ข้ามไปยังเนื้อหา
ธรรมคลัง
หน้าแรกหนังสือบทสวดพระไตรปิฎกชาดกหมวดธรรม
ENเข้าสู่ระบบสมัครสมาชิก
ธรรมคลัง

แหล่งรวมหนังสือ พระสูตร บทสวด และพระไตรปิฎก เพื่อการเรียนรู้ ฝึกฝน และการใช้ชีวิตอย่างมีสติในทุกวัน

เมนูหลัก

  • หน้าแรก
  • หนังสือ
  • บทสวด
  • พระไตรปิฎก
  • ชาดก
  • หมวดธรรม
  • ค้นหา

เกี่ยวกับเรา

  • เกี่ยวกับโครงการ
  • แหล่งที่มาของเนื้อหา
  • ร่วมสนับสนุน

บริการช่วยเหลือ

  • ที่เก็บไว้
  • สำรวจคลังธรรมะ
  • ฟังธรรม
  • API สำหรับนักพัฒนา
“
“สพฺพทานํ ธมฺมทานํ ชินาติ”การให้ธรรมเป็นทานย่อมชำนะการให้ทั้งปวง
ธรรมบท ๓๕๔

© ๒๕๖๙ ธรรมคลัง สงวนลิขสิทธิ์

  1. หน้าแรก
  2. /
  3. สำรวจ
  4. /
  5. ชาดก
  6. /
  7. รุหกชาดก
ชาดกที่ ๑๙๑ · ทุกนิบาตชาดก · รุหกวรรค

รุหกชาดก

เล่มที่ ๒๗ · ข้อ ๒๓๑ · บรรทัด ๑๔๐๒ · ขุททกนิกาย ชาดก ภาค ๑

ภาพวาดฉากหนึ่งจากรุหกชาดก

อรรถกถาชาดก

เรื่องเล่า

อรรถกถรุหกชาดกที่ ๑

พระศาสดาเมื่อประทับอยู่ ณ พระเชตวันมหาวิหาร ทรงปรารภการเล้าโลมของภรรยาเก่า ตรัสพระธรรมเทศนานี้ มีคำเริ่มต้นว่า อมฺโภ รุหกจฺฉินฺนาปิ ดังนี้. เรื่องราวจักมีแจ้งในอินทริยชาดกในอัฏฐกนิบาต.

ก็ในเรื่องนี้พระศาสดาตรัสกะภิกษุนั้นว่า ดูก่อนภิกษุหญิงคนนี้ทำความพินาศให้แก่เธอ แม้เมื่อก่อนหญิงคนนี้ก็ได้ทำอาการให้เธออาย ในท่ามกลางบริษัทพร้อมทั้งพระราชาแล้วออกจากเรือนไป แล้วทรงนำเรื่องอดีตมาตรัสเล่า.

ในอดีตกาลครั้งพระเจ้าพรหมทัตเสวยราชสมบัติอยู่ในกรุงพาราณสี พระโพธิสัตว์ทรงบังเกิดในครรภ์ของพระอัครมเหสีของพระองค์ ครั้นทรงเจริญวัย เมื่อพระชนกสวรรคตแล้วทรงดำรงอยู่ในราชสมบัติ ทรงครองราชย์โดยธรรม. พระองค์มีปุโรหิตคนหนึ่งชื่อ รุหกะ. ภรรยาของรุหกะชื่อ ปุรณีพราหมณี. พระราชาพระราชทานม้า ประดับเครื่องอลังการแก่พราหมณ์. เขาขี่ม้าไปทำราชการ. ลำดับนั้น ประชาชนผู้ยืนอยู่ในที่นั้น ๆเห็นเขานั่งบนหลังม้าที่ประดับแล้วผ่านไปมาอยู่ จึงสรรเสริญม้าเท่านั้นว่า แม่เจ้าโวยม้านี้งามอย่างประหลาด. รุหกปุโรหิตมาถึงเรือน ขึ้นเรือนเรียกภรรยามาพูดว่า นี่น้องม้าของเรางามเหลือเกิน ประชาชนที่ยืนอยู่ทั้งสองข้าง สรรเสริญแต่ม้าของเราเท่านั้น. ฝ่ายพราหมณีนั้นเป็นหญิง ค่อนข้างจะเป็นชาตินักเลง เหลาะแหละ เพราะฉะนั้นนางจึงตอบเขาอย่างนี้ว่านายท่านไม่รู้เหตุที่ทำให้ม้างาม ม้าตัวนี้งามเพราะอาศัยเครื่องม้าที่ประดับไว้ที่ตัว. หากท่านประสงค์จะงามเหมือนม้า จงประดับเครื่องม้าแล้วขึ้นไป ระหว่างถนน แล้วซอยเท้าเหมือนม้าไปเฝ้าพระราชา. แม้พระราชาก็จักยกย่องท่าน แม้พวกมนุษย์ก็จักสรรเสริญท่านเท่านั้น. รุหกปุโรหิตเป็นพราหมณ์ค่อนข้างบ้า ๆ บอ ๆ ฟังคำของพราหมณี ก็ไม่รู้ว่านางพูดกะเราเพราะเหตุนี้ มุ่งแต่จะงามจึงได้ทำตามนั้น. พวกมนุษย์ที่เห็นต่างพากันพูดเย้ยหยันว่า อาจารย์งาม. ส่วนพระราชารับสั่งกะเขาเป็นต้นว่า อาจารย์จิตใจไม่ปกติไปแล้วหรือ เป็นบ้าไปแล้วหรือ แล้วทรงทำให้ปุโรหิตละอาย.

ในกาลนั้นพราหมณ์ละอายว่า เราทำสิ่งอันไม่สมควรเสียแล้ว จึงเกรี้ยวกราดนางพราหมณีว่า เราถูกนางทำให้ได้อายในระหว่างเสนากับพระราชานั้น เราจักโบยตีนางแล้วขับไล่นางไปเสีย แล้วกลับไปเรือน นางพราหมณีนักเลงรู้ว่า สามีโกรธกลับมา จึงออกไปทางประตูเล็กก่อนแล้วไปพระราชวัง พักอยู่ในพระราชวังสี่ห้าวัน. พระราชาทรงทราบเหตุนั้น จึงรับสั่งให้เรียกปุโรหิตมาตรัสว่า อาจารย์ ธรรมดาสตรีย่อมมีความผิดได้เหมือนกัน ควรยกโทษให้นางเสียเถิด เพื่อให้ปุโรหิตยกโทษจึงตรัสคาถาแรกว่า :-

ดูก่อนรุหกะ สายธนูถึงขาดแล้วก็ยังต่อ กันได้อีก ท่านจงคืนดีเสียกับภรรยาเก่าเถิด อย่า ลุอำนาจความโกรธเลย. ความย่อในคาถานั้นมีดังนี้ รุหกะผู้เจริญ สายธนูแม้ขาดแล้ว ก็ยังยัง คือทำให้ติดกันได้มิใช่หรือ ท่านก็เหมือนกันควร สมัครสมานกับภรรยาเก่าเสียเถิด อย่าลุอำนาจ ความโกรธเลย. รุหกะได้สดับพระราชาดำรัสดังนั้น จึงกล่าวคาถาที่ ๒ ว่า เมื่อป่านอ่อนยังมีอยู่ ช่างทำก็ยังมีอยู่ ข้าพระบาทจักกระทำสายอื่นใหม่ พอกันที สำหรับสายเก่า.

ใจความแห่งคาถานั้นว่า ข้าแต่มหาราช เมื่อป่านอ่อนยังมีและเมื่อช่างทำยังมี ข้าพระองค์จักทำสายอื่น ไม่ต้องการสายเก่าที่ขาดแล้วนี้ ไม่มีประโยชน์อะไรสำหรับข้าพระองค์.

ก็และครั้นปุโรหิตกราบทูลอย่างนี้แล้ว จึงไล่นางพราหมณีออกไป นำนางพราหมณีอื่นมา.

พระศาสดาทรงนำพระธรรมเทศนานี้มาแล้ว ทรงประกาศสัจธรรม แล้วทรงประชุมชาดก. เมื่อจบสัจธรรม ภิกษุกระสันตั้งอยู่ในโสดาปัตติผล. นางปุราณีในครั้งนั้น ได้เป็นภรรยาเก่าในครั้งนี้ รุหกะได้เป็น ภิกษุกระสัน ส่วนพระราชาพาราณสีคือเราตถาคตนี้แล.

จบ อรรถกถารุหกชาดกที่ ๑

ที่มา: อรรถกถาชาดก ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย ผ่าน E-Tipitaka เล่ม ๕๗ หน้า ๒๒๔–๒๒๗ · เนื้อความเป็นของเจ้าของต้นฉบับ แสดงภายใต้ เงื่อนไขนี้ หากประสงค์ให้นำออก แจ้งที่ saddhammadana@gmail.com จะนำออกทันที

ทุกนิบาตชาดก · ๑๖ ข้อ

คาถา

ตัวบทพระไตรปิฎกของชาดกเรื่องนี้ คือคาถา ๑๖ ข้อข้างล่าง เรื่องเล่าข้างบนคืออรรถกถาที่อธิบายคาถาเหล่านี้

หลวงฉบับหลวงมจร.ฉบับมหาจุฬาฯบาลีบาลีอักษรไทยโรมันPALI ROMANอรรถกถาอรรถกถาอรรถกถาบาลีอรรถกถาบาลีอักษรไทยAṭṭhakathāAtthakatha PaliRoman
โหมดอ่านต่อเนื่อง

อรรถกถาบาลี อักษรโรมัน

5 Ruhakavaggavaṇṇanā

1 ruhakajātakaṃ.

Ambho ruhakacchinnāpīti idaṃ satthā jetavane viharanto porāṇadutiyikapalobhanaṃ ārabbha kathesi.

Vatthu aṭṭhakanipāte indriyajātake āvibhavissati.

Satthā pana taṃ bhikkhuṃ ayante bhikkhu itthī anatthakārikā, pubbepi taṃ esā sarājikāya parisāya majjhe lajjāpetvā gehā nikkhamānākāraṃ akāsīti vatvā atītaṃ āhari.

Atīte bārāṇasiyaṃ brahmadatte rajjaṃ kārente bodhisatto tassa aggamahesiyā kucchimhi nibbattitvā vayappatto pitu accayena rajje patiṭṭhāya dhammena rajjaṃ kāresi. Tassa ruhako nāma purohito ahosi. Tassa pūraṇī nāma brāhmaṇī bhariyā. Rājā brāhmaṇassa assaṃ bhaṇḍakena alaṅkaritvā assaṃ adāsi. So taṃ assaṃ abhiruyha rañño upaṭṭhānaṃ gacchati. Atha naṃ alaṅkatassa assassa piṭṭhe nisīditvā gacchantamāgacchantañca disvā tahiṃ tahiṃ ṭhitā manussā aho assassa rūpaṃ, aho asso sobhatīti assameva pasaṃsanti. So gehaṃ āgantvā pāsādaṃ abhirūhitvā bhariyaṃ āmantesi bhadde amhākaṃ asso ativiya sobhati, ubhosu passesu ṭhitā manussā amhākaṃ assameva vaṇṇentīti. Sā pana brāhmaṇī thokaṃ Chinnikā dhuttikajātikā 1- tena naṃ evamāha ayya tvaṃ assassa sobhaṇakāraṇaṃ na jānāsi, ayaṃ asso attano alaṅkataṃ assabhaṇḍakaṃ nissāya sobhati, sace tvampi asso viya sobhitukāmo assabhaṇḍaṃ pilandhitvā antaravīthiṃ oruyha asso viya pāde koṭṭayamāno gantvā rājānaṃ passa, rājāpi taṃ vaṇṇayissati, manussāpi taññeva vaṇṇayissantīti. So ummattajātiko brāhmaṇo tassā vacanaṃ sutvā iminā nāma kāraṇena sā maṃ vadatīti ajānitvā sobhaṇasaññī hutvā tathā akāsi yeva. Ye ye passanti te te parihāsaṃ karontā sobhati ācariyoti vadiṃsu. Rājā pana naṃ kiṃ ācariya cittante 2- kuppitaṃ, ummattakosi jātoti ādīni vatvā lajjāpesi. Tasmiṃ kāle brāhmaṇo ayuttaṃ mayā katanti lajjito brāhmaṇiyā kujjhitvā tāyamhi sarājikāya senāya antare lajjāpito pothetvā taṃ nikkaḍḍhissāmīti gehaṃ agamāsi. Dhuttibrāhmaṇī tassa kujjhitvā āgamanabhāvaṃ ñatvā puretarameva culladvārena nikkhamitvā rājanivesanaṃ gantvā catuhapañcāhaṃ tattheva ahosi. Rājā taṃ kāraṇaṃ ñatvā purohitaṃ pakkosāpetvā ācariya mātugāmassa nāma doso hoti yeva, brāhmaṇiyā khamituṃ vaṭṭatīti khamāpanatthāya paṭhamaṃ gāthamāha

ambho ruhaka chinnāpi jiyā sandhiyyate puna,

sandhiyyassu purāṇiyā, mā kodhassa vasaṃ gamīti. Tatrāyaṃ saṅkhepattho bho ruhaka nanu chinnāpi dhanujiyā puna

@Footnote: 1 dhuttikadhātukātipi . 2 pittantetipi. Sandhiyyati ghaṭīyati, evameva tvaṃ purāṇiyā saddhiṃ sandhiyyassu kodhassa vasaṃ mā gamīti.

Taṃ sutvā ruhako dutiyaṃ gāthamāha

vijjamānesu muduvākesu vijjamānesu kārisu

aññaṃ jiyaṃ karissāmi, alaññeva purāṇiyāti.

Tassattho mahārāja muduvākesu ca jiyakārakesu ca manussesu vijjamānesu aññaṃ jiyaṃ karissāmi, imāya chinnāya purāṇiyā jiyāya alaṃ, natthi me koci atthoti.

Evañca pana vatvā taṃ nīharitvā aññaṃ brāhmaṇiṃ ānesi.

Satthā imaṃ dhammadesanaṃ āharitvā saccāni pakāsetvā jātakaṃ samodhānesi. Saccapariyosāne ukkaṇṭhitabhikkhu sotāpattiphale patiṭṭhahi. Tadā purāṇī purāṇadutiyikā ahosi, ruhako ukkaṇṭhitabhikkhu, bārāṇasīrājā pana ahamevāti.

Ruhakajātakaṃ paṭhamaṃ.

ที่มา: อรรถกถาบาลี อักษรโรมัน เล่มที่ ๓๗

ดูหัวข้อนี้ในพระไตรปิฎก เล่มที่ ๒๗

ดูเล่มที่ ๒๗ ขุททกนิกาย ชาดก ภาค ๑ บนชั้นหนังสือ

ชาดกก่อนหน้า๑๙๐. สีลานิสังสชาดกชาดกถัดไป๑๙๒. สิริกาฬกัณณิชาดก