ข้ามไปยังเนื้อหา
ธรรมคลัง
หน้าแรกหนังสือบทสวดพระไตรปิฎกชาดกหมวดธรรม
ENเข้าสู่ระบบสมัครสมาชิก
ธรรมคลัง

แหล่งรวมหนังสือ พระสูตร บทสวด และพระไตรปิฎก เพื่อการเรียนรู้ ฝึกฝน และการใช้ชีวิตอย่างมีสติในทุกวัน

เมนูหลัก

  • หน้าแรก
  • หนังสือ
  • บทสวด
  • พระไตรปิฎก
  • ชาดก
  • หมวดธรรม
  • ค้นหา

เกี่ยวกับเรา

  • เกี่ยวกับโครงการ
  • แหล่งที่มาของเนื้อหา
  • ร่วมสนับสนุน

บริการช่วยเหลือ

  • ที่เก็บไว้
  • สำรวจคลังธรรมะ
  • ฟังธรรม
  • API สำหรับนักพัฒนา
“
“สพฺพทานํ ธมฺมทานํ ชินาติ”การให้ธรรมเป็นทานย่อมชำนะการให้ทั้งปวง
ธรรมบท ๓๕๔

© ๒๕๖๙ ธรรมคลัง สงวนลิขสิทธิ์

  1. หน้าแรก
  2. /
  3. พระไตรปิฎก
  4. /
  5. เล่มที่ ๘
  6. /
  7. ทุติยคาถาสังคณิกะ
  8. /
  9. อาบัติทางกายเป็นต้น

อาบัติทางกายเป็นต้น

เล่มที่ ๘ · ข้อ ๑๒๔๒ · บรรทัด ๑๒๖๐๗

วิธีแสดงอาบัติ · ยาวตติยกาบัติเป็นต้น · กรรมสมบัติ · ภิกษุผู้ทำลายสงฆ์ไปสู่อบาย · ภิกษุทำลายสงฆ์ไม่ไปสู่อบาย · กรรม ๑๖ อย่าง · ปาราชิก ๘ เป็นต้น คัดจากพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย ตัวบทจาก 84000.org

ฉบับหลวงฉบับมหาจุฬาฯบาลีอักษรไทยPALI ROMANอรรถกถาอรรถกถาบาลีอักษรไทยAtthakatha PaliRoman
พรีวิว / พิมพ์ PDFโหมดอ่านต่อเนื่อง

ภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย

ทุติยคาถาสังคณิกะ

ว่าด้วยกลุ่มคาถา กลุ่มที่ ๒

๑. กายิกาทิอาปัตติ

ว่าด้วยอาบัติทางกาย เป็นต้น

[๔๗๔]

ถาม : อาบัติทางกายจัดไว้เท่าไร ทางวาจาจัดไว้เท่าไร เมื่อปกปิดต้องอาบัติเท่าไร อาบัติที่มีการเคล้าคลึงเป็นปัจจัยมีเท่าไร

ตอบ : อาบัติทางกายจัดไว้ ๖ ทางวาจาจัดไว้ ๖ เมื่อปกปิดต้องอาบัติ ๓ อย่าง อาบัติที่มีการเคล้าคลึง เป็นปัจจัยมี ๕

ต้องอาบัติเมื่ออรุณขึ้น เป็นต้น

ถาม : ต้องอาบัติเมื่ออรุณขึ้นมีเท่าไร อาบัติชื่อยาวตติยกา มีเท่าไร อาบัติชื่ออัฏฐวัตถุกาในศาสนานี้มีเท่าไร จัดสิกขาบทและปาติโมกขุทเทสทั้งมวล เข้าในอุทเทสเท่าไร

ตอบ : ต้องอาบัติเมื่ออรุณขึ้นมี ๓ อาบัติชื่อยาวตติยกามี ๒ อาบัติชื่ออัฏฐวัตถุกาในศาสนานี้มี ๑ จัดสิกขาบทและปาติโมกขุทเทสทั้งมวลเข้าในนิทานุทเทสอย่างเดียว

มูลแห่งพระวินัย เป็นต้น

ถาม : มูลแห่งพระวินัยที่พระพุทธเจ้าทรงบัญญัติไว้มีเท่าไร อาบัติหนักในฝ่ายพระวินัยที่ตรัสไว้มีเท่าไร อาบัติเพราะปิดโทษชั่วหยาบมีเท่าไร

ตอบ : มูลแห่งพระวินัยที่พระพุทธเจ้าทรงบัญญัติไว้มี ๒ อาบัติหนักในฝ่ายพระวินัยที่ตรัสไว้มี ๒ อาบัติเพราะปิดโทษชั่วหยาบมี ๒

ต้องอาบัติในละแวกบ้าน เป็นต้น

ถาม : อาบัติในละแวกบ้านมีเท่าไร อาบัติมีฝั่งนทีเป็นปัจจัยมีเท่าไร ต้องอาบัติถุลลัจจัย เพราะเนื้อกี่ชนิด ต้องอาบัติทุกกฏเพราะเนื้อกี่ชนิด

ตอบ : อาบัติในละแวกบ้านมี ๔ อาบัติมีฝั่งนทีเป็นปัจจัยมี ๔ ต้องอาบัติถุลลัจจัยเพราะเนื้อชนิดเดียว ต้องอาบัติทุกกฏเพราะเนื้อ ๙ ชนิด

ต้องอาบัติทางวาจาในกลางคืน เป็นต้น

ถาม : อาบัติทางวาจาในกลางคืนมีเท่าไร อาบัติทางวาจา ในกลางวันมีเท่าไร เมื่อให้ต้องอาบัติเท่าไร เมื่อรับต้องอาบัติเท่าไร

ตอบ : อาบัติทางวาจาในกลางคืนมี ๒ อาบัติทางวาจาในกลางวันมี ๒ เมื่อให้ต้องอาบัติ ๓ เมื่อรับต้องอาบัติ ๔

๒. เทสนาคามินิยาทิอาปัตติ

ว่าด้วยอาบัติเป็นเทสนาคามินี เป็นต้น

[๔๗๕]

ถาม : อาบัติเป็นเทสนาคามินีมีเท่าไร อาบัติที่แก้ไขได้จัดไว้เท่าไร อาบัติที่ทำคืนไม่ได้ในศาสนานี้พระพุทธเจ้า ผู้เป็นเผ่าพันธุ์แห่งพระราชาผู้สูงศักดิ์ตรัสไว้เท่าไร

ตอบ : อาบัติเป็นเทสนาคามินีมี ๕ อาบัติที่ทำคืนได้จัดไว้ ๖ อาบัติที่ทำคืนไม่ได้ในศาสนานี้พระพุทธเจ้า ผู้เป็นเผ่าพันธุ์แห่งพระราชาผู้สูงศักดิ์ตรัสไว้อย่างเดียว

ต้องอาบัติหนักในฝ่ายพระวินัย เป็นต้น

ถาม : อาบัติหนักในฝ่ายพระวินัยเป็นไปทางกายและวาจา ตรัสไว้เท่าไร ธัญญรสในเวลาวิกาลมีเท่าไร สมมติด้วยญัตติจตุตถกรรมวาจามีเท่าไร

ตอบ : อาบัติหนักในฝ่ายพระวินัยเป็นไปทางกายและวาจาตรัสไว้ ๒ ธัญญรสในเวลาวิกาลมีอย่างเดียว สมมติด้วยญัตติจตุตถกรรมวาจามีอย่างเดียว

อาบัติปาราชิกทางกาย เป็นต้น

ถาม : อาบัติปาราชิกทางกายมีเท่าไร ภูมิของภิกษุผู้มีสังวาส มีเท่าไร รัตติเฉทของภิกษุกี่พวก และพระบัญญัติเรื่อง ๒ นิ้วมีเท่าไร

ตอบ : อาบัติปาราชิกทางกายมี ๒ ภูมิของภิกษุผู้มีสังวาสมี ๒ รัตติเฉทของภิกษุมี ๒ พวก และพระบัญญัติเรื่อง ๒ นิ้วมี ๒

ต้องอาบัติเพราะทำร้ายตัวเอง เป็นต้น

ถาม : เพราะทำร้ายตัวเองต้องอาบัติเท่าไร สงฆ์แตกกันด้วยอาการเท่าไร อาบัติชื่อปฐมาปัตติกา ในศาสนานี้มีเท่าไร การทำญัตติมีเท่าไร

ตอบ : เพราะทำร้ายตัวเองต้องอาบัติมี ๒ สงฆ์แตกกันด้วยอาการ ๒ อาบัติชื่อปฐมาปัตติกาในศาสนานี้มี ๒ ทำญัตติมี ๒

ต้องอาบัติเพราะปาณาติบาต เป็นต้น

ถาม : อาบัติเพราะปาณาติบาตมีเท่าไร อาบัติปาราชิก เนื่องด้วยวาจามีเท่าไร อาบัติเกี่ยวด้วยพูดเชิญชวนตรัสไว้เท่าไร อาบัติเกี่ยวด้วยเที่ยวเป็นพ่อสื่อตรัสไว้เท่าไร

ตอบ : อาบัติเพราะปาณาติบาตมี ๓ อาบัติปาราชิกเนื่องด้วยวาจามี ๓ อาบัติเกี่ยวด้วยพูดเชิญชวนตรัสไว้ ๓ และอาบัติเกี่ยวด้วยเที่ยวเป็นพ่อสื่อตรัสไว้ ๓

บุคคลไม่ควรให้อุปสมบท เป็นต้น

ถาม : บุคคลไม่ควรให้อุปสมบทมีเท่าไร กรรมสังคหะมีเท่าไร บุคคลถูกนาสนะตรัสไว้เท่าไร อนุสาวนาเดียวกันสำหรับบุคคลจำนวนเท่าไร

ตอบ : บุคคลไม่ควรให้อุปสมบทมี ๓ พวก กรรมสังคหะมี ๓ อย่าง บุคคลที่ถูกนาสนะตรัสไว้ ๓ พวก อนุสาวนาเดียวกันสำหรับบุคคลจำนวน ๓ คน

ต้องอาบัติเพราะอทินนาทาน เป็นต้น

ถาม : ต้องอาบัติเพราะอทินนาทานมีเท่าไร อาบัติเพราะเสพเมถุนธรรมเป็นปัจจัยมีเท่าไร เมื่อตัด(ต้นไม้)ต้องอาบัติเท่าไร อาบัติเพราะวัตถุที่ทิ้งเป็นปัจจัยมีเท่าไร

ตอบ : ต้องอาบัติเพราะอทินนาทานมี ๓ อาบัติเพราะเสพเมถุนธรรมเป็นปัจจัยมี ๔ เมื่อตัดต้องอาบัติ ๓ อาบัติเพราะวัตถุที่ทิ้งเป็นปัจจัยมี ๕

ปรับอาบัติควบกัน เป็นต้น

ถาม : ในภิกขุโนวาทกวรรค อาบัติทุกกฏกับปาจิตตีย์ ที่ตรัสไว้หมวดที่ ๙ ในสิกขาบทที่ ๑ นั้นมีเท่าไร ภิกษุณีกี่จำพวกเป็นเหตุให้ภิกษุต้องอาบัติ เพราะจีวรเป็นเหตุ

ตอบ : ในภิกขุโนวาทกวรรค อาบัติทุกกฏกับปาจิตตีย์ ที่ตรัสไว้หมวดที่ ๙ ในสิกขาบทที่ ๑ นั้นมี ๔ ภิกษุณี ๒ พวกเป็นเหตุให้ภิกษุต้องอาบัติ เพราะจีวรเป็นเหตุ

ต้องอาบัติปาฏิเทสนียะ เป็นต้น

ถาม : อาบัติปาฏิเทสนียะที่ตรัสไว้แก่ภิกษุณีมีเท่าไร เพราะขอข้าวเปลือกมาฉัน ปรับอาบัติทุกกฏกับปาจิตตีย์หรือ

ตอบ : อาบัติปาฏิเทสนียะที่ตรัสไว้แก่ภิกษุณี ปรับอาบัติไว้ ๘ เพราะขอข้าวเปลือกมาฉัน ปรับอาบัติทุกกฏกับปาจิตตีย์

ต้องอาบัติเพราะเดิน เป็นต้น

ถาม : ผู้เดินต้องอาบัติเท่าไร ผู้ยืนต้องอาบัติเท่าไร ผู้นั่งต้องอาบัติเท่าไร และผู้นอนต้องอาบัติเท่าไร

ตอบ : ผู้เดินต้องอาบัติ ๔ ผู้ยืนต้องอาบัติ ๔ เท่ากัน ผู้นั่งต้องอาบัติ ๔ และผู้นอนต้องอาบัติ ๔ เท่ากัน

๓. ปาจิตติยะ

ว่าด้วยอาบัติปาจิตตีย์ต้องอาบัติในเขตเดียวกัน

[๔๗๖]

ถาม : อาบัติปาจิตตีย์ทั้งหมดที่มีวัตถุต่างกัน มีเท่าไร ภิกษุพึงต้องในขณะเดียวกัน ไม่ก่อน ไม่หลัง

ตอบ : อาบัติปาจิตตีย์ทั้งหมดที่มีวัตถุต่างกัน มี ๕ ภิกษุพึงต้องในขณะเดียวกัน ไม่ก่อน ไม่หลัง

ถาม : อาบัติปาจิตตีย์ทั้งหมดที่มีวัตถุต่างกัน มีเท่าไร ภิกษุพึงต้องในขณะเดียวกัน ไม่ก่อน ไม่หลัง

ตอบ : อาบัติปาจิตตีย์ทั้งหมดที่มีวัตถุต่างกัน มี ๙ ภิกษุพึงต้องในขณะเดียวกัน ไม่ก่อน ไม่หลัง

วิธีแสดงอาบัติ

ถาม : อาบัติปาจิตตีย์ทั้งหมดที่มีวัตถุต่างกัน มีเท่าไร อันพระพุทธเจ้าผู้เป็นเผ่าพันธุ์แห่งพระราชาผู้สูงศักดิ์ตรัสไว้แล้ว ภิกษุพึงแสดงด้วยวาจาเท่าไร

ตอบ : อาบัติปาจิตตีย์ทั้งหมดที่มีวัตถุต่างกัน มี ๕ อันพระพุทธเจ้าผู้เป็นเผ่าพันธุ์แห่งพระราชาผู้สูงศักดิ์ตรัสไว้แล้ว ภิกษุพึงแสดงด้วยวาจาอย่างเดียว

ถาม : อาบัติปาจิตตีย์ทั้งหมดที่มีวัตถุต่างกัน มีเท่าไร อันพระพุทธเจ้าผู้เป็นเผ่าพันธุ์แห่งพระราชาผู้สูงศักดิ์ตรัสไว้แล้ว ภิกษุพึงแสดงด้วยวาจาเท่าไร

ตอบ : อาบัติปาจิตตีย์ทั้งหมดที่มีวัตถุต่างกัน มี ๙ อันพระพุทธเจ้าผู้เป็นเผ่าพันธุ์แห่งพระราชาผู้สูงศักดิ์ตรัสไว้แล้ว ภิกษุพึงแสดงด้วยวาจาอย่างเดียว

ถาม : อาบัติปาจิตตีย์ทั้งหมดที่มีวัตถุต่างกัน มีเท่าไร อันพระพุทธเจ้าผู้เป็นเผ่าพันธุ์แห่งพระราชาผู้สูงศักดิ์ตรัสไว้แล้ว ภิกษุพึงแสดงระบุอะไร

ตอบ : อาบัติปาจิตตีย์ทั้งหมดที่มีวัตถุต่างกัน มี ๕ อันพระพุทธเจ้าผู้เป็นเผ่าพันธุ์แห่งพระราชาผู้สูงศักดิ์ตรัสไว้แล้ว ภิกษุพึงแสดงระบุวัตถุ

ถาม : อาบัติปาจิตตีย์ทั้งหมดที่มีวัตถุต่างกัน มีเท่าไร อันพระพุทธเจ้าผู้เป็นเผ่าพันธุ์แห่งพระราชาผู้สูงศักดิ์ตรัสไว้แล้ว ภิกษุพึงแสดงระบุอะไร

ตอบ : อาบัติปาจิตตีย์ทั้งหมดที่มีวัตถุต่างกัน มี ๙ อันพระพุทธเจ้าผู้เป็นเผ่าพันธุ์แห่งพระราชาผู้สูงศักดิ์ตรัสไว้แล้ว ภิกษุพึงแสดงระบุวัตถุ

ยาวตติยกาบัติ เป็นต้น

ถาม : เพราะสวดสมนุภาสน์ครบ ๓ ครั้ง ต้องอาบัติเท่าไร เพราะการกล่าวเป็นปัจจัย ต้องอาบัติเท่าไร ภิกษุเคี้ยวต้องอาบัติเท่าไร เพราะโภชนะเป็นปัจจัย ต้องอาบัติเท่าไร

ตอบ : เพราะสวดสมนุภาสน์ครบ ๓ ครั้ง ต้องอาบัติ ๓ เพราะการกล่าวเป็นปัจจัย ต้องอาบัติ ๖ ภิกษุเคี้ยวต้องอาบัติ ๓ เพราะโภชนะเป็นปัจจัย ต้องอาบัติ ๕

ฐานะแห่งยาวตติยกาบัติ เป็นต้น

ถาม : ยาวตติยกาบัติทั้งหมดย่อมถึงฐานะเท่าไร อาบัติมีแก่คนกี่พวก และอธิกรณ์มีแก่คนกี่พวก

ตอบ : ยาวตติยกาบัติทั้งหมดย่อมถึงฐานะ ๕ อาบัติมีแก่สหธรรมิก ๕ และอธิกรณ์มีแก่สหธรรมิก ๕

วินิจฉัย เป็นต้น

ถาม : วินิจฉัยมีแก่คนกี่พวก การระงับมีแก่คนกี่พวก บุคคลกี่พวกไม่ต้องอาบัติ และภิกษุย่อมงามด้วยฐานะเท่าไร

ตอบ : วินิจฉัยมีแก่สหธรรมิก ๕ การระงับมีแก่ สหธรรมิก ๕ ไม่ต้องอาบัติ และภิกษุย่อมงามด้วย ๓ ฐานะ

อาบัติทางกายในราตรี เป็นต้น

ถาม : อาบัติทางกายในกลางคืนมีเท่าไร อาบัติทางกาย ในกลางวันมีเท่าไร ภิกษุเพ่งดูต้องอาบัติเท่าไร เพราะบิณฑบาตเป็นปัจจัย ต้องอาบัติเท่าไร

ตอบ : อาบัติทางกายในกลางคืนมี ๒ อาบัติทางกาย ในกลางวันมี ๒ ภิกษุเพ่งดูต้องอาบัติกองเดียว เพราะบิณฑบาตเป็นปัจจัย ต้องอาบัติกองเดียว

ภิกษุที่สงฆ์ยกวัตร เป็นต้น

ถาม : ภิกษุเห็นอานิสงส์เท่าไรจึงแสดงเพราะเชื่อคนอื่น ภิกษุถูกยกวัตรตรัสไว้เท่าไร ความประพฤติชอบมีเท่าไร

ตอบ : ภิกษุเห็นอานิสงส์ ๘ อย่างจึงแสดง เพราะเชื่อคนอื่น ภิกษุถูกยกวัตรตรัสไว้ ๓ พวก ความประพฤติชอบมี ๔๓ ข้อ

มุสาวาท เป็นต้น

ถาม : มุสาวาทถึงฐานะเท่าไร ที่ตรัสว่าอย่างยิ่งมีเท่าไร ปาฏิเทสนียะมีกี่สิกขาบท และการแสดงโทษของบุคคลกี่พวก

ตอบ : มุสาวาทถึงฐานะ ๕ ที่ตรัสว่าอย่างยิ่งมี ๑๔ สิกขาบท ปาฏิเทสนียะมี ๑๒ สิกขาบท และการแสดงโทษของบุคคล ๔ พวก

องค์ของมุสาวาท เป็นต้น

ถาม : มุสาวาทมีองค์เท่าไร องค์อุโบสถมีเท่าไร องค์ที่เอื้อต่อการเป็นทูตมีเท่าไร ติตถิยวัตรมีเท่าไร

ตอบ : มุสาวาทมีองค์ ๘ องค์อุโบสถมี ๘ องค์ ที่เอื้อต่อการเป็นทูตมี ๘ ติตถิยวัตรมี ๘

อุปสัมปทา เป็นต้น

ถาม : อุปสัมปทามีวาจาเท่าไร ภิกษุณีพึงลุกรับภิกษุณี กี่พวก พึงให้อาสนะแก่ภิกษุณีกี่พวก ภิกษุผู้สั่งสอนภิกษุณีประกอบด้วยคุณสมบัติเท่าไร

ตอบ : อุปสัมปทามีวาจา ๘ ภิกษุณีพึงลุกรับภิกษุณี ๘ พวก พึงให้อาสนะแก่ภิกษุณี ๘ พวก ภิกษุผู้สั่งสอนภิกษุณีประกอบด้วยคุณสมบัติ ๘ ข้อ

ความขาด เป็นต้น

ถาม : ความขาดมีแก่บุคคลเท่าไร อาบัติถุลลัจจัย มีแก่บุคคลเท่าไร บุคคลเท่าไรไม่ต้องอาบัติ อาบัติและอนาบัติของคนทั้งหมดมีวัตถุอย่างเดียวกันหรือ

ตอบ : ความขาดมีแก่บุคคลผู้เดียว อาบัติถุลลัจจัย มีแก่บุคคล ๔ พวก บุคคล ๔ พวกไม่ต้องอาบัติ อาบัติและอนาบัติของคนทั้งหมดมีวัตถุอย่างเดียวกัน

กรรมเนื่องด้วยญัตติ เป็นต้น

ถาม : อาฆาตวัตถุมีเท่าไร สงฆ์แตกกันด้วยเหตุเท่าไร อาบัติชื่อปฐมาปัตติกา ในศาสนานี้มีเท่าไร การทำด้วยญัตติมีเท่าไร

ตอบ : อาฆาตวัตถุมี ๙ สงฆ์แตกกันด้วยเหตุ ๙ อย่าง อาบัติชื่อปฐมาปัตติกาในศาสนานี้มี ๙ อย่าง การทำด้วยญัตติมี ๙ อย่าง

๔. อวันทนียปุคคลาทิ

ว่าด้วยบุคคลไม่ควรไหว้ เป็นต้น

[๔๗๗]

ถาม : บุคคลเท่าไรอันภิกษุไม่ควรกราบไหว้ ไม่ควรทำอัญชลีกรรมและสามีจิกรรม ทำแก่บุคคลกี่พวก ต้องอาบัติทุกกฏ การทรงจีวรมีกำหนดเท่าไร

ตอบ : บุคคล ๑๐ จำพวก อันภิกษุไม่ควรกราบไหว้ ไม่ควรทำอัญชลีกรรม และสามีจิกรรม ทำแก่บุคคล ๑๐ จำพวก ต้องอาบัติทุกกฏ การทรงจีวรมีกำหนด ๑๐ วัน

ให้จีวร เป็นต้น

ถาม : จีวรควรให้แก่บุคคลในศาสนานี้ผู้อยู่จำพรรษาแล้ว กี่พวก เมื่อมีผู้รับแทน ควรให้แก่บุคคลกี่พวก และไม่ควรให้แก่บุคคลกี่พวก

ตอบ : จีวรควรให้แก่สหธรรมิก ๕ ในศาสนานี้ผู้อยู่จำพรรษาแล้ว เมื่อมีผู้รับแทน ควรให้แก่บุคคล ๗ จำพวก และไม่ควรให้แก่บุคคล ๑๖ จำพวก

ภิกษุอยู่ปริวาส

ถาม : ชั่ว ๑๐๐ ราตรี ภิกษุอยู่ปริวาสปิดอาบัติไว้กี่ร้อย ต้องอยู่ปริวาสกี่ราตรีจึงจะพ้น

ตอบ : ชั่ว ๑๐๐ ราตรี ภิกษุอยู่ปริวาสปิดอาบัติไว้ ๑,๐๐๐ ราตรี ต้องอยู่ปริวาส ๑๐ ราตรีจึงจะพ้น

โทษแห่งกรรม

ถาม : โทษแห่งกรรมอันพระพุทธเจ้าผู้เป็นเผ่าพันธุ์ แห่งพระราชาผู้สูงศักดิ์ตรัสไว้เท่าไร กรรมที่ไม่ชอบธรรมทั้งหมด ที่ตรัสไว้ในเรื่องพระวินัยในพระนครจัมปามีเท่าไร

ตอบ : โทษแห่งกรรมอันพระพุทธเจ้าผู้เป็นเผ่าพันธุ์ แห่งพระราชาผู้สูงศักดิ์ตรัสไว้มี ๑๒ กรรม กรรมที่ตรัสไว้ในเรื่องพระวินัยในพระนครจัมปาล้วนไม่ชอบธรรม

กรรมสมบัติ

ถาม : กรรมสมบัติอันพระพุทธเจ้าผู้เป็นเผ่าพันธุ์ แห่งพระราชาผู้สูงศักดิ์ตรัสไว้เท่าไร กรรมที่ชอบธรรมทั้งหมด ที่ตรัสไว้ในเรื่องพระวินัยในพระนครจัมปามีเท่าไร

ตอบ : กรรมสมบัติอันพระพุทธเจ้าผู้เป็นเผ่าพันธุ์ แห่งพระราชาผู้สูงศักดิ์ตรัสไว้มี ๔ ประการ กรรมที่ตรัสไว้ในเรื่องพระวินัยในพระนครจัมปาล้วนชอบธรรม

กรรม ๖ อย่าง

ถาม : กรรมอันพระพุทธเจ้าผู้เป็นเผ่าพันธุ์ แห่งพระราชาผู้สูงศักดิ์ตรัสไว้เท่าไร กรรมที่ตรัสไว้ในเรื่องพระวินัยในพระนครจัมปา ที่ชอบธรรมมีเท่าไร ที่ไม่ชอบธรรมมีเท่าไร

ตอบ : กรรมอันพระพุทธเจ้าผู้เป็นเผ่าพันธุ์ แห่งพระราชาผู้สูงศักดิ์ตรัสไว้มี ๖ อย่าง ในกรรม ๖ อย่างนี้ กรรมอันพระพุทธเจ้าผู้เป็นเผ่าพันธุ์แห่งพระราชาผู้สูงศักดิ์ ตรัสไว้ในเรื่องพระวินัยในพระนครจัมปา ที่ชอบธรรมมีอย่างเดียว ที่ไม่ชอบธรรมมี ๕ อย่าง

กรรม ๔ อย่าง

ถาม : กรรมอันพระพุทธเจ้าผู้เป็นเผ่าพันธุ์ แห่งพระราชาผู้สูงศักดิ์ตรัสไว้เท่าไร กรรมที่ตรัสไว้ในเรื่องพระวินัย ในพระนครจัมปา ที่ชอบธรรมมีเท่าไร ที่ไม่ชอบธรรมมีเท่าไร

ตอบ : กรรมอันพระพุทธเจ้าผู้เป็นเผ่าพันธุ์ แห่งพระราชาผู้สูงศักดิ์ตรัสไว้มี ๔ อย่าง ในกรรม ๔ อย่างนี้ กรรมอันพระพุทธเจ้าผู้เป็นเผ่าพันธุ์ แห่งพระราชาผู้สูงศักดิ์ตรัสไว้ในเรื่องพระวินัยในพระนครจัมปา ที่ชอบธรรมมีอย่างเดียว ที่ไม่ชอบธรรมมี ๓ อย่าง

อาบัติระงับ และไม่ระงับ

ถาม : ในกองอาบัติที่พระอนันตชินเจ้าผู้คงที่ ผู้ทรงเห็นวิเวก ทรงแสดงแล้วนั้น กองอาบัติกี่กอง เว้นสมถะเสียก็ระงับได้ ท่านผู้ฉลาดในวิภังค์ ข้าพเจ้าถามข้อนั้น ขอท่านจงบอก

ตอบ : ในกองอาบัติที่พระอนันตชินเจ้าผู้คงที่ ผู้ทรงเห็นวิเวก ทรงแสดงแล้วนั้น กองอาบัติกองเดียว เว้นสมถะเสียก็ระงับได้ ท่านผู้ฉลาดในวิภังค์ ข้าพเจ้าขอบอกข้อนั้นแก่ท่าน

ภิกษุผู้ทำลายสงฆ์ไปสู่อบาย

ถาม : ภิกษุผู้ทำลายสงฆ์ไปสู่อบาย อันพระพุทธเจ้า ผู้เป็นเผ่าพันธุ์แห่งพระราชาผู้สูงศักดิ์ตรัสไว้เท่าไร ข้าพเจ้าทั้งหลายขอฟังวิสัยของท่านผู้รู้แจ้งพระวินัย

ตอบ : ภิกษุผู้ทำลายสงฆ์ไปสู่อบาย ตกนรกอยู่ชั่วกัป อันพระพุทธเจ้าผู้เป็นเผ่าพันธุ์แห่งพระราชา ผู้สูงศักดิ์ตรัสไว้ ๑๔๔ พวก ขอท่านจงฟังวิสัยของข้าพเจ้าผู้รู้แจ้งพระวินัย

ภิกษุผู้ทำลายสงฆ์ไม่ไปสู่อบาย

ถาม : ภิกษุผู้ทำลายสงฆ์ไม่ไปสู่อบาย อันพระพุทธเจ้าผู้เป็นเผ่าพันธุ์แห่งพระราชาผู้สูงศักดิ์ตรัสไว้เท่าไร ข้าพเจ้าทั้งหลายขอฟังวิสัยของท่านผู้รู้แจ้งพระวินัย

ตอบ : ภิกษุผู้ทำลายสงฆ์ไม่ไปสู่อบาย อันพระพุทธเจ้าผู้เป็นเผ่าพันธุ์แห่ง พระราชาผู้สูงศักดิ์ตรัสไว้ ๑๘ พวก ขอท่านจงฟังวิสัยของข้าพเจ้าผู้รู้แจ้งพระวินัย

หมวด ๘

ถาม : หมวด ๘ อันพระพุทธเจ้าผู้เป็นเผ่าพันธุ์ แห่งพระราชาผู้สูงศักดิ์ตรัสไว้เท่าไร ข้าพเจ้าทั้งหลายขอฟังวิสัยของท่านผู้รู้แจ้งพระวินัย

ตอบ : หมวด ๘ อันพระพุทธเจ้าผู้เป็นเผ่าพันธุ์ แห่งพระราชาผู้สูงศักดิ์ตรัสไว้ ๑๘ หมวด ขอท่านจงฟังวิสัยของข้าพเจ้าผู้รู้แจ้งพระวินัย

๕. โสฬสกัมมาทิ

ว่าด้วยกรรม ๑๖ อย่าง เป็นต้น

[๔๗๘]

ถาม : กรรมอันพระพุทธเจ้าผู้เป็นเผ่าพันธุ์ แห่งพระราชาผู้สูงศักดิ์ตรัสไว้เท่าไร ข้าพเจ้าทั้งหลายขอฟังวิสัยของท่านผู้รู้แจ้งพระวินัย

ตอบ : กรรมอันพระพุทธเจ้าผู้เป็นเผ่าพันธุ์ แห่งพระราชาผู้สูงศักดิ์ตรัสไว้ ๑๖ อย่าง ขอท่านจงฟังวิสัยของข้าพเจ้าผู้รู้แจ้งพระวินัย

โทษแห่งกรรม

ถาม : โทษแห่งกรรมอันพระพุทธเจ้าผู้เป็นเผ่าพันธุ์ แห่งพระราชาผู้สูงศักดิ์ตรัสไว้เท่าไร ข้าพเจ้าทั้งหลายขอฟังวิสัยของท่านผู้รู้แจ้งพระวินัย

ตอบ : โทษแห่งกรรมอันพระพุทธเจ้าผู้เป็นเผ่าพันธุ์ แห่งพระราชาผู้สูงศักดิ์ตรัสไว้ ๑๒ อย่าง ขอท่านจงฟังวิสัยของข้าพเจ้าผู้รู้แจ้งพระวินัย

กรรมสมบัติ

ถาม : กรรมสมบัติอันพระพุทธเจ้าผู้เป็นเผ่าพันธุ์ แห่งพระราชาผู้สูงศักดิ์ตรัสไว้เท่าไร ข้าพเจ้าทั้งหลายขอฟังวิสัยของท่านผู้รู้แจ้งพระวินัย

ตอบ : กรรมสมบัติอันพระพุทธเจ้าผู้เป็นเผ่าพันธุ์ แห่งพระราชาผู้สูงศักดิ์ตรัสไว้ ๔ อย่าง ขอท่านจงฟังวิสัยของข้าพเจ้าผู้รู้แจ้งพระวินัย

กรรม ๖

ถาม : กรรมอันพระพุทธเจ้าผู้เป็นเผ่าพันธุ์ แห่งพระราชาผู้สูงศักดิ์ตรัสไว้เท่าไร ข้าพเจ้าทั้งหลายขอฟังวิสัยของท่านผู้รู้แจ้งพระวินัย

ตอบ : กรรมอันพระพุทธเจ้าผู้เป็นเผ่าพันธุ์ แห่งพระราชาผู้สูงศักดิ์ตรัสไว้ ๖ อย่าง ขอท่านจงฟังวิสัยของข้าพเจ้าผู้รู้แจ้งพระวินัย

กรรม ๔

ถาม : กรรมอันพระพุทธเจ้าผู้เป็นเผ่าพันธุ์ แห่งพระราชาผู้สูงศักดิ์ตรัสไว้เท่าไร ข้าพเจ้าทั้งหลายขอฟังวิสัยของท่านผู้รู้แจ้งพระวินัย

ตอบ : กรรมอันพระพุทธเจ้าผู้เป็นเผ่าพันธุ์ แห่งพระราชาผู้สูงศักดิ์ตรัสไว้ ๔ อย่าง ขอท่านจงฟังวิสัยของข้าพเจ้าผู้รู้แจ้งพระวินัย

ปาราชิก ๘

ถาม : ปาราชิกอันพระพุทธเจ้าผู้เป็นเผ่าพันธุ์ แห่งพระราชาผู้สูงศักดิ์ตรัสไว้เท่าไร ข้าพเจ้าทั้งหลายขอฟังวิสัยของท่านผู้รู้แจ้งพระวินัย

ตอบ : ปาราชิกอันพระพุทธเจ้าผู้เป็นเผ่าพันธุ์ แห่งพระราชาผู้สูงศักดิ์ตรัสไว้ ๘ อย่าง ขอท่านจงฟังวิสัยของข้าพเจ้าผู้รู้แจ้งพระวินัย

สังฆาทิเสส ๒๓

ถาม : สังฆาทิเสสอันพระพุทธเจ้าผู้เป็นเผ่าพันธุ์ แห่งพระราชาผู้สูงศักดิ์ตรัสไว้เท่าไร ข้าพเจ้าทั้งหลายขอฟังวิสัยของท่านผู้รู้แจ้งพระวินัย

ตอบ : สังฆาทิเสสอันพระพุทธเจ้าผู้เป็นเผ่าพันธุ์ แห่งพระราชาผู้สูงศักดิ์ตรัสไว้ ๒๓ อย่าง ขอท่านจงฟังวิสัยของข้าพเจ้าผู้รู้แจ้งพระวินัย

อนิยต ๒

ถาม : อนิยตอันพระพุทธเจ้าผู้เป็นเผ่าพันธุ์ แห่งพระราชาผู้สูงศักดิ์ตรัสไว้เท่าไร ข้าพเจ้าทั้งหลายขอฟังวิสัยของท่านผู้รู้แจ้งพระวินัย

ตอบ : อนิยตอันพระพุทธเจ้าผู้เป็นเผ่าพันธุ์ แห่งพระราชาผู้สูงศักดิ์ตรัสไว้ ๒ สิกขาบท ขอท่านจงฟังวิสัยของข้าพเจ้าผู้รู้แจ้งพระวินัย

นิสสัคคีย์ ๔๒

ถาม : นิสสัคคีย์อันพระพุทธเจ้าผู้เป็นเผ่าพันธุ์ แห่งพระราชาผู้สูงศักดิ์ตรัสไว้เท่าไร ข้าพเจ้าทั้งหลายขอฟังวิสัยของท่านผู้รู้แจ้งพระวินัย

ตอบ : นิสสัคคีย์อันพระพุทธเจ้าผู้เป็นเผ่าพันธุ์ แห่งพระราชาผู้สูงศักดิ์ตรัสไว้ ๔๒ สิกขาบท ขอท่านจงฟังวิสัยของข้าพเจ้าผู้รู้แจ้งพระวินัย

ปาจิตตีย์ ๑๘๘

ถาม : ปาจิตตีย์อันพระพุทธเจ้าผู้เป็นเผ่าพันธุ์ แห่งพระราชาผู้สูงศักดิ์ตรัสไว้เท่าไร ข้าพเจ้าทั้งหลายขอฟังวิสัยของท่านผู้รู้แจ้งพระวินัย

ตอบ : ปาจิตตีย์อันพระพุทธเจ้าผู้เป็นเผ่าพันธุ์ แห่งพระราชาผู้สูงศักดิ์ตรัสไว้ ๑๘๘ สิกขาบท ขอท่านจงฟังวิสัยของข้าพเจ้าผู้รู้แจ้งพระวินัย

ปาฏิเทสนียะ ๑๒

ถาม : ปาฏิเทสนียะอันพระพุทธเจ้าผู้เป็นเผ่าพันธุ์ แห่งพระราชาผู้สูงศักดิ์ตรัสไว้เท่าไร ข้าพเจ้าทั้งหลายขอฟังวิสัยของท่านผู้รู้แจ้งพระวินัย

ตอบ : ปาฏิเทสนียะอันพระพุทธเจ้าผู้เป็นเผ่าพันธุ์ แห่งพระราชาผู้สูงศักดิ์ตรัสไว้ ๑๒ สิกขาบท ขอท่านจงฟังวิสัยของข้าพเจ้าผู้รู้แจ้งพระวินัย

เสขิยะ ๗๕

ถาม : เสขิยะอันพระพุทธเจ้าผู้เป็นเผ่าพันธุ์ แห่งพระราชาผู้สูงศักดิ์ตรัสไว้เท่าไร ข้าพเจ้าทั้งหลายขอฟังวิสัยของท่านผู้รู้แจ้งพระวินัย

ตอบ : เสขิยะอันพระพุทธเจ้าผู้เป็นเผ่าพันธุ์ แห่งพระราชาผู้สูงศักดิ์ตรัสไว้ ๗๕ สิกขาบท ขอท่านจงฟังวิสัยของข้าพเจ้าผู้รู้แจ้งพระวินัย ปัญหาข้อใด ท่านถามแล้วด้วยดีเพียงใด ปัญหาข้อนั้นข้าพเจ้าก็ตอบแล้วด้วยดี เพียงนั้น อนึ่ง ในคำถามและคำตอบจะไม่อ้างถึงสูตรอะไร ไม่มีแล

ทุติยคาถาสังคณิกะ จบ

ที่มา: พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่มที่ ๘ จาก 84000.org

รายงานข้อผิดพลาด

ภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เป็นงานของมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย คัดมาตามต้นฉบับโดยไม่แก้ถ้อยคำ แสดงภายใต้ เงื่อนไขนี้ หากเจ้าของประสงค์ให้นำออก แจ้งที่ saddhammadana@gmail.com จะนำออกทันที

หัวข้อก่อนหน้าภิกษุไม่มีความจงใจต้องอาบัติเป็นต้นกลับไปยังสารบัญเล่มที่ ๘ทุติยคาถาสังคณิกะหัวข้อถัดไปเสทโมจนคาถา