ข้ามไปยังเนื้อหา
ธรรมคลัง
หน้าแรกหนังสือบทสวดพระไตรปิฎกชาดกหมวดธรรม
ENเข้าสู่ระบบสมัครสมาชิก
ธรรมคลัง

แหล่งรวมหนังสือ พระสูตร บทสวด และพระไตรปิฎก เพื่อการเรียนรู้ ฝึกฝน และการใช้ชีวิตอย่างมีสติในทุกวัน

เมนูหลัก

  • หน้าแรก
  • หนังสือ
  • บทสวด
  • พระไตรปิฎก
  • ชาดก
  • หมวดธรรม
  • ค้นหา

เกี่ยวกับเรา

  • เกี่ยวกับโครงการ
  • แหล่งที่มาของเนื้อหา
  • ร่วมสนับสนุน

บริการช่วยเหลือ

  • ที่เก็บไว้
  • สำรวจคลังธรรมะ
  • ฟังธรรม
  • API สำหรับนักพัฒนา
“
“สพฺพทานํ ธมฺมทานํ ชินาติ”การให้ธรรมเป็นทานย่อมชำนะการให้ทั้งปวง
ธรรมบท ๓๕๔

© ๒๕๖๙ ธรรมคลัง สงวนลิขสิทธิ์

  1. หน้าแรก
  2. /
  3. พระไตรปิฎก
  4. /
  5. เล่มที่ ๘
  6. /
  7. …
  8. /
  9. มหาวิภังค์ ๑๖ มหาวาร
  10. /
  11. กตาปัตติวารที่ ๒
  12. /
  13. อาบัติในนิสสัคคิยกัณฑ์

อาบัติในนิสสัคคิยกัณฑ์

เล่มที่ ๘ · ข้อ ๒๖๑ · บรรทัด ๒๕๘๘

คัดจากพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย ตัวบทจาก 84000.org

ฉบับหลวงฉบับมหาจุฬาฯบาลีอักษรไทยPALI ROMANอรรถกถา
พรีวิว / พิมพ์ PDFโหมดอ่านต่อเนื่อง

ภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย

๔. นิสสัคคิยกัณฑ์

จำนวนอาบัติในนิสสัคคิยกัณฑ์

๑. กฐินวรรค

๑. ปฐมกฐินสิกขาบท

[๑๖๒]

ภิกษุทรงอติเรกจีวรไว้เกิน ๑๐ วัน ต้องอาบัติ ๑ อย่าง คือ นิสสัคคิย- ปาจิตตีย์

๒. อุทโทสิตสิกขาบท

ภิกษุอยู่ปราศจากไตรจีวรสิ้นราตรีหนึ่ง ต้องอาบัติ ๑ อย่าง คือ นิสสัคคิย- ปาจิตตีย์

๓. ตติยกฐินสิกขาบท

ภิกษุรับผ้าที่เป็นอกาลจีวรแล้วเก็บไว้เกิน ๑ เดือน ต้องอาบัติ ๑ อย่างคือ นิสสัคคิยปาจิตตีย์

๔. ปุราณจีวรสิกขาบท

ภิกษุใช้ภิกษุณีผู้ไม่ใช่ญาติให้ซักจีวรเก่า ต้องอาบัติ ๒ อย่าง คือ

๑. ใช้ให้ซัก ต้องอาบัติทุกกฏ เพราะพยายาม ๑-

๒. เมื่อให้ซักเสร็จแล้ว ต้องอาบัตินิสสัคคิยปาจิตตีย์

@เชิงอรรถ :

@๑ ปโยเค เพราะพยายาม ทุกแห่ง หมายถึงในขณะพยายามทำ หรือใช้ให้ทำสิ่งนั้นๆ ก่อนสำเร็จ

@(ดู วิ.อ. ๒/๓๕๓/๖๔-๖๕)

๕. จีวรปฏิคคหณสิกขาบท

ภิกษุรับจีวรจากมือของภิกษุณีผู้ไม่ใช่ญาติ ต้องอาบัติ ๒ อย่าง คือ

๑. รับ ต้องอาบัติทุกกฏ เพราะพยายาม

๒. เมื่อรับจีวรแล้ว ต้องอาบัตินิสสัคคิยปาจิตตีย์

๖. อัญญาตกวิญญัตติสิกขาบท

ภิกษุออกปากขอจีวรจากคฤหัสถ์ชาย หรือคฤหัสถ์หญิงผู้ไม่ใช่ญาติ ต้องอาบัติ ๒ อย่าง คือ

๑. ออกปากขอ ต้องอาบัติทุกกฏ เพราะพยายาม

๒. เมื่อออกปากขอได้มาแล้ว ต้องอาบัตินิสสัคคิยปาจิตตีย์

๗. ตตุตตริสิกขาบท

ภิกษุออกปากขอจีวรเกินกว่านั้นจากคฤหัสถ์ชาย หรือคฤหัสถ์หญิง ผู้ไม่ใช่ญาติ ต้องอาบัติ ๒ อย่าง คือ

๑. ออกปากขอ ต้องอาบัติทุกกฏ เพราะพยายาม

๒. เมื่อออกปากขอได้มาแล้ว ต้องอาบัตินิสสัคคิยปาจิตตีย์

๘. อุปักขฏสิกขาบท

ภิกษุผู้ซึ่งเขาไม่ได้ปวารณาไว้ก่อน เข้าไปหาคฤหัสถ์ผู้ไม่ใช่ญาติแล้วกำหนดชนิด จีวร ต้องอาบัติ ๒ อย่าง คือ

๑. กำหนด ต้องอาบัติทุกกฏ เพราะพยายาม

๒. เมื่อกำหนดแล้ว ต้องอาบัตินิสสัคคิยปาจิตตีย์

๙. ทุติยอุปักขฏสิกขาบท

ภิกษุผู้ซึ่งเขาไม่ได้ปวารณาไว้ก่อน เข้าไปหาคฤหัสถ์ผู้ไม่ใช่ญาติ แล้วกำหนดจีวร ต้องอาบัติ ๒ อย่าง คือ

๑. กำหนด ต้องอาบัติทุกกฏ เพราะพยายาม

๒. เมื่อกำหนดแล้ว ต้องอาบัตินิสสัคคิยปาจิตตีย์

๑๐. ราชสิกขาบท

ภิกษุให้เขาจัดจีวรสำเร็จได้ด้วยการทวงเกิน ๓ ครั้ง ยืนเกิน ๖ ครั้ง ต้องอาบัติ ๒ อย่าง คือ

๑. ให้เขาจัดสำเร็จ ต้องอาบัติทุกกฏ เพราะพยายาม

๒. เมื่อให้เขาจัดสำเร็จแล้ว ต้องอาบัตินิสสัคคิยปาจิตตีย์

กฐินวรรคที่ ๑ จบ

๒. โกสิยวรรค

๑. โกสิยสิกขาบท

[๑๖๓]

ภิกษุใช้ให้ทำสันถัตผสมใยไหม ต้องอาบัติ ๒ อย่าง คือ

๑. กำลังใช้ให้ทำ ต้องอาบัติทุกกฏ เพราะพยายาม

๒. เมื่อใช้ให้ทำเสร็จแล้ว ต้องอาบัตินิสสัคคิยปาจิตตีย์

๒. สุทธกาฬกสิกขาบท

ภิกษุใช้ให้ทำสันถัตขนเจียมดำล้วน ต้องอาบัติ ๒ อย่าง คือ

๑. กำลังใช้ให้ทำ ต้องอาบัติทุกกฏ เพราะพยายาม

๒. เมื่อใช้ให้ทำเสร็จแล้ว ต้องอาบัตินิสสัคคิยปาจิตตีย์

๓. เทฺวภาคสิกขาบท

ภิกษุไม่เอาขนเจียมขาว ๑ ส่วน ขนเจียมแดง ๑ ส่วน แล้วใช้ให้ทำสันถัตใหม่ ต้องอาบัติ ๒ อย่าง คือ

๑. กำลังใช้ให้ทำ ต้องอาบัติทุกกฏ เพราะพยายาม

๒. เมื่อใช้ให้ทำเสร็จแล้ว ต้องอาบัตินิสสัคคิยปาจิตตีย์

๔. ฉัพพัสสสิกขาบท

ภิกษุใช้ให้ทำสันถัตทุกปี ต้องอาบัติ ๒ อย่าง คือ

๑. กำลังใช้ให้ทำ ต้องอาบัติทุกกฏ เพราะพยายาม

๒. เมื่อใช้ให้ทำเสร็จแล้ว ต้องอาบัตินิสสัคคิยปาจิตตีย์

๕. นิสีทนสันถตสิกขาบท

ภิกษุไม่เอาสันถัตเก่า ๑ คืบสุคตโดยรอบมาปน แล้วใช้ให้ทำสันถัตรองนั่งใหม่ ต้องอาบัติ ๒ อย่าง คือ

๑. กำลังใช้ให้ทำ ต้องอาบัติทุกกฏ เพราะพยายาม

๒. เมื่อใช้ให้ทำเสร็จแล้ว ต้องอาบัตินิสสัคคิยปาจิตตีย์

๖. เอฬกโลมสิกขาบท

ภิกษุรับขนเจียมมาแล้ว เดินทางไปเกิน ๓ โยชน์ ต้องอาบัติ ๒ อย่าง คือ

๑. ย่างเท้าที่ ๑ ผ่าน ๓ โยชน์ไป ต้องอาบัติทุกกฏ

๒. ย่างเท้าที่ ๒ ผ่านไป ต้องอาบัตินิสสัคคิยปาจิตตีย์

๗. เอฬกโลมโธวาปนสิกขาบท

ภิกษุใช้ภิกษุณีผู้ไม่ใช่ญาติให้ซักขนเจียม ต้องอาบัติ ๒ อย่าง คือ

๑. กำลังใช้ให้ซัก ต้องอาบัติทุกกฏ เพราะพยายาม

๒. เมื่อใช้ให้ซักเสร็จแล้ว ต้องอาบัตินิสสัคคิยปาจิตตีย์

๘. รูปิยสิกขาบท

ภิกษุรับรูปิยะ ต้องอาบัติ ๒ อย่าง คือ

๑. กำลังรับ ต้องอาบัติทุกกฏ เพราะพยายาม

๒. เมื่อรับแล้ว ต้องอาบัตินิสสัคคิยปาจิตตีย์

๙. รูปิยสังโวหารสิกขาบท

ภิกษุทำการแลกเปลี่ยนกันด้วยรูปิยะชนิดต่างๆ ต้องอาบัติ ๒ อย่าง คือ

๑. กำลังแลกเปลี่ยน ต้องอาบัติทุกกฏ เพราะพยายาม

๒. เมื่อแลกเปลี่ยนแล้ว ต้องอาบัตินิสสัคคิยปาจิตตีย์

๑๐. กยวิกกยสิกขาบท

ภิกษุทำการซื้อขายมีประการต่างๆ ต้องอาบัติ ๒ อย่าง คือ

๑. กำลังซื้อขาย ต้องอาบัติทุกกฏ เพราะพยายาม

๒. เมื่อซื้อขายแล้ว ต้องอาบัตินิสสัคคิยปาจิตตีย์

โกสิยวรรคที่ ๒ จบ

๓. ปัตตวรรค

๑. ปัตตสิกขาบท

[๑๖๔]

ภิกษุทรงอติเรกบาตรไว้เกิน ๑๐ วัน ต้องอาบัติ ๑ อย่าง คือ นิสสัคคิยปาจิตตีย์

๒. อูนปัญจพันธนสิกขาบท

ภิกษุมีบาตรที่มีรอยซ่อมหย่อนกว่า ๕ แห่ง ขอบาตรใหม่ใบอื่น ต้องอาบัติ ๒ อย่าง คือ

๑. กำลังขอ ต้องอาบัติทุกกฏ เพราะพยายาม

๒. เมื่อขอได้แล้ว ต้องอาบัตินิสสัคคิยปาจิตตีย์

๓. เภสัชชสิกขาบท

ภิกษุรับประเคนเภสัชแล้วเก็บไว้ฉันเกิน ๗ วัน ต้องอาบัติ ๑ อย่าง คือ นิสสัคคิยปาจิตตีย์

๔. วัสสิกสาฏิกสิกขาบท

ภิกษุแสวงหาจีวรคือผ้าอาบน้ำฝน เมื่อฤดูร้อนยังเหลือเกินกว่า ๑ เดือน ต้อง อาบัติ ๒ อย่าง คือ

๑. กำลังแสวงหา ต้องอาบัติทุกกฏ เพราะพยายาม

๒. แสวงหาได้แล้ว ต้องอาบัตินิสสัคคิยปาจิตตีย์

๕. จีวรอัจฉินทนสิกขาบท

ภิกษุให้จีวรแก่ภิกษุเองแล้วโกรธ ไม่พอใจ ชิงเอาคืนมา ต้องอาบัติ ๒ อย่าง คือ

๑. กำลังชิงเอาคืนมา ต้องอาบัติทุกกฏ เพราะพยายาม

๒. เมื่อชิงเอามาได้แล้ว ต้องอาบัตินิสสัคคิยปาจิตตีย์

๖. สุตตวิญญัตติสิกขาบท

ภิกษุออกปากขอด้ายมาเองแล้วใช้ช่างหูกให้ทอจีวร ต้องอาบัติ ๒ อย่าง คือ

๑. กำลังใช้ให้ทอ ต้องอาบัติทุกกฏ เพราะพยายาม

๒. เมื่อใช้ให้ทอเสร็จแล้ว ต้องอาบัตินิสสัคคิยปาจิตตีย์

๗. มหาเปสการสิกขาบท

ภิกษุผู้ซึ่งเขาไม่ได้ปวารณาไว้ก่อน เข้าไปหาช่างหูกทั้งหลายของคฤหัสถ์ผู้ไม่ใช่ ญาติ แล้วกำหนดชนิดจีวร ต้องอาบัติ ๒ อย่าง คือ

๑. กำลังกำหนด ต้องอาบัติทุกกฏ เพราะพยายาม

๒. เมื่อกำหนดเสร็จแล้ว ต้องอาบัตินิสสัคคิยปาจิตตีย์

๘. อัจเจกจีวรสิกขาบท

ภิกษุรับอัจเจกจีวร แล้วเก็บไว้เกินสมัยจีวรกาล ต้องอาบัติ ๑ อย่าง คือ นิสสัคคิยปาจิตตีย์

๙. สาสังกสิกขาบท

ภิกษุเก็บไตรจีวรผืนใดผืนหนึ่งไว้ในละแวกบ้านแล้วอยู่ปราศเกิน ๖ คืน ต้อง อาบัติ ๑ อย่างคือนิสสัคคิยปาจิตตีย์

๑๐. ปริณตสิกขาบท

ภิกษุรู้อยู่ น้อมลาภที่เขาน้อมไว้เป็นของจะถวายสงฆ์มาเพื่อตน ต้องอาบัติ ๒ อย่าง คือ

๑. กำลังน้อมมา ต้องอาบัติทุกกฏ เพราะพยายาม

๒. เมื่อน้อมมาได้แล้ว ต้องอาบัตินิสสัคคิยปาจิตตีย์

ปัตตวรรคที่ ๓ จบ

นิสสัคคิยปาจิตตีย์ ๓๐ สิกขาบท จบ

ที่มา: พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่มที่ ๘ จาก 84000.org

รายงานข้อผิดพลาด

ภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เป็นงานของมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย คัดมาตามต้นฉบับโดยไม่แก้ถ้อยคำ แสดงภายใต้ เงื่อนไขนี้ หากเจ้าของประสงค์ให้นำออก แจ้งที่ saddhammadana@gmail.com จะนำออกทันที

หัวข้อก่อนหน้าคำถามและคำตอบในสังฆาทิเสสกัณฑ์กลับไปยังสารบัญเล่มที่ ๘กตาปัตติวารที่ ๒หัวข้อถัดไปคำถามและคำตอบปาจิตติยกัณฑ์