โสมทัตตชาดก
ว่าด้วยอาการของผู้ขอ
เล่มที่ ๒๗ · ข้อ ๒๗๑ · บรรทัด ๑๕๘๙ · ขุททกนิกาย ชาดก ภาค ๑
อรรถกถาชาดก
เรื่องเล่า
พระศาสดาเมื่อประทับอยู่ ณ พระเชตวันมหาวิหาร ทรงปรารภพระโลฬุทายีเถระ ตรัสพระธรรมเทศนานี้ มีคำเริ่มต้นว่า อกาสิ โยคฺคํ ดังนี้.
เรื่องย่อมีว่า พระโลฬุทายีเถระนั้น ไม่สามารถจะกล่าวคำแม้สักคำเดียวได้สำเร็จ ในระหว่างชนสองสามคน เป็นผู้ประหม่าครั่นคร้ามคิดจะพูดคำหนึ่งกลับไปพูดอีกคำหนึ่ง. ภิกษุทั้งหลายนั่งสนทนากันถึงเรื่องราวของพระเถระนั้น. พระศาสดาเสด็จมาตรัสถามว่า ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย บัดนี้พวกเธอนั่งประชุมสนทนากันด้วยเรื่องอะไร เมื่อภิกษุเหล่านั้นกราบทูลให้ทรงทราบแล้ว จึงตรัสว่า ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย โลฬุทายีมิใช่เป็นผู้ประหม่าครั่นคร้ามแต่ในบัดนี้เท่านั้น แม้เมื่อก่อนก็เป็นผู้ประหม่าครั่นคร้ามเหมือนกัน แล้วทรงนำเรื่องอดีตมาตรัสเล่า.
ในอดีตกาลครั้งพระเจ้าพรหมทัตเสวยราชสมบัติอยู่ในกรุงพาราณสี พระโพธิสัตว์อุบัติในตระกูลพราหมณ์ตระกูลหนึ่ง ในแคว้นกาสี ครั้นเจริญวัยเรียนศิลปะในเมืองตักกสิลาครั้นสำเร็จแล้วจึงกลับมาเรือน รู้ว่ามารดาบิดายากจนคิดว่าเราจักกู้ตระกูลที่ตกต่ำ จึงอำลามารดาบิดาไปรับราชการในกรุงพาราณสี. พระโพธิสัตว์เป็นที่รักโปรดปรานของพระราชา. ครั้งนั้นเมื่อบิดาของพระโพธิสัตว์ซึ่งไถนาเลี้ยงชีพด้วยโคสองตัวโคตัวหนึ่งได้ตายไป. บิดาจึงไปหาพระโพธิสัตว์กล่าวว่า นี่แน่ะลูก โคตายไปเสียตัวหนึ่งแล้ว เลยทำกสิกรรมไม่ได้ ลูกจงขอพระราชทานโคกะพระราชาสักตัวหนึ่งเถิด. พระโพธิสัตว์กล่าวว่า พ่อจ๋า ลูกรับราชการยังไม่นานนัก จะทูลขอโคในตอนนี้ยังไม่สมควร พ่อทูลขอเองเถิด. พราหมณ์กล่าวว่า นี่ลูก ลูกไม่รู้ว่าพ่อเป็นคนประหม่าครั่นคร้ามดอกหรือ ต่อหน้าคนสองสามคนพ่อไม่อาจจะพูดได้ถูกต้องนัก หากพ่อจะไปเฝ้าทูลขอโค พ่อคงจะถวายโคตัวนี้เสียก็ได้. พระโพธิสัตว์กล่าวว่า จะอย่างไรก็ตามเถิดพ่อ ลูกไม่อาจทูลขอโคได้ เอาอย่างนี้เถิดพ่อ ลูกจะซักซ้อมให้พ่อเอง. พราหมณ์กล่าวว่า ถ้าเช่นนั้นลูกจงซ้อมพ่อให้ดีก็แล้วกัน. พระโพธิสัตว์พาบิดาไปป่าช้าชื่อพีรณัตถัมภกะ มัดฟ่อนหญ้าไว้เป็นแห่ง ๆ สมมตินามแสดงแก่บิดาตามลำดับว่า นี้พระราชา นี้อุปราช นี้เสนาบดี แล้วกล่าวว่า พ่อจ๋าพ่อไปเฝ้าพระราชาแล้ว จงกราบถวายพระพรว่า ขอพระองค์จงทรงพระเจริญเถิด แล้วจึงค่อยกล่าวคาถานี้ทูลขอโค จึงให้บิดาเรียนคาถาว่า :-
ข้าแต่มหาราช ข้าพระพุทธเจ้ามีโค สำหรับไถนาอยู่สองตัว ในโคสองตัวนั้นตายเสีย ตัวหนึ่งแล้ว ขอพระองค์โปรดพระราชทานโค ตัวที่สองเถิดพระเจ้าข้า.
พราหมณ์เรียนคาถานี้ได้คล่องแคล่วเป็นเวลาหนึ่งปี แล้วจึงบอกพระโพธิสัตว์ว่า โสมทัต ลูกพ่อ พ่อจำคาถาได้คล่องแล้วบัดนี้พ่อสามารถจะกล่าวได้ไม่ว่าในสำนักใด ๆ ลูกจงนำพ่อไปเฝ้าพระราชาเถิด. พระโพธิสัตว์รับว่า ดีแล้วพ่อ จึงให้จัดหาเครื่องบรรณาการนำบิดาไปเฝ้าพระราชา. พราหมณ์กราบทูลว่า ขอมหาราชเจ้าจงทรงพระเจริญเถิดพระเจ้าข้า แล้วทูลถวายเครื่องบรรณาการ. พระราชาตรัสว่า โสมทัต พราหมณ์ผู้นี้เป็นอะไรกับเจ้า. กราบทูลว่า ข้าแต่มหาราชเจ้าเป็นบิดาของข้าพระพุทธเจ้า พระเจ้าข้า. ตรัสถามว่า มาธุระอะไร. ขณะนั้นพราหมณ์ เมื่อจะกล่าวคาถาทูลขอโค จึงทูลว่า :-
ข้าแต่มหาราชเจ้า ข้าพระพุทธเจ้ามีโค สำหรับไถนาอยู่สองตัว ในโคสองตัวนั้นตายเสีย ตัวหนึ่งแล้ว ขอพระองค์โปรดรับตัวที่สองไป เถิด พระเจ้าข้า.
พระราชาทรงทราบว่า พราหมณ์พูดผิด ทรงพระสรวลตรัสถามว่า โสมทัต ในเรือนเจ้าเห็นจะมีโคหลายตัวซินะ. โสมทัตกราบทูล ขอเดชะข้าแต่มหาราชเจ้า พระองค์พระราชทานแล้วก็จักมีมากพระเจ้าข้า. พระราชาทรงโปรดปรานพระโพธิสัตว์พระราชทานโค ๑๖ ตัว กับเครื่องประดับ และบ้านสำหรับอยู่เป็นรางวัลด้วย แล้วทรงส่งพราหมณ์ไปด้วยศยิ่งใหญ่. พราหมณ์ขึ้นรถเทียมด้วยม้ามีขาวล้วน ได้ไปบ้านพร้อมด้วยบริวารใหญ่. พระโพธิสัตว์นั่งไปในรถกับบิดา กล่าวว่า พ่อลูกทำการซ้อมมาทั้งปี แต่พอถึงคราวเอาจริงเอาจังเข้า พ่อกลับทูลถวายโคของพ่อแด่พระราชาเสียนี่ แล้วกล่าวคาถาแรกว่า :-
ท่านเป็นผู้ไม่ประมาทเป็นนิจ ได้ทำความ เพียรอยู่ในป่าช้าชื่อ พีรณัตถัมภกะถึงหนึ่ง ครั้นเข้าประชุมบริษัทกลับกล่าวให้ผิดพลาดไป ความเพียรย่อมป้องกันผู้ปราศจากปัญญามิได้.
ในบทเหล่านั้น บทว่า อกาสิ โยคฺคํ ธุวํ อปฺปมตฺโต สํวจฺฉรํ วีรณตฺถมฺภกสฺมึ ความว่า พ่อจ๋า พ่อไม่ประมาทเป็นนิจ ได้ทำการซักซ้อมที่ป่าช้าชื่อ พีรณัตถัมภกะถึงหนึ่งปี. บทว่า พฺยากาสิ อญฺํ ปริสํ วิคยฺห ความว่า ครั้นพ่อเข้าประชุมบริษัท ได้ทำเป็นอย่างอื่น คือได้ทำพลาดไป ได้แก่เปลี่ยนแปลงไป. บทว่า น นิยฺยโม ตายติ อปฺปปญฺํ ความว่า ความเพียรย่อมไม่ป้องกัน คือไม่รักษาบุคคลผู้มีปัญญาน้อยแม้ทำบ่อย ๆ ได้.
พราหมณ์ฟังคำของพระโพธิสัตว์ แล้วจึงกล่าวคาถาที่ ๒ ว่า :-
ดูก่อนพ่อโสมทัต บุคคลผู้ขอย่อมประสบ อาการสองอย่างคือ ได้ทรัพย์ ๑ ไม่ได้ทรัพย์ ๑ เพราะว่าการขอมีอาการอย่างนี้เป็นธรรมดา.
ในบทเหล่านั้น บทว่า เอวํ ธมฺมา หิ ยาจนา ได้แก่ เพราะการขอมีสภาพเป็นอย่างนี้.
พระศาสดาตรัสว่า ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย โลฬุทายีมิใช่เป็นผู้ประหม่าครั่นคร้ามในบัดนี้เท่านั้น แม้เมื่อก่อนก็เป็นผู้ประหม่าครั่นคร้าม แล้วทรงนำพระธรรมเทศนานี้มา ทรงประชุมชาดก. บิดาของโสมทัตได้เป็นโลฬุทายี ส่วนโสมทัตคือ เราตถาคตนี้แล.
จบ อรรถกถาโสมทัตตชาดกที่ ๑
ที่มา: อรรถกถาชาดก ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย ผ่าน E-Tipitaka เล่ม ๕๗ หน้า ๓๒๑–๓๒๕ · เนื้อความเป็นของเจ้าของต้นฉบับ แสดงภายใต้ เงื่อนไขนี้ หากประสงค์ให้นำออก แจ้งที่ saddhammadana@gmail.com จะนำออกทันที
ทุกนิบาตชาดก ๒ ข้อ
คาถา
ตัวบทพระไตรปิฎกของชาดกเรื่องนี้ คือคาถา ๒ ข้อข้างล่าง เรื่องเล่าข้างบนคืออรรถกถาที่อธิบายคาถาเหล่านี้
บาลีอักษรไทย ฉบับสยามรัฐ
อกาสิ โยคฺคํ ธุวมปฺปมตฺโต สํวจฺฉรํ พีรณตฺถมฺภกสฺมึ พฺยากาสิ อญฺญํ ๑ ปริสํ วิคยฺห น นิยฺยโม ตายติ อปฺปปญฺญํ ฯ
ทฺวยํ ยาจนโก ตาต โสมทตฺต นิคจฺฉติ #๑ สี. ม. สญฺญํ ฯ อลาภํ ธนลาภํ วา เอวํ ธมฺมา หิ ยาจนาติ ฯ โสมทตฺตชาตกํ ปฐมํ ฯ
ที่มา: พระไตรปิฎกบาลีอักษรไทย ฉบับสยามรัฐ เล่มที่ ๒๗ ข้อ ๒๗๑
ดูหัวข้อนี้ในพระไตรปิฎก เล่มที่ ๒๗