คังเคยยชาดก
ว่าด้วยผู้ชอบโอ้อวด
เล่มที่ ๒๗ · ข้อ ๒๕๙ · บรรทัด ๑๕๓๖ · ขุททกนิกาย ชาดก ภาค ๑

อรรถกถาชาดก
เรื่องเล่า
พระศาสดาเมื่อประทับอยู่ ณ พระเชตวันมหาวิหาร ทรงปรารภภิกษุผู้เป็นสหายสองรูป ตรัสพระธรรมเทศนานี้ มีคำเริ่มต้นว่า โสภนฺติ มจฺฉา คงฺเคยฺยา ดังนี้.
ได้ยินว่า ภิกษุทั้งสองนั้นเป็นกุลบุตรชาวเมืองสาวัตถีบวชในศาสนาแล้ว มิได้บำเพ็ญอสุภภาวนา ชอบสรรเสริญรูปเที่ยวพร่ำเพ้อแต่เรื่องรูป. วันหนึ่ง ภิกษุทั้งสองนั้นเกิดทุ่มเถียงกันเรื่องรูปว่า ท่านงาม เราก็งาม เห็นพระเถระแก่รูปหนึ่งนั่งอยู่ไม่ไกล พูดว่า พระเถระรูปนี้จักรู้ว่าเรางามหรือไม่งาม จึงเข้าไปหาท่านถามว่า ท่านขอรับ ผมทั้งสองนี้ใครงาม. พระเถระตอบว่า เรานี้แหละงามกว่าพวกท่าน. ภิกษุหนุ่มทั้งสองรูปคิดว่า หลวงตาแก่รูปนี้ไม่ตอบคำที่เราถาม กลับตอบคำที่เราไม่ได้ถาม จึงบริภาษแล้วหลีกไป. กิริยาของภิกษุสองรูปนั้นได้ปรากฏในหมู่สงฆ์.
อยู่มาวันหนึ่ง ภิกษุทั้งหลายประชุมสนทนากันในโรงธรรมว่า ได้ข่าวว่า พระเถระผู้เฒ่าได้ทำให้ภิกษุหนุ่มอวดรูปโฉมทั้งสองนั้นได้อาย. พระศาสดาเสด็จมาตรัสถามว่า ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย บัดนี้พวกเธอนั่งสนทนากันด้วยเรื่องอะไร เมื่อกราบทูลให้ทรงทราบแล้วจึงตรัสว่า ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ภิกษุหนุ่มสองรูปนี้มิใช่ยกยอรูปแต่ในบัดนี้เท่านั้น แม้เมื่อก่อน เธอทั้งสองก็เที่ยวพร่ำเพ้อรูปเหมือนกัน แล้วทรงนำเรื่องอดีตมาตรัสเล่า.
ในอดีตกาลครั้งพระเจ้าพรหมทัตเสวยราชสมบัติอยู่ในกรุงพาราณสี พระโพธิสัตว์ได้เป็นรุกขเทวดาอยู่ที่ฝั่งคงคา. ครั้งนั้นมีปลาสองตัวอยู่แม่น้ำคงคาตัวหนึ่ง อยู่แม่น้ำยมุนาตัวหนึ่งทุ่มเถียงกันเรื่องรูป ณ ที่แม่น้ำคงคาและยมุนามาบรรจบกันว่าเรางาม ท่านซิไม่งาม เห็นเต่าเกาะอยู่ที่แม่น้ำคงคา ไม่ไกลจากที่นั้นเท่าไร คิดกันว่า เต่านี้คงจักรู้ว่า พวกเรางามหรือไม่งามจึงเข้าไปหาเต่านั้น แล้วถามว่า เต่าผู้เป็นสหาย ปลาตัวที่อยู่แม่น้ำคงคางามหรือปลาตัวที่อยู่แม่น้ำยมุนางาม. เต่าตอบว่าปลาตัวที่อยู่แม่น้ำคงคาก็งาม ตัวที่อยู่แม่น้ำยมุนาก็งาม แต่เรางามยิ่งกว่าเจ้าทั้งสองเสียอีก เมื่อจะประกาศความนี้ จึงกล่าวคาถาแรกว่า :-
ปลาชื่อคังเคยยะก็งาม และปลาชื่อว่า ยมุนา ก็งาม แต่บุรุษ ๔ เท้ามีปริมณฑลเพียงดังต้นไทร มีคอยาวหน่อยหนึ่งผู้นี้ ย่อมรุ่งเรืองกว่าใคร ทั้งหมด.
ในบทเหล่านั้น บทว่า จตุปฺปทายํ พระเถระกล่าวหมายถึงตัวท่านเองว่า บุรุษผู้นี้มี ๔ เท้า. บทว่า นิโคฺรธปริมณฺฑโล คือมีปริมณฑลเพียงดังต้นไทรที่เกิดดีแล้ว. บทว่า อีสกายตคีโวคือมีคอยาวดุจงอนรถ. บทว่า สพฺเพว อติโรจติ ความว่า เต่าผู้สมบูรณ์ด้วยทรวดทรงกล่าวว่า ผู้นี้ย่อมรุ่งเรืองยิ่งกว่าใครทั้งหมด คือเรานี่แหละงามเกินพวกท่านทั้งหมด.
ปลาฟังคำเต่าแล้วกล่าวว่า เจ้าเต่าชั่วพ่อตัวดี เจ้าไม่ตอบคำที่เราถามกลับไปตอบเป็นอย่างอื่นเสียนี่ แล้วกล่าวคาถาที่ ๒ ว่า :-
ท่านไม่บอกเหตุที่เราถาม เราถามอย่าง หนึ่งท่านบอกเสียอย่างหนึ่ง คนสรรเสริญตนเอง นี้ ไม่ชอบใจเราเลย.
ในบทเหล่านั้น บทว่า อตฺตปฺปสํสโก ได้แก่ คนชอบสรรเสริญตัวเอง คือ ยกย่องตัวเอง. บทว่า นายํ อสฺมาก รุจฺจติ ความว่า เต่าชั่วตัวนี้ ไม่ชอบใจ คือไม่พอใจเราเลย.
ปลาทั้งสองตัวพ่นน้ำใส่เต่าแล้วก็ได้ไปยังที่อยู่ของตนตามเดิม.
พระศาสดาทรงนำพระธรรมเทศนานี้มาแล้วทรงประชุมชาดก. ปลาสองตัวในครั้งนั้นได้เป็นภิกษุหนุ่มสองรูปในครั้งนี้เต่าได้เป็นภิกษุแก่ ส่วนรุกขเทวดาผู้เกิดที่ฝั่งคงคาผู้เห็นเหตุการณ์โดยตลอด คือ เราตถาคตนี้แล.
จบ อรรถกถาคังเคยยชาดกที่ ๕
ที่มา: อรรถกถาชาดก ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย ผ่าน E-Tipitaka เล่ม ๕๗ หน้า ๒๙๖–๒๙๙ · เนื้อความเป็นของเจ้าของต้นฉบับ แสดงภายใต้ เงื่อนไขนี้ หากประสงค์ให้นำออก แจ้งที่ saddhammadana@gmail.com จะนำออกทันที
ทุกนิบาตชาดก ๑๖ ข้อ
คาถา
ตัวบทพระไตรปิฎกของชาดกเรื่องนี้ คือคาถา ๑๖ ข้อข้างล่าง เรื่องเล่าข้างบนคืออรรถกถาที่อธิบายคาถาเหล่านี้
อรรถกถาบาลี อักษรไทย
๕ คงฺเคยฺยชาตกํ
โสภนฺติ มจฺฉา คงฺเคยฺยาติ อิทํ สตฺถา เชตวเน วิหรนฺโต เทฺว สหายเก ภิกฺขู อารพฺภ กเถสิ ฯ
เต กิร เทฺว สาวตฺถิวาสิโน กุลปุตฺตา สาสเน ปพฺพชิตฺวา อสุภภาวนํ อนุยุญฺชิตฺวา รูปปสํสกา หุตฺวา รูปํ อุปลาเปนฺตา วิจรึสุ ฯ เต เอกทิวสํ ตฺวํ โสภสิ, อหํ โสภามีติ รูปํ นิสฺสาย อุปฺปนฺนวิวาทา อวิทูเร นิสินฺนํ เอกํ มหลฺลกตฺเถรํ ทิสฺวา เอโส อมฺหากํ โสภณภาวํ วา อโสภณภาวํ วา ชานิสฺสตีติ ตํ อุปสงกมิตฺวา ภนฺเต โก อมฺเหสุ โสภโณติ ปุจฺฉึสุ ฯ โส ตุมฺเหหิ อหเมว โสภณตโรติ อาห ฯ ทหรา อยํ มหลฺลโก อมฺเหหิ ปุจฺฉิตํ อกเถตฺวา อปุจฺฉิตํ กเถสีติ ตํ ปริภาสิตฺวา ปกฺกมึสุ ฯ สา เตสํ กิริยา ภิกฺขุสงฺเฆ ปากฏา ชาตา ฯ อเถกทิวสํ ภิกฺขู ธมฺมสภายํ กถํ สมุฏฺฐาเปสุํ อาวุโส มหลฺลกตฺเถโร กิร เทฺว เต รูปนิสฺสิตเก ทหเร ลชฺชาเปสีติ ฯ สตฺถา อาคนฺตฺวา กายนุตฺถ ภิกฺขเว เอตรหิ กถาย สนฺนิสินฺนาติ ปุจฺฉิตฺวา อิมาย นามาติ วุตฺเต น ภิกฺขเว อิเม เทฺว ทหรา อิทาเนว รูปปสํสกา, ปุพฺเพเปเต รูปเมว อุปลาเปนฺตา วิจรึสูติ วตฺวา อตีตํ อาหริ ฯ
อตีเต พาราณสิยํ พฺรหฺมทตฺเต รชฺชํ กาเรนฺเต โพธิสตฺโต คงฺคาตีเร รุกฺขเทวตา อโหสิ ฯ ตทา คงฺคายมุนานํ สมาคมฏฺฐาเน คงฺเคยฺโย จ ยมุเนยฺโย จ เทฺว มจฺฉา อหํ โสภามิ, ตฺวํ น โสภสีติ รูปํ นิสฺสาย วิวทมานา อวิทูเร คงฺคาย ตโต กจฺฉปํ นิสินฺนํ ทิสฺวา เอโส อมฺหากํ โสภณภาวํ วา อโสภณภาวํ วา ชานิสฺสตีติ ตํ อุปสงฺกมิตฺวา กินฺนุ โข สมฺม กจฺฉป คงฺเคยฺโย โสภติ อุทาหุ ยมุเนยฺโยติ ปุจฺฉึสุ ฯ กจฺฉโป คงฺเคยฺโยปิ โสภติ ยมุเนยฺโยปิ, ตุมฺเหหิ ปน ทฺวีหิปิ อหเมว อติเรกตรํ โสภามีติ อมมตฺถํ ปกาเสนฺโต ปฐมํ คาถมาห
โสภนฺติ มจฺฉา คงฺเคยฺยา, อโถ โสภนฺติ ยามุนา,
จตุปฺปทายํ ปุริโส นิโคฺรธปริมณฺฑโล
อีสกายตคีโว ๑- จ สพฺเพ ว อติโรจตีติ ฯ
ตตฺถ จตุปฺปทายนฺติ จตุปฺปโท อยํ ปุริโสติ อตฺตานํ สนฺธาย วทติ ฯ นิโคฺรธปริมณฺฑโลติ สุชาโต นิโคฺรโธ วิย ปริมณฺฑโล ฯ อีสกายตคีโวติ รถีสา วิย อายตคีโว ฯ สพฺเพ ว อติโรจตีติ เอวํ สณฺฐานสมฺปนฺโน กจฺฉโป สพฺเพ ว อติโรจติ อหเมว สพฺเพ ตุมฺเห อติกฺกมิตฺวา โสภามีติ วทตีติ อตฺโถ ฯ
มจฺฉา ตสฺส กถํ สุตฺวา อมฺโภ ปาปกจฺฉป อมฺเหหิ ปุจฺฉิตํ อกเถตฺวา อญฺญเมว กเถสีติ วตฺวา ทุติยํ คาถมาห
ยํ ปุจฺฉิโต น ตํ อกฺขา, อญฺญํ อกฺขาติ ปุจฺฉิโต,
อตฺตปฺปสํสโก โปโส นายํ อสฺมาก รุจฺจตีติ ฯ
ตตฺถ อตฺตปฺปสํสโกติ อตฺตานํ ปสํสนสีโล อตฺตุกฺกํสโก
@เชิงอรรถ: ๑ พฺยสมายตคีโวติปิ ฯ โปโส ฯ นายํ อสฺมาก รุจฺจตีติ อยํ ปาปกจฺฉโป อมฺหากํ น รุจฺจติ น ขมตีติ อตฺโถ ฯ
กจฺฉปสฺส อุปริ อุทกํ ขิปิตฺวา สกฏฺฐานเมว อคมํสุ ฯ
สตฺถา อิมํ ธมฺมเทสนํ อาหริตฺวา ชาตกํ สโมธาเนสิ ฯ ตทา เทฺว มจฺฉา เทฺว ทหรภิกฺขู อเหสุํ, กจฺฉโป มหลฺลโก, อิมสฺส ปน การณสฺส ปจฺจกฺขการิกา คงฺคาตีเร นิพฺพตฺตรุกฺขเทวตา ปน อหเมวาติ ฯ
คงฺเคยฺยชาตกํ ปญฺจมํ ฯ
ที่มา: อรรถกถาบาลี อักษรไทย เล่มที่ ๓๗
ดูหัวข้อนี้ในพระไตรปิฎก เล่มที่ ๒๗