เจริญพระพุทธมนต์ลำดับ ๑๐ จาก ๑๓
โพชฌังคปริตร (โพชฌังคะปะริตตัง)
พระปริตรว่าด้วยโพชฌงค์ ๗ อ้างเหตุการณ์ที่พระมหากัสสปะ พระโมคคัลลานะ และพระพุทธองค์เองหายจากอาพาธเพราะได้ฟังโพชฌงค์ นิยมสวดให้ผู้ป่วยฟังเพื่อเป็นกำลังใจและความสวัสดี
bojjhanga paritta
๑๗ บทมีคำอ่านมีคำแปล
“โพชฌงค์ ๗ ประการ คือ สติสัมโพชฌงค์ (ความระลึกได้) ๑, ธัมมวิจยสัมโพชฌงค์ (การเฟ้นหาธรรม) ๑”
องค์แห่งการตรัสรู้ ๗ ประการ และการตั้งสัจจะอธิษฐาน
- โพชฌังโค สะติสังขาโต, ธัมมานัง วิจะโย ตะถา,โพชฌงค์ ๗ ประการ คือ สติสัมโพชฌงค์ (ความระลึกได้) ๑, ธัมมวิจยสัมโพชฌงค์ (การเฟ้นหาธรรม) ๑
- วิริยัมปีติปัสสัทธิ-, โพชฌังคา จะ ตะถาปะเร,วิริยสัมโพชฌงค์ (ความเพียร) ๑, ปีติสัมโพชฌงค์ (ความอิ่มใจ) ๑, ปัสสัทธิสัมโพชฌงค์ (ความสงบกายใจ) ๑
- สะมาธุปเปกขะโพชฌังคา, สัตเตเต สัพพะทัสสินา,สมาธิสัมโพชฌงค์ (ความตั้งจิตมั่น) ๑, อุเบกขาสัมโพชฌงค์ (ความวางเฉย) ๑, องค์ธรรม ๗ ประการเหล่านี้
- มุนินา สัมมะทักขาตา, ภาวิตา พะหุลีกะตา,อันพระมุนีเจ้า (พระพุทธเจ้า) ผู้ทรงเห็นธรรมทั้งปวง ตรัสไว้ชอบแล้ว อันบุคคลเจริญแล้ว ทำให้มากแล้ว
- สังวัตตันติ อะภิญญายะ, นิพพานายะ จะ โพธิยา,ย่อมเป็นไปเพื่อความรู้ยิ่ง เพื่อความดับทุกข์ (นิพพาน) และเพื่อความตรัสรู้
- เอเตนะ สัจจะวัชเชนะ, โสตถิ เต โหตุ สัพพะทา.ด้วยการกล่าวคำสัตย์นี้ ขอความสวัสดีจงมีแก่ท่านทุกเมื่อ
ทรงแสดงโพชฌงค์โปรดพระอัครสาวกทั้งสองให้หายจากโรคาพาธ
- เอกัส๎มิง สะมะเย นาโถ, โมคคัลลานัญจะ กัสสะปัง,ในสมัยหนึ่ง พระโลกนาถเจ้า ทรงทอดพระเนตรเห็นพระโมคคัลลานะ และพระกัสสปะ
- คิลาเน ทุกขิตา ทิส๎วา, โพชฌังเค สัตตะ เทสะยิ,เป็นไข้ ได้รับความทุกข์ลำบาก จึงทรงแสดงโพชฌงค์ ๗ ประการ
- เต จะ ตัง อะภินันทิต๎วา, โรคา มุจจิงสุ ตังขะเณ,ท่านทั้งสองชื่นชมยินดีธรรมภาษิตนั้น แล้วหายจากโรคในทันที
- เอเตนะ สัจจะวัชเชนะ, โสตถิ เต โหตุ สัพพะทา.ด้วยการกล่าวคำสัตย์นี้ ขอความสวัสดีจงมีแก่ท่านทุกเมื่อ
พระพุทธองค์หายจากพระโรคประชวรหลังฟังพระจุนทเถระสวดโพชฌงค์
- เอกะทา ธัมมะราชาปิ, เคลัญเญนาภิปีฬิโต,ในคราวหนึ่ง แม้พระธรรมราชา (พระพุทธเจ้า) เอง ทรงถูกประชวรด้วยพระโรคประชวรหนัก
- จุนทัตเถเรนะ ตัญเญวะ, ภะณาเปต๎วานะ สาทะระตัง,ทรงรับสั่งให้พระจุนทเถระแสดงโพชฌงค์นั้นแล ถวายโดยเคารพ
- สัมโมทิต๎วา จะ อาพาธา, ตัมหา วุฏฐาสิ ฐานะโส,ทรงบันเทิงพระทัยแล้ว หายจากพระโรคประชวรนั้นโดยพลัน
- เอเตนะ สัจจะวัชเชนะ, โสตถิ เต โหตุ สัพพะทา.ด้วยการกล่าวคำสัตย์นี้ ขอความสวัสดีจงมีแก่ท่านทุกเมื่อ
อาพาธทั้งหลายดับสิ้นไม่เกิดขึ้นอีก และอธิษฐานพรความสวัสดี
- ปะหีนา เต จะ อาพาธา, ติณณันนัมปิ มะเหสินัง,อาพาธทั้งหลายเหล่านั้น อันพระมหาฤๅษี (ผู้แสวงหาคุณอันยิ่งใหญ่) ทั้ง ๓ องค์ ละได้แล้ว
- มัคคาหะตะกิเลสาวะ, ปัตตานุปปัตติธัมมะตัง,ถึงความไม่เกิดขึ้นอีกเป็นธรรมดา เปรียบเสมือนกิเลสอันอริยมรรคกำจัดเสียแล้ว
- เอเตนะ สัจจะวัชเชนะ, โสตถิ เต โหตุ สัพพะทา.ด้วยการกล่าวคำสัตย์นี้ ขอความสวัสดีจงมีแก่ท่านทุกเมื่อ เทอญฯ
ข้อมูลบทสวด
- ลำดับ
- ๑๐ ใน ๑๓
- จำนวนบท
- ๑๗
- ประเภท
- พระปริตร
- เสียงสวด
- ยังไม่มี
ที่มาและการตรวจทาน
- บาลี
- ยังไม่ได้ทานกับต้นฉบับ
- คำแปล
- ยังไม่ได้ทานกับต้นฉบับ
ที่มาในพระไตรปิฎก
- ตัวปริตรแต่งภายหลัง เรียบเรียงจากเหตุการณ์ใน สํ. มหา. คิลานสูตร (SN 46.14–16)
ที่มาของสำนวน
A Chanting Guide
คำอ่านโรมัน
Pali: "A Chanting Guide", Dhammayut Order (CC BY-NC 4.0) — บาลีอยู่ในหน้า Aṅgulimāla Paritta ของ dhammatalks (Section0059 ท่อนหลัง); จุดที่แก้คำพิมพ์ผิดของแหล่งไทย: "อะภินันทิตวาโรคา"→"อะภินันทิต๎วา โรคา" (เว้นวรรคตามบาลี)
คำอ่านไทยและคำแปลไทย
ตัวบทคำแปล
คำอ่านไทย+คำแปลไทยจาก watpamahachai.net/watpamahachai-68_12.htm — หน้านั้นระบุว่าคัดจากหนังสือ "มนต์พิธีแปล" รวบรวมโดยพระครูอรุณธรรมรังษี (เอี่ยม สิริวัณโณ) วัดอรุณราชวราราม

