อุมมาทันตีชาดก
ว่าด้วยเสนาบดีถวายนางอุมมาทันตีแด่พระราชา
เล่มที่ ๒๘ · ข้อ ๒๐ · บรรทัด ๑๔๑ · ขุททกนิกาย ชาดก ภาค ๒
อรรถกถาชาดก ตอนที่ ๓ จาก ๕
เรื่องเล่า
ข้าแต่พระองค์ผู้เป็นจอมประชานิกร ประชาชน แม้ทั้งสิ้นนอกจากข้าพระบาทและพระองค์ ไม่พึงรู้ กรรมที่ทำกัน ข้าพระบาท ยอมถวายนางอุมมาทันตี แก่พระองค์ พระองค์จงทรงอภิรมย์อยู่กับนางเต็มพระ หทัยปรารถนาแล้ว จงทรงสลัดเสีย. มนุษย์ใดกระทำกรรมอันลามก มนุษย์นั้นย่อม สำคัญว่า คนอื่นไม่รู้การกระทำนี้เพราะว่านรชนเหล่า ใดประกอบแล้ว บนพื้นปฐพี นรชนเหล่านั้น ย่อม เห็นการกระทำนี้ คนอื่นใครเล่าในแผ่นดินนี้ทั้งโลก พึงเชื่อท่าน หรือว่า นางอุมมาทันตีไม่เป็นที่รักแห่ง เรา เมื่อท่านให้นางอุมมาทันตีภรรยายอดรักแล้ว ไม่ เห็นนางภายหลัง ความคับแค้นใจอย่างร้ายแรง จะพึง มีแก่ท่าน. ข้าแต่พระจอมประชาชน นางอุมมาทันตีนั้นเป็น ที่รักของข้าพระบาทโดยแท้ ข้าแต่พระภูมิบาล นางไม่ เป็นที่รักของข้าพระบาทก็หาไม่ ขอความเจริญจงมีแด่ พระองค์ เชิญพระองค์เสด็จไปหานางอุมมาทันตีเถิด เหมือนดังราชสีห์ เข้าสู่ถ้ำศิลา ฉะนั้น. นักปราชญ์ทั้งหลาย ถูกความทุกข์ของตนบีบคั้น แล้วย่อมไม่ละกรรมที่มีผลเป็นสุข แม้จะเป็นผู้หลงมัว มาด้วยความสุข ก็ย่อมไม่ประพฤติบาปกรรม. พระองค์เป็นทั้งพระมารดาและบิดาเป็นผู้เลี้ยงดู เป็นเจ้านายเป็นผู้พอกเลี้ยง และเป็นเทวดาของข้าพระองค์ ข้าพระองค์พร้อมด้วยบุตรและภรรยาเป็นทาสของ พระองค์ ขอพระองค์ทรงบริโภคกามตามความสุขเถิด. ผู้ใดย่อมทำบาปด้วยคามสำคัญว่า เราเป็นผู้ยิ่ง ใหญ่ และครั้นกระทำแล้ว ก็ไม่สะดุ้งกลัวต่อชนเหล่า อื่น ผู้นั้นย่อมไม่เป็นอยู่ตลอดอายุยืนยาวเพราะกรรม นั้น แม้เทวดาก็มองดูผู้นั้น ด้วยนัยน์ตาอันเหยียดหยาม. ชนเหล่าใดตั้งอยู่ในธรรม ย่อมรับทานที่เป็นของ ผู้อื่นอันเจ้าของมอบให้แล้ว ชนเหล่านั้นเป็นผู้รับด้วย เป็นผู้ให้ในทานนั้นด้วย ได้ชื่อว่าทำกรรมอันมีผลเป็น สุขในเพราะทานนั้นแท้จริง. คนอื่นใครเล่า ในแผ่นดินทั้งโลก จะพึงเชื่อ ท่านหรือว่า นางอุมมาทันตีไม่เป็นที่รักของเรา เมื่อ ท่านให้นางอุมมาทันตีภรรยายอดรักแล้ว ไม่เห็นนาง ภายหลัง ความคับแค้นใจอย่างร้ายแรง จะพึงมีแก่ ท่าน. ข้าแต่พระจอมประชาชน นางอุมมาทันตีนั้น เป็นที่รักของข้าพระบาทโดยแท้ ข้าแต่พระภูมิบาล นางไม่เป็นที่รักของข้าพระบาทก็หาไม่ ข้าพระบาท ยอมถวายนางอุมมาทันตีแก่พระองค์ พระองค์จงทรง อภิรมย์อยู่กับนาง เต็มพระหทัยปรารถนาแล้ว จงทรง สลัดเสีย. ผู้ใดก่อทุกข์ให้แก่ผู่อื่นด้วยทุกข์ของตน หรือก่อ ความสุขของตนด้วยความสุขของผู้อื่น ผู้ใดรู้อย่าง นี้ว่า ความสุขและความทุกข์ของเรานี้ก็เหมือนของ ผู้อื่น ผู้นั้นชื่อว่ารู้ธรรม. คนอื่นใครเล่า ในแผ่นดินทั้งโลก จะพึงเชื่อ ท่านหรือว่า นางอุมมาทันตีไม่เป็นที่รักของเรา เมื่อ ท่านให้นางอุมมาทันตีภรรยายอดรักแล้ว ไม่เห็นนาง ภายหลัง ความคับแค้นใจอย่างร้ายแรง จะพึงมีแก่ ท่าน. ข้าแต่พระองค์ผู้จอมประชาชน พระองค์ย่อม ทรงทราบว่า นางอุมมาทันตีนี้เป็นที่รักของข้าพระบาท ข้าแต่พระจอมภูมิบาล นางนั้นไม่เป็นที่รักของข้าพระบาทก็หาไม่ ข้าพระบาทขอถวายสิ่งอันเป็นที่รักแก่ พระองค์ด้วยสิ่งอันเป็นที่รัก ข้าแต่พระองค์ผู้ประเสริฐ ผู้ให้สิ่งอันเป็นที่รักย่อมได้สั่งอันเป็นที่รัก. เรานั้นจักฆ่าตนอันมีกามเป็นเหตุโดยแท้ เราไม่ อาจฆ่าธรรมด้วยอธรรมได้เลย. ข้าแต่พระจอมประชาชน ผู้แกล้วกล้าแก่นรชน ประเสริฐ ถ้าพระองค์ไม่ต้องพระประสงค์นางอุมมาทันตี ผู้เป็นของข้าพระบาทไซร้ ข้าพระบาทจะสละ นางในท่ามกลางชนทั้งปวง พระองค์พึงตรัสสั่งให้นำ นางผู้พ้นจากข้าพระบาทแล้วมาจากที่นั้นเถิด พระเจ้า ข้า. ดูก่อนอภิปารกเสนาบดีผู้กระทำประโยชน์ ถ้า ท่านจะสละนางอุมมาทันตีผู้หาประโยชน์มิได้ เพื่อสิ่ง อันไม่เป็นประโยชน์นี้แก่ท่าน ความค่อนว่าอย่างใหญ่ หลวง จะพึงมีแก่ท่าน อนึ่ง แม้การใส่ร้ายในพระนคร ก็จะพึงมีแก่ท่าน. ข้าแต่พระจอมภูมิบาล ข้าพระบาทจักอดกลั้น คำค่อนว่า คำนินทา คำสรรเสริญ และคำติเตียน นี้ทั้งหมด คำค่อนว่าเป็นต้นนั้นจงตกอยู่แก่ข่าพระบาท ข้าแต่พระจอมแห่งชนชาวสีพี ขอพระองค์ทรงบริโภค กามตามความสำราญเถิด. ผู้ใดไม่ถือเอาความนินทา ความสรรเสริญ ความติเตียน และแม้การบูชา สิริ และปัญญาย่อมปราศไปจากผู้นั้น เหมือนดังน้ำฝน ปราศไปจากที่ดอน ฉะนั้น ข้าพระบาทจักยอมรับ ความทุกข์และความสุข สิ่งที่ล่วงธรรมดาและความ คับแค้นใจทั้งหมด เพราะเหตุแห่งการสละนี้ ด้วยอก เหมือนดังแผ่นดินรองรับสิ่งของทั้งของคนมั่นคง และ คนสะดุ้ง ฉะนั้น. เราไม่ปรารถนาสิ่งที่ล่วงธรรมดา ความคับแค้น ใจและความทุกข์ของชนเหล่าอื่น เราผู้เดียวเท่านั้น จักเป็นผู้ตั้งอยู่ในธรรม ไม่ยังประโยชน์หน่อยหนึ่ง ให้เสื่อม ข้ามภาระนี้ไป. ข้าแต่จอมประชาชน บุญกรรมย่อมให้เข้าถึง สวรรค์ พระองค์อย่าได้ทรงทำอันตรายแก่ข้าพระบาท เสียเลย ข้าพระบาทมีใจเลื่อมใสขอถวายนางอุมมาทันตี แต่พระองค์ ดังพระราชาทรงประทานทรัพย์สำหรับ บูชายัญแก่พราหมณ์ทั้งหลาย ฉะนั้น. ท่านเป็นผู้เกื้อกูลแก่เราในการกระทำประโยชน์ แน่แท้ นางอุมมาทันตีและท่านเป็นสหายของเรา เทวดาและพรหมทั้งหมด เห็นความชั่วอันเป็นไปใน ภายหน้า พึงติเตียนได้. ข้าแต่พระเจ้าสีวิราช ชาวนิคมและชาวชนบท ทั้งหมด ไม่พึงคัดค้านกรรมอันเป็นธรรมนั้นเลย ข้าพระบาทขอถวายนางอุมมาทันตีแด่พระองค์ พระองค์ จงทรงอภิรมย์ อยู่กับนางเต็มพระหทัยปรารถนาแล้ว จงทรงสลัดเสีย. ท่านเป็นผู้เกื้อกูลแก่เราในการกระทำประโยชน์ แน่แท้ นางอุมมาทันตีและท่านเป็นสหายของเรา ธรรม ของสัตบุรุษที่ประกาศดีแล้ว ยากที่จะล่วงละเมิดได้ เหมือนเขตแดนของมหาสมุทร ฉะนั้น. ข้าแต่พระราชา พระองค์เป็นผู้ควรของคำนับ ของข้าพระองค์ เป็นผู้หวังประโยชน์นี้เกื้อกูล เป็นผู้ ทรงไว้ เป็นผู้ประทานความสุข และทรงรักษาความ ปรารถนาไว้ ด้วยว่า ยัญที่บูชาในพระองค์ ย่อมมี ผลมาก ขอพระองค์ทรงรับนางอุมมาทันตีตามความ ปรารถนาของข้าพระบาทเถิด. ดูก่อนอภิปารกเสนาบดีผู้เป็นบุตรแห่งท่านผู้กระ ทำประโยชน์ ท่านได้ประพฤติแล้วซึ่งธรรมทั้งปวงแก่ เราโดยแท้ นอกจากท่าน มนุษย์อื่น ใครเล่าหนอ จักเป็นผู้กระทำความสวัสดี ในเวลาอรุณขึ้น ในชีว โลกนี้. พระองค์เป็นผู้ประเสริฐเป็นผู้ยอดเยี่ยม พระองค์ ทรงดำเนินโดยธรรม ทรงรู้แจ้งธรรม มีพระปัญญาดี ขอพระองค์ผู้อันธรรมคุ้มครองแล้ว จงทรงพระชนม์ ยั่งยืนนาน ข้าแต่พระองค์ผู้รักษาธรรม ขอพระองค์ โปรดทรงแสดงธรรมแก่ข้าพระองค์เถิด. ดูก่อนอภิปารกเสนาบดี เชิญท่านฟังคำของเรา เถิด เราจักแสดงธรรมที่สัตบุรุษส้องเสพแก่ท่าน พระ ราชาชอบใจธรรมจึงจะดีงาม นรชนผู้มีความรู้รอบจึง จะดีงาม ความไม่ประทุษร้ายต่อมิตรเป็นความดี การ ไม่กระทำบาปเป็นสุข มนุษย์ทั้งหลายพึงอยู่เป็นสุข ในแว่นแคว้นของพระราชาผู้ไม่ทรงกริ้วโกรธ ทรงตั้ง อยู่ในธรรม เหมือนเรือนของตนอันมีร่มเงาเย็น ฉะนั้น เราย่อมไม่ชอบใจกรรมที่ทำด้วยความไม่พิจารณา อัน เป็นกรรมไม่ดีนั้นเลย แม้พระราชาเหล่าใด ทรงทราบ แล้วไม่ทรงทำเอง เราชอบใจ กรรมของพระราชาเหล่า นั้น ขอท่านจงฟังอุปมาของเราต่อไปนี้ เมื่อฝูงโคข้ามฟากไปอยู่ ถ้าโคผู้นำฝูงว่าย ไปคด โคทั้งหมดนั้นก็ว่ายไปนคด ในเมื่อโคตัวผู้ นำฝูงว่ายไปคด ฉันใด ในหมู่มนุษย์ก็ฉันนั้น ผู้ ใดได้รับยกย่องว่า เป็นผู้ประเสริฐ ถ้าผู้นั้นประพฤติ อธรรม จะป่วยกล่าวไปไย ถึงประชาชนนอกนี้เล่า รัฐทั้งหมดย่อมอยู่เป็นทุก ถ้าพระราชาไม่ทรงตั้งอยู่ ในธรรม เมื่อฝูงโค ข้ามฟากไปอยู่ ถ้าโคผู้นำฝูง ว่ายไปตรง โคทั้งหมดนั้นก็ว่ายไปตรง ในเมื่อโคตัวผู้ นำฝูงว่ายไปตรง ฉันใด ในหมู่มนุษย์ก็ฉันนั้น ผู้ ใดได้รับยกย่องว่าเป็นผู้ประเสริฐ ถ้าผู้นั้นประพฤติ ธรรม จะป่วยกล่าวไปไยถึงประชาชนนอกนี้ รัฐทั้ง หมดย่อมอยู่เป็นสุข ถ้าพระราชาทรงตั้งอยู่ในธรรม ดูก่อนอภิปารกเสนาบดี เราไม่พึงปรารถนาเพื่อความ เป็นเทวดา และเพื่อครอบครองแผ่นดินทั้งหมดนี้โดย อธรรม รัตนะอย่างใดอย่างหนึ่ง คือ โค ทาส เงิน ผ้า และจันทน์เทศ มีอยู่ในมนุษย์นี้ เราจะไม่ประพฤติ ผิดธรรม เพราะความปรารถนารัตนะเหล่านั้น บุคคล ไม่พึงประพฤติผิดธรรม เพราะเหตุแห่งสมบัตินั้น เป็นต้นว่า ม้า หญิง แก้วมณี หรือแม้พระจันทร์ และพระอาทิตย์ที่รักษาอยู่ เราเป็นผู้องอาจ เกิดใน ท่ามกลางแห่งชาวสีพีทั้งหลาย ฉะนั้น เราจะไม่ประพูดผิดธรรม เพราะเหตุแต่งสมบัตินั้น เราจะเป็น ผู้นำ จะเป็นผู้เกื้อกูล เป็นผู้เฟื่องฟูปกครองแว่นแคว้น จักเป็นผู้เคารพธรรมของชาวสีพี จะเป็นผู้คิดค้นซึ่ง ธรรม เพราะฉะนั้น เราจะไม่เป็นไปในอำนาจแห่ง จิตของตน. ข้าแต่พระมหาราชเจ้า พระองค์ทรงประพฤติ ธรรมอันไม่มีความฉิบหาย เป็นแดนเกษมอยู่เป็นนิจ แน่แท้ พระองค์จักดำรงราชสมบัติอยู่ยั่งยื่นนานเพราะ พระปัญญาของพระองค์เป็นเช่นนั้น พระองค์ไม่ทรง ประมาทธรรมใด ข้าพระองค์ขออนุโมทนาธรรมนั้น ของพระองค์ กษัตริย์ผู้เป็นอิสระทรงประมาทธรรม แล้ว ย่อมเคลื่อนจากรัฐ. ข้าแต่พระมหากษัตริย์ขัตติยราช ขอพระองค์จง ทรงประพฤติธรรมในพระชนนีและพระชน ครั้นทรง ประพฤติธรรมในโลกนี้แล้วจักเสด็จสู่สวรรค์. ขอพระองค์ จงทรงประพฤติธรรมในพระราชบุตรและพระมเหสี ครั้นทรงประพฤติธรรมในโลกนี้แล้ว จักเสด็จ สู่สวรรค์ ขอพระองค์จงทรงประพฤติธรรมในมิตรและ อำมาตย์... ในราชพาหนะและทแกล้วทหาร... ใน บ้านและนิคม...ในแว่นแคว้นและชนบท...ในสมณะ และพราหมณ์... ในเนื้อและนกทั้งหลาย... ครั้นพระองค์ทรงประพฤติธรรมในโลกนี้แล้ว จักเสด็จสู่สวรรค์. ข้าแต่พระมหาราชเจ้า ขอพระองค์จงประพฤติ ธรรมเถิด เพราะว่าธรรมที่ประพฤติแล้ว ย่อมนำ สุขมาให้ ครั้นพระองค์ทรงประพฤติธรรมในโลกนี้ แล้ว จักเสด็จสู่สวรรค์ ข้าแต่พระมหาราชเจ้า ขอ พระองค์จงทรงประพฤติธรรมเถิด ด้วยว่าพระอินทร์ เทวดา พร้อมทั้งพรหม เป็นผู้ถึงทิพยสถานเพราะ ธรรมที่ประพฤติแล้ว ข้าแต่พระราชา พระองค์อย่า ทรงประมาทธรรมเลย.
ที่มา: อรรถกถาชาดก ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย ผ่าน E-Tipitaka เล่ม ๖๒ หน้า ๔๖–๗๖ · เนื้อความเป็นของเจ้าของต้นฉบับ แสดงภายใต้ เงื่อนไขนี้ หากประสงค์ให้นำออก แจ้งที่ saddhammadana@gmail.com จะนำออกทันที
ปัญญาสนิบาตชาดก ๑ ข้อ
คาถา
ตัวบทพระไตรปิฎกของชาดกเรื่องนี้ คือคาถา ๑ ข้อข้างล่าง เรื่องเล่าข้างบนคืออรรถกถาที่อธิบายคาถาเหล่านี้
บาลีอักษรไทย ฉบับสยามรัฐ
|๒๐.๑| นิเวสนํ กสฺส นุทํ สุนนฺท ปากาเรน ปณฺฑุมเยน คุตฺตํ กา ทิสฺสติ อคฺคิสิขาว ทูเร เวหายสํ ๔- ปพฺพตคฺเคว อจฺจิ ฯ @เชิงอรรถ: ๑-๒ ยุ. สลฺลปิ ฯ ๓ ม. อาสชฺช นํ ฯ ๔ สี. ยุ. เวหาสยํ ฯ |๒๐.๒| ธีตา นฺวายํ กสฺส สุนนฺท โหติ สุณิสา นฺวายํ กสฺส อโถปิ ภริยา อกฺขาหิ เม ขิปฺปมิเธว ปุฏฺโฐ อวาวตา ยทิ วา อตฺถิ ภตฺตา ฯ
ที่มา: พระไตรปิฎกบาลีอักษรไทย ฉบับสยามรัฐ เล่มที่ ๒๘ ข้อ ๒๐
ดูหัวข้อนี้ในพระไตรปิฎก เล่มที่ ๒๘