อาบัติในนิสสัคคิยกัณฑ์
เล่มที่ ๘ · ข้อ ๒๖๑ · บรรทัด ๒๕๘๘
คัดจากพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย ตัวบทจาก 84000.org
ภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย
๔. นิสสัคคิยกัณฑ์
จำนวนอาบัติในนิสสัคคิยกัณฑ์
๑. กฐินวรรค
๑. ปฐมกฐินสิกขาบท
ภิกษุทรงอติเรกจีวรไว้เกิน ๑๐ วัน ต้องอาบัติ ๑ อย่าง คือ นิสสัคคิย- ปาจิตตีย์
๒. อุทโทสิตสิกขาบท
ภิกษุอยู่ปราศจากไตรจีวรสิ้นราตรีหนึ่ง ต้องอาบัติ ๑ อย่าง คือ นิสสัคคิย- ปาจิตตีย์
๓. ตติยกฐินสิกขาบท
ภิกษุรับผ้าที่เป็นอกาลจีวรแล้วเก็บไว้เกิน ๑ เดือน ต้องอาบัติ ๑ อย่างคือ นิสสัคคิยปาจิตตีย์
๔. ปุราณจีวรสิกขาบท
ภิกษุใช้ภิกษุณีผู้ไม่ใช่ญาติให้ซักจีวรเก่า ต้องอาบัติ ๒ อย่าง คือ
๑. ใช้ให้ซัก ต้องอาบัติทุกกฏ เพราะพยายาม ๑-
๒. เมื่อให้ซักเสร็จแล้ว ต้องอาบัตินิสสัคคิยปาจิตตีย์
@เชิงอรรถ :
@๑ ปโยเค เพราะพยายาม ทุกแห่ง หมายถึงในขณะพยายามทำ หรือใช้ให้ทำสิ่งนั้นๆ ก่อนสำเร็จ
@(ดู วิ.อ. ๒/๓๕๓/๖๔-๖๕)
๕. จีวรปฏิคคหณสิกขาบท
ภิกษุรับจีวรจากมือของภิกษุณีผู้ไม่ใช่ญาติ ต้องอาบัติ ๒ อย่าง คือ
๑. รับ ต้องอาบัติทุกกฏ เพราะพยายาม
๒. เมื่อรับจีวรแล้ว ต้องอาบัตินิสสัคคิยปาจิตตีย์
๖. อัญญาตกวิญญัตติสิกขาบท
ภิกษุออกปากขอจีวรจากคฤหัสถ์ชาย หรือคฤหัสถ์หญิงผู้ไม่ใช่ญาติ ต้องอาบัติ ๒ อย่าง คือ
๑. ออกปากขอ ต้องอาบัติทุกกฏ เพราะพยายาม
๒. เมื่อออกปากขอได้มาแล้ว ต้องอาบัตินิสสัคคิยปาจิตตีย์
๗. ตตุตตริสิกขาบท
ภิกษุออกปากขอจีวรเกินกว่านั้นจากคฤหัสถ์ชาย หรือคฤหัสถ์หญิง ผู้ไม่ใช่ญาติ ต้องอาบัติ ๒ อย่าง คือ
๑. ออกปากขอ ต้องอาบัติทุกกฏ เพราะพยายาม
๒. เมื่อออกปากขอได้มาแล้ว ต้องอาบัตินิสสัคคิยปาจิตตีย์
๘. อุปักขฏสิกขาบท
ภิกษุผู้ซึ่งเขาไม่ได้ปวารณาไว้ก่อน เข้าไปหาคฤหัสถ์ผู้ไม่ใช่ญาติแล้วกำหนดชนิด จีวร ต้องอาบัติ ๒ อย่าง คือ
๑. กำหนด ต้องอาบัติทุกกฏ เพราะพยายาม
๒. เมื่อกำหนดแล้ว ต้องอาบัตินิสสัคคิยปาจิตตีย์
๙. ทุติยอุปักขฏสิกขาบท
ภิกษุผู้ซึ่งเขาไม่ได้ปวารณาไว้ก่อน เข้าไปหาคฤหัสถ์ผู้ไม่ใช่ญาติ แล้วกำหนดจีวร ต้องอาบัติ ๒ อย่าง คือ
๑. กำหนด ต้องอาบัติทุกกฏ เพราะพยายาม
๒. เมื่อกำหนดแล้ว ต้องอาบัตินิสสัคคิยปาจิตตีย์
๑๐. ราชสิกขาบท
ภิกษุให้เขาจัดจีวรสำเร็จได้ด้วยการทวงเกิน ๓ ครั้ง ยืนเกิน ๖ ครั้ง ต้องอาบัติ ๒ อย่าง คือ
๑. ให้เขาจัดสำเร็จ ต้องอาบัติทุกกฏ เพราะพยายาม
๒. เมื่อให้เขาจัดสำเร็จแล้ว ต้องอาบัตินิสสัคคิยปาจิตตีย์
กฐินวรรคที่ ๑ จบ
๒. โกสิยวรรค
๑. โกสิยสิกขาบท
ภิกษุใช้ให้ทำสันถัตผสมใยไหม ต้องอาบัติ ๒ อย่าง คือ
๑. กำลังใช้ให้ทำ ต้องอาบัติทุกกฏ เพราะพยายาม
๒. เมื่อใช้ให้ทำเสร็จแล้ว ต้องอาบัตินิสสัคคิยปาจิตตีย์
๒. สุทธกาฬกสิกขาบท
ภิกษุใช้ให้ทำสันถัตขนเจียมดำล้วน ต้องอาบัติ ๒ อย่าง คือ
๑. กำลังใช้ให้ทำ ต้องอาบัติทุกกฏ เพราะพยายาม
๒. เมื่อใช้ให้ทำเสร็จแล้ว ต้องอาบัตินิสสัคคิยปาจิตตีย์
๓. เทฺวภาคสิกขาบท
ภิกษุไม่เอาขนเจียมขาว ๑ ส่วน ขนเจียมแดง ๑ ส่วน แล้วใช้ให้ทำสันถัตใหม่ ต้องอาบัติ ๒ อย่าง คือ
๑. กำลังใช้ให้ทำ ต้องอาบัติทุกกฏ เพราะพยายาม
๒. เมื่อใช้ให้ทำเสร็จแล้ว ต้องอาบัตินิสสัคคิยปาจิตตีย์
๔. ฉัพพัสสสิกขาบท
ภิกษุใช้ให้ทำสันถัตทุกปี ต้องอาบัติ ๒ อย่าง คือ
๑. กำลังใช้ให้ทำ ต้องอาบัติทุกกฏ เพราะพยายาม
๒. เมื่อใช้ให้ทำเสร็จแล้ว ต้องอาบัตินิสสัคคิยปาจิตตีย์
๕. นิสีทนสันถตสิกขาบท
ภิกษุไม่เอาสันถัตเก่า ๑ คืบสุคตโดยรอบมาปน แล้วใช้ให้ทำสันถัตรองนั่งใหม่ ต้องอาบัติ ๒ อย่าง คือ
๑. กำลังใช้ให้ทำ ต้องอาบัติทุกกฏ เพราะพยายาม
๒. เมื่อใช้ให้ทำเสร็จแล้ว ต้องอาบัตินิสสัคคิยปาจิตตีย์
๖. เอฬกโลมสิกขาบท
ภิกษุรับขนเจียมมาแล้ว เดินทางไปเกิน ๓ โยชน์ ต้องอาบัติ ๒ อย่าง คือ
๑. ย่างเท้าที่ ๑ ผ่าน ๓ โยชน์ไป ต้องอาบัติทุกกฏ
๒. ย่างเท้าที่ ๒ ผ่านไป ต้องอาบัตินิสสัคคิยปาจิตตีย์
๗. เอฬกโลมโธวาปนสิกขาบท
ภิกษุใช้ภิกษุณีผู้ไม่ใช่ญาติให้ซักขนเจียม ต้องอาบัติ ๒ อย่าง คือ
๑. กำลังใช้ให้ซัก ต้องอาบัติทุกกฏ เพราะพยายาม
๒. เมื่อใช้ให้ซักเสร็จแล้ว ต้องอาบัตินิสสัคคิยปาจิตตีย์
๘. รูปิยสิกขาบท
ภิกษุรับรูปิยะ ต้องอาบัติ ๒ อย่าง คือ
๑. กำลังรับ ต้องอาบัติทุกกฏ เพราะพยายาม
๒. เมื่อรับแล้ว ต้องอาบัตินิสสัคคิยปาจิตตีย์
๙. รูปิยสังโวหารสิกขาบท
ภิกษุทำการแลกเปลี่ยนกันด้วยรูปิยะชนิดต่างๆ ต้องอาบัติ ๒ อย่าง คือ
๑. กำลังแลกเปลี่ยน ต้องอาบัติทุกกฏ เพราะพยายาม
๒. เมื่อแลกเปลี่ยนแล้ว ต้องอาบัตินิสสัคคิยปาจิตตีย์
๑๐. กยวิกกยสิกขาบท
ภิกษุทำการซื้อขายมีประการต่างๆ ต้องอาบัติ ๒ อย่าง คือ
๑. กำลังซื้อขาย ต้องอาบัติทุกกฏ เพราะพยายาม
๒. เมื่อซื้อขายแล้ว ต้องอาบัตินิสสัคคิยปาจิตตีย์
โกสิยวรรคที่ ๒ จบ
๓. ปัตตวรรค
๑. ปัตตสิกขาบท
ภิกษุทรงอติเรกบาตรไว้เกิน ๑๐ วัน ต้องอาบัติ ๑ อย่าง คือ นิสสัคคิยปาจิตตีย์
๒. อูนปัญจพันธนสิกขาบท
ภิกษุมีบาตรที่มีรอยซ่อมหย่อนกว่า ๕ แห่ง ขอบาตรใหม่ใบอื่น ต้องอาบัติ ๒ อย่าง คือ
๑. กำลังขอ ต้องอาบัติทุกกฏ เพราะพยายาม
๒. เมื่อขอได้แล้ว ต้องอาบัตินิสสัคคิยปาจิตตีย์
๓. เภสัชชสิกขาบท
ภิกษุรับประเคนเภสัชแล้วเก็บไว้ฉันเกิน ๗ วัน ต้องอาบัติ ๑ อย่าง คือ นิสสัคคิยปาจิตตีย์
๔. วัสสิกสาฏิกสิกขาบท
ภิกษุแสวงหาจีวรคือผ้าอาบน้ำฝน เมื่อฤดูร้อนยังเหลือเกินกว่า ๑ เดือน ต้อง อาบัติ ๒ อย่าง คือ
๑. กำลังแสวงหา ต้องอาบัติทุกกฏ เพราะพยายาม
๒. แสวงหาได้แล้ว ต้องอาบัตินิสสัคคิยปาจิตตีย์
๕. จีวรอัจฉินทนสิกขาบท
ภิกษุให้จีวรแก่ภิกษุเองแล้วโกรธ ไม่พอใจ ชิงเอาคืนมา ต้องอาบัติ ๒ อย่าง คือ
๑. กำลังชิงเอาคืนมา ต้องอาบัติทุกกฏ เพราะพยายาม
๒. เมื่อชิงเอามาได้แล้ว ต้องอาบัตินิสสัคคิยปาจิตตีย์
๖. สุตตวิญญัตติสิกขาบท
ภิกษุออกปากขอด้ายมาเองแล้วใช้ช่างหูกให้ทอจีวร ต้องอาบัติ ๒ อย่าง คือ
๑. กำลังใช้ให้ทอ ต้องอาบัติทุกกฏ เพราะพยายาม
๒. เมื่อใช้ให้ทอเสร็จแล้ว ต้องอาบัตินิสสัคคิยปาจิตตีย์
๗. มหาเปสการสิกขาบท
ภิกษุผู้ซึ่งเขาไม่ได้ปวารณาไว้ก่อน เข้าไปหาช่างหูกทั้งหลายของคฤหัสถ์ผู้ไม่ใช่ ญาติ แล้วกำหนดชนิดจีวร ต้องอาบัติ ๒ อย่าง คือ
๑. กำลังกำหนด ต้องอาบัติทุกกฏ เพราะพยายาม
๒. เมื่อกำหนดเสร็จแล้ว ต้องอาบัตินิสสัคคิยปาจิตตีย์
๘. อัจเจกจีวรสิกขาบท
ภิกษุรับอัจเจกจีวร แล้วเก็บไว้เกินสมัยจีวรกาล ต้องอาบัติ ๑ อย่าง คือ นิสสัคคิยปาจิตตีย์
๙. สาสังกสิกขาบท
ภิกษุเก็บไตรจีวรผืนใดผืนหนึ่งไว้ในละแวกบ้านแล้วอยู่ปราศเกิน ๖ คืน ต้อง อาบัติ ๑ อย่างคือนิสสัคคิยปาจิตตีย์
๑๐. ปริณตสิกขาบท
ภิกษุรู้อยู่ น้อมลาภที่เขาน้อมไว้เป็นของจะถวายสงฆ์มาเพื่อตน ต้องอาบัติ ๒ อย่าง คือ
๑. กำลังน้อมมา ต้องอาบัติทุกกฏ เพราะพยายาม
๒. เมื่อน้อมมาได้แล้ว ต้องอาบัตินิสสัคคิยปาจิตตีย์
ปัตตวรรคที่ ๓ จบ
นิสสัคคิยปาจิตตีย์ ๓๐ สิกขาบท จบ
ที่มา: พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่มที่ ๘ จาก 84000.org
รายงานข้อผิดพลาดภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เป็นงานของมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย คัดมาตามต้นฉบับโดยไม่แก้ถ้อยคำ แสดงภายใต้ เงื่อนไขนี้ หากเจ้าของประสงค์ให้นำออก แจ้งที่ saddhammadana@gmail.com จะนำออกทันที