ข้ามไปยังเนื้อหา
ธรรมคลัง
หน้าแรกหนังสือบทสวดพระไตรปิฎกชาดกหมวดธรรม
ENเข้าสู่ระบบสมัครสมาชิก
ธรรมคลัง

แหล่งรวมหนังสือ พระสูตร บทสวด และพระไตรปิฎก เพื่อการเรียนรู้ ฝึกฝน และการใช้ชีวิตอย่างมีสติในทุกวัน

เมนูหลัก

  • หน้าแรก
  • หนังสือ
  • บทสวด
  • พระไตรปิฎก
  • ชาดก
  • หมวดธรรม
  • ค้นหา

เกี่ยวกับเรา

  • เกี่ยวกับโครงการ
  • แหล่งที่มาของเนื้อหา
  • ร่วมสนับสนุน

บริการช่วยเหลือ

  • ที่เก็บไว้
  • สำรวจคลังธรรมะ
  • ฟังธรรม
  • API สำหรับนักพัฒนา
“
“สพฺพทานํ ธมฺมทานํ ชินาติ”การให้ธรรมเป็นทานย่อมชำนะการให้ทั้งปวง
ธรรมบท ๓๕๔

© ๒๕๖๙ ธรรมคลัง สงวนลิขสิทธิ์

  1. หน้าแรก
  2. /
  3. สำรวจ
  4. /
  5. ชาดก
  6. /
  7. มักกฏชาดก
ชาดกที่ ๑๗๓ · ทุกนิบาตชาดก · กัลยาณธรรมวรรค

มักกฏชาดก

ว่าด้วยลิง

เล่มที่ ๒๗ · ข้อ ๑๙๕ · บรรทัด ๑๒๓๗ · ขุททกนิกาย ชาดก ภาค ๑

ภาพวาดฉากหนึ่งจากมักกฏชาดก

อรรถกถาชาดก

เรื่องเล่า

พระศาสดาเมื่อประทับอยู่ ณ พระวิหารเชตวันทรงปรารภภิกษุหลอกลวงรูปหนึ่ง ตรัสพระธรรมเทศนานี้มีคำเริ่มต้นว่าตาต มาณวโก เอโส ดังนี้.

เรื่องราวจักมีแจ้งในอุททาลกชาดกในปกิณณกนิบาต. ก็ครั้งนั้นพระศาสดาตรัสว่า ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ภิกษุนี้มิใช่หลอกลวงในบัดนี้เท่านั้น แม้เมื่อก่อนก็เกิดเป็นลิงได้หลอกลวงเพราะเรื่องไฟ แล้วตรัสนำเรื่องอดีตมาเล่า.

ในอดีตกาลครั้งพระเจ้าพรหมทัตเสวยราชสมบัติอยู่ในกรุงพาราณสี บังเกิดในตระกูลพราหมณ์ หมู่บ้านกาสี ครั้นเจริญวัยเรียนศิลปศาสตร์ในเมืองตักกสิลา ดำรงตนเป็นฆราวาส. ครั้นต่อมาพราหมณีภรรยาของพราหมณ์นั้นคลอดบุตรคนหนึ่งเมื่อบุตรวิ่งเที่ยวไปมาได้ พราหมณีก็ถึงแก่กรรม. พระโพธิสัตว์กระทำฌาปนกิจนางแล้วคิดว่า เราจะอยู่ครองเรือนไปทำไมจึงละพรรคพวกญาติมิตร ซึ่งพากันร่ำไห้พาบุตรเข้าไปยังป่าหิมพานต์ บวชเป็นฤๅษีมีรากไม้และผลไม้ในป่าเป็นอาหารพำนักอยู่ ณ ที่นั้น. วันหนึ่งเมื่อฝนตกในฤดูฝน พระโพธิสัตว์ก่อไฟผิงนอนอยู่บนเครื่องลาดกระดาน. แม้บุตรของท่านซึ่งเป็นดาบสกุมาร ก็นั่งนวดเท้าของบิดา. มีลิงป่าตัวหนึ่งถูกความหนาวเบียดเบียน เห็นไฟที่บรรณศาลาของพระโพธิสัตว์ จึงคิดว่า หากเราจักเข้าไปในบรรณศาลานี้ เขาจักร้องว่า ลิงลิง แล้วโบยนำเราออกไป เราก็จักไม่ได้ผิงไฟ เอาละบัดนี้เรามีอุบายอย่างหนึ่ง เราจะปลอมเป็นดาบสทำการลวงเข้าไปจึงนุ่งผ้าเปลือกไม้ของดาบสที่ตายแล้วคนหนึ่ง ถือกระเช้า ขอและไม้เท้าอาศัยตาลต้นหนึ่งที่ประตูบรรณศาลายืนสั่นอยู่. ดาบสกุมารเห็นมันก็ไม่รู้ว่าเป็นลิง จึงบอกแก่ดาบสว่า มีดาบสแก่รูปหนึ่ง ถูกความหนาวเบียดเบียนคงจะมาขอผิงไฟ แล้วคิดว่าควรจะให้เข้าไปผิงยังบรรณศาลาหลังหนึ่ง เมื่อจะพูดกะบิดาจึงกล่าวคาถาแรกว่า :-

พ่อจ๋า มาณพนั้นมายืนพิงต้นตาลอยู่ อนึ่ง เรือนของเรานี้ก็มีอยู่ ถ้ากระไรเราจะให้เรือน แก่มาณพนั้น.

ในบทเหล่านั้น บทว่า มาณวโก เป็นชื่อของสัตว์. ท่านแสดงว่า พ่อจ๋า นั่นมาณพคือสัตว์ชนิดหนึ่ง คือดาบสรูปหนึ่ง. บทว่า ตาลมูลํ อปสฺสิโต ได้แก่ยืนพิงต้นตาลอยู่. บทว่า อคารกญฺจิทํ อตฺถิ ได้แก่ เรามีบ้านของนักบวชนี้ คือหมายถึงบรรณศาลา. บทว่า หนฺท เป็นนิบาตลงในอรรถแห่งความเตือน. บทว่า เทมสฺส คารกํ ความว่า เราจะให้เรือนดาบสนี้อยู่ส่วนหนึ่ง.

พระโพธิสัตว์ได้ยินคำของบุตรจึงลุกขึ้นไปยืนดูที่ประตูบรรณศาลา รู้ว่าสัตว์นั้นเป็นลิง จึงบอกลูกว่า ลูกเอ๋ยธรรมดามนุษย์หน้าไม่เป็นอย่างนี้ดอก ลูกไม่ควรเรียกลิงเข้ามาในที่นี้แล้วกล่าวคาถาที่ ๒ ว่า :-

ลูกเอ๋ย เจ้าอย่าเรียกมันมาเลย มันเข้ามา แล้ว จะทำลายเรือนของเรา หน้าของพราหมณ์ ผู้มีศีลบริสุทธิ์ ไม่เป็นอย่างนี้ดอก.

ในบทเหล่านั้น บทว่า ทูเสยฺย โน อคารกํ ความว่า เจ้าสัตว์นี้แหละ เข้าไปในบรรณศาลานี้ จะทำลายเอาไฟเผาบรรณศาลาซึ่งทำได้ลำบากนี้เสีย หรือถ่ายอุจจาระเป็นต้น รดไว้. บทว่า เนตาทิสํ ได้แก่หน้าของพราหมณ์ผู้มีศีลบริสุทธิ์ไม่เป็นเช่นนี้.

พระโพธิสัตว์ ครั้นบอกว่านั่นลิงดังนี้แล้ว จึงคว้าคบไฟได้ดุ้นหนึ่งตวาดว่า เจ้าจะอยู่ที่นี่ทำไม แล้วขว้างให้มันหนีไป. ลิงก็ทิ้งผ้าเปลือกไม้ วิ่งขึ้นต้นไม้เข้าป่าไป. พระโพธิสัตว์เจริญพรหมวิหาร ๔ ได้มีพรหมโลกเป็นที่ไปในเบื้องหน้า.

พระศาสดาทรงนําพระธรรมเทศนานี้มาแล้ว ทรงประชุมชาดก. ลิงในครั้งนั้นได้เป็นภิกษุหลอกลวงในครั้งนี้ ดาบสกุมารได้เป็นราหุล ส่วนดาบส คือเราตถาคตนี้แล.

จบ อรรถกถามักกฏชาดกที่ ๓

ที่มา: อรรถกถาชาดก ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย ผ่าน E-Tipitaka เล่ม ๕๗ หน้า ๑๓๕–๑๓๘ · เนื้อความเป็นของเจ้าของต้นฉบับ แสดงภายใต้ เงื่อนไขนี้ หากประสงค์ให้นำออก แจ้งที่ saddhammadana@gmail.com จะนำออกทันที

ทุกนิบาตชาดก · ๑๖ ข้อ

คาถา

ตัวบทพระไตรปิฎกของชาดกเรื่องนี้ คือคาถา ๑๖ ข้อข้างล่าง เรื่องเล่าข้างบนคืออรรถกถาที่อธิบายคาถาเหล่านี้

หลวงฉบับหลวงมจร.ฉบับมหาจุฬาฯบาลีบาลีอักษรไทยโรมันPALI ROMANอรรถกถาอรรถกถาอรรถกถาบาลีอรรถกถาบาลีอักษรไทยAṭṭhakathāAtthakatha PaliRoman
โหมดอ่านต่อเนื่อง

อรรถกถาบาลี อักษรไทย

๓ มกฺกฏชาตกํ

ตาต มาณวโก เอโสติ อิทํ สตฺถา เชตวเน วิหรนฺโต เอกํ กุหกํ ภิกฺขุํ อารพฺภ กเถสิ ฯ

วตฺถุ ปกิณฺณกนิปาเต อุทฺทาลกชาตเก อาวิภวิสฺสติ ฯ

ตทา ปน สตฺถา ภิกฺขเว นายํ ภิกฺขุ อิทาเนว กุหโก ปุพฺเพปิ มกฺกโฏ หุตฺวาปิ อคฺคิสฺส การณา โกหญฺญํ อกาสิ เยวาติ วตฺวา อตีตํ อาหริ ฯ

อตีเต พาราณสิยํ พฺรหฺมทตฺเต รชฺชํ กาเรนฺเต โพธิสตฺโต เอกสฺมึ กาสิกคามเก พฺราหฺมณกุเล นิพฺพตฺติตฺวา วยปฺปตฺโต ตกฺกสิลายํ สิปฺปํ อุคฺคณฺหิตฺวา ฆราวาสํ สณฺฐเปสิ ฯ อถสฺส พฺราหฺมณี เอกํ ปุตฺตํ วิชายิตฺวา ปุตฺตสฺส อาธาวิตฺวา ปริธาวิตฺวา วิจรณกาเล กาลมกาสิ ฯ โพธิสตฺโต ตสฺสา เปตกิจฺจํ กตฺวา กึ เม อิทานิ ฆราวาเสน, ปุตฺตํ คเหตฺวา ปพฺพชิสฺสามีติ อสฺสุมุขํ ญาติมิตฺตวคฺคํ ปหาย ปุตฺตํ อาทาย หิมวนฺตํ ปวิสิตฺวา อิสิปพฺพชฺชํ ปพฺพชิตฺวา ตตฺถ วนมูลผลาหาโร วาสํ กปฺเปสิ ฯ โส เอกทิวสํ วสฺสานกาเล เทเว วสฺสนฺเต สารทารูนิ ชาเลตฺวา วิสิพฺเพนฺโต ผลกฏฺฐนฺตเร ๑- นิปชฺชิ ฯ ปุตฺโตปิสฺส ตาปสกุมารโก ปิตุ ปาเท สมฺพาหนฺโต นิสีทิ ฯ อเถโก วนมกฺกโฏ สีเตน ปีฬิยมาโน ตสฺส ปณฺณสาลาย ตํ อคฺคึ ทิสฺวา สจาหํ เอตฺถ ปวิสิสฺสามิ, มกฺกโฏ มกฺกโฏติ มํ โปเถตฺวา นีหริสฺสนฺติ, อคฺคึ วิสิพฺเพตุํ น ลภิสฺสามีติ อตฺถิ อิทานิ เม อุปาโยติ ตาปสเวสํ คเหตฺวา โกหญฺญํ กตฺวา ปวิสิสฺสามีติ จินฺเตตฺวา เอกสฺส มตตาปสสฺส วกฺกลานิ นิวาเสตฺวา ปจฺฉิญฺจ องฺกุสญฺจ ยฏฺฐิญฺจ คเหตฺวา ปณฺณสาลทฺวาเร เอกํ ตาลรุกฺขํ นิสฺสาย สงฺกุฏิโก อฏฺฐาสิ ฯ ตาปสกุมารโก ตํ ทิสฺวา มกฺกฏภาวํ อชานนฺโต เอโก มหลฺลกตาปโส สีเตน ปีฬิโต อคฺคึ วิสิพฺเพตุํ อาคโต ภวิสฺสตีติ ตาปสสฺส กเถตฺวา เอกํ ปณฺณสาลํ ปเวเสตฺวา วิสิพฺเพตุํ วฏฺฏตีติ จินฺเตตฺวา ปิตรํ อาลปนฺโต ปฐมํ คาถมาห

@เชิงอรรถ: ๑ ผลกตฺถเรติปิ ฯ

ตาต มาณวโก เอโส ตาลมูลํ อปสฺสิโต,

อคารกญฺจิทํ อตฺถิ, หนฺท เทมสฺสคารกนฺติ ฯ

ตตฺถ มาณวโกติ สตฺตาธิวจนํ ฯ เตน ตาต เอโส เอโก มาณโว สตฺโต เอโก ตาปโสติ ทีเปติ ฯ ตาลมูลํ อปสฺสิโตติ ตาลขนฺธํ นิสฺสาย ฐิโต ฯ อคารกญฺจิทํ อตฺถีติ อิทญฺจ อมฺหากํ ปพฺพชิตาคารํ อตฺถิ, ปณฺณสาลํ สนฺธาย วทติ ฯ หนฺทาติ ววสฺสคฺคตฺเถ นิปาโต ฯ เทมสฺสคารกนฺติ เอตสฺส เอกมนฺเต วสนตฺถาย อคารํ เทม ฯ

โพธิสตฺโต ปุตฺตสฺส วจนํ สุตฺวา อุฏฺฐาย ปณฺณสาลทฺวาเร ฐตฺวา โอโลเกนฺโต ตสฺส มกฺกฏภาวํ ญตฺวา ตาต มนุสฺสานํ นาม น เอวรูปํ มุขํ โหติ, มกฺกโฏ น ยิธ ปกฺโกสิตพฺโพติ วตฺวา ทุติยํ คาถมาห

มา โข ตํ ตาต ปกฺโกสิ, ทูเสยฺย โน อคารกํ,

เนตาทิสํ มุขํ โหติ พฺราหฺมณสฺส สุสีลิโนติ ฯ

ตตฺถ ทูเสยฺย โน อคารกนฺติ อยํ หิ อิธ ปวิฏฺโฐ สมาโน อิมํ กิจฺเฉน กตํ ปณฺณสาลํ อคฺคินา วา ฌาเปนฺโต อุจฺจาราทีนิ วา กโรนฺโต ทูเสยฺย ฯ เนตาทิสนฺติ น เอตาทิสํ พฺราหฺมณสฺส สุสีลิโน มุขํ โหติ ฯ

มกฺกโฏ เอโสติ วตฺวา โพธิสตฺโต เอกํ อุมฺมุกํ คเหตฺวา กึ เอตฺถ ติฏฺฐสีติ ขิปิตฺวา ตํ ปลาเปสิ ฯ มกฺกโฏปิ วกฺกลานิ ฉฑฺเฑตฺวา รุกฺขํ อภิรูหิตฺวา วนสณฺฑํ ปาวิสิ ฯ โพธิสตฺโต จตฺตาโร พฺรหฺมวิหาเร ภาเวตฺวา พฺรหฺมโลกปรายโน อโหสิ ฯ

สตฺถา อิมํ ธมฺมเทสนํ อาหริตฺวา ชาตกํ สโมธาเนสิ ฯ ตทา มกฺกโฏ กุหกภิกฺขุ อโหสิ, ตาปสกุมาโร ราหุโล, ตาปโส ปน อหเมวาติ ฯ

มกฺกฏชาตกํ ตติยํ ฯ

ที่มา: อรรถกถาบาลี อักษรไทย เล่มที่ ๓๗

ดูหัวข้อนี้ในพระไตรปิฎก เล่มที่ ๒๗

ดูเล่มที่ ๒๗ ขุททกนิกาย ชาดก ภาค ๑ บนชั้นหนังสือ

ชาดกก่อนหน้า๑๗๒. ทัททรชาดกชาดกถัดไป๑๗๔. ทุพภิยมักกฏชาดก