ข้ามไปยังเนื้อหา
ธรรมคลัง
หน้าแรกหนังสือบทสวดพระไตรปิฎกชาดกหมวดธรรม
ENเข้าสู่ระบบสมัครสมาชิก
ธรรมคลัง

แหล่งรวมหนังสือ พระสูตร บทสวด และพระไตรปิฎก เพื่อการเรียนรู้ ฝึกฝน และการใช้ชีวิตอย่างมีสติในทุกวัน

เมนูหลัก

  • หน้าแรก
  • หนังสือ
  • บทสวด
  • พระไตรปิฎก
  • ชาดก
  • หมวดธรรม
  • ค้นหา

เกี่ยวกับเรา

  • เกี่ยวกับโครงการ
  • แหล่งที่มาของเนื้อหา
  • ร่วมสนับสนุน

บริการช่วยเหลือ

  • ที่เก็บไว้
  • สำรวจคลังธรรมะ
  • ฟังธรรม
  • API สำหรับนักพัฒนา
“
“สพฺพทานํ ธมฺมทานํ ชินาติ”การให้ธรรมเป็นทานย่อมชำนะการให้ทั้งปวง
ธรรมบท ๓๕๔

© ๒๕๖๙ ธรรมคลัง สงวนลิขสิทธิ์

  1. หน้าแรก
  2. /
  3. สำรวจ
  4. /
  5. ชาดก
  6. /
  7. นิโครธมิคชาดก
ชาดกที่ ๑๒ · เอกกนิบาตชาดก · สีลวรรค

นิโครธมิคชาดก

ว่าด้วยการเลือกคบ

เล่มที่ ๒๗ · ข้อ ๑๒ · บรรทัด ๗๘ · ขุททกนิกาย ชาดก ภาค ๑

ภาพวาดฉากหนึ่งจากนิโครธมิคชาดก

อรรถกถาชาดก · ตอนที่ ๒ จาก ๒

เรื่องเล่า

พระราชาได้ทรงสดับคำของมนุษย์เหล่านั้น แล้วเสด็จไปพระราชอุทยาน ทอดพระเนตรเนื้อทั้งหลาย ทรงเห็นเนื้อสีทอง ๒ ตัว จึงได้พระราชทานอภัยแก่เนื้อทั้งสองนั้น ก็ตั้งแต่นั้นมา บางคราว เสด็จไปเองทรงฆ่าเนื้อตัวหนึ่งแล้วนำมา บางคราว พ่อครัวของพระองค์ไปฆ่าแล้วนำมาเนื้อทั้งหลายพอเห็นธนูเท่านั้น ถูกความกลัวแต่ความตายคุกคาม พากันหนีไป ได้รับการประหาร ๒-๓ ครั้ง ลำบากไปบ้าง ป่วยไปบ้าง ถึงความตายบ้าง หมู่เนื้อจึงบอกประพฤติเหตุนั้นแก่พระโพธิสัตว์ พระโพธิสัตว์ไห้เรียกเนื้อสาขะมาแล้วกล่าวว่า ดูก่อนสหาย เนื้อเป็นอันมากพากันฉิบหาย เมื่อเนื้อมีอันจะต้องตายโดยส่วนเดียว ตั้งแต่นี้ไป ผู้จะฆ่าจงอย่าเอาลูกศรยิงเนื้อวาระของเนื้อทั้งหลายจงมีในที่แห่งค้อนของผู้พิพากษา วาระจงถึงแก่บริษัทของเราวันหนึ่ง จงถึงแก่บริษัทของท่านวันหนึ่ง เนื้อตัวที่ถึงวาระจงไปนอนพาดหัวที่ไม้ค้อนของผู้พิพากษา แม้เมื่อเป็นอย่างนั้น เนื้อทั้งหลายจักไม่กลัวเนื้อสาขะรับคำแล้ว ตั้งแต่นั้นมา เนื้อที่ถึงวาระ จะไปนอนพาดคอที่ไม้ค้อนพิพากษา พ่อครัวมาจับเอาเนื้อตัวที่นอนอยู่ ณ ที่นั้นนั่นแหละไป อยู่มาวันหนึ่ง วาระถึงแก่แม่เนื้อผู้มีครรภ์ตัวหนึ่งซึ่งเป็นบริษัทของเนื้อสาขะ แม่เนื้อนั้นเข้าไปหาเนื้อสาขะแล้วกล่าวว่า เจ้านาย ข้าพเจ้ามีครรภ์ ตลอดลูกแล้วพวกเราทั้งสองจะไปตามวาระ ท่านจงให้ข้ามวาระของข้าพเจ้าไปก่อน เนื้อสาขะกล่าวว่า เราไม่อาจทำวาระของเจ้าให้ถึงแก่เนื้อตัวอื่น ๆ เจ้าเท่านั้นจักรู้ว่า เจ้ามีบุตร เจ้าจงไปเถอะ แม่เนื้อนั้น เมื่อไม่ได้ความช่วยเหลือจากสำนักของเนื้อสาขะ จึงเข้าไปหาพระโพธิสัตว์บอกเนื้อความนั้น พระโพธิสัตว์นั้นได้ฟังคำของแม่เนื้อนั้นจึงคิดว่า ก็พระโพธิสัตว์ทั้งหลายในกาลก่อน เห็นทุกข์ของคนอื่น ย่อมไม่ห่วงใยชีวิตของตน ประโยชน์ของผู้อื่นจากประโยชน์ตนนั่นแล เป็นสิ่งที่หนักกว่าสำหรับพระโพธิสัตว์เหล่านั้น.

เหล่านก ปศุสัตว์ มฤคในป่าทั้งหมดย่อมเป็น อยู่ด้วยตนเอง นักปราชญ์ทั้งหลายผู้สงบ ยินดีแล้ว ในประโยชน์เกื้อกูลแก่สัตว์ ย่อมยังผู้อื่นให้เป็นอยู่ ก็ นักปราชญ์เหล่านั้น สละทรัพย์ อวัยวะ และชีวิต เพื่อ ประโยชน์เกื้อกูล เรานั้นเป็นผู้สามารถจักยังเหล่า สัตว์เป็นอันมากพร้อมทั้งเทวโลกให้ข้ามได้ด้วย ก็ ความไม่มีบุญ เพราะกายอันไร้สาระนี้ เราจักได้ลาภ

ของท่านอันยั่งยืนด้วยตนเองแน่. ครั้น คิดดังนี้แล้วจึงกล่าวว่า เจ้าจงไปเถอะ เราจักให้วาระของเจ้าข้ามไป ครั้นกล่าวแล้ว ตนเองก็ไปนอนกระทำศีรษะไว้ที่ไม้ค้อนพิพากษาพ่อครัวเห็นดังนั้นจึงคิดว่า พระยาเนื้อผู้ได้รับ พระราชทานอภัยนอนอยู่ที่ไม้ค้อนพิพากษา เหตุอะไรหนอ จึงรีบไปกราบทูลแด่พระราชา พระราชาเสด็จขึ้นทรงรถในทันใดนั้นเอง เสด็จไปด้วยบริวารใหญ่เห็นพระโพธิสัตว์จึงตรัสว่า พระยาเนื้อผู้สหายเราให้อภัยแก่ท่านไว้แล้วมิใช่หรือ เพราะเหตุไรท่านจึงนอนอยู่ ณ ที่นี้ พระยาเนื้อกราบทูลว่า ข้าแต่มหาราช แม่เนื้อผู้มีครรภ์มากล่าวว่า ขอท่านจงยังวาระของฉันให้ถึงแก่เนื้อตัวอื่น ก็ข้าพระบาทไม่อาจโยนมรณทุกข์ของเนื้อตัวหนึ่งไปเหนือเนื้อตัวอื่นได้ ข้าพระบาทนั้นจึงให้ชีวิตของตนแก่แม่เนื้อนั้น ถือเอาความตายอันเป็นของแม่เนื้อนั้นแล้วจึงนอนอยู่ ณ ที่นี้ ข้าแต่มหาราช ขอพระองค์อย่าได้ทรงระแวงเหตุอะไรๆ อย่างอื่นเลย พระราชาตรัสว่า ดูก่อนสุวรรณมิคราชผู้เป็นนาย แม้ในหมู่มนุษย์ทั้งหลาย เราก็ไม่เคยเห็นคนผู้เพียบพร้อมด้วยขันติ เมตตา และความเอ็นดูเช่นกับท่าน ด้วยเหตุนั้น เราจึงเลื่อมใสท่านลุกขึ้นเถิด เราให้อภัยแก่ท่านและแก่แม่เนื้อนั้น พระยาเนื้อกล่าวว่าข้าแต่พระผู้จอมคน เมื่อข้าพระบาททั้งสองได้อภัยแล้ว เนื้อที่เหลือนอกนั้นจักกระทำอย่างไร พระราชาตรัสว่า นาย เราให้อภัยแม้แก่เนื้อที่เหลือด้วยพระยาเนื้อกราบทูลว่า ข้าแต่มหาราช แม้เมื่อเป็นอย่างนั้นเนื้อทั้งหลายในพระราชอุทยานเท่านั้น จักได้อภัย เนื้อที่เหลือจักทรงกระทำอย่างไร พระราชาตรัสว่า นาย เราให้อภัยแก่เนื้อแม้เหล่านั้น พระยาเนื้อกราบทูลว่า ข้าแต่มหาราชเบื้องต้น เนื้อทั้งหลายได้รับอภัย สัตว์ ๔ เท้าที่เหลือจักกระทำอย่างไร พระราชาตรัสว่า นาย เราให้อภัยแก่สัตว์ ๔ เท้าแม้เหล่านั้น พระยาเนื้อกราบทูลว่า ข้าแต่มหาราช สัตว์ ๔ เท้าได้รับ พระราชทานอภัยก่อน หมู่นกจักกระทำอย่างไร พระราชาตรัสว่า นาย แม้หมู่นกเหล่านั้นเราก็ให้อภัย พระยาเนื้อกราบทูลว่า เบื้องต้น หมู่นกจักได้รับพระราชทานอภัย พวกปลาที่อยู่ในน้ำจักกระทำอย่างไร พระราชาตรัสว่า นาย แม้หมู่ปลาเหล่านั้น เราก็ให้อภัยพระมหาสัตว์ทูลขออภัยแก่สรรพสัตว์กะพระราชาอย่างนี้แล้ว ได้ลุกขึ้นยืนให้พระราชาคงอยู่ในศีล ๕ แล้วแสดงธรรมแก่พระราชาด้วยลีลาของพระพุทธเจ้าว่า ข้าแต่มหาราช ขอพระองค์จงประพฤติธรรมในพระชนกชนนีในพระโอรสพระธิดา ในพราหมณ์คฤหบดี ในชาวนิคมและชาวชนบท เมื่อทรงประพฤติธรรม ประพฤติสม่ำเสมออยู่ เบื้องหน้าแต่ตายเพราะกายแตกจักเข้าถึงสุคติโลกสวรรค์ ดังนี้ แล้วอยู่ในอุทยาน ๒-๓ วัน ให้โอวาทแก่พระราชาแล้วอันหมู่เนื้อแวดล้อมเข้าป่าแล้ว แม่เนื้อนมแม้นั้นตกลูกออกมาเช่นกับช่อดอกไม้ ลูกเนื้อนั้น เมื่อเล่นได้ จะไปยังสำนักของเนื้อสาขะ. ลำดับนั้น มารดาเห็นลูกเนื้อนั้นกำลังจะไปยังสำนักของเนื้อสาขะนั้น จึงกล่าวว่า ลูกเอ๋ย ตั้งแต่นี้ไปเจ้าอย่าไปยังสำนัก ของเนื้อสาขะนั้น เจ้าพึงไปยังสำนักของเนื้อนิโครธเท่านั้น เมื่อจะโอวาทจึงกล่าวคาถาว่า

เจ้าหรือคนอื่นก็ตาม พึงคบหาแต่พระยาเนื้อ ชื่อว่านิโครธเท่านั้น ไม่ควรเข้าไปอาศัยอยู่กับพระยา เนื้อชื่อว่าสาขะ ความตายในสำนักของพระยาเนื้อชื่อ ว่านิโครธประเสริฐกว่า การมีชีวิตอยู่ในสำนักพระยา เนื้อสาขะ จะประเสริฐอะไร.

บรรดาบทเหล่านั้น บทว่า นิโคฺรธเมว เสเวยฺย ความว่า ดูก่อนพ่อ เจ้าหรือคนอื่นก็ตาม ผู้ใคร่ต่อประโยชน์เกื้อกูลแก่ตน ควรเสพหรือควรคบหาแต่พระยาเนื้อชื่อว่านิโครธนั้น. บทว่า น สาขํ อุปสํวเส ความว่าแค่เนื้อชื่อว่าสาขะไม่ควรเจ้าไปอยู่ร่วม คือ ไม่ควรเข้าไปใกล้แล้วอยู่ร่วมได้แก่ไม่ควรอาศัยเนื้อสาขะนั้นเลี้ยงชีวิต. บทว่า นิโคฺรธสฺมึ มตํ เสยฺโย ความว่า แม้การตายอยู่แทบเท้าของพระยาเนื้อชื่อว่านิโครธประเสริฐกว่า คือยอดเยี่ยมสูงสุด. บทว่า ยญฺเจ สาขสฺมิ ชีวิตํ ความว่า ก็ความเป็นอยู่ในสำนักของเนื้อชื่อว่าสาขะนั้น ไม่ประเสริฐคือไม่ยอดเยี่ยมไม่สูงสุดเลย.

ก็จำเดิมแต่นั้น พวกเนื้อที่ได้อภัยพากันกินข้าวกล้าของพวกมนุษย์มนุษย์ทั้งหลายไม่อาจตีหรือไล่เนื้อทั้งหลายด้วยคิดว่า เนื้อเหล่านี้ได้รับพระราชทานอภัย จึงพากันประชุมที่พระลานหลวง กราบทูลความนั้นแด่พระราชาพระราชาตรัสว่าเรามีความเลื่อมใสให้พรแก่พระยาเนื้อชื่อว่านิโครธ เราถึงจะละราชสมบัติ ก็จะไม่ทำลายปฏิญญานั้น ท่านทั้งหลายจงไปเถิดใคร ๆ ย่อมไม่ได้เพื่อจะประหารเนื้อทั้งหลายในแว่นแคว้นของเรา พระยาเนื้อนิโครธได้สดับเหตุการณ์นั้น จึงให้หมู่เนื้อประชุมกัน โอวาทเนื้อทั้งหลายว่า จำเดิมแต่นี้ไปท่านทั้งหลายอย่าได้กินข้าวกล้าของคนอื่น ดังนี้แล้ว บอกแก่มนุษย์ทั้งหลายตั้งแต่นี้ไปมนุษย์ทั้งหลายผู้กระทำข้าวกล้า จงอย่าทำรั้วเพื่อจะรักษาข้าวกล้าแต่จงผูกสัญญาด้วยใบไม้ปักนาไว้ ได้ยินว่า จำเดิมแต่นั้น จึงเกิดสัญญาในการผูกใบไม้ขึ้นในนาทั้งหลาย จำเดิมแต่นั้น ชื่อว่าเนื้อผู้ล่วงละเมิดสัญญาในการผูกใบไม้ ย่อมไม่มี. ได้ยินว่า ข้อนี้เป็นโอวาทที่พวกเนื้อเหล่านั้นได้จากพระโพธิสัตว์ พระโพธิสัตว์โอวาทหมู่เนื้ออย่างนี้แล้วดำรงอยู่ตลอดชั่วอายุ. พร้อมกับเนื้อทั้งหลายได้ไปตามยถากรรมแล้ว. ฝ่ายพระราชาทรงตั้งอยู่ในโอวาทของพระโพธิสัตว์ ทรงกระทำบุญทั้งหลายได้เสด็จไปตามยถากรรมแล้ว.

พระศาสดาดำรัสว่า ภิกษุทั้งหลาย เราเป็นที่พึ่งอาศัยของพระเถรีและพระกุมารกัสสป ในบัดนี้เท่านั้นก็หามิได้ แม้ในกาลก่อนก็ได้เป็นที่พึ่งอาศัยแล้วเหมือนกัน ก็ครั้นทรงนำพระธรรมเทศนานี้มาแล้ว จึงทรงหมุนกลับเทศนาว่าด้วยสัจจะทั้ง ๔ ตรัสเรื่อง ๒ เรื่องสืบต่ออนุสนธิกัน แล้วทรงประชุมชาดกว่า เนื้อชื่อสาขะในครั้งนั้น ได้เป็นพระเทวทัต แม้บริษัทของเนื้อสาขะนั้น ก็ได้เป็นบริษัทของพระเทวทัตนั่นแหละแน่เนื้อนั้นในครั้งนั้น ได้เป็นพระเถรี ลูกเนื้อในครั้งนั้นได้เป็นพระกุมารกัสสป พระราชาได้เป็นอานนท์ ส่วนพระยาเนื้อชื่อว่านิโครธ ได้เป็นเราเองแล.

จบนิโครธมิคชาดกที่ ๒

ตอนก่อนหน้าตอนที่ ๒ / ๒

ที่มา: อรรถกถาชาดก ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย ผ่าน E-Tipitaka เล่ม ๕๕ หน้า ๒๓๓–๒๔๕ · เนื้อความเป็นของเจ้าของต้นฉบับ แสดงภายใต้ เงื่อนไขนี้ หากประสงค์ให้นำออก แจ้งที่ saddhammadana@gmail.com จะนำออกทันที

เอกกนิบาตชาดก · ๔๗ ข้อ

คาถา

ตัวบทพระไตรปิฎกของชาดกเรื่องนี้ คือคาถา ๔๗ ข้อข้างล่าง เรื่องเล่าข้างบนคืออรรถกถาที่อธิบายคาถาเหล่านี้

หลวงฉบับหลวงมจร.ฉบับมหาจุฬาฯบาลีบาลีอักษรไทยโรมันPALI ROMANอรรถกถาอรรถกถาอรรถกถาบาลีอรรถกถาบาลีอักษรไทยAṭṭhakathāAtthakatha PaliRoman
โหมดอ่านต่อเนื่อง

อรรถกถาบาลี อักษรไทย

๒ นิโคฺรธมิคชาตกํ

นิโคฺรธเมว เสเวยฺยาติ อิมํ สตฺถา เชตวเน วิหรนฺโต กุมารกสฺสปตฺเถรสฺส มาตรํ ภิกฺขุนึ อารพฺภ กเถสิ ฯ

สา กิร ราชคหนคเร มหาวิภวสฺส เสฏฺฐิโน ธีตา อโหสิ อุสฺสนฺนกุสลมูลา ปริมทฺทิตสงฺขารา ปจฺฉิมภวิกสตฺตา ฯ อนฺโตกูเฏ ปทีโป วิย ตสฺสา หทเย อรหตฺตูปนิสฺสโย ชลติ ฯ อถ สา อตฺตานํ ชานนกาลโต ปฏฺฐาย เคเห อนภิรตา ปพฺพชิตุกามา หุตฺวา มาตาปิตโร อาห อมฺมตาตา มยฺหํ ฆราวาเส จิตฺตํ นาภิรมติ อหํ นิยฺยานิเก พุทฺธสาสเน ปพฺพชิตุกามา ปพฺพาเชถ มนฺติ ฯ อมฺม กึ วเทสิ อิมํ กุลํ พหุวิภวํ ตฺวญฺจ อมฺหากํ เอกธีตา น ลพฺภา ตยา ปพฺพชิตุนฺติ ฯ สา ปุนปฺปุนํ ยาจิตฺวาปิ มาตาปิตูนํ สนฺติกา ปพฺพชฺชํ อลภมานา จินฺเตสิ โหตุ ปติกุลํ คตา สามิกํ อาราเธตฺวา ปพฺพชิสฺสามีติ ฯ สา วยปฺปตฺตา ปติกุลํ คนฺตฺวา สีลวตี กลฺยาณธมฺมา อคารํ อชฺฌาวสิ ฯ อถสฺสา สํวาสมนฺวาย กุจฺฉิยํ คพฺโภ ปติฏฺฐหิ ฯ สา คพฺภสฺส ปติฏฺฐิตภาวํ น อญฺญาสิ ฯ อถ ตสฺมึ นคเร นกฺขตฺตํ โฆสยึสุ ฯ สกลนครวาสิโน นกฺขตฺตํ กีฬึสุ ฯ นครํ เทวนครํ วิย อลงฺกตปฏิยตฺตํ อโหสิ ฯ สา ปน ตาว อุฬารายปิ นกฺขตฺตกีฬาย วตฺตมานาย อตฺตโน สรีรํ น วิลิมฺปติ นาลงฺกโรติ ปกติเวเสเนว จรติ ฯ อถ นํ สามิโก อาห ภทฺเท สกลนครํ นกฺขตฺตนิสฺสิตํ ตฺวํ ปน สรีรํ น ปฏิชคฺคสิ อลงฺการํ น กโรสิ กึการณาติ ฯ สา อาห อยฺยปุตฺต ทฺวตฺตึสายเมว กุณเปหิ ปูริตํ สรีรํ กึ อิมินา อลงฺกเตน อยํ หิ กาโย เนว เทวตานิมฺมิโต น พฺรหฺมนิมฺมิโต น สุวณฺณมโย น มณิมโย น หริจนฺทนมโย น ปุณฺฑรีกกุมุทนีลุปฺปลคพฺภสมฺภูโต คูถปริปุณฺโณ อสุจิ น อมโตสธปริปูริโต อถ โข กุณเป ชาโต มาตาเปติกสมฺภโว นิจฺจุจฺฉาทนปริมทฺทน- เภทนวิทฺธํสนธมฺโม กฏสิวฑฺฒโน ตณฺหุปาทินฺโน โสกานํ นิทานํ ปริเทวานํ วตฺถุ สพฺพโรคานํ อาสโย กมฺมกรณานํ ปฏิคฺคโห อนฺโตปูติ พหิ นิจฺจํ ปคฺฆรติ กิมิกุลานํ อาวาโส สีวตฺถิกปายาโต มรณปริโยสาโน สพฺพโลกสฺส จกฺขุปเถ ปริวตฺตมาโนปิ

อฏฺฐินหารุสํยุตฺโต ตจมํสวิเลปโน

ฉวิยา กาโย ปฏิจฺฉนฺโน ยถาภูตํ น ทิสฺสติ

อนฺตปูโร อุทรปูโร ยกเปฬสฺส วตฺถิโน

หทยสฺส ปปฺผาสสฺส วกฺกสฺส ปิหกสฺส จ

สิงฺฆาณิกาย เขฬสฺส เสทสฺส เมทกสฺส จ

โลหิตสฺส ลสิกาย ปิตฺตสฺส จ วสาย จ ฯ

อถสฺส นวหิ โสเตหิ อสูจิ สวติ สพฺพทา

อกฺขิมฺหา อกฺขิคูถโก กณฺณมฺหา กณฺณคูถโก

สิงฺฆาณิกา จ นาสาโต มุเขน วมติ เอกทา

ปิตฺตํ เสมฺหญฺจ วมติ กายมฺหา เสทชลฺลิกา ฯ

อถสฺส สุสิรํ สีสํ มตฺถลุงฺเคน ปูริตํ ฯ

สุภโต มญฺญตี พาโล อวิชฺชาย ปุรกฺขโต ฯ

อนนฺตาทีนโว กาโย วิสรุกฺขสมูปโม

อาวาโส สพฺพโรคานํ ปุญฺโช ทุกฺขสฺส เกวโล ฯ

สเจ อิมสฺส กายสฺส อนฺโต พาหิรโต สิยา

ทณฺฑํ นูน คเหตฺวาน กากโสเณ นิวารเย ฯ

ทุคฺคนฺโธ อสุจีกาโย กุณโป อุกฺกรูปโม

นินฺทิโต จกฺขุภูเตหิ กาโย พาลาภินนฺทิโต

อลฺลจมฺมปฏิจฺฉนฺโน นวทฺวาโร มหาวโณ

สมนฺตโต ปคฺฆรติ อสุจิปูติคนฺธิโย ฯ

ยทา จ โส มโต เสติ อุทฺธุมาโต วินีลโก

อปวิฏฺโฐ สุสานสฺมึ อนเปกฺขา โหนฺติ ญาตโย

ขาทนฺติ นํ สุวาณา จ สิงฺคาลา จ พกา กิมิ

กากา คิชฺฌา จ ขาทนฺติ เย จญฺเญ สพฺพปาณิโน ฯ

สุตฺวาน พุทฺธวจนํ ภิกฺขุ จ ญาณวา อิธ

โส โข นํ อภิชานาติ ยถาภูตํ หิ ปสฺสติ

ยถา อิทํ ตถา เอตํ ยถา เอตํ ตถา อิทํ

อชฺฌตฺตญฺจ พหิทฺธา จ กาเย นนฺทํ วิรชฺชหํ ฯ อยฺยปุตฺต อิมํ กายํ อลงฺกริตฺวา กึ กริสฺสามิ นนุ อิมสฺส อลงฺกตกรณํ คูถปุณฺณฆฏสฺส พหิจิตฺตกมฺมกรณํ วิย โหตีติ ฯ เสฏฺฐิปุตฺโต ตํ ตสฺสา วจนํ สุตฺวา อาห ภทฺเท ตฺวํ อิมสฺส สรีรสฺส เอวํ โทเส ปสฺสมานา กสฺมา น ปพฺพชิสฺสสีติ ฯ อยฺยปุตฺต อหํ ปพฺพชฺชํ ลภมานา อชฺเชว ปพฺพเชยฺยนฺติ ฯ เสฏฺฐิปุตฺโต สาธุ อหํ ตํ ปพฺพาเชสฺสามีติ วตฺวา มหาทานํ ปวตฺเตตฺวา มหาสกฺการํ กตฺวา มหนฺเตน ปริวาเรน ภิกฺขุนูปสฺสยํ เนตฺวา นํ ปพฺพาเชนฺโต เทวทตฺตปกฺขิยานํ ภิกฺขุนีนํ สนฺติเก ปพฺพาเชสิ ฯ สา ปพฺพชฺชํ ลภิตฺวา ปริปุณฺณสงฺกปฺปา อตฺตมนา อโหสิ ฯ อถสฺสา คพฺเภ ปริปากํ คจฺฉนฺเต อินฺทฺริยานํ อญฺญถตฺตํ หตฺถปาทปิฏฺฐีนํ พหลตฺตํ อุทรปฏลสฺส จ มหตฺตํ ทิสฺวา ภิกฺขุนิโย ตํ ปุจฺฉึสุ อยฺเย ตฺวํ คพฺภินี วิย ปญฺญายสิ กึ เอตนฺติ ฯ อยฺยา อิทํ นาม การณนฺติ น ชานามิ สีลมฺปน เม ปริปุณฺณนฺติ ฯ อถ นํ ตา ภิกฺขุนิโย เทวทตฺตสฺส สนฺติกํ เนตฺวา เทวทตฺตํ ปุจฺฉึสุ อยฺย อยํ กุลธีตา กิจฺเฉน สามิกํ อาราเธตฺวา ปพฺพชฺชํ ลภิ อิทานิ ปนสฺสา คพฺโภ ปญฺญายติ มยํ อิมสฺส คพฺภสฺส คิหิกาเล วา ปพฺพชิตกาเล วา ลทฺธภาวํ น ชานาม กึทานิ กโรมาติ ฯ เทวทตฺโต อตฺตโน อพุทฺธภาเวน ขนฺติเมตฺตานุทยานญฺจ นตฺถิตาย เอวํ จินฺเตสิ เทวทตฺตสฺส ปกฺขิกา ภิกฺขุนี กุจฺฉิยา คพฺภํ ปริหรติ เทวทตฺโต ปน อชฺฌุเปกฺขติเยวาติ มยฺหํ ครหา อุปฺปชฺชิสฺสติ มยา อิมํ อุปฺปพฺพาเชตุํ วฏฺฏตีติ ฯ โส อวีมํสิตฺวา เสลคุฬํ ปวฏฺฏยมาโน วิย ปกฺขนฺทิตฺวา คจฺฉถ อิมํ อุปพฺพาเชถาติ อาห ฯ ตา ตสฺส วจนํ สุตฺวา อุฏฺฐาย วนฺทิตฺวา อุปสฺสยํ คตา ฯ อถ สา ทหรา ภิกฺขุนิโย อาห อยฺยา น เทวทตฺตตฺเถโร พุทฺโธ นปิ ตสฺส สนฺติเก มยฺหํ ปพฺพชฺชา โลเก ปน อคฺคปุคฺคลสฺส สมฺมาสมฺพุทฺธสฺส สนฺติเก มยฺหํ ปพฺพชฺชา สา ปน เม ทุกฺเขน ลทฺธา มา นํ อนฺตรธาเปถ เอถ มํ คเหตฺวา สตฺถุ สนฺติเก เชตวนํ คจฺฉถาติ ฯ ตา ตํ อาทาย ราชคหา ปญฺจจตฺตาฬีสโยชนิกมคฺคํ อติกฺกมฺม อนุปุพฺเพน เชตวนํ ปตฺวา สตฺถารํ วนฺทิตฺวา ตมตฺถํ อาโรเจสุํ ฯ

สตฺถา จินฺเตสิ กิญฺจาปิ คิหิกาเล เอติสฺสา คพฺโภ ปติฏฺฐิโต เอวํ สนฺเตปิ สมโณ โคตโม เทวทตฺเตน ชหิติกํ อาทาย จรตีติ อญฺญติตฺถิยานํ โอกาโส ภวิสฺสติ ตสฺมา อิมํ กถํ ปจฺฉินฺทิตุํ สราชิกาย ปริสาย มชฺเฌ อิมํ อธิกรณํ วินิจฺฉิตุํ วฏฺฏตีติ ฯ ปุนทิวเส ราชานํ ปเสนทิโกสลํ มหาอนาถปิณฺฑิกํ จูฬอนาถปิณฺฑิกํ วิสาขํ มหาอุปาสิกํ อญฺญานิ จ อภิญฺญาตานิ มหากุลานิ ปกฺโกสาเปตฺวา สายณฺหสมเย จตูสุ ปริสาสุ สนฺนิปติตาสุ อุปาลิตฺเถรํ อามนฺเตสิ คจฺฉ จตุปฺปริสมชฺเฌ อิมิสฺสา ทหรภิกฺขุนิยา กมฺมํ โสเธหีติ ฯ สาธุ ภนฺเตติ เถโร ปริสมชฺฌํ คนฺตฺวา อตฺตโน ปญฺญตฺตาสเน นิสีทิตฺวา รญฺโญ ปุรโต วิสาขํ อุปาสิกํ ปกฺโกสาเปตฺวา อิมํ อธิกรณํ ปฏิจฺฉาเปสิ คจฺฉ วิสาเข อยํ ทหรา อสุกมาเส อสุกทิวเส ปพฺพชิตาติ ตตฺตโต ญตฺวา อิมสฺส คพฺภสฺส ปุเร วา ปจฺฉา วา ลทฺธภาวํ ชานาหีติ ฯ อุปาสิกา สาธูติ สมฺปฏิจฺฉิตฺวา สาณึ ปริกฺขิปาเปตฺวา อนฺโตสาณิยํ ทหรภิกฺขุนิยา หตฺถปาทนาภิอุทรปริโยสานานิ โอโลเกตฺวา มาสทิวเส สมาเนตฺวา คิหิภาเว คพฺภสฺส ลทฺธภาวํ ตตฺตโต ญตฺวา เถรสฺส สนฺติกํ คนฺตฺวา ตมตฺถํ อาโรเจสิ ฯ เถโร จตุปริสมชฺเฌ ตํ ภิกฺขุนึ สุทฺธมกาสิ ฯ สา สุทฺธา หุตฺวา ภิกฺขุสงฺฆญฺจ สตฺถารญฺจ วนฺทิตฺวา ภิกฺขุนีหิ สทฺธึ อุปสฺสยเมว คตา ฯ สา คพฺภสฺส ปริปากมนฺวาย ปทุมุตฺตรปาทมูเล ปติฏฺฐิตปฏฺฐนํ มหานุภาวํ ปุตฺตํ วิชายิ ฯ อเถกทิวสํ ราชา ภิกฺขุนีอุปสฺสยสมีเปน คจฺฉนฺโต ทารกสทฺทํ สุตฺวา อมจฺเจ ปุจฺฉิ ฯ อมจฺจา ตํ การณํ ญตฺวา เทว สา ทหรภิกฺขุนี ปุตฺตํ วิชายิ ตสฺเสว โส สทฺโทติ อาหํสุ ฯ ภิกฺขุนีนํ ภเณ ทารกชคฺคนนฺนาม ปลิโพโธ มยํ นํ ปฏิชคฺคิสฺสามาติ ฯ ราชา ตํ ทารกํ นาฏกิตฺถีนํ ทาเปตฺวา กุมารปริหาเรน วฑฺฒาเปสิ ฯ นามคหณทิวเส จสฺส กสฺสโปติ นามํ อกํสุ ฯ อถ นํ กุมารปริหาเรน วฑฺฒิตตฺตา กุมารกสฺสโปติ สญฺชานึสุ ฯ โส สตฺตวสฺสิกกาเล สตฺถุ สนฺติเก ปพฺพชิตฺวา ปริปุณฺณวีสติวสฺโส อุปสมฺปทํ ลภิตฺวา คจฺฉนฺเต กาเล ธมฺมกถิเกสุ จิตฺรกถิโก อโหสิ ฯ อถ นํ สตฺถา เอตทคฺคํ ภิกฺขเว มม สาวกานํ จิตฺรกถิกานํ ยทิทํ กุมารกสฺสโปติ เอตทคฺเค ฐเปสิ ฯ โส ปจฺฉา วมฺมิกสุตฺเต อรหตฺตํ ปาปุณิ ฯ มาตาปิสฺส ภิกฺขุนี วิปสฺสิตฺวา มคฺคผลํ ปตฺตา ฯ กุมารกสฺสปตฺเถโร พุทฺธสาสเน คคนมชฺเฌ ปุณฺณจนฺโท วิย ปากโฏ ชาโต ฯ

อเถกทิวสํ ตถาคโต ปจฺฉาภตฺเต ปิณฺฑปาตปฏิกฺกนฺโต ภิกฺขูนํ โอวาทํ ทตฺวา คนฺธกุฏึ ปาวิสิ ฯ ภิกฺขู โอวาทํ คเหตฺวา อตฺตโน อตฺตโน รตฺติฏฺฐานทิวาฏฺฐาเนสุ ทิวสภาคํ เขเปตฺวา สายณฺหสมเย ธมฺมสภายํ สนฺนิปติตฺวา อาวุโส เทวทตฺเตน อตฺตโน อพุทฺธภาเวน เจว ขนฺติเมตฺตาทีนญฺจ อภาเวน กุมารกสฺสปตฺเถโร จ เถรี จ อุโภ นาสิตา สมฺมาสมฺพุทฺโธ ปน อตฺตโน ธมฺมราชตาย เจว ขนฺติเมตฺตานุทยสมฺปตฺติยา จ อุภินฺนํ เตสํ ปจฺจโย ชาโตติ พุทฺธคุเณ วณฺณยมานา นิสีทึสุ ฯ สตฺถา พทฺธลีฬฺหาย ธมฺมสภํ อาคนฺตฺวา ปญฺญตฺตาสเน นิสีทิตฺวา กาย นุตฺถ ภิกฺขเว เอตรหิ กถาย สนฺนิสินฺนาติ ปุจฺฉิ ฯ ภนฺเต ตุมฺหากเมว คุณกถายาติ สพฺพํ อาโรจยึสุ ฯ น ภิกฺขเว ตถาคโต อิทาเนว อิเมสํ อุภินฺนํ ปจฺจโย จ ปติฏฺฐา จ ชาโต ปุพฺเพปิ อโหสิเยวาติ ฯ ภิกฺขู ตสฺสตฺถสฺสาวิภาวตฺถาย ภควนฺตํ ยาจึสุ ฯ ภควา ภวนฺตเรน ปฏิจฺฉนฺนํ การณํ ปากฏํ อกาสิ ฯ

อตีเต พาราณสิยํ พฺรหฺมทตฺเต รชฺชํ การยมาเน โพธิสตฺโตปิ มิคโยนิยํ ปฏิสนฺธึ คณฺหิ ฯ โส มาตุ กุจฺฉิโต นิกฺขมนฺโต สุวณฺณวณฺโณ อโหสิ ฯ อกฺขีนิสฺส มณิคุฬสทิสานิ อเหสุํ สิงฺคานิ รชตวณฺณานิ มุขํ รตฺตกมฺพลปุญฺชวณฺณํ หตฺถปาทปริยนฺตา ลาขารสปริกมฺมกตา วิย พาลธิ จามริ วิย อโหสิ ฯ สรีรมฺปนสฺส มหนฺตํ อสฺสโปตกปฺปมาณํ อโหสิ ฯ โส ปญฺจสตปริวาโร อรญฺเญ วาสํ กปฺเปสิ นาเมน นิโคฺรธมิคราชา นาม ฯ อวิทูเร ปนสฺส อญฺโญปิ ปญฺจมิคสตปริวาโร สาขมิโค นาม วสติ ฯ โสปิ สุวณฺณวณฺโณ อโหสิ ฯ เตน สมเยน พาราณสิราชา มิควธปสุโต โหติ วินา มํเสน น ภุญฺชติ ฯ มนุสฺสานํ กมฺมจฺเฉทํ กตฺวา สพฺเพ เนคมชนปเท สนฺนิปาเตตฺวา เทวสิกํ มิควธํ คจฺฉติ ฯ มนุสฺสา จินฺเตสุํ อยํ ราชา อมฺหากํ กมฺมจฺเฉทํ กโรติ ยนฺนูน มยํ อุยฺยาเน มิคานํ นิวาปํ ฐปยิตฺวา ปานียํ สมฺปาเทตฺวา พหู มิเค อุยฺยานํ ปเวเสตฺวา ทฺวารํ พนฺธิตฺวา รญฺโญ นิยฺยาเทยฺยามาติ ฯ เต สพฺเพ อุยฺยาเน มิคานํ นิวาปติณํ โรเปตฺวา อุทฺกํ สมฺปาเทตฺวา ทฺวารํ โยเชตฺวา วาคุรานิ อาทาย มุคฺคราทินานาวุธหตฺถา อรญฺญํ ปวิสิตฺวา มิเค ปริเยสมานา มชฺเฌ ฐิเต มิเค คณฺหิสฺสามาติ โยชนมตฺตํ ฐานํ ปริกฺขิปิตฺวา สงฺขิปมานา นิโคฺรธมิคสาขมิคานํ วสนฏฺฐานํ มชฺเฌ จ กตฺวา ปริกฺขิปึสุ ฯ อถ นํ มิคคณํ ทิสฺวา รุกฺขคุมฺพาทโย จ ภูมึ จ มุคฺคเรหิ ปหรนฺตา มิคคณํ คหนฏฺฐานโต นีหริตฺวา อสิสตฺติธนุอาทีนิ อาวุธานิ อุคฺคิริตฺวา มหานาทํ นทนฺตา ตํ มิคคณํ อุยฺยานํ ปเวเสตฺวา ทวารํ ปิธาย ราชานํ อุปสงฺกมิตฺวา เทว นิวทฺธํ มิควธํ คจฺฉนฺตา อมฺหากํ กมฺมํ นาเสถ อมฺเหหิ อรญฺญโต มิเค อาเนตฺวา ตุมฺหากํ อุยฺยานํ ปูริตํ อิโต ปฏฺฐาย เตสํ มํสํ ขาทถาติ ราชานํ อาปุจฺฉิตฺวา ปกฺกมึสุ ฯ

ราชา เตสํ วจนํ สุตฺวา อุยฺยานํ คนฺตฺวา มิเค โอโลเกนฺโต เทฺว สุวณฺณมิเค ทิสฺวา เตสํ อภยํ อทาสิ ฯ ตโต ปฏฺฐาย ปน กทาจิ สามํ คนฺตฺวา เอกํ มิคํ วิชฺฌิตฺวา อาเนติ ฯ กทาจิสฺส ภตฺตการโก คนฺตฺวา วิชฺฌิตฺวา อาหรติ ฯ มิคา ธนุํ ทิสฺวาว มรณภเยน ตชฺชิตา ปลายนฺติ เทฺว ตโย ปหาเร ลภิตฺวา กิลมนฺติปิ คิลานาปิ โหนฺติ มรณํปิ ปาปุณนฺติ ฯ มิคคณา ตํ ปวุตฺตึ โพธิสตฺตสฺส อาโรเจสุํ ฯ โส สาขํ ปกฺโกสาเปตฺวา อาห สมฺม พหู มิคา นสฺสนฺติ เอกํเสน มริตพฺเพ สติ อิโต ปฏฺฐาย มา กณฺเฑน มิเค วิชฺฌนฺตุ ธมฺมคณฺฐิกฏฺฐาเน มิคานํ วาโร โหตุ เอกทิวสํ มม ปริสาย วาโร ปาปุณาตุ เอกทิวสํ ตว ปริสาย ปาปุณาตุ วารปฺปตฺโต มิโค คนฺตฺวา ธมฺมคณฺฐิกาย สีสํ ฐเปตฺวา นิปชฺชตุ เอวํ สนฺเตปิ มิคา ภีตา น ภวิสฺสนฺตีติ ฯ โส สาธูติ สมฺปฏิจฺฉิ ฯ ตโต ปฏฺฐาย วารปฺปตฺโต มิโค คนฺตฺวา ธมฺมคณฺฐิกาย คีวํ ฐเปตฺวา นิปชฺชติ ฯ ภตฺตการโก อาคนฺตฺวา ตตฺถ นิปนฺนกเมว คเหตฺวา คจฺฉติ ฯ อเถกทิวสํ สาขมิคสฺส ปริสาย เอกิสฺสา คพฺภินิมิคิยา วาโร ปาปุณาติ ฯ สา สาขํ อุปสงฺกมิตฺวา สามิ อหํ คมฺภินี ปุตฺตกํ วิชายิตฺวา เทฺว ชนา วารํ คมิสฺสาม มยฺหํ วารํ อติกฺกาเมหีติ อาห ฯ โส น สกฺกา ตว วารํ อญฺเญสํ ปาเปตุํ ตฺวเมว ตุยฺหํ ปุตฺตํ ชานิสฺสสิ คจฺฉาหีติ อาห ฯ สา ตสฺส สนฺติกา อนุคฺคหํ อลภมานา โพธิสตฺตํ อุปสงฺกมิตฺวา เอตมตฺถํ อาโรเจสิ ฯ โส ตสฺสา วจนํ สุตฺวา จินฺเตสิ ปุพฺเพ โพธิสตฺตา หิ ปเรสํ ทุกฺขํ ทิสฺวา อตฺตโน ชีวิตํ นาเปกฺขนฺติ อตฺตหิตโต ปรหิตเมว เตสํ ครุตรํ โหติ

สยํ ชีวนฺติ สกุณา ปสู สพฺเพ วเน มิคา

ชีวยนฺติ ปเร ธีรา สนฺโต สตฺตหิเต รตา

วิตฺตํ องฺคญฺจ ปาณญฺจ จตฺตํ เตหิ หิตาย จ ฯ

โส สมตฺโถ พหู สตฺเต สนฺตาเรสฺสํ สเทวเก

อิมินา สารหีเนน กาเยน จ อปุญฺญตา

อหนฺเต นูน ยํ ลาภํ ลภิสฺสามิ สยํ ธุวนฺติ ฯ อิติ จินฺเตตฺวา อาห โหตุ คจฺฉ ตฺวํ อหนฺเต วารํ อติกฺกมิสฺสามีติ ฯ สยํ คนฺตฺวา ธมฺมคณฺฐิกาย สีสํ กตฺวา นิปชฺชิ ฯ ภตฺตการโก ตํ ทิสฺวา ลทฺธาภโย มิคราชา คณฺฐิกาย นิปนฺโน กินฺนุ โข การณนฺติ เวเคน คนฺตฺวา รญฺโญ อาโรเจสิ ฯ ราชา ตาวเทว รถํ อารุยฺห มหนฺเตน ปริวาเรน คนฺตฺวา โพธิสตฺตํ ทิสฺวา อาห สมฺม มิคราช นนุ มยา ตุมฺหากํ อภยํ ทินฺนํ กสฺมา ตฺวํ อิธ นิปนฺโนสีติ ฯ มหาราช คพฺภินี มิคี อาคนฺตฺวา มม วารํ อญฺญสฺส มิคสฺส ปาเปหีติ อาห น สกฺกา โข ปน มยา เอกสฺส มรณทุกขํ อญฺญสฺส อุปริ ขิปิตุํ สฺวาหํ อตฺตโน ชีวิตํ ตสฺสา ทตฺวา ตสฺสา สนฺตกํ มรณํ คเหตฺวา อิธ นิปนฺโน มา อญฺญํ กิญฺจิ อาสงฺกิตฺถ มหาราชาติ ฯ ราชา อาห สามิ สุวณฺณมิคราช มยา น ตาทิโส ขนฺติเมตฺตานุทยสมฺปนฺโน มนุสฺเสสุปิ ทิฏฺฐปุพฺโพ เตน เต ปสนฺโนสฺมิ อุฏฺเฐหิ ตุยฺหญฺจ ตสฺสา จ อภยํ ทมฺมีติ ฯ ทฺวีหิ อภเย ลทฺเธ อวเสสา กึ กริสฺสนฺติ นรินฺทาติ ฯ อวเสสานมฺปิ อภยํ ทมฺมิ สามีติ ฯ มหาราช เอวํปิ อุยฺยาเนเยว มิคา อภยํ ลภิสฺสนฺติ เสสา กึ กริสฺสนฺตีติ ฯ เอเตสมฺปิ อภยํ ทมฺมิ สามีติ ฯ มหาราช มิคา ตาว อภยํ ลภนฺติ เสสา จตุปฺปาทา กึ กริสฺสนฺตีติ ฯ เอเตสมฺปิ อภยํ ทมฺมิ สามีติ ฯ มหาราช จตุปฺปาทา ตาว อภยํ ลภนฺติ ทิชคณา กึ กริสฺสนฺตีติ ฯ เอเตสมฺปิ อภยํ ทมฺมิ สามีติ ฯ มหาราช ทิชคณา ตาว อภยํ ลภิสฺสนฺติ อุทเก วสนกมจฺฉา กึ กริสฺสนฺตีติ ฯ เอเตสมฺปิ อภยํ ทมฺมิ สามีติ ฯ เอวํ มหาสตฺโต ราชานํ สพฺพสตฺตานํ อภยํ ยาจิตฺวา อุฏฺฐาย ราชานํ ปญฺจสุ สีเลสุ ปติฏฺฐาเปตฺวา ธมฺมญฺจร มหาราช มาตาปิตูสุ ปุตฺตธีตาสุ พฺราหฺมณคหปติเกสุ เนคมชานปเทสุ ธมฺเม จรนฺโต สมํ จรนฺโต กายสฺส เภทา ปรมฺมรณา สุคตึ สคฺคํ โลกํ คมิสฺสสีติ รญฺโญ พุทฺธลีฬฺหาย ธมฺมํ เทเสตฺวา กติปาหํ อุยฺยาเน วสิตฺวา รญฺโญ โอวาทํ ทตฺวา มิคคณปริวุโต อรญฺญํ ปาวิสิ ฯ สาปิ โข มิคเธนุ ปุปฺผกณฺณิกสทิสํ ปุตฺตํ วิชายิ ฯ โส กีฬมาโน สาขมิคสฺส สนฺติกํ คจฺฉติ ฯ อถ นํ มาตา ตสฺส สนฺติกํ คจฺฉนฺตํ ทิสฺวา ปุตฺต อิโต ปฏฺฐาย มา เอตสฺส สนฺติกํ คจฺฉ นิโคฺรธสฺเสว สนฺติกํ คจฺเฉยฺยาสีติ โอวทนฺตี อิมํ คาถมาห

นิโคฺรธเมว เสเวยฺย น สาขํ อุปสํวเส

นิโคฺรธสฺมึ มตํ เสยฺโย ยญฺเจ สาขสฺมิ ชีวิตนฺติ ฯ

ตตฺถ นิโคฺรธเมว เสเวยฺยาติ ตาต ตฺวํ วา อญฺโญ วา อตฺตโน หิตกาโม นิโคฺรธเมว เสเวยฺย ภเชยฺย นํ อุปสงฺกเมยฺย ฯ น สาขํ อุปสํวเสติ สาขมิคํ ปน น อุปสํวเส อุปคมฺม น สํวเสยฺย เอตํ นิสฺสาย ชีวิตํ น กปฺเปยฺย ฯ นิโคฺรธสฺมึ มตํ เสยฺโยติ นิโคฺรธรญฺโญ ปาทมูเล มรณมฺปิ เสยฺโย วรํ อุตฺตมํ ฯ ยญฺเจ สาขสฺมิ ชีวิตนฺติ ยมฺปน สาขสฺส สนฺติเก ชีวิตํ ตํ เนว เสยฺโย น วรํ อุตฺตมนฺติ อตฺโถ ฯ

ตโต ปฏฺฐาย ปน อภยลทฺธกา มิคา มนุสฺสานํ สสฺสานิ ขาทนฺติ ฯ มนุสฺสา ลทฺธาภยา อิเมติ มิเค ปหริตุํ วา ปลาเปตุํ วา น วิสหนฺติ ฯ เต ราชงฺคเณ สนฺนิปติตฺวา รญฺโญ ตมตฺถํ อาโรเจสุํ ฯ ราชา มยา ปสนฺเนน นิโคฺรธมิคราชสฺส วโร ทินฺโน อหํ รชฺชํ ชเหยฺยํ น จ ตํ ปฏิญฺญํ ภินฺทามิ คจฺฉถ น โกจิ มม วิชิเต มิเค ปหริตุํ ลภตีติ อาห ฯ นิโคฺรธมิโค ตํ ปวุตฺตึ สุตฺวา มิคคณํ สนฺนิปาตาเปตฺวา อิโต ปฏฺฐาย ปเรสํ สสฺสํ ขาทิตุํ น ลภถาติ มิเค โอวทิตฺวา มนุสฺสานํ อาโรจาเปสิ อิโต ปฏฺฐาย สสฺสการกา มนุสฺสา สสฺสรกฺขนตฺถํ วตึ มา กโรนฺตุ เขตฺตํ ปน อาวิชฺฌิตฺวา ปณฺณสญฺญํ พนฺธนฺตูติ ฯ ตโต ปฏฺฐาย กิร เขตฺเตสุ ปณฺณพนฺธนสญฺญา อุทปาทิ ฯ ตโต ปฏฺฐาย ปณฺณสญฺญํ อติกฺกมนกมิโค นาม นตฺถิ ฯ อยํ กิร เนสํ โพธิสตฺตโต ลทฺธโอวาโท ฯ เอวํ มิคคณํ โอวทิตฺวา โพธิสตฺโต ยาวตายุกํ ฐตฺวา สทฺธึ มิเคหิ ยถากมฺมงฺคโต ฯ ราชาปิ โพธิสตฺตสฺส โอวาเท ฐตฺวา ปุญฺญานิ กตฺวา ยถากมฺมงฺคโต ฯ

สตฺถา น ภิกฺขเว อิทาเนวาหํ เถริยา จ กุมารกสฺสปสฺส จ อวสฺสโย ชาโต ปุพฺเพปิ อวสฺสโยเยวาติ อิมญฺจ ธมฺมเทสนํ อาหริตฺวา จตุสฺสจฺจเทสนํ วินิวฏฺเฏตฺวา เทฺว วตฺถูนิ กเถตฺวา อนุสนฺธึ ฆเฏตฺวา ชาตกํ สโมธาเนสิ ตทา สาขมิโค เทวทตฺโต อโหสิ ปริสาปิสฺส เทวทตฺตปริสาว มิคเธนุ เถรี อโหสิ ปุตฺโต กุมารกสฺสโป ราชา อานนฺโท นิโคฺรธมิคราชา ปน อหเมว อโหสีติ ฯ

นิโคฺรธชาตกํ ทุติยํ ฯ

ที่มา: อรรถกถาบาลี อักษรไทย เล่มที่ ๓๕

ดูหัวข้อนี้ในพระไตรปิฎก เล่มที่ ๒๗

ดูเล่มที่ ๒๗ ขุททกนิกาย ชาดก ภาค ๑ บนชั้นหนังสือ

ชาดกก่อนหน้า๑๑. ลักขณชาดกชาดกถัดไป๑๓. กัณฑินชาดก