ปัพพชิตอภิณหปัจจเวกขณปาฐะ
pappachit aphinha patchawekkhana
ธรรม ๑๐ ประการที่บรรพชิตพึงพิจารณาเนือง ๆ ตั้งแต่ความมีเพศต่างจากคฤหัสถ์ ชีวิตที่เนื่องด้วยผู้อื่น ไปจนถึงการถามตนว่าวันคืนล่วงไปเราทำอะไรอยู่ สำหรับพระภิกษุสามเณรพิจารณาประจำวัน
- ลำดับ
- ๓ ใน ๕
- จำนวนบท
- ๑๖
- ประเภท
- ปาฐะ
- เสียงสวด
- ยังไม่มี
บทนำสวด
- (ผู้นำสวด) หันทะ มะยัง ปัพพะชิตะอะภิณหะปัจจะเวกขะณะปาฐัง ภะณามะ เส.Handa mayaṃ pabbajitaabhiṇhapaccavekkhaṇapāṭhaṃ bhaṇāma se.เชิญเถิด เราทั้งหลาย จงสวดปัพพชิตอภิณหปัจจเวกขณปาฐะเถิด
บทอารัมภกถา
- ทะสะ อิเม ภิกขะเว ธัมมา,Dasa ime bhikkhave dhammā,ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ธรรมทั้งหลายสิบประการเหล่านี้ มีอยู่,
- ปัพพะชิเตนะ อะภิณหัง ปัจจะเวกขิตัพพา,Pabbajitena abhiṇhaṃ paccavekkhitabbā,เป็นธรรมที่บรรพชิตพึงพิจารณาโดยแจ่มชัด อยู่เนืองนิจ,
- กะตะเม ทะสะ,Katame dasa,ธรรมทั้งหลายสิบประการนั้นเป็นอย่างไรเล่า,
ข้อที่ ๑ : พิจารณาเพศบรรพชิต
- เววัณณิยัมหิ อัชฌูปะคะโตติ ปัพพะชิเตนะ อะภิณหัง ปัจจะเวกขิตัพพัง,Vevaṇṇiyamhi ajjhūpagatoti, pabbajitena abhiṇhaṃ paccavekkhitabbaṃ,คือ บรรพชิตพึงพิจารณาโดยแจ่มชัด อยู่เนืองนิจว่า เราเป็นผู้เข้าถึงเฉพาะแล้ว ซึ่งวรรณะอันต่างอันพิเศษ ดังนี้,
ข้อที่ ๒ : พิจารณาการเลี้ยงชีวิต
- ปะระปะฏิพัทธา เม ชีวิกาติ ปัพพะชิเตนะ อะภิณหัง ปัจจะเวกขิตัพพัง,Parapaṭibaddhā me jīvikāti, pabbajitena abhiṇhaṃ paccavekkhitabbaṃ,บรรพชิตพึงพิจารณาโดยแจ่มชัด อยู่เนืองนิจว่า การเลี้ยงชีวิตของเราเนื่องเฉพาะแล้วด้วยผู้อื่น ดังนี้,
ข้อที่ ๓ : พิจารณาระเบียบกิริยามารยาท
- อัญโญ เม อากัปโป กะระณีโยติ ปัพพะชิเตนะ อะภิณหัง ปัจจะเวกขิตัพพัง,Añño me ākappo karaṇīyoti, pabbajitena abhiṇhaṃ paccavekkhitabbaṃ,บรรพชิตพึงพิจารณาโดยแจ่มชัด อยู่เนืองนิจว่า ระเบียบการปฏิบัติอย่างอื่นที่เราจะต้องทำมีอยู่ ดังนี้,
ข้อที่ ๔ : ตรวจสอบศีลของตนเอง
- กัจจิ นุ โข เม อัตตา สีละโต นะ อุปะวะทะตีติ ปัพพะชิเตนะ อะภิณหัง ปัจจะเวกขิตัพพัง,Kacci nu kho me attā sīlato na upavadatīti, pabbajitena abhiṇhaṃ paccavekkhitabbaṃ,บรรพชิตพึงพิจารณาโดยแจ่มชัด อยู่เนืองนิจว่า เมื่อกล่าวโดยศีล เราย่อมตำหนิติเตียนตนเองไม่ได้ มิใช่หรือ ดังนี้,
ข้อที่ ๕ : ตรวจสอบศีลในสายตาผู้อื่น
- กัจจิ นุ โข มัง อะนุวิจจะ วิญญู สะพรัหมะจารี สีละโต นะ อุปะวะทันตีติ ปัพพะชิเตนะ อะภิณหัง ปัจจะเวกขิตัพพัง,Kacci nu kho maṃ anuvicca viññū sabrahmacārī sīlato na upavadantīti, pabbajitena abhiṇhaṃ paccavekkhitabbaṃ,บรรพชิตพึงพิจารณาโดยแจ่มชัด อยู่เนืองนิจว่า เมื่อกล่าวโดยศีล เพื่อนสหพรหมจารีที่เป็นวิญญูชน ใคร่ครวญแล้ว ย่อมตำหนิติเตียนเราไม่ได้ มิใช่หรือ ดังนี้,
ข้อที่ ๖ : พิจารณาความพลัดพราก
- สัพเพหิ เม ปิเยหิ มะนาเปหิ นานาภาโว วินาภาโวติ ปัพพะชิเตนะ อะภิณหัง ปัจจะเวกขิตัพพัง,Sabbehi me piyehi manāpehi nānābhāvo vinābhāvoti, pabbajitena abhiṇhaṃ paccavekkhitabbaṃ,บรรพชิตพึงพิจารณาโดยแจ่มชัด อยู่เนืองนิจว่า ความพลัดพรากจากของรัก ของชอบใจทั้งสิ้น จักมีแก่เรา ดังนี้,
ข้อที่ ๗ : พิจารณากรรมและผลของกรรม
- กัมมัสสะโกมหิ กัมมะทายาโท กัมมะโยนิ กัมมะพันธุ กัมมะปะฏิสะระโณ, ยัง กัมมัง กะริสสามิ กัล๎ยาณัง วา ปาปะกัง วา ตัสสะ ทายาโท ภะวิสสามีติ ปัพพะชิเตนะ อะภิณหัง ปัจจะเวกขิตัพพัง,Kammassakomhi kammadāyādo kammayoni kammabandhu kammapaṭisaraṇo, yaṃ kammaṃ karissāmi kalyāṇaṃ vā pāpakaṃ vā tassa dāyādo bhavissāmīti, pabbajitena abhiṇhaṃ paccavekkhitabbaṃ,บรรพชิตพึงพิจารณาโดยแจ่มชัด อยู่เนืองนิจว่า เราเป็นผู้มีกรรมเป็นของตน มีกรรมที่ต้องรับผลเป็นมรดกตกทอด มีกรรมเป็นที่กำเนิด มีกรรมเป็นเผ่าพันธุ์ มีกรรมเป็นที่พึ่งอาศัย เราทำกรรมใดไว้ ดีก็ตาม ชั่วก็ตาม เราจักเป็นผู้รับผลตกทอดแห่งกรรมนั้น ดังนี้,
ข้อที่ ๘ : พิจารณากาลเวลาที่ผ่านไป
- กะถัมภูตัสสะ เม รัตตินทิวา วีติปะตันตีติ ปัพพะชิเตนะ อะภิณหัง ปัจจะเวกขิตัพพัง,Kathaṃbhūtassa me rattindivā vītipatantīti, pabbajitena abhiṇhaṃ paccavekkhitabbaṃ,บรรพชิตพึงพิจารณาโดยแจ่มชัด อยู่เนืองนิจว่า วันคืนล่วงไปล่วงไป ในเมื่อเรากำลังเป็นอยู่ในสภาพเช่นไร ดังนี้,
ข้อที่ ๙ : พิจารณาความยินดีในที่สงัด
- กัจจิ นุ โขหัง สุญญาคาเร อะภิระมามีติ ปัพพะชิเตนะ อะภิณหัง ปัจจะเวกขิตัพพัง,Kacci nu kho'haṃ suññāgāre abhiramāmīti, pabbajitena abhiṇhaṃ paccavekkhitabbaṃ,บรรพชิตพึงพิจารณาโดยแจ่มชัด อยู่เนืองนิจว่า เราย่อมยินดีในโรงเรือนอันสงัดอยู่หรือหนอ ดังนี้,
ข้อที่ ๑๐ : พิจารณาคุณวิเศษในตน
- อัตถิ นุ โข เม อุตตะริมะนุสสะธัมมา อะละมะริยะญาณะทัสสะนะวิเสโส อะธิคะโต, โสหัง ปัจฉิเม กาเล สะพรัหมะจารีหิ ปุฏโฐ นะ มังกุ ภะวิสสามีติ ปัพพะชิเตนะ อะภิณหัง ปัจจะเวกขิตัพพัง,Atthi nu kho me uttarimanussadhammā alamariyañāṇadassanaviseso adhigato, so'haṃ pacchime kāle sabrahmacārīhi puṭṭho na maṅku bhavissāmīti, pabbajitena abhiṇhaṃ paccavekkhitabbaṃ,บรรพชิตพึงพิจารณาโดยแจ่มชัด อยู่เนืองนิจว่า ญาณทรรศนะอันวิเศษ ควรแก่พระอริยเจ้า อันยิ่งกว่าวิสัยธรรมดาของมนุษย์ ที่เราได้บรรลุแล้ว เพื่อเราจะไม่เป็นผู้เก้อเขิน เมื่อถูกเพื่อนสหพรหมจารีด้วยกันถามในภายหลังมีอยู่แก่เราหรือไม่ ดังนี้,
บทสรุปท้าย
- อิเม โข ภิกขะเว ทะสะ ธัมมา,Ime kho bhikkhave dasa dhammā,ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ธรรมทั้งหลาย สิบประการ เหล่านี้แล,
- ปัพพะชิเตนะ อะภิณหัง ปัจจะเวกขิตัพพาติ.Pabbajitena abhiṇhaṃ paccavekkhitabbāti.เป็นธรรมที่บรรพชิตพึงพิจารณาโดยแจ่มชัด อยู่เนืองนิจ ดังนี้แลฯ
- บาลี
- ยังไม่ได้ทานกับต้นฉบับ
- คำแปล
- ยังไม่ได้ทานกับต้นฉบับ
ที่มาในพระไตรปิฎก
- ปัพพชิตอภิณหสูตร องฺคุตตรนิกาย ทสกนิบาต (AN 10.48)
ที่มาของสำนวน
A Chanting Guide
คำอ่านโรมัน
Pali: "A Chanting Guide", Dhammayut Order (CC BY-NC 4.0) — หัวข้อ "Ten Reflections" — สองมิเรอร์ตรงกันทั้งบท; ฉบับ Chanting Guide พิมพ์เฉพาะข้อธรรมโดยไม่ซ้ำท่อน pabbajitena abhiṇhaṃ paccavekkhitabbaṃ ท้ายข้อ — ฉบับสวดไทยซ้ำทุกข้อตามพระบาลี จึงเติมท่อนซ้ำตามฉบับสวดไทย แล้วเทียบทั้งบทกับพระไตรปิฎกโรมัน ปัพพชิตอภิณหสูตร AN 10.48 (SuttaCentral, ฉบับ Mahāsaṅgīti) ตรงกันทั้งบทยกเว้นจุดที่ฉบับสวดไทย+Chanting Guide ตรงกันเองแต่ต่างจาก Mahāsaṅgīti: ajjhūpagato (มหาสังคายนา: ajjhupagato), vītipatantī (มหาสังคายนา: vītivattantī), katham-bhūtassa (มหาสังคายนา: kathaṃbhūtassa), uttari-manussa-dhammā ... so'haṃ (มหาสังคายนา: uttari manussadhammo ... yenāhaṃ) — คงตามฉบับสวด; บรรทัดนำ Handa mayaṃ pabbajita-abhiṇha-paccavekkhaṇa-pāṭhaṃ ภาษาโรมันและคำแปลอังกฤษของบรรทัดนำ ประกอบจากสูตรมาตรฐาน ไม่มีในแหล่งโรมัน
คำอ่านไทยและคำแปล
ตัวบทคำแปล
คำอ่านไทย+คำแปลจาก kalyanamitra.org/th/article_detail.php?i=12773 — หน้านั้นระบุว่าอ้างอิงหนังสือ "คู่มือทำวัตร-สวดมนต์แปล" พระโพธิญาณเถร (ชา สุภทฺโท) วัดหนองป่าพง; จุดที่แก้โดยเทียบฉบับโรมัน: ทะสะอิเม → ทะสะ อิเม, อะภิณหังปัจจะเวกขิตัพพัง → อะภิณหัง ปัจจะเวกขิตัพพัง, สีละโตนะ → สีละโต นะ, ปาปะกังวา → ปาปะกัง วา, กัลฺยาณัง (พินทุ) → กัล๎ยาณัง (ยามักการตามแบบบทอื่นในแอป), บรรทัดนำ ปัพพะชิตะอภิณหะ → ปัพพะชิตะอะภิณหะ (ตาม abhiṇha และ watpitch.com/prayer/2736 ซึ่งพิมพ์ ปัพพะชิตะอะภิณ๎หะ), ตัดจุลภาคกลางบรรทัดตามรูปแบบบทอื่นในแอป; ฝั่งคำแปล: บรรชิต → บรรพชิต, พึ่งพิจารณา → พึงพิจารณา, มุนษย์ → มนุษย์, เพื่อ สหพรหมจารี → เพื่อนสหพรหมจารี; คำแปลไทยของบรรทัดนำ (หันทะ มะยังฯ) เป็นคำแปลเชิงกระบวนพิธีตามสูตร "เชิญเถิด เราทั้งหลายฯ" ที่ฉบับแปลไทยใช้ทั่วไป ไม่ใช่ตัวบทสวด