ข้ามไปยังเนื้อหา
ธรรมคลัง
หน้าแรกหนังสือบทสวดพระไตรปิฎกชาดกหมวดธรรม
ENเข้าสู่ระบบสมัครสมาชิก
ธรรมคลัง

แหล่งรวมหนังสือ พระสูตร บทสวด และพระไตรปิฎก เพื่อการเรียนรู้ ฝึกฝน และการใช้ชีวิตอย่างมีสติในทุกวัน

เมนูหลัก

  • หน้าแรก
  • หนังสือ
  • บทสวด
  • พระไตรปิฎก
  • ชาดก
  • หมวดธรรม
  • ค้นหา

เกี่ยวกับเรา

  • เกี่ยวกับโครงการ
  • แหล่งที่มาของเนื้อหา
  • ร่วมสนับสนุน

บริการช่วยเหลือ

  • ที่เก็บไว้
  • สำรวจคลังธรรมะ
  • ฟังธรรม
  • API สำหรับนักพัฒนา
“
“สพฺพทานํ ธมฺมทานํ ชินาติ”การให้ธรรมเป็นทานย่อมชำนะการให้ทั้งปวง
ธรรมบท ๓๕๔

© ๒๕๖๙ ธรรมคลัง สงวนลิขสิทธิ์

  1. หน้าแรก
  2. /
  3. พระไตรปิฎก
  4. /
  5. เล่มที่ ๘
  6. /
  7. …
  8. /
  9. ภิกขุนีวิภังค์ ๑๖ มหาวาร
  10. /
  11. กตาปัตติวารที่ ๒
  12. /
  13. ปาจิตติยกัณฑ์
  14. /
  15. คำถามและคำตอบในลสุณวรรคที่ ๑

คำถามและคำตอบในลสุณวรรคที่ ๑

เล่มที่ ๘ · ข้อ ๖๗๕ · บรรทัด ๕๑๖๙

คำถามและคำตอบในรัตตันธการวรรคที่ ๒ · คำถามและคำตอบในนหานวรรคที่ ๓ · คำถามและคำตอบในตุวัฏฏวรรคที่ ๔ · คำถามและคำตอบในจิตตาคารวรรคที่ ๕ · คำถามและคำตอบในอารามวรรคที่ ๖ · คำถามและคำตอบในคัพภินีวรรคที่ ๗ · คำถามและคำตอบในกุมารีภูตวรรคที่ ๘ · คำถามและคำตอบในฉัตตุปาหนวรรคที่ ๙ คัดจากพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย ตัวบทจาก 84000.org

ฉบับหลวงฉบับมหาจุฬาฯบาลีอักษรไทยPALI ROMANอรรถกถา
พรีวิว / พิมพ์ PDFโหมดอ่านต่อเนื่อง

ภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย

๔. ปาจิตติยกัณฑ์

จำนวนอาบัติในปาจิตติยกัณฑ์

๑. ลสุณวรรค

สิกขาบทที่ ๑

[๒๓๑]

ภิกษุณีฉันกระเทียม ต้องอาบัติ ๒ อย่าง คือ

๑. รับประเคนด้วยตั้งใจว่าจะฉัน ต้องอาบัติทุกกฏ

๒. ฉัน ต้องอาบัติปาจิตตีย์ ทุกๆ คำกลืน

สิกขาบทที่ ๒

ภิกษุณีให้ถอนขนในที่แคบ ต้องอาบัติ ๒ อย่าง คือ

๑. กำลังให้ถอน ต้องอาบัติทุกกฏ เพราะพยายาม

๒. เมื่อถอนเสร็จแล้ว ต้องอาบัติปาจิตตีย์

สิกขาบทที่ ๓

ภิกษุณีใช้ฝ่ามือตบองค์กำเนิด ต้องอาบัติ ๒ อย่าง คือ

๑. กำลังตบ ต้องอาบัติทุกกฏ เพราะพยายาม

๒. เมื่อตบเสร็จแล้ว ต้องอาบัติปาจิตตีย์

สิกขาบทที่ ๔

ภิกษุณีใช้ท่อนยาง ต้องอาบัติ ๒ อย่าง คือ

๑. กำลังใช้ ต้องอาบัติทุกกฏ เพราะพยายาม

๒. เมื่อใช้เสร็จแล้ว ต้องอาบัติปาจิตตีย์

สิกขาบทที่ ๕

ภิกษุณีใช้น้ำชำระให้สะอาดลึกเกิน ๒ องคุลีเป็นอย่างมาก ต้องอาบัติ ๒ อย่าง คือ

๑. กำลังใช้ ต้องอาบัติทุกกฏ เพราะพยายาม

๒. เมื่อใช้เสร็จแล้ว ต้องอาบัติปาจิตตีย์

สิกขาบทที่ ๖

ภิกษุณีปรนนิบัติภิกษุผู้กำลังฉันด้วยน้ำดื่มหรือด้วยการพัด ต้องอาบัติ ๒ อย่าง คือ

๑. ยืนอยู่ในระยะหัตถบาส ต้องอาบัติปาจิตตีย์

๒. ยืนพ้นระยะหัตถบาส ต้องอาบัติทุกกฏ

สิกขาบทที่ ๗

ภิกษุณีออกปากขอข้าวเปลือกดิบมาฉัน ต้องอาบัติ ๒ อย่าง คือ

๑. รับประเคนด้วยตั้งใจว่าจะฉัน ต้องอาบัติทุกกฏ

๒. ฉัน ต้องอาบัติปาจิตตีย์ ทุกๆ คำกลืน

สิกขาบทที่ ๘

ภิกษุณีเทอุจจาระ หรือปัสสาวะ น้ำลาย หยากเยื่อ หรือของเป็นเดนภาย นอกฝา หรือภายนอกกำแพง ต้องอาบัติ ๒ อย่าง คือ

๑. กำลังเท ต้องอาบัติทุกกฏ เพราะพยายาม

๒. เมื่อเทแล้ว ต้องอาบัติปาจิตตีย์

สิกขาบทที่ ๙

ภิกษุณีเทอุจจาระ หรือปัสสาวะ น้ำลาย หยากเยื่อ หรือของเป็นเดน บนของเขียวสด ต้องอาบัติ ๒ อย่าง คือ

๑. กำลังเท ต้องอาบัติทุกกฏ เพราะพยายาม

๒. เมื่อเทแล้ว ต้องอาบัติปาจิตตีย์

สิกขาบทที่ ๑๐

ภิกษุณีไปดูการฟ้อนรำ การขับร้อง หรือการประโคมดนตรี ต้องอาบัติ ๒ อย่าง คือ

๑. กำลังไป ต้องอาบัติทุกกฏ

๒. ยืนอยู่ในที่ที่พอจะมองเห็นหรือได้ยิน ต้องอาบัติปาจิตตีย์

ลสุณวรรคที่ ๑ จบ

๒. รัตตันธการวรรค

สิกขาบทที่ ๑

[๒๓๒]

ภิกษุณียืนเคียงคู่กันสองต่อสองกับชายในเวลาค่ำคืนไม่มีประทีป ต้อง อาบัติ ๒ อย่าง คือ

๑. ยืนอยู่ในช่วงแขนชาย ต้องอาบัติปาจิตตีย์

๒. ยืนพ้นระยะช่วงแขน ต้องอาบัติทุกกฏ

สิกขาบทที่ ๒

ภิกษุณียืนเคียงคู่กันสองต่อสองกับชายในโอกาสที่กำบัง ต้องอาบัติ ๒ อย่าง คือ

๑. ยืนอยู่ในช่วงแขนชาย ต้องอาบัติปาจิตตีย์

๒. ยืนพ้นระยะช่วงแขน ต้องอาบัติทุกกฏ

สิกขาบทที่ ๓

ภิกษุณียืนเคียงคู่กันสองต่อสองกับชายในที่แจ้ง ต้องอาบัติ ๒ อย่าง คือ

๑. ยืนอยู่ในช่วงแขนชาย ต้องอาบัติปาจิตตีย์

๒. ยืนพ้นระยะช่วงแขน ต้องอาบัติทุกกฏ

สิกขาบทที่ ๔

ภิกษุณียืนเคียงคู่กันสองต่อสองกับชายในถนน หรือตรอกตัน หรือทางสามแพร่ง ต้องอาบัติ ๒ อย่าง คือ

๑. ยืนอยู่ในช่วงแขนชาย ต้องอาบัติปาจิตตีย์

๒. ยืนพ้นระยะช่วงแขน ต้องอาบัติทุกกฏ

สิกขาบทที่ ๕

ภิกษุณีเข้าไปสู่ตระกูลในเวลาก่อนฉันภัตตาหาร นั่งบนอาสนะแล้วจากไปโดยไม่ บอกเจ้าของบ้าน ต้องอาบัติ ๒ อย่าง คือ

๑. ย่างเท้าก้าวที่ ๑ เข้าสู่บริเวณชายคา ต้องอาบัติทุกกฏ

๒. ย่างเท้าก้าวที่ ๒ ต้องอาบัติปาจิตตีย์

สิกขาบทที่ ๖

ภิกษุณีเข้าไปสู่ตระกูลภายหลังฉันภัตตาหาร นั่งบนอาสนะโดยไม่บอกเจ้าของบ้าน ต้องอาบัติ ๒ อย่าง คือ

๑. กำลังนั่ง ต้องอาบัติทุกกฏ เพราะพยายาม

๒. เมื่อนั่งแล้ว ต้องอาบัติปาจิตตีย์

สิกขาบทที่ ๗

ภิกษุณีเข้าไปสู่ตระกูลในเวลาวิกาล ปู หรือใช้ให้ปูที่นอนโดยไม่บอกเจ้าของบ้าน แล้วนั่ง ต้องอาบัติ ๒ อย่าง คือ

๑. กำลังนั่ง ต้องอาบัติทุกกฏ เพราะพยายาม

๒. เมื่อนั่งแล้ว ต้องอาบัติปาจิตตีย์

สิกขาบทที่ ๘

ภิกษุณีเพราะเข้าใจผิด เพราะใคร่ครวญผิดให้ผู้อื่นโพนทะนา ต้องอาบัติ ๒ อย่าง คือ

๑. กำลังให้โพนทะนา ต้องอาบัติทุกกฏ เพราะพยายาม

๒. เมื่อให้โพนทะนาแล้ว ต้องอาบัติปาจิตตีย์

สิกขาบทที่ ๙

ภิกษุณีสาปแช่งตนเอง หรือผู้อื่น ด้วยนรกหรือด้วยพรหมจรรย์ ต้องอาบัติ ๒ อย่าง คือ

๑. กำลังสาปแช่ง ต้องอาบัติทุกกฏ เพราะพยายาม

๒. เมื่อสาปแช่งแล้ว ต้องอาบัติปาจิตตีย์

สิกขาบทที่ ๑๐

ภิกษุณีร้องไห้ทุบตีตนเอง ต้องอาบัติ ๒ อย่าง คือ

๑. ร้องไห้ทุบตีตนเอง ต้องอาบัติปาจิตตีย์

๒. ทุบตีตนแต่ไม่ร้องไห้ ต้องอาบัติทุกกฏ

รัตตันธการวรรคที่ ๒ จบ

๓. นหานวรรค

สิกขาบทที่ ๑

[๒๓๓]

ภิกษุณีเปลือยกายอาบน้ำ ต้องอาบัติ ๒ อย่าง คือ

๑. กำลังอาบ ต้องอาบัติทุกกฏ เพราะพยายาม

๒. อาบเสร็จแล้ว ต้องอาบัติปาจิตตีย์

สิกขาบทที่ ๒

ภิกษุณีให้ทำผ้าอาบน้ำเกินขนาด ต้องอาบัติ ๒ อย่าง คือ

๑. กำลังให้ทำ ต้องอาบัติทุกกฏ เพราะพยายาม

๒. เมื่อให้ทำเสร็จแล้ว ต้องอาบัติปาจิตตีย์

สิกขาบทที่ ๓

ภิกษุณีเลาะ หรือใช้ให้เลาะจีวรของภิกษุณี แล้วไม่เย็บ ไม่ขวนขวายเพื่อให้เย็บ ต้องอาบัติ ๑ อย่าง คือ อาบัติปาจิตตีย์

สิกขาบทที่ ๔

ภิกษุณีให้วาระผลัดเปลี่ยนสังฆาฏิที่มีกำหนดระยะเวลา ๕ วัน ล่วงเลยไป ต้อง อาบัติ ๑ อย่าง คือ อาบัติปาจิตตีย์

สิกขาบทที่ ๕

ภิกษุณีห่มจีวรสับเปลี่ยนกัน ต้องอาบัติ ๒ อย่าง คือ

๑. กำลังห่ม ต้องอาบัติทุกกฏ เพราะพยายาม

๒. เมื่อห่มแล้ว ต้องอาบัติปาจิตตีย์

สิกขาบทที่ ๖

ภิกษุณีทำอันตรายแก่จีวรที่คณะจะพึงได้ ต้องอาบัติ ๒ อย่าง คือ

๑. กำลังทำ ต้องอาบัติทุกกฏ เพราะพยายาม

๒. เมื่อทำแล้ว ต้องอาบัติปาจิตตีย์

สิกขาบทที่ ๗

ภิกษุณีคัดค้านการแจกจีวรที่ชอบธรรม ต้องอาบัติ ๒ อย่าง คือ

๑. กำลังคัดค้าน ต้องอาบัติทุกกฏ เพราะพยายาม

๒. เมื่อคัดค้านแล้ว ต้องอาบัติปาจิตตีย์

สิกขาบทที่ ๘

ภิกษุณีให้สมณจีวรแก่ชาวบ้าน แก่ปริพาชกหรือแก่ปริพาชิกา ต้องอาบัติ ๒ อย่าง คือ

๑. กำลังให้ ต้องอาบัติทุกกฏ เพราะพยายาม

๒. เมื่อให้แล้ว ต้องอาบัติปาจิตตีย์

สิกขาบทที่ ๙

ภิกษุณีให้ล่วงเลยสมัยแห่งจีวรกาลด้วยความหวังในจีวรที่เลื่อนลอย ต้องอาบัติ ๒ อย่าง คือ

๑. กำลังให้ล่วงไป ต้องอาบัติทุกกฏ เพราะพยายาม

๒. เมื่อให้ล่วงไปแล้ว ต้องอาบัติปาจิตตีย์

สิกขาบทที่ ๑๐

ภิกษุณีคัดค้านการเดาะกฐินที่ชอบธรรม ต้องอาบัติ ๒ อย่าง คือ

๑. กำลังคัดค้าน ต้องอาบัติทุกกฏ เพราะพยายาม

๒. เมื่อคัดค้านแล้ว ต้องอาบัติปาจิตตีย์

นหานวรรคที่ ๓ จบ

๔. ตุวัฏฏวรรค

สิกขาบทที่ ๑

[๒๓๔]

ภิกษุณี ๒ รูป นอนบนเตียงเดียวกัน ต้องอาบัติ ๒ อย่าง คือ

๑. กำลังนอน ต้องอาบัติทุกกฏ เพราะพยายาม

๒. เมื่อนอนแล้ว ต้องอาบัติปาจิตตีย์

สิกขาบทที่ ๒

ภิกษุณี ๒ รูป ใช้ผ้าผืนเดียวเป็นทั้งผ้าปูนอนและผ้าห่มนอนร่วมกัน ต้องอาบัติ ๒ อย่าง คือ

๑. กำลังนอน ต้องอาบัติทุกกฏ เพราะพยายาม

๒. เมื่อนอนแล้ว ต้องอาบัติปาจิตตีย์

สิกขาบทที่ ๓

ภิกษุณีจงใจก่อความไม่ผาสุกแก่ภิกษุณีด้วยกัน ต้องอาบัติ ๒ อย่าง คือ

๑. กำลังก่อ ต้องอาบัติทุกกฏ เพราะพยายาม

๒. เมื่อก่อแล้ว ต้องอาบัติปาจิตตีย์

สิกขาบทที่ ๔

ภิกษุณีไม่ดูแลช่วยเหลือ หรือไม่ใส่ใจมอบหมายให้ผู้อื่นดูแลช่วยเหลือสหชีวินี ผู้ได้รับความลำบาก ต้องอาบัติ ๑ อย่าง คืออาบัติปาจิตตีย์

สิกขาบทที่ ๕

ภิกษุณีให้ที่พักแก่ภิกษุณีแล้วโกรธ ไม่พอใจ ฉุดลากออกไป ต้องอาบัติ ๒ อย่าง คือ

๑. กำลังฉุดลากออกไป ต้องอาบัติทุกกฏ เพราะพยายาม

๒. เมื่อฉุดลากออกไปแล้ว ต้องอาบัติปาจิตตีย์

สิกขาบทที่ ๖

ภิกษุณีผู้อยู่คลุกคลีไม่ยอมสละกรรม จนกระทั่งสงฆ์สวดสมนุภาสน์ครบ ๓ ครั้ง ต้องอาบัติ ๒ อย่าง คือ

๑. จบญัตติ ต้องอาบัติทุกกฏ

๒. จบกรรมวาจาครั้งสุดท้าย ต้องอาบัติปาจิตตีย์

สิกขาบทที่ ๗

ภิกษุณีเที่ยวจาริกไปไม่มีกองเกวียนเป็นเพื่อน ในที่ที่รู้กันว่าน่าหวาดระแวง มีภัย น่ากลัวภายในรัฐ ต้องอาบัติ ๒ อย่าง คือ

๑. กำลังเดินไป ต้องอาบัติทุกกฏ เพราะพยายาม

๒. เมื่อเดินไปแล้ว ต้องอาบัติปาจิตตีย์

สิกขาบทที่ ๘

ภิกษุณีเที่ยวจาริกไปไม่มีกองเกวียนเป็นเพื่อน ในที่ที่รู้กันว่าน่าหวาดระแวง มีภัย น่ากลัวภายนอกรัฐ ต้องอาบัติ ๒ อย่าง คือ

๑. กำลังเดินไป ต้องอาบัติทุกกฏ เพราะพยายาม

๒. เมื่อเดินไปแล้ว ต้องอาบัติปาจิตตีย์

สิกขาบทที่ ๙

ภิกษุณีเที่ยวจาริกไปภายในพรรษา ต้องอาบัติ ๒ อย่าง คือ

๑. กำลังเดินไป ต้องอาบัติทุกกฏ เพราะพยายาม

๒. เมื่อเดินไปแล้ว ต้องอาบัติปาจิตตีย์

สิกขาบทที่ ๑๐

ภิกษุณีอยู่จำพรรษาแล้ว ไม่หลีกจาริกไป ต้องอาบัติ ๑ อย่าง คือ อาบัติปาจิตตีย์

ตุวัฏฏวรรคที่ ๔ จบ

๕. จิตตาคารวรรค

สิกขาบทที่ ๑

[๒๓๕]

ภิกษุณีไปดูโรงละครหลวง หอจิตรกรรม สวนสาธารณะ อุทยาน หรือ สระโบกขรณี ต้องอาบัติ ๒ อย่าง คือ

๑. กำลังไป ต้องอาบัติทุกกฏ เพราะพยายาม

๒. ยืนในที่ที่มองเห็น ต้องอาบัติปาจิตตีย์

สิกขาบทที่ ๒

ภิกษุณีใช้ตั่งยาวหรือแท่น ต้องอาบัติ ๒ อย่าง คือ

๑. กำลังใช้สอย ต้องอาบัติทุกกฏ เพราะพยายาม

๒. เมื่อใช้สอยแล้ว ต้องอาบัติปาจิตตีย์

สิกขาบทที่ ๓

ภิกษุณีกรอด้าย ต้องอาบัติ ๒ อย่าง คือ

๑. กำลังกรอ ต้องอาบัติทุกกฏ เพราะพยายาม

๒. เมื่อกรอแล้ว ต้องอาบัติปาจิตตีย์

สิกขาบทที่ ๔

ภิกษุณีช่วยทำการขวนขวายเพื่อคฤหัสถ์ ต้องอาบัติ ๒ อย่าง คือ

๑. กำลังทำ ต้องอาบัติทุกกฏ เพราะพยายาม

๒. เมื่อทำแล้ว ต้องอาบัติปาจิตตีย์

สิกขาบทที่ ๕

ภิกษุณีผู้อันภิกษุณีขอร้องอยู่ว่า “แม่เจ้า โปรดมาช่วยระงับอธิกรณ์นี้ด้วยเถิด” รับปากแล้วไม่ช่วยระงับ ไม่ขวนขวายให้ผู้อื่นช่วยระงับ ต้องอาบัติ ๑ อย่าง คือ อาบัติปาจิตตีย์

สิกขาบทที่ ๖

ภิกษุณีให้ของเคี้ยวหรือของฉันด้วยมือตนแก่ชาวบ้าน แก่ปริพาชก หรือแก่ ปริพาชิกา ต้องอาบัติ ๒ อย่าง คือ

๑. กำลังให้ ต้องอาบัติทุกกฏ เพราะพยายาม

๒. เมื่อให้แล้ว ต้องอาบัติปาจิตตีย์

สิกขาบทที่ ๗

ภิกษุณีใช้ผ้าซับระดูแล้วไม่ยอมสละ ต้องอาบัติ ๒ อย่าง คือ

๑. กำลังใช้ ต้องอาบัติทุกกฏ เพราะพยายาม

๒. เมื่อใช้แล้ว ต้องอาบัติปาจิตตีย์

สิกขาบทที่ ๘

ภิกษุณีไม่สละ ๑- ที่พักแล้วหลีกจาริกไป ต้องอาบัติ ๒ อย่าง คือ

๑. ย่างเท้าก้าวที่ ๑ พ้นเขตไป ต้องอาบัติทุกกฏ

๒. ย่างเท้าก้าวที่ ๒ ต้องอาบัติปาจิตตีย์

สิกขาบทที่ ๙

ภิกษุณีเรียนดิรัจฉานวิชา ต้องอาบัติ ๒ อย่าง คือ

๑. กำลังเรียน ต้องอาบัติทุกกฏ เพราะพยายาม

๒. ต้องอาบัติปาจิตตีย์ ทุกๆ บท

สิกขาบทที่ ๑๐

ภิกษุณีสอนดิรัจฉานวิชา ต้องอาบัติ ๒ อย่าง คือ

๑. กำลังสอน ต้องอาบัติทุกกฏ เพราะพยายาม

๒. ต้องอาบัติปาจิตตีย์ ทุกๆ บท

จิตตาคารวรรคที่ ๕ จบ

@เชิงอรรถ :

@๑ ไม่สละ คือไม่บอกมอบหมายให้ผู้อื่นช่วยดูแลรักษาที่พัก (วิ.อ. ๒/๑๐๐๘/๕๑๐)

๖. อารามวรรค

สิกขาบทที่ ๑

[๒๓๖]

ภิกษุณีรู้อยู่เข้าไปสู่อารามที่มีภิกษุโดยไม่บอก ต้องอาบัติ ๒ อย่าง คือ

๑. ย่างเท้าก้าวที่ ๑ เข้าเขต ต้องอาบัติทุกกฏ

๒. ย่างเท้าก้าวที่ ๒ ต้องอาบัติปาจิตตีย์

สิกขาบทที่ ๒

ภิกษุณีด่าบริภาษภิกษุ ต้องอาบัติ ๒ อย่าง คือ

๑. กำลังด่า ต้องอาบัติทุกกฏ เพราะพยายาม

๒. เมื่อด่าแล้ว ต้องอาบัติปาจิตตีย์

สิกขาบทที่ ๓

ภิกษุณีขึ้งเคียดบริภาษคณะ ต้องอาบัติ ๒ อย่าง คือ

๑. กำลังบริภาษ ต้องอาบัติทุกกฏ เพราะพยายาม

๒. เมื่อบริภาษแล้ว ต้องอาบัติปาจิตตีย์

สิกขาบทที่ ๔

ภิกษุณีผู้ได้รับนิมนต์แล้วบอกห้ามภัตตาหารแล้ว ฉันของเคี้ยวหรือของฉัน ต้องอาบัติ ๒ อย่าง คือ

๑. รับประเคนด้วยตั้งใจว่า “จะเคี้ยวจะฉัน” ต้องอาบัติทุกกฏ

๒. ฉัน ต้องอาบัติปาจิตตีย์ ทุกๆ คำกลืน

สิกขาบทที่ ๕

ภิกษุณีหวงตระกูล ต้องอาบัติ ๒ อย่าง คือ

๑. กำลังหวง ต้องอาบัติทุกกฏ เพราะพยายาม

๒. เมื่อหวงแล้ว ต้องอาบัติปาจิตตีย์

สิกขาบทที่ ๖

ภิกษุณีจำพรรษาในอาวาสที่ไม่มีภิกษุ ต้องอาบัติ ๒ อย่าง คือ

๑. ตั้งใจว่าจะจำพรรษาแล้วจัดแจงเสนาสนะ ตั้งน้ำฉันน้ำใช้ กวาดบริเวณ ต้องอาบัติทุกกฏ

๒. พออรุณขึ้น ต้องอาบัติปาจิตตีย์

สิกขาบทที่ ๗

ภิกษุณีอยู่จำพรรษาแล้ว ไม่ปวารณาในสงฆ์ ๒ ฝ่าย ด้วยฐานะ ๓ ต้องอาบัติ ๑ อย่าง คือ อาบัติปาจิตตีย์

สิกขาบทที่ ๘

ภิกษุณีไม่ไปรับโอวาท หรือธรรมเป็นเหตุอยู่ร่วมกัน ต้องอาบัติ ๑ อย่าง คือ อาบัติปาจิตตีย์

สิกขาบทที่ ๙

ภิกษุณีไม่ถามอุโบสถบ้าง ไม่ถามโอวาทบ้าง ต้องอาบัติ ๑ อย่าง คือ อาบัติ ปาจิตตีย์

สิกขาบทที่ ๑๐

ภิกษุณีไม่บอกสงฆ์หรือคณะ ใช้ให้บ่งฝีหรือบาดแผลที่เกิดในร่มผ้าอยู่กันสอง ต่อสองกับชาย ต้องอาบัติ ๒ อย่าง คือ

๑. กำลังให้บ่ง ต้องอาบัติทุกกฏ เพราะพยายาม

๒. เมื่อบ่งแล้ว ต้องอาบัติปาจิตตีย์

อารามวรรคที่ ๖ จบ

๗. คัพภินีวรรค

สิกขาบทที่ ๑

[๒๓๗]

ภิกษุณีบวชให้สตรีมีครรภ์ ต้องอาบัติ ๒ อย่าง คือ

๑. กำลังบวชให้ ต้องอาบัติทุกกฏ เพราะพยายาม

๒. เมื่อบวชให้แล้ว ต้องอาบัติปาจิตตีย์

สิกขาบทที่ ๒

ภิกษุณีบวชให้สตรีมีลูกยังดื่มนม ต้องอาบัติ ๒ อย่าง คือ

๑. กำลังบวชให้ ต้องอาบัติทุกกฏ เพราะพยายาม

๒. เมื่อบวชให้แล้ว ต้องอาบัติปาจิตตีย์

สิกขาบทที่ ๓

ภิกษุณีบวชให้สิกขมานาผู้ยังไม่ได้ศึกษาสิกขาในธรรม ๖ ข้อ ตลอด ๒ ปี ต้องอาบัติ ๒ อย่าง คือ

๑. กำลังบวชให้ ต้องอาบัติทุกกฏ เพราะพยายาม

๒. เมื่อบวชให้แล้ว ต้องอาบัติปาจิตตีย์

สิกขาบทที่ ๔

ภิกษุณีบวชให้สิกขมานาผู้ได้ศึกษาสิกขาในธรรม ๖ ข้อ ตลอด ๒ ปีแล้ว แต่สงฆ์ยังมิได้สมมติ ต้องอาบัติ ๒ อย่าง คือ

๑. กำลังบวชให้ ต้องอาบัติทุกกฏ เพราะพยายาม

๒. เมื่อบวชให้แล้ว ต้องอาบัติปาจิตตีย์

สิกขาบทที่ ๕

ภิกษุณีบวชให้หญิงที่มีครอบครัวมีอายุต่ำกว่า ๑๒ ปี ต้องอาบัติ ๒ อย่าง คือ

๑. กำลังบวชให้ ต้องอาบัติทุกกฏ เพราะพยายาม

๒. เมื่อบวชให้แล้ว ต้องอาบัติปาจิตตีย์

สิกขาบทที่ ๖

ภิกษุณีบวชให้หญิงที่มีครอบครัวอายุครบ ๑๒ ปี ยังไม่ได้ศึกษาสิกขาในธรรม ๖ ข้อ ตลอด ๒ ปี ต้องอาบัติ ๒ อย่าง คือ

๑. กำลังบวชให้ ต้องอาบัติทุกกฏ เพราะพยายาม

๒. เมื่อบวชให้แล้ว ต้องอาบัติปาจิตตีย์

สิกขาบทที่ ๗

ภิกษุณีบวชให้หญิงที่มีครอบครัวอายุครบ ๑๒ ปี ได้ศึกษาสิกขาในธรรม ๖ ข้อ ตลอด ๒ ปี แต่ยังมิได้สมมติ ต้องอาบัติ ๒ อย่าง คือ

๑. กำลังบวชให้ ต้องอาบัติทุกกฏ เพราะพยายาม

๒. เมื่อบวชให้แล้ว ต้องอาบัติปาจิตตีย์

สิกขาบทที่ ๘

ภิกษุณีบวชให้สหชีวินีแล้วไม่อนุเคราะห์ ไม่ให้อนุเคราะห์ตลอด ๒ ปี ต้อง อาบัติ ๑ อย่าง คือ อาบัติปาจิตตีย์

สิกขาบทที่ ๙

ภิกษุณีไม่ติดตามปวัตตินีผู้บวชให้ ตลอด ๒ ปี ต้องอาบัติ ๑ อย่าง คือ อาบัติปาจิตตีย์

สิกขาบทที่ ๑๐

ภิกษุณีบวชให้สหชีวินีแล้ว ไม่พาหลีกไป ไม่ให้พาหลีกไป ต้องอาบัติ ๑ อย่าง คือ อาบัติปาจิตตีย์

คัพภินีวรรคที่ ๗ จบ

๘. กุมารีภูตวรรค

สิกขาบทที่ ๑

[๒๓๘]

ภิกษุณีบวชให้กุมารีมีอายุต่ำกว่า ๒๐ ปี ต้องอาบัติ ๒ อย่าง คือ

๑. กำลังบวชให้ ต้องอาบัติทุกกฏ เพราะพยายาม

๒. เมื่อบวชให้แล้ว ต้องอาบัติปาจิตตีย์

สิกขาบทที่ ๒

ภิกษุณีบวชให้กุมารีมีอายุครบ ๒๐ ปี แต่ยังไม่ได้ศึกษาสิกขาในธรรม ๖ ข้อ ตลอด ๒ ปี ต้องอาบัติ ๒ อย่าง คือ

๑. กำลังบวชให้ ต้องอาบัติทุกกฏ เพราะพยายาม

๒. เมื่อบวชให้แล้ว ต้องอาบัติปาจิตตีย์

สิกขาบทที่ ๓

ภิกษุณีบวชให้กุมารีมีอายุครบ ๒๐ ปี ผู้ได้ศึกษาสิกขาในธรรม ๖ ข้อ ตลอด ๒ ปี แต่สงฆ์ยังไม่ได้สมมติ ต้องอาบัติ ๒ อย่าง คือ

๑. กำลังบวชให้ ต้องอาบัติทุกกฏ เพราะพยายาม

๒. เมื่อบวชให้แล้ว ต้องอาบัติปาจิตตีย์

สิกขาบทที่ ๔

ภิกษุณีมีพรรษาต่ำกว่า ๑๒ บวชให้กุลธิดา ต้องอาบัติ ๒ อย่าง คือ

๑. กำลังบวชให้ ต้องอาบัติทุกกฏ เพราะพยายาม

๒. เมื่อบวชให้แล้ว ต้องอาบัติปาจิตตีย์

สิกขาบทที่ ๕

ภิกษุณีมีพรรษาครบ ๑๒ แต่สงฆ์ยังไม่ได้สมมติ บวชให้กุลธิดา ต้องอาบัติ ๒ อย่าง คือ

๑. กำลังบวชให้ ต้องอาบัติทุกกฏ เพราะพยายาม

๒. เมื่อบวชให้แล้ว ต้องอาบัติปาจิตตีย์

สิกขาบทที่ ๖

ภิกษุณีผู้อันสงฆ์กล่าวอยู่ว่า “แม่เจ้า ท่านอย่าบวชให้กุลธิดาเลย” รับคำแล้ว ภายหลังกลับบ่นว่า ต้องอาบัติ ๒ อย่าง คือ

๑. กำลังบ่นว่า ต้องอาบัติทุกกฏ เพราะพยายาม

๒. เมื่อบ่นว่าแล้ว ต้องอาบัติปาจิตตีย์

สิกขาบทที่ ๗

ภิกษุณีกล่าวกับสิกขมานาว่า “แม่คุณ ถ้าเธอจักให้จีวรแก่เรา เราก็จะบวช ให้เธอ” แล้วไม่บวชให้ ไม่ขวนขวายใช้ให้บวชให้ ต้องอาบัติ ๑ อย่าง คือ อาบัติปาจิตตีย์

สิกขาบทที่ ๘

ภิกษุณีกล่าวกับสิกขมานาว่า “แม่คุณ ถ้าเธอจักติดตามเราตลอด ๒ ปี เราก็จะบวชให้เธอ” แล้วไม่บวชให้ ไม่ขวนขวายใช้ให้บวชให้ ต้องอาบัติ ๑ อย่าง คือ อาบัติปาจิตตีย์

สิกขาบทที่ ๙

ภิกษุณีบวชให้สิกขมานาผู้คลุกคลีกับชาย คลุกคลีกับเด็กหนุ่ม ดุร้าย ผู้ทำชาย ให้ระทมโศก ต้องอาบัติ ๒ อย่าง คือ

๑. กำลังบวชให้ ต้องอาบัติทุกกฏ เพราะพยายาม

๒. เมื่อบวชให้แล้ว ต้องอาบัติปาจิตตีย์

สิกขาบทที่ ๑๐

ภิกษุณีบวชให้สิกขมานา ที่มารดาบิดาหรือสามียังไม่ได้อนุญาต ต้องอาบัติ ๒ อย่าง คือ

๑. กำลังบวชให้ ต้องอาบัติทุกกฏ เพราะพยายาม

๒. เมื่อบวชให้แล้ว ต้องอาบัติปาจิตตีย์

สิกขาบทที่ ๑๑

ภิกษุณีบวชให้สิกขมานาด้วยการให้ปาริวาสิกฉันทะ ๑- ต้องอาบัติ ๒ อย่าง คือ

๑. กำลังบวชให้ ต้องอาบัติทุกกฏ เพราะพยายาม

๒. เมื่อบวชให้แล้ว ต้องอาบัติปาจิตตีย์

สิกขาบทที่ ๑๒

ภิกษุณีบวชให้สิกขมานาทุกๆ ปี ต้องอาบัติ ๒ อย่าง คือ

๑. กำลังบวชให้ ต้องอาบัติทุกกฏ เพราะพยายาม

๒. เมื่อบวชให้แล้ว ต้องอาบัติปาจิตตีย์

สิกขาบทที่ ๑๓

ภิกษุณีบวชให้สิกขมานา ๒ รูป ใน ๑ ปี ต้องอาบัติ ๒ อย่าง คือ

๑. กำลังบวชให้ ต้องอาบัติทุกกฏ เพราะพยายาม

๒. เมื่อบวชให้แล้ว ต้องอาบัติปาจิตตีย์

กุมารีภูตวรรคที่ ๘ จบ

@เชิงอรรถ :

@๑ ดูรายละเอียดใน วิ.ภิกฺขุนี. (แปล) ๓/๑๑๖๖-๑๑๖๗/๓๕๑-๓๕๒ (เชิงอรรถ)

๙. ฉัตตุปาหนวรรค

สิกขาบทที่ ๑

[๒๓๙]

ภิกษุณีกั้นร่มและสวมรองเท้า ต้องอาบัติ ๒ อย่าง คือ

๑. กำลังใช้ ต้องอาบัติทุกกฏ เพราะพยายาม

๒. เมื่อใช้แล้ว ต้องอาบัติปาจิตตีย์

สิกขาบทที่ ๒

ภิกษุณีโดยสารยานพาหนะ ต้องอาบัติ ๒ อย่าง คือ

๑. กำลังโดยสารไป ต้องอาบัติทุกกฏ เพราะพยายาม

๒. เมื่อโดยสารไปแล้ว ต้องอาบัติปาจิตตีย์

สิกขาบทที่ ๓

ภิกษุณีใช้เครื่องประดับเอว ต้องอาบัติ ๒ อย่าง คือ

๑. กำลังใช้ ต้องอาบัติทุกกฏ เพราะพยายาม

๒. เมื่อใช้แล้ว ต้องอาบัติปาจิตตีย์

สิกขาบทที่ ๔

ภิกษุณีใช้เครื่องประดับของสตรี ต้องอาบัติ ๒ อย่าง คือ

๑. กำลังใช้ ต้องอาบัติทุกกฏ เพราะพยายาม

๒. เมื่อใช้แล้ว ต้องอาบัติปาจิตตีย์

สิกขาบทที่ ๕

ภิกษุณีสรงสนานด้วยของหอมและเครื่องย้อมผิว ต้องอาบัติ ๒ อย่าง คือ

๑. กำลังสรงสนาน ต้องอาบัติทุกกฏ เพราะพยายาม

๒. เมื่อสรงสนานแล้ว ต้องอาบัติปาจิตตีย์

สิกขาบทที่ ๖

ภิกษุณีสรงสนานด้วยแป้งอบกลิ่น ต้องอาบัติ ๒ อย่าง คือ

๑. กำลังสรงสนาน ต้องอาบัติทุกกฏ เพราะพยายาม

๒. เมื่อสรงสนานแล้ว ต้องอาบัติปาจิตตีย์

สิกขาบทที่ ๗

ภิกษุณีใช้ภิกษุณีให้บีบนวด ต้องอาบัติ ๒ อย่าง คือ

๑. กำลังให้บีบนวด ต้องอาบัติทุกกฏ เพราะพยายาม

๒. เมื่อบีบนวดแล้ว ต้องอาบัติปาจิตตีย์

สิกขาบทที่ ๘

ภิกษุณีใช้สิกขมานาบีบนวด ต้องอาบัติ ๒ อย่าง คือ

๑. กำลังให้บีบนวด ต้องอาบัติทุกกฏ เพราะพยายาม

๒. เมื่อบีบนวดแล้ว ต้องอาบัติปาจิตตีย์

สิกขาบทที่ ๙

ภิกษุณีใช้สามเณรีบีบนวด ต้องอาบัติ ๒ อย่าง คือ

๑. กำลังให้บีบนวด ต้องอาบัติทุกกฏ เพราะพยายาม

๒. เมื่อบีบนวดแล้ว ต้องอาบัติปาจิตตีย์

สิกขาบทที่ ๑๐

ภิกษุณีใช้หญิงคฤหัสถ์บีบนวด ต้องอาบัติ ๒ อย่าง คือ

๑. กำลังให้บีบนวด ต้องอาบัติทุกกฏ เพราะพยายาม

๒. เมื่อบีบนวดแล้ว ต้องอาบัติปาจิตตีย์

สิกขาบทที่ ๑๑

ภิกษุณีไม่ขอโอกาสก่อนแล้วนั่งบนอาสนะข้างหน้าภิกษุ ต้องอาบัติ ๒ อย่าง คือ

๑. กำลังนั่ง ต้องอาบัติทุกกฏ เพราะพยายาม

๒. เมื่อนั่งแล้ว ต้องอาบัติปาจิตตีย์

สิกขาบทที่ ๑๒

ภิกษุณีถามปัญหาภิกษุที่ตนยังไม่ได้ขอโอกาส ต้องอาบัติ ๒ อย่าง คือ

๑. กำลังถาม ต้องอาบัติทุกกฏ เพราะพยายาม

๒. เมื่อถามแล้ว ต้องอาบัติปาจิตตีย์

สิกขาบทที่ ๑๓

ภิกษุณีไม่มีผ้ารัดถันเข้าไปสู่บ้าน ต้องอาบัติ ๒ อย่าง คือ

๑. ย่างเท้าก้าวที่ ๑ เข้าสู่เขตรั้ว ต้องอาบัติทุกกฏ

๒. ย่างเท้าก้าวที่ ๒ ต้องอาบัติปาจิตตีย์

ฉัตตุปาหนวรรคที่ ๙ จบ

ขุททกสิกขาบท จบ

ที่มา: พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่มที่ ๘ จาก 84000.org

รายงานข้อผิดพลาด

ภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เป็นงานของมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย คัดมาตามต้นฉบับโดยไม่แก้ถ้อยคำ แสดงภายใต้ เงื่อนไขนี้ หากเจ้าของประสงค์ให้นำออก แจ้งที่ saddhammadana@gmail.com จะนำออกทันที

หัวข้อก่อนหน้าคำถามและคำตอบในนิสสัคคิยปาจิตตีย์กลับไปยังสารบัญเล่มที่ ๘ปาจิตติยกัณฑ์หัวข้อถัดไปคำถามและคำตอบในปาฏิเทสนียกัณฑ์