ข้ามไปยังเนื้อหา
ธรรมคลัง
หน้าแรกหนังสือบทสวดพระไตรปิฎกชาดกหมวดธรรม
ENเข้าสู่ระบบสมัครสมาชิก
ธรรมคลัง

แหล่งรวมหนังสือ พระสูตร บทสวด และพระไตรปิฎก เพื่อการเรียนรู้ ฝึกฝน และการใช้ชีวิตอย่างมีสติในทุกวัน

เมนูหลัก

  • หน้าแรก
  • หนังสือ
  • บทสวด
  • พระไตรปิฎก
  • ชาดก
  • หมวดธรรม
  • ค้นหา

เกี่ยวกับเรา

  • เกี่ยวกับโครงการ
  • แหล่งที่มาของเนื้อหา
  • ร่วมสนับสนุน

บริการช่วยเหลือ

  • ที่เก็บไว้
  • สำรวจคลังธรรมะ
  • ฟังธรรม
  • API สำหรับนักพัฒนา
“
“สพฺพทานํ ธมฺมทานํ ชินาติ”การให้ธรรมเป็นทานย่อมชำนะการให้ทั้งปวง
ธรรมบท ๓๕๔

© ๒๕๖๙ ธรรมคลัง สงวนลิขสิทธิ์

  1. หน้าแรก
  2. /
  3. สำรวจ
  4. /
  5. ชาดก
  6. /
  7. คังเคยยชาดก
ชาดกที่ ๒๐๕ · ทุกนิบาตชาดก · นตังทัฬหวรรค

คังเคยยชาดก

ว่าด้วยผู้ชอบโอ้อวด

เล่มที่ ๒๗ · ข้อ ๒๕๙ · บรรทัด ๑๕๓๖ · ขุททกนิกาย ชาดก ภาค ๑

ภาพวาดฉากหนึ่งจากคังเคยยชาดก

อรรถกถาชาดก

เรื่องเล่า

พระศาสดาเมื่อประทับอยู่ ณ พระเชตวันมหาวิหาร ทรงปรารภภิกษุผู้เป็นสหายสองรูป ตรัสพระธรรมเทศนานี้ มีคำเริ่มต้นว่า โสภนฺติ มจฺฉา คงฺเคยฺยา ดังนี้.

ได้ยินว่า ภิกษุทั้งสองนั้นเป็นกุลบุตรชาวเมืองสาวัตถีบวชในศาสนาแล้ว มิได้บำเพ็ญอสุภภาวนา ชอบสรรเสริญรูปเที่ยวพร่ำเพ้อแต่เรื่องรูป. วันหนึ่ง ภิกษุทั้งสองนั้นเกิดทุ่มเถียงกันเรื่องรูปว่า ท่านงาม เราก็งาม เห็นพระเถระแก่รูปหนึ่งนั่งอยู่ไม่ไกล พูดว่า พระเถระรูปนี้จักรู้ว่าเรางามหรือไม่งาม จึงเข้าไปหาท่านถามว่า ท่านขอรับ ผมทั้งสองนี้ใครงาม. พระเถระตอบว่า เรานี้แหละงามกว่าพวกท่าน. ภิกษุหนุ่มทั้งสองรูปคิดว่า หลวงตาแก่รูปนี้ไม่ตอบคำที่เราถาม กลับตอบคำที่เราไม่ได้ถาม จึงบริภาษแล้วหลีกไป. กิริยาของภิกษุสองรูปนั้นได้ปรากฏในหมู่สงฆ์.

อยู่มาวันหนึ่ง ภิกษุทั้งหลายประชุมสนทนากันในโรงธรรมว่า ได้ข่าวว่า พระเถระผู้เฒ่าได้ทำให้ภิกษุหนุ่มอวดรูปโฉมทั้งสองนั้นได้อาย. พระศาสดาเสด็จมาตรัสถามว่า ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย บัดนี้พวกเธอนั่งสนทนากันด้วยเรื่องอะไร เมื่อกราบทูลให้ทรงทราบแล้วจึงตรัสว่า ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ภิกษุหนุ่มสองรูปนี้มิใช่ยกยอรูปแต่ในบัดนี้เท่านั้น แม้เมื่อก่อน เธอทั้งสองก็เที่ยวพร่ำเพ้อรูปเหมือนกัน แล้วทรงนำเรื่องอดีตมาตรัสเล่า.

ในอดีตกาลครั้งพระเจ้าพรหมทัตเสวยราชสมบัติอยู่ในกรุงพาราณสี พระโพธิสัตว์ได้เป็นรุกขเทวดาอยู่ที่ฝั่งคงคา. ครั้งนั้นมีปลาสองตัวอยู่แม่น้ำคงคาตัวหนึ่ง อยู่แม่น้ำยมุนาตัวหนึ่งทุ่มเถียงกันเรื่องรูป ณ ที่แม่น้ำคงคาและยมุนามาบรรจบกันว่าเรางาม ท่านซิไม่งาม เห็นเต่าเกาะอยู่ที่แม่น้ำคงคา ไม่ไกลจากที่นั้นเท่าไร คิดกันว่า เต่านี้คงจักรู้ว่า พวกเรางามหรือไม่งามจึงเข้าไปหาเต่านั้น แล้วถามว่า เต่าผู้เป็นสหาย ปลาตัวที่อยู่แม่น้ำคงคางามหรือปลาตัวที่อยู่แม่น้ำยมุนางาม. เต่าตอบว่าปลาตัวที่อยู่แม่น้ำคงคาก็งาม ตัวที่อยู่แม่น้ำยมุนาก็งาม แต่เรางามยิ่งกว่าเจ้าทั้งสองเสียอีก เมื่อจะประกาศความนี้ จึงกล่าวคาถาแรกว่า :-

ปลาชื่อคังเคยยะก็งาม และปลาชื่อว่า ยมุนา ก็งาม แต่บุรุษ ๔ เท้ามีปริมณฑลเพียงดังต้นไทร มีคอยาวหน่อยหนึ่งผู้นี้ ย่อมรุ่งเรืองกว่าใคร ทั้งหมด.

ในบทเหล่านั้น บทว่า จตุปฺปทายํ พระเถระกล่าวหมายถึงตัวท่านเองว่า บุรุษผู้นี้มี ๔ เท้า. บทว่า นิโคฺรธปริมณฺฑโล คือมีปริมณฑลเพียงดังต้นไทรที่เกิดดีแล้ว. บทว่า อีสกายตคีโวคือมีคอยาวดุจงอนรถ. บทว่า สพฺเพว อติโรจติ ความว่า เต่าผู้สมบูรณ์ด้วยทรวดทรงกล่าวว่า ผู้นี้ย่อมรุ่งเรืองยิ่งกว่าใครทั้งหมด คือเรานี่แหละงามเกินพวกท่านทั้งหมด.

ปลาฟังคำเต่าแล้วกล่าวว่า เจ้าเต่าชั่วพ่อตัวดี เจ้าไม่ตอบคำที่เราถามกลับไปตอบเป็นอย่างอื่นเสียนี่ แล้วกล่าวคาถาที่ ๒ ว่า :-

ท่านไม่บอกเหตุที่เราถาม เราถามอย่าง หนึ่งท่านบอกเสียอย่างหนึ่ง คนสรรเสริญตนเอง นี้ ไม่ชอบใจเราเลย.

ในบทเหล่านั้น บทว่า อตฺตปฺปสํสโก ได้แก่ คนชอบสรรเสริญตัวเอง คือ ยกย่องตัวเอง. บทว่า นายํ อสฺมาก รุจฺจติ ความว่า เต่าชั่วตัวนี้ ไม่ชอบใจ คือไม่พอใจเราเลย.

ปลาทั้งสองตัวพ่นน้ำใส่เต่าแล้วก็ได้ไปยังที่อยู่ของตนตามเดิม.

พระศาสดาทรงนำพระธรรมเทศนานี้มาแล้วทรงประชุมชาดก. ปลาสองตัวในครั้งนั้นได้เป็นภิกษุหนุ่มสองรูปในครั้งนี้เต่าได้เป็นภิกษุแก่ ส่วนรุกขเทวดาผู้เกิดที่ฝั่งคงคาผู้เห็นเหตุการณ์โดยตลอด คือ เราตถาคตนี้แล.

จบ อรรถกถาคังเคยยชาดกที่ ๕

ที่มา: อรรถกถาชาดก ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย ผ่าน E-Tipitaka เล่ม ๕๗ หน้า ๒๙๖–๒๙๙ · เนื้อความเป็นของเจ้าของต้นฉบับ แสดงภายใต้ เงื่อนไขนี้ หากประสงค์ให้นำออก แจ้งที่ saddhammadana@gmail.com จะนำออกทันที

ทุกนิบาตชาดก · ๑๖ ข้อ

คาถา

ตัวบทพระไตรปิฎกของชาดกเรื่องนี้ คือคาถา ๑๖ ข้อข้างล่าง เรื่องเล่าข้างบนคืออรรถกถาที่อธิบายคาถาเหล่านี้

หลวงฉบับหลวงมจร.ฉบับมหาจุฬาฯบาลีบาลีอักษรไทยโรมันPALI ROMANอรรถกถาอรรถกถาอรรถกถาบาลีอรรถกถาบาลีอักษรไทยAṭṭhakathāAtthakatha PaliRoman
โหมดอ่านต่อเนื่อง

อรรถกถาบาลี อักษรโรมัน

5 Gaṅgeyyajātakaṃ

sobhanti macchā gaṅgeyyāti idaṃ satthā jetavane viharanto dve sahāyake bhikkhū ārabbha kathesi.

Te kira dve sāvatthivāsino kulaputtā sāsane pabbajitvā asubhabhāvanaṃ anuyuñjitvā rūpapasaṃsakā hutvā rūpaṃ upalāpentā vicariṃsu. Te ekadivasaṃ tvaṃ sobhasi, ahaṃ sobhāmīti rūpaṃ nissāya uppannavivādā avidūre nisinnaṃ ekaṃ mahallakattheraṃ disvā eso amhākaṃ sobhaṇabhāvaṃ vā asobhaṇabhāvaṃ vā jānissatīti taṃ upasaṅakamitvā bhante ko amhesu sobhaṇoti pucchiṃsu. So tumhehi ahameva sobhaṇataroti āha. Daharā ayaṃ mahallako amhehi pucchitaṃ akathetvā apucchitaṃ kathesīti taṃ paribhāsitvā pakkamiṃsu. Sā tesaṃ kiriyā bhikkhusaṅghe pākaṭā jātā. Athekadivasaṃ bhikkhū dhammasabhāyaṃ kathaṃ samuṭṭhāpesuṃ āvuso mahallakatthero kira dve te rūpanissitake dahare lajjāpesīti. Satthā āgantvā kāyanuttha bhikkhave etarahi kathāya sannisinnāti pucchitvā imāya nāmāti vutte na bhikkhave ime dve daharā idāneva rūpapasaṃsakā, pubbepete rūpameva upalāpentā vicariṃsūti vatvā atītaṃ āhari.

Atīte bārāṇasiyaṃ brahmadatte rajjaṃ kārente bodhisatto gaṅgātīre rukkhadevatā ahosi. Tadā gaṅgāyamunānaṃ samāgamaṭṭhāne Gaṅgeyyo ca yamuneyyo ca dve macchā ahaṃ sobhāmi, tvaṃ na sobhasīti rūpaṃ nissāya vivadamānā avidūre gaṅgāya tato kacchapaṃ nisinnaṃ disvā eso amhākaṃ sobhaṇabhāvaṃ vā asobhaṇabhāvaṃ vā jānissatīti taṃ upasaṅkamitvā kinnu kho samma kacchapa gaṅgeyyo sobhati udāhu yamuneyyoti pucchiṃsu. Kacchapo gaṅgeyyopi sobhati yamuneyyopi, tumhehi pana dvīhipi ahameva atirekataraṃ sobhāmīti amamatthaṃ pakāsento paṭhamaṃ gāthamāha

sobhanti macchā gaṅgeyyā, atho sobhanti yāmunā,

catuppadāyaṃ puriso nigrodhaparimaṇḍalo

īsakāyatagīvo 1- ca sabbe va atirocatīti.

Tattha catuppadāyanti catuppado ayaṃ purisoti attānaṃ sandhāya vadati. Nigrodhaparimaṇḍaloti sujāto nigrodho viya parimaṇḍalo. Īsakāyatagīvoti rathīsā viya āyatagīvo. Sabbe va atirocatīti evaṃ saṇṭhānasampanno kacchapo sabbe va atirocati ahameva sabbe tumhe atikkamitvā sobhāmīti vadatīti attho.

Macchā tassa kathaṃ sutvā ambho pāpakacchapa amhehi pucchitaṃ akathetvā aññameva kathesīti vatvā dutiyaṃ gāthamāha

yaṃ pucchito na taṃ akkhā, aññaṃ akkhāti pucchito,

attappasaṃsako poso nāyaṃ asmāka ruccatīti.

Tattha attappasaṃsakoti attānaṃ pasaṃsanasīlo attukkaṃsako

@Footnote: 1 byasamāyatagīvotipi. Poso. Nāyaṃ asmāka ruccatīti ayaṃ pāpakacchapo amhākaṃ na ruccati na khamatīti attho.

Kacchapassa upari udakaṃ khipitvā sakaṭṭhānameva agamaṃsu.

Satthā imaṃ dhammadesanaṃ āharitvā jātakaṃ samodhānesi. Tadā dve macchā dve daharabhikkhū ahesuṃ, kacchapo mahallako, imassa pana kāraṇassa paccakkhakārikā gaṅgātīre nibbattarukkhadevatā pana ahamevāti.

Gaṅgeyyajātakaṃ pañcamaṃ.

ที่มา: อรรถกถาบาลี อักษรโรมัน เล่มที่ ๓๗

ดูหัวข้อนี้ในพระไตรปิฎก เล่มที่ ๒๗

ดูเล่มที่ ๒๗ ขุททกนิกาย ชาดก ภาค ๑ บนชั้นหนังสือ

ชาดกก่อนหน้า๒๐๔. วีรกชาดกชาดกถัดไป๒๐๖. กุรุงคมิคชาดก