ข้ามไปยังเนื้อหา
ธรรมคลัง
หน้าแรกหนังสือบทสวดพระไตรปิฎกชาดกหมวดธรรม
ENเข้าสู่ระบบสมัครสมาชิก
ธรรมคลัง

แหล่งรวมหนังสือ พระสูตร บทสวด และพระไตรปิฎก เพื่อการเรียนรู้ ฝึกฝน และการใช้ชีวิตอย่างมีสติในทุกวัน

เมนูหลัก

  • หน้าแรก
  • หนังสือ
  • บทสวด
  • พระไตรปิฎก
  • ชาดก
  • หมวดธรรม
  • ค้นหา

เกี่ยวกับเรา

  • เกี่ยวกับโครงการ
  • แหล่งที่มาของเนื้อหา
  • ร่วมสนับสนุน

บริการช่วยเหลือ

  • ที่เก็บไว้
  • สำรวจคลังธรรมะ
  • ฟังธรรม
  • API สำหรับนักพัฒนา
“
“สพฺพทานํ ธมฺมทานํ ชินาติ”การให้ธรรมเป็นทานย่อมชำนะการให้ทั้งปวง
ธรรมบท ๓๕๔

© ๒๕๖๙ ธรรมคลัง สงวนลิขสิทธิ์

  1. หน้าแรก
  2. /
  3. สำรวจ
  4. /
  5. ชาดก
  6. /
  7. ราธชาดก
ชาดกที่ ๑๙๘ · ทุกนิบาตชาดก · รุหกวรรค

ราธชาดก

ว่าด้วยเรื่องจริงเก่าไม่ดีไม่ควรพูด

เล่มที่ ๒๗ · ข้อ ๒๔๕ · บรรทัด ๑๔๖๒ · ขุททกนิกาย ชาดก ภาค ๑

ภาพวาดฉากหนึ่งจากราธชาดก

อรรถกถาชาดก

เรื่องเล่า

พระศาสดาเมื่อประทับอยู่ ณ พระเชตวันมหาวิหาร ทรงปรารภภิกษุผู้กระสันรูปหนึ่ง ตรัสพระธรรมเทศนานี้ มีคำเริ่มต้นว่า ปวาสา อาคโต ตาต ดังนี้.

ได้ยินว่า พระศาสตาตรัสถามภิกษุนั้นว่า ดูก่อนภิกษุ ได้ยินว่าเธอกระสันจริงหรือ ภิกษุนั้นกราบทูลว่า จริงพระเจ้าข้า ตรัสถามว่า เพราะเหตุไรเธอจึงกระสัน กราบทูลว่าข้าพระองค์เห็นหญิงงดงามคนหนึ่ง จึงกระสันเพราะอำนาจกิเลสพระพุทธเจ้าข้า. ลำดับนั้น พระศาสดาตรัสกะภิกษุนั้นว่า ดูก่อนภิกษุ ธรรมดามาตุคามใคร ๆ ก็ไม่อาจรักษาไว้ได้ แม้เมื่อก่อนเขาวางยามประตูรักษาไว้ ยังไม่อาจรักษาไว้ได้ เธอจะต้องการมาตุคามไปทำอะไร แม้ได้แล้ว ก็ไม่อาจรักษาไว้ได้ แล้วทรงนำเรื่องอดีตมาตรัสเล่า.

ในอดีตกาลครั้งพระเจ้าพรหมทัตเสวยราชสมบัติอยู่ในกรุงพาราณสี พระโพธิสัตว์อุบัติในกำเนิดนกแขกเต้า. ชื่อว่าราธะ. นกแขกเต้านั้นมีน้องชื่อโปฏฐปาทะ. พรานคนหนึ่งจับนกแขกเต้าสองพี่น้องในขณะยังอ่อนอยู่ไปให้แก่พราหมณ์คนหนึ่งในกรุงพาราณสี. พราหมณ์เลี้ยงดูนกแขกเต้าไว้ในฐานะบุตร. แต่นางพราหมณีของพราหมณ์เป็นหญิงไม่รักษาเนื้อรักษาตัวเป็นคนทุศีล. เมื่อพราหมณ์จะไปทำการค้าจึงเรียกลูกนกแขกเต้านั้นมาสั่งว่า แน่ะลูกพ่อ พ่อจะไปทำการค้า เจ้าทั้งสองคอยดูการกระทำของแม่เจ้าทั้งในเวลากลางวัน และกลางคืน พึงสืบดูว่ามีชายอื่นไปมาหรือไม่ ครั้นมอบหมายนางพราหมณีกับลูกนกแขกเต้าแล้วก็ไป. นางพราหมณีตั้งแต่พราหมณ์ออกไปแล้ว ก็ประพฤติอนาจาร. คนที่มา ๆ ไป ๆ ทั้งกลางคืนกลางวัน ช่างมากมายเหลือเกิน นกโปฏฐปาทะเห็นดังนั้น จึงถามนกราธะว่าพราหมณ์ได้มอบพราหมณีนี้แก่เราไว้แล้วจึงไป และนางพราหมณีนี้ก็ทำการน่าอดสู เราจะว่าแกดีหรือ. นกราธะตอบว่า อย่าว่าแกเลยน้อง. นกโปฏฐปาทะ ไม่เชื่อฟังคำของนกราธะ จึงไปต่อว่านางพราหมณีว่า แม่ เพราะอะไร แม่จึงทำการน่าอดสูอย่างนี้. นางพราหมณีอยากจะฆ่านกโปฏฐปาทะนักทำเป็นรัก เรียกมาพูดว่า นี่ลูกเจ้าก็เป็นลูกของแม่ ตั้งแต่นี้ไปแม่จักไม่ทำอีก มานี่ก่อนซิลูก พอนกโปฏฐปาทะมาก็ตะคอกว่า เจ้าพูดกะเรา เจ้าไม่รู้ประมาณตน แล้วบิดคอเสียจนตายโยนลงไปในเตา. พราหมณ์มาถึงพักผ่อนแล้วเมื่อจะถามพระโพธิสัตว์ว่า แน่ะพ่อราธะแม่ของเจ้าทำอนาจารหรือเปล่า จึงกล่าวคาถาแรกว่า :-

ลูกรัก พ่อกลับมาจากที่ค้างแรม กลับมา เดี๋ยวนี้เอง ไม่นานเท่าไรนัก แม่ของเจ้าไม่ไป คบหาบุรุษอื่นดอกหรือ.

อธิบายความแห่งคาถานั้นว่า แน่ะพ่อราธะ พ่อกลับมาจากที่ค้างแรม พ่อเพิ่งมาเดี๋ยวนี้เอง มาไม่นานนัก ด้วยเหตุนั้นพ่อไม่รู้เรื่องราวจะขอถามเจ้า ดูก่อนลูก แม่ของเจ้าไม่คบหาชายอื่นดอกหรือ

นกราธะตอบว่า ข้าแต่พ่อธรรมดาบัณฑิตทั้งหลายย่อมไม่กล่าวคำจริงหรือไม่จริงที่ไม่ทำให้พ้นทุกข์ได้ เมื่อจะแจ้งให้ทราบจึงกล่าวคาถาที่ ๒ ว่า :-

ธรรมดาบัณฑิตไม่พูดวาจาที่ประกอบ ด้วยความจริง แต่ไม่ดี ขืนพูดไปจะต้องนอนอยู่ ดุจนกแขกเต้าโปฏฐปาทะถูกเผานอนจมอยู่ใน เตาไฟฉะนั้น.

ในบทเหล่านั้น บทว่า คิรํ คือ คำพูด. จริงอยู่ คำพูดท่านเรียกว่าคิระ เหมือนดังวาจาที่เปล่งออกในเวลานี้. ลูกนกแขกเต้านั้นมิได้คำนึงถึงเพศ จึงกล่าวอย่างนั้น. อธิบายความในคาถานี้ดังนี้. ข้าแต่พ่อ ธรรมดาบัณฑิตจะไม่กล่าวแม้คำที่ประกอบด้วยสัจจะคือ มีสภาพที่เป็นจริงและประกอบด้วยประโยชน์ แต่ไม่ทำให้พ้นทุกข์และความจริงที่ไม่ดี คือ ไม่ทำให้พ้นทุกข์. บทว่าสเยถ โปฏฺปาโทว มุมฺมเร อุปกูสิโต ความว่า เหมือนนกโปฏฐปาทะ นอนไหม้อยู่ในเถ้ารึง ฉะนั้น. บาลีว่า อุปกุฏฺิโต ก็มี ความอย่างเดียวกัน.

พระศาสดาทรงนำพระธรรมเทศนานี้มาแล้ว ทรงประกาศสัจธรรม ประชุมชาดก. เมื่อจบสัจธรรม ภิกษุผู้กระสันตั้งอยู่ในโสดาปัตติผล. นกแขกเต้าโปฏฐปาทะในครั้งนั้นได้เป็นอานนท์ในครั้งนี้ แต่นกแขกเต้าราธะ คือเราตถาคตนี้แล.

จบ อรรถกถาราธชาดกที่ ๘

ที่มา: อรรถกถาชาดก ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย ผ่าน E-Tipitaka เล่ม ๕๗ หน้า ๒๖๒–๒๖๕ · เนื้อความเป็นของเจ้าของต้นฉบับ แสดงภายใต้ เงื่อนไขนี้ หากประสงค์ให้นำออก แจ้งที่ saddhammadana@gmail.com จะนำออกทันที

ทุกนิบาตชาดก · ๑๕ ข้อ

คาถา

ตัวบทพระไตรปิฎกของชาดกเรื่องนี้ คือคาถา ๑๕ ข้อข้างล่าง เรื่องเล่าข้างบนคืออรรถกถาที่อธิบายคาถาเหล่านี้

หลวงฉบับหลวงมจร.ฉบับมหาจุฬาฯบาลีบาลีอักษรไทยโรมันPALI ROMANอรรถกถาอรรถกถาอรรถกถาบาลีอรรถกถาบาลีอักษรไทยAṭṭhakathāAtthakatha PaliRoman
โหมดอ่านต่อเนื่อง

อรรถกถาบาลี อักษรโรมัน

8 Rādhajātakaṃ

pavāsā āgato tātāti idaṃ satthā jetavane viharanto ekaṃ ukkaṇṭhitabhikkhuṃ ārabbha kathesi.

So kira satthārā saccaṃ kira bhikkhu ukkaṇṭhitoti puṭṭho saccaṃ bhanteti vatvā kiṃkāraṇāti vutte ekaṃ alaṅkataitthiṃ disvā kilesavasenāti āha. Atha naṃ satthā mātugāmo nāma bhikkhu na sakkā Rakkhituṃ, pubbepi dovārike ṭhapetvā rakkhantāpi rakkhituṃ nāsakkhiṃsu, kinte itthiyā, laddhāpi rakkhituṃ na sakkāti vatvā atītaṃ āhari.

Atīte bārāṇasiyaṃ brahmadatte rajjaṃ kārente bodhisatto sukayoniyaṃ nibbatti. Rādhotissa nāmaṃ. Kaniṭṭhabhātā panassa poṭṭhapādo nāma. Te ubhopi taruṇakāle yeva eko luddako gahetvā bārāṇasiyaṃ aññatarassa brāhmaṇassa adāsi. Brāhmaṇo te puttaṭṭhāne ṭhapetvā paṭijaggi. Brāhmaṇassa pana brāhmaṇī arakkhikā dussīlā. So vohārakaraṇatthāya gacchanto te sukapotake āmantetvā tātā ahaṃ vohāratthāya gacchāmi, kāle vā vikāle vā tumhākaṃ mātukaraṇakammaṃ olokeyyātha aññassa purisassa gamanabhāvaṃ vā agamanabhāvaṃ 1- vā jāneyyāthāti brāhmaṇiṃ sukapotake paṭicchādetvā agamāsi. Sā tassa nikkhantakālato paṭṭhāya anācāraṃ cari. Rattimpi divāpi āgacchantānañca gacchantānañca pamāṇaṃ natthi. Taṃ disvā poṭṭhapādo rādhaṃ pucchi brāhmaṇo imaṃ brāhmaṇiṃ amhākaṃ niyyādetvā gato, ayañca pāpakammaṃ karoti, vadāmi nanti. Rādho mā vadīti āha. So tassa vacanaṃ agahetvā amma kiṃkāraṇā pāpakammaṃ karosīti āha. Sā taṃ māretukāmā hutvā tāta tvaṃ nāma mayhaṃ putto, ito paṭṭhāya na karissāmi, ehi tāva tātāti piyāymānā viya pakkositvā āgataṃ gahetvā tvaṃ maṃ vadasi, attano pamāṇaṃ na jānāsīti gīvaṃ parivattetvā māretvā uddhanantaresu

@Footnote: 1 āgamanabhāvantipi. Nikkhipi 1-. Brāhmaṇo āgantvā vissamitvā bodhisattaṃ kiṃ tāta rādha mātā te anācāraṃ karoti na karotīti pucchanto paṭhamaṃ gāthamāha

pavāsā āgato tāta idāni na cirāgato,

kacci nu tāta te mātā na aññamupasevatīti.

Tassattho ahaṃ tāta rādha pavāsā āgato so camhi idāneva āgato na cirāgato, tena pavattiṃ ajānanto taṃ pucchāmi kacci nu te tāta mātā aññaṃ purisaṃ na upasevatīti.

Rādho tāta paṇḍitā nāma bhūtaṃ vā abhūtaṃ vā aniyyānikannāma na kathentīti ñāpento dutiyaṃ gāthamāha

na kho panetaṃ subhaṇaṃ giraṃ saccūpasañhitaṃ,

sayetha poṭṭhapādova mummare upakūsitoti.

Tattha giranti vacanaṃ. Vacanaṃ hi yathā idāni girā evaṃ tathā giranti vuccati. So sukapotako liṅgaṃ anādayitvā evamāha. Ayaṃ panettha attho tāta paṇḍito nāma saccūpasañhitaṃ yathābhūtatthayuttasabhāvaṃ vacanampi aniyyānikaṃ na subhaṇaṃ aniyyānikañca saccaṃ bhaṇanto. Sayetha poṭṭhapādova mummare upakūsitoti yathā poṭṭhapādo kukkule jhāmo sayati evaṃ seyyāti 2-. Upakuṭṭhitotipi pāṭho. Ayamevattho.

Satthā imaṃ dhammadesanaṃ āharitvā saccāni pakāsetvā jātakaṃ samodhānesi. Saccapariyosāne ukkaṇṭhitabhikkhu sotāpattiphale

@Footnote: 1 pakkhipītipi . 2 sayeyyātītipi. Patiṭṭhahi. Tadā poṭṭhapādo ānando ahosi, rādho pana ahamevāti.

Rādhajātakaṃ aṭṭhamaṃ.

ที่มา: อรรถกถาบาลี อักษรโรมัน เล่มที่ ๓๗

ดูหัวข้อนี้ในพระไตรปิฎก เล่มที่ ๒๗

ดูเล่มที่ ๒๗ ขุททกนิกาย ชาดก ภาค ๑ บนชั้นหนังสือ

ชาดกก่อนหน้า๑๙๗. มิตตามิตตชาดกชาดกถัดไป๑๙๙. คหปติชาดก