัจจัย ” ” มี ๑ วาระ

นอัญญมัญญปัจจัย ” ” มี ๑ วาระ

นอุปนิสสยปัจจัย ” ” มี ๑ วาระ

นปุเรชาตปัจจัย ” ” มี ๒ วาระ

นปัจฉาชาตปัจจัย ” ” มี ๒ วาระ

นอาเสวนปัจจัย ” ” มี ๒ วาระ

นกัมมปัจจัย กับนอธิปติปัจจัยและนเหตุปัจจัย มี ๑ วาระ

นวิปากปัจจัย ” ” มี ๒ วาระ

นอาหารปัจจัย ” ” มี ๑ วาระ

นอินทรียปัจจัย ” ” มี ๑ วาระ

นฌานปัจจัย ” ” มี ๑ วาระ

นมัคคปัจจัย ” ” มี ๑ วาระ

นสัมปยุตตปัจจัย ” ” มี ๑ วาระ

นวิปปยุตตปัจจัย ” ” มี ๒ วาระ

โนนัตถิปัจจัย ” ” มี ๑ วาระ

โนวิคตปัจจัย ” ” มี ๑ วาระ

จตุกกนัย

[๑๑๑]

นอนันตรปัจจัย กับนอธิปติปัจจัย นเหตุปัจจัย และนอารัมมณปัจจัย มี ๑ วาระ (ทุกปัจจัยมีปัจจัยละ ๑ วาระ)

นวิปปยุตตปัจจัย กับ ฯลฯ มี ๑ วาระ

โนนัตถิปัจจัย กับ ฯลฯ มี ๑ วาระ

โนวิคตปัจจัย กับ ฯลฯ มี ๑ วาระ ฯลฯ

นอนันตรปัจจัยเป็นต้น

[๑๑๒]

... กับนอนันตรปัจจัย นสมนันตรปัจจัย นอัญญมัญญปัจจัย และ นอุปนิสสยปัจจัย (ปัจจัยนี้เหมือนกับนอารัมมณปัจจัย)

นปุเรชาตทุกนัย

[๑๑๓]

นเหตุปัจจัย กับนปุเรชาตปัจจัย มี ๒ วาระ

นอารัมมณปัจจัย ” มี ๕ วาระ

นอธิปติปัจจัย ” มี ๗ วาระ

นอนันตรปัจจัย กับนปุเรชาตปัจจัย มี ๕ วาระ

นสมนันตรปัจจัย ” มี ๕ วาระ

นอัญญมัญญปัจจัย ” มี ๕ วาระ

นอุปนิสสยปัจจัย ” มี ๕ วาระ

นปัจฉาชาตปัจจัย ” มี ๗ วาระ

นอาเสวนปัจจัย ” มี ๗ วาระ

นกัมมปัจจัย ” มี ๓ วาระ

นวิปากปัจจัย ” มี ๗ วาระ

นอาหารปัจจัย ” มี ๑ วาระ

นอินทรียปัจจัย ” มี ๑ วาระ

นฌานปัจจัย ” มี ๑ วาระ

นมัคคปัจจัย ” มี ๑ วาระ

นสัมปยุตตปัจจัย ” มี ๕ วาระ

นวิปปยุตตปัจจัย ” มี ๓ วาระ

โนนัตถิปัจจัย ” มี ๕ วาระ

โนวิคตปัจจัย ” มี ๕ วาระ

ติกนัย

[๑๑๔]

นอารัมมณปัจจัย กับนปุเรชาตปัจจัย และนเหตุปัจจัย มี ๑ วาระ

นอธิปติปัจจัย ” ” มี ๒ วาระ

นอนันตรปัจจัย ” ” มี ๑ วาระ

นสมนันตรปัจจัย ” ” มี ๑ วาระ

นอัญญมัญญปัจจัย ” ” มี ๑ วาระ

นอุปนิสสยปัจจัย ” ” มี ๑ วาระ

นปัจฉาชาตปัจจัย ” ” มี ๒ วาระ

นอาเสวนปัจจัย ” ” มี ๒ วาระ

นกัมมปัจจัย ” ” มี ๑ วาระ

นวิปากปัจจัย กับนปุเรชาตปัจจัยและนเหตุปัจจัย มี ๒ วาระ

นอาหารปัจจัย ” ” มี ๑ วาระ

นอินทรียปัจจัย ” ” มี ๑ วาระ

นฌานปัจจัย ” ” มี ๑ วาระ

นมัคคปัจจัย ” ” มี ๑ วาระ

นสัมปยุตตปัจจัย ” ” มี ๑ วาระ

นวิปปยุตตปัจจัย ” ” มี ๒ วาระ

โนนัตถิปัจจัย ” ” มี ๑ วาระ

โนวิคตปัจจัย ” ” มี ๑ วาระ

จตุกกนัย

[๑๑๕]

นอธิปติปัจจัย กับนปุเรชาตปัจจัย นเหตุปัจจัยและนอารัมมณปัจจัย มี ๑ วาระ

นอนันตรปัจจัย กับ ฯลฯ มี ๑ วาระ (ทุกปัจจัยมีปัจจัยละ ๑ วาระ)

โนนัตถิปัจจัย กับ ฯลฯ มี ๑ วาระ

โนวิคตปัจจัย กับ ฯลฯ มี ๑ วาระ ฯลฯ

นปัจฉาชาตะและนอาเสวนทุกนัย

[๑๑๖]

นเหตุปัจจัย กับนปัจฉาชาตปัจจัยและนอาเสวนปัจจัย มี ๒ วาระ

นอารัมมณปัจจัย ” ” มี ๕ วาระ

นอธิปติปัจจัย ” ” มี ๙ วาระ

นอนันตรปัจจัย ” ” มี ๕ วาระ

นสมนันตรปัจจัย ” ” มี ๕ วาระ

นอัญญมัญญปัจจัย ” ” มี ๕ วาระ

นอุปนิสสยปัจจัย ” ” มี ๕ วาระ

นปุเรชาตปัจจัย ” ” มี ๗ วาระ

นปัจฉาชาตปัจจัย ” ” มี ๙ วาระ

นกัมมปัจจัย กับนปัจฉาชาตปัจจัยและนอาเสวนปัจจัย มี ๓ วาระ

นวิปากปัจจัย ” ” มี ๙ วาระ

นอาหารปัจจัย ” ” มี ๑ วาระ

นอินทรียปัจจัย ” ” มี ๑ วาระ

นฌานปัจจัย ” ” มี ๑ วาระ

นสัมปยุตตปัจจัย ” ” มี ๕ วาระ

นวิปปยุตตปัจจัย ” ” มี ๓ วาระ

โนนัตถิปัจจัย ” ” มี ๕ วาระ

โนวิคตปัจจัย ” ” มี ๕ วาระ

ติกนัย

[๑๑๗]

นอารัมมณปัจจัย กับนอาเสวนปัจจัย และนเหตุปัจจัย มี ๑ วาระ

นอธิปติปัจจัย ” ” มี ๒ วาระ

นอนันตรปัจจัย ” ” มี ๑ วาระ

นสมนันตรปัจจัย ” ” มี ๑ วาระ

นอัญญมัญญปัจจัย ” ” มี ๑ วาระ

นอุปนิสสยปัจจัย ” ” มี ๑ วาระ

นปุเรชาตปัจจัย ” ” มี ๒ วาระ

นปัจฉาชาตปัจจัย ” ” มี ๒ วาระ

นกัมมปัจจัย ” ” มี ๑ วาระ

นวิปากปัจจัย ” ” มี ๒ วาระ

นอาหารปัจจัย ” ” มี ๑ วาระ

นอินทรียปัจจัย ” ” มี ๑ วาระ

นฌานปัจจัย ” ” มี ๑ วาระ

นมัคคปัจจัย ” ” มี ๑ วาระ

นสัมปยุตตปัจจัย ” ” มี ๑ วาระ

นวิปปยุตตปัจจัย กับนอาเสวนปัจจัยและนเหตุปัจจัย มี ๒ วาระ

โนนัตถิปัจจัย " " มี ๑ วาระ

โนวิคตปัจจัย " " มี ๑ วาระ

จตุกกนัย

[๑๑๘]

นอธิปติปัจจัย กับนอาเสวนปัจจัย นเหตุปัจจัย และนอารัมมณปัจจัย มี ๑ วาระ

นอนันตรปัจจัย กับ ฯลฯ มี ๑ วาระ (ทุกปัจจัยมีปัจจัยละ ๑ วาระ)

โนนัตถิปัจจัย กับ ฯลฯ มี ๑ วาระ

โนวิคตปัจจัย กับ ฯลฯ มี ๑ วาระ ฯลฯ

นกัมมทุกนัย

[๑๑๙]

นเหตุปัจจัย กับนกัมมปัจจัย มี ๑ วาระ

นอารัมมณปัจจัย ” มี ๑ วาระ

นอธิปติปัจจัย ” มี ๓ วาระ

นอนันตรปัจจัย ” มี ๑ วาระ

นสมนันตรปัจจัย ” มี ๑ วาระ

นอัญญมัญญปัจจัย ” มี ๑ วาระ

นอุปนิสสยปัจจัย ” มี ๑ วาระ

นปุเรชาตปัจจัย ” มี ๓ วาระ

นปัจฉาชาตปัจจัย ” มี ๓ วาระ

นอาเสวนปัจจัย ” มี ๓ วาระ

นวิปากปัจจัย ” มี ๓ วาระ

นอาหารปัจจัย ” มี ๑ วาระ

นอินทรียปัจจัย ” มี ๑ วาระ

นฌานปัจจัย ” มี ๑ วาระ

นมัคคปัจจัย ” มี ๑ วาระ

นสัมปยุตตปัจจัย กับนกัมมปัจจัย มี ๑ วาระ

นวิปปยุตตปัจจัย ” มี ๓ วาระ

โนนัตถิปัจจัย ” มี ๑ วาระ

โนวิคตปัจจัย ” มี ๑ วาระ

ติกนัย

[๑๒๐]

นอารัมมณปัจจัย กับนกัมมปัจจัย และนเหตุปัจจัย มี ๑ วาระ

นอธิปติปัจจัย ” มี ๑ วาระ (ทุกปัจจัยมีปัจจัยละ ๑ วาระ)

โนนัตถิปัจจัย ” มี ๑ วาระ

โนวิคตปัจจัย ” มี ๑ วาระ ฯลฯ

นวิปากทุกนัย

[๑๒๑]

นเหตุปัจจัย กับนวิปากปัจจัย มี ๒ วาระ

นอารัมมณปัจจัย ” มี ๕ วาระ

นอธิปติปัจจัย ” มี ๙ วาระ

นอนันตรปัจจัย ” มี ๕ วาระ

นสมนันตรปัจจัย ” มี ๕ วาระ

นอัญญมัญญปัจจัย ” มี ๕ วาระ

นอุปนิสสยปัจจัย ” มี ๕ วาระ

นปุเรชาตปัจจัย ” มี ๗ วาระ

นปัจฉาชาตปัจจัย ” มี ๙ วาระ

นอาเสวนปัจจัย ” มี ๙ วาระ

นกัมมปัจจัย ” มี ๓ วาระ

นอาหารปัจจัย ” มี ๑ วาระ

นอินทรียปัจจัย ” มี ๑ วาระ

นฌานปัจจัย ” มี ๑ วาระ

นมัคคปัจจัย ” มี ๑ วาระ

นสัมปยุตตปัจจัย กับนวิปากปัจจัย มี ๕ วาระ

นวิปปยุตตปัจจัย ” มี ๓ วาระ

โนนัตถิปัจจัย ” มี ๕ วาระ

โนวิคตปัจจัย ” มี ๕ วาระ

ติกนัย

[๑๒๒]

นอารัมมณปัจจัย กับนวิปากปัจจัยและนเหตุปัจจัย มี ๑ วาระ

นอธิปติปัจจัย ” ” มี ๒ วาระ

นอนันตรปัจจัย ” ” มี ๑ วาระ

นสมนันตรปัจจัย ” ” มี ๑ วาระ

นอัญญมัญญปัจจัย ” ” มี ๑ วาระ

นอุปนิสสยปัจจัย ” ” มี ๑ วาระ

นปุเรชาตปัจจัย ” ” มี ๒ วาระ

นปัจฉาชาตปัจจัย ” ” มี ๒ วาระ

นอาเสวนปัจจัย ” ” มี ๒ วาระ

นกัมมปัจจัย ” ” มี ๑ วาระ

นอาหารปัจจัย ” ” มี ๑ วาระ

นอินทรียปัจจัย ” ” มี ๑ วาระ

นฌานปัจจัย ” ” มี ๑ วาระ

นมัคคปัจจัย ” ” มี ๑ วาระ

นสัมปยุตตปัจจัย ” ” มี ๑ วาระ

นวิปปยุตตปัจจัย ” ” มี ๒ วาระ

โนนัตถิปัจจัย ” ” มี ๑ วาระ

โนวิคตปัจจัย ” ” มี ๑ วาระ

จตุกกนัย

[๑๒๓]

นอธิปติปัจจัย กับนวิปากปัจจัย นเหตุปัจจัย และนอารัมมณปัจจัย มี ๑ วาระ (ทุกปัจจัยมีปัจจัยละ ๑ วาระ)

โนนัตถิปัจจัย กับ ฯลฯ มี ๑ วาระ

โนวิคตปัจจัย กับ ฯลฯ มี ๑ วาระ ฯลฯ

ทุกนัยมีนอาหารปัจจัยเป็นต้น

[๑๒๔]

นเหตุปัจจัย กับนอาหารปัจจัย ฯลฯ นอินทรียปัจจัย ฯลฯ นฌานปัจจัย ฯลฯ นมัคคปัจจัย มี ๑ วาระ (ทุกปัจจัยมีปัจจัยละ ๑ วาระ)

โนนัตถิปัจจัย กับ ฯลฯ มี ๑ วาระ

โนวิคตปัจจัย กับ ฯลฯ มี ๑ วาระ ฯลฯ

นสัมปยุตตทุกนัย

[๑๒๕]

นเหตุปัจจัย กับนสัมปยุตตปัจจัย มี ๑ วาระ

นอารัมมณปัจจัย ” มี ๕ วาระ

(ปัจจัยนี้เหมือนกับนอารัมมณปัจจัย)

โนวิคตปัจจัย ” มี ๕ วาระ

นวิปปยุตตทุกนัย

[๑๒๖]

นเหตุปัจจัย กับนวิปปยุตตปัจจัย มี ๒ วาระ

นอารัมมณปัจจัย ” มี ๑ วาระ

นอธิปติปัจจัย ” มี ๓ วาระ

นอนันตรปัจจัย ” มี ๑ วาระ

นสมนันตรปัจจัย ” มี ๑ วาระ

นอัญญมัญญปัจจัย ” มี ๑ วาระ

นอุปนิสสยปัจจัย ” มี ๑ วาระ

นปุเรชาตปัจจัย ” มี ๓ วาระ

นปัจฉาชาตปัจจัย ” มี ๓ วาระ

นอาเสวนปัจจัย ” มี ๓ วาระ

นกัมมปัจจัย ” มี ๓ วาระ

นวิปากปัจจัย กับนวิปปยุตตปัจจัย มี ๓ วาระ

นอาหารปัจจัย ” มี ๑ วาระ

นอินทรียปัจจัย ” มี ๑ วาระ

นฌานปัจจัย ” มี ๑ วาระ

นมัคคปัจจัย ” มี ๑ วาระ

นสัมปยุตตปัจจัย ” มี ๑ วาระ

โนนัตถิปัจจัย ” มี ๑ วาระ

โนวิคตปัจจัย ” มี ๑ วาระ

ติกนัย

[๑๒๗]

นอารัมมณปัจจัย กับนวิปปยุตตปัจจัยและนเหตุปัจจัย มี ๑ วาระ

นอธิปติปัจจัย ” ” มี ๒ วาระ

นอนันตรปัจจัย ” ” มี ๑ วาระ

นสมนันตรปัจจัย ” ” มี ๑ วาระ

นอัญญมัญญปัจจัย ” ” มี ๑ วาระ

นอุปนิสสยปัจจัย ” ” มี ๑ วาระ

นปุเรชาตปัจจัย ” ” มี ๒ วาระ

นปัจฉาชาตปัจจัย ” ” มี ๒ วาระ

นอาเสวนปัจจัย ” ” มี ๒ วาระ

นกัมมปัจจัย ” ” มี ๑ วาระ

นวิปากปัจจัย ” ” มี ๒ วาระ

นอาหารปัจจัย ” ” มี ๑ วาระ

นอินทรียปัจจัย ” ” มี ๑ วาระ

นฌานปัจจัย ” ” มี ๑ วาระ

นมัคคปัจจัย ” ” มี ๑ วาระ

นสัมปยุตตปัจจัย ” ” มี ๑ วาระ

โนนัตถิปัจจัย ” ” มี ๑ วาระ

โนวิคตปัจจัย ” ” มี ๑ วาระ

จตุกกนัย

[๑๒๘]

นอธิปติปัจจัย กับนวิปปยุตตปัจจัย นเหตุปัจจัย และนอารัมมณปัจจัย มี ๑ วาระ

นอนันตรปัจจัย กับ ฯลฯ มี ๑ วาระ (ทุกปัจจัยมีปัจจัยละ ๑ วาระ)

โนนัตถิปัจจัย กับ ฯลฯ มี ๑ วาระ

โนวิคตปัจจัย กับ ฯลฯ มี ๑ วาระ ฯลฯ

โนนัตถิและโนวิคตทุกนัย

[๑๒๙]

นเหตุปัจจัย กับโนนัตถิปัจจัยและโนวิคตปัจจัย มี ๑ วาระ

นอารัมมณปัจจัย ” ” มี ๕ วาระ

นอธิปติปัจจัย ” ” มี ๕ วาระ

นอนันตรปัจจัย ” ” มี ๕ วาระ

นสมนันตรปัจจัย ” ” มี ๕ วาระ

นอัญญมัญญปัจจัย ” ” มี ๕ วาระ

นอุปนิสสยปัจจัย ” ” มี ๕ วาระ

นปุเรชาตปัจจัย ” ” มี ๕ วาระ

นปัจฉาชาตปัจจัย ” ” มี ๕ วาระ

นอาเสวนปัจจัย ” ” มี ๕ วาระ

นกัมมปัจจัย ” ” มี ๑ วาระ

นวิปากปัจจัย ” ” มี ๕ วาระ

นอาหารปัจจัย ” ” มี ๑ วาระ

นอินทรียปัจจัย ” ” มี ๑ วาระ

นฌานปัจจัย ” ” มี ๑ วาระ

นมัคคปัจจัย ” ” มี ๑ วาระ

นสัมปยุตตปัจจัย ” ” มี ๕ วาระ

นวิปปยุตตปัจจัย ” ” มี ๑ วาระ

โนนัตถิปัจจัย ” ” มี ๕ วาระ

ติกนัย

[๑๓๐]

นอารัมมณปัจจัย กับโนวิคตปัจจัยและนเหตุปัจจัย มี ๑ วาระ

นอธิปติปัจจัย ” ” มี ๑ วาระ

(ทุกปัจจัยมีปัจจัยละ ๑ วาระ)

นวิปปยุตตปัจจัย ” ” มี ๑ วาระ

โนนัตถิปัจจัย ” ” มี ๑ วาระ ฯลฯ

ปัจจนียะ จบ

ที่มา: พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่มที่ ๔๐ จาก 84000.org

รายงานข้อผิดพลาด

ภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เป็นงานของมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย คัดมาตามต้นฉบับโดยไม่แก้ถ้อยคำ แสดงภายใต้ เงื่อนไขนี้ หากเจ้าของประสงค์ให้นำออก แจ้งที่ saddhammadana@gmail.com จะนำออกทันที

หัวข้อก่อนหน้าอนุโลมนัยกลับไปยังสารบัญเล่มที่ ๔๐ปัจจนียานุโลมหัวข้อถัดไปปัจจยานุโลมปัจจนียนัย